All Chapters of ทะลุมิติมางัดข้อกับบิดา: Chapter 71 - Chapter 80

100 Chapters

บทที่ 36 จุดจบแม่เลี้ยงใจร้าย 1/2

“มะ...ไม่...ไม่จริง...นางตายไปแล้ว” ซ่งหลินคล้ายคนเสียสติไปชั่วขณะ ใบหน้าที่ย่ำแย่เพราะไม่ได้กินนอนอย่างดี ส่งให้นางคล้ายคนอายุสี่สิบห้าสิบ ทั้งที่นางแค่อายุยี่สิบเท่านั้นเสียงพึมพำของซ่งหลินทำให้มู่เสวียนที่เดิมคิดว่าจะจบเรื่องกลับมาพบกับความยุ่งยากอีกครั้ง เดิมเรื่องนี้เขาถามภรรยาไปแล้ว นางบอกไม่เกี่ยวข้องเขาก็เชื่อสนิทใจ แต่บุตรชายและบุตรสาวของเขามีหลักฐานอะไร หรือแท้ที่จริงแล้ว ซุนหนี่ว์คือหลักฐานกันนะ“ไต่สวน...พยานซุนหนี่ว์ เล่าเรื่องที่เจ้าสารภาพมา” ใต้เท้าผู้ตัดสินคดีความอย่างเที่ยงธรรมกล่าวขึ้น ทำให้นักโทษอย่าง ซ่งหลินถึงกลับสะดุ้ง“เรียนใต้เท้า ข้ารับคำสั่งจากนายหญิงซ่งหลิน ให้ไปหายาสั่งตายมาให้อดีตฮูหยินกิน ใส่ในอาหารทุกมื้อเป็นเวลาสามเดือน จากนั้นร่างกายอดีตฮูหยินก็อ่อนแอลงและตายไปในที่สุด ก่อนใกล้สิ้นลมนายหญิงซ่งหลินของข้ากลัวไม่ตายจริง จึงเพิ่มยาพิษในน้ำดื่ม เรื่องนี้ข้ามีพยานหลักฐาน รวมทั้งคนที่ซื้อยาด้วย ส่วนกากยายังทิ้งไว้โคนต้นไม้หลังเรือนนายหญิง ต้นไม้ถึงกับตายผ่านมาเป็นปี ก็ไม่ฟื้น มดแมลงเดินผ่านก็ตายจนหมด”อันหลิง อันหลาง ฟังด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ท่านแม่ของ พวกเ
Read more

บทที่ 36 จุดจบแม่เลี้ยงใจร้าย 2/2

“ได้สิ ไปกัน” อันเฟิงจับมือน้องชายเดินไปยังบ้านตระกูลมู่โดยมีวั่งจั๋วเฉินและล่ายหมิงเฉินตามไปด้วย กลัวว่าจะเกิดมีปากเสียงกันหากเด็ก ๆ เข้าไปลำพังเมื่อมาถึงหน้าประตู บ่าวที่เฝ้าประตูเห็นคุณชายและคุณหนูกลับมาเริ่มกลัวจนลนลาน เพราะว่านายท่านกับฮูหยินไม่อยู่ไม่รู้ต้องจัดการเช่นไร จนเมื่อวั่งจั๋วเฉินยกป้ายทองของฝ่าบาทขึ้น“ป้ายคำสั่งฝ่าบาทกล้าขัดขืนรึ”บ่าวรับใช้รีบหลีกทางเปิดประตูทันที ต่อให้จะรับฟังคำนายท่านเช่นไร แต่ก็ยังรักชีวิต ขัดคำสั่งเบื้องสูงก็มีโทษตายเท่านั้น ใครจะกล้าเสี่ยงเล่าทั้งสามเดินไปทางศาลบรรพชนในตระกูล เมื่อถึงหน้าศาลบรรพชน อันหลิงกับอันหลางสอดส่ายสายตาหาป้ายวิญญาณของท่านแม่ ก่อนจะเห็นว่ามันฝุ่นจับเหมือนไม่เคยทำความสะอาดเลย ยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บใจนัก“เหอะ...ป้ายอื่นสะอาดเอี่ยมอ่อง ป้ายท่านแม่ข้ามีแต่ฝุ่น” อันหลางเอามาใช้เสื้อของตัวเองเช็ดให้สะอาด ไม่สนว่าเสื้อตน จะสกปรกเพียงใด จากนั้นกอดเอาไว้แน่นเดินออกมาด้านนอก“พี่ใหญ่ไปกันเถอะ ตระกูลนี้ไม่จำเป็นข้าไม่อยากมาเหยียบ” อันหลางกล่าวก่อนจะพากันเดินกลับไป แต่เมื่อถึงหน้าประตูกลับพบคนที่เรียกตัวเองว่าบิดา แต่ร้ายกาจยิ่ง
Read more

บทที่ 37 สตรีหน้าไหว้หลังหลอก 1/2

เจิงซุ่นซีได้รับจดหมายจากอันเฟิงแล้ว ใบหน้าบิดมุ่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ ทั้งเรื่องนี้แม้แต่สายของเขาก็สืบไม่ได้ หรือแท้ที่จริงสายในวังหลวงและคนของเขาถูกกลืนกินไปหมดแล้ว ความสงบสุขของรัชสมัยของเขามันถึงเวลาระสำระสายแล้วหรือ หรือว่าเขาควรชำระสายลับในมือเสียที “วั่งจั๋วเฉิน พาอันเฟิงมาหาข้านั่งดื่มชาเดินหมากสักวัน”องครักษ์วั่งเห็นว่าวันนี้ฝ่าบาทสีหน้าประหลาดนัก หากยามปกติมักจะไปหาคุณหนูอันเฟิงที่บ้านเสียมากกว่า คราวนี้กลับเชิญเข้ามาในวัง ทั้งยังให้มาหาอย่างเปิดเผยอีกด้วย “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” อันเฟิงที่วันนี้หยุดอยู่บ้าน เพราะเป็นวันหยุดสองวันติด นางหาคนที่จะเป็นหลงจู้ได้แล้ว คิดว่าวันพรุ่งนี้เข้าไปแจกจ่ายงาน ก็จะกลับมาพักเช่นกัน แต่วันนี้ดูเหมือนแผนที่วางไว้จะล้มลง เมื่อพี่วั่งมายืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับเจ้าสองแฝดฉีกยิ้มหน้าบานตรงหน้าประตู “พี่ใหญ่ ท่านลุงเรียกหาพวกเราล่ะ” อันหลางที่คิดว่าจะได้ตำลึงพิเศษเขาจึงอารมณ์ดีมากขึ้น ส่วนอันหลิงคิดแล้วว่าเขาจะเป็นหลานที่ดีของเสด็จยายไทเฮาอย่างไรดี ถึงจะหาเงินมาเติมในกล่องสมบัติของตนเอง คว
Read more

บทที่ 37 สตรีหน้าไหว้หลังหลอก 2/2

“ฮองเฮาเพคะ” หมัวมัวส่ายหน้าอยากให้พระนางช่วยเหลือ แต่ทว่า... “ฝ่าบาท คนของหม่อมฉันให้หม่อมฉันลงโทษเถอะ” “ไม่ต้อง กงกงลากไปจัดการอย่าให้เป็นเยี่ยงอย่าง” เมื่อสั่งกงกงเสร็จแล้วก็หันมาหานาง แล้วกล่าวต่อ “ข้ารับเด็กสามคนนี้เป็นหลาน หากเจ้าไม่นับญาติกับพวกเขาไม่เป็นไร เขาเรียกข้าว่าลุงอย่างไรตำแหน่งฮองเฮาที่เป็นป้าคงไม่เหมาะกับเจ้านัก ข้าจะสั่งให้เขาเรียกเจ้าแค่เริ่นฮองเฮาก็แล้วกัน” พูดจบเจิงซุ่นซีก็พาทั้งสามเข้าไปในที่สงบของตน ที่กระทั่งนางสนมคนใดก็ห้ามเข้ารวมทั้งฮองเฮาด้วย แต่เมื่อถึงด้านในกลับได้รับสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ จากเหล่าเจ้าตัวแสบกลับมา “ท่านหาเรื่องสร้างศัตรูตัวใหญ่ให้ร้านบะหมี่แซ่เจิงแล้ว” อันเฟิงกล่าวออกมา “เจ้ากลัวนางรึ” เจิงซุ่นซีมีหรือที่เขาจะกลัวกับแค่ตระกูลเริ่น เดิมก็ไม่ได้อยากแต่งนางเข้าราชวงศ์ เพียงแต่ตระกูลเริ่น มีผลประโยชน์เท่านั้น “ท่านเร่งระเบิดเวลา” อันเฟิงกล่าว แล้วก็ประจวบเหมาะที่คนของไทเฮามาเรียกเจ้าเด็กแฝดออกไป ทั้งสองจึงหารือเครียดด้วยกัน ด้านนอกอันหลิงกับอันหลางเดินอย่างมั่นใจ โดยมีขันท
Read more

บทที่ 38 เดินทางออกจากเมืองหลวง 1/2

เจิงซุ่นซีเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับเสด็จแม่ของตัวเอง แต่เสด็จแม่กลับเห็นว่านางจะเป็นตัวถ่วงสำหรับเด็ก ๆ จนทำให้เกิดอันตรายเสียมากกว่า หากต้องเดินทางร่วมขบวนกันไป นางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “เสด็จแม่ แต่ลูก...” “เจ้าวางใจ แม่แก่แล้วย่อมไม่ให้เจ้าห่วงหน้าพะวงหลัง ข้าจะไปถือศีลที่วัดเสีย แล้วเดินทางออกไปอีกฝั่งห่างจากเด็ก ๆ ได้เป็นดีที่สุด” เจิงซุ่นซีไม่วางใจ แต่ก็ไม่อาจบังคับจิตใจมารดาได้ เสด็จแม่ว่าอย่างไรก็ตัดสินใจตามนั้นไม่กล้าขัด เจิงอันเฟิงได้รับทะเบียนครัวเรือนเอาไว้ผ่านทางสำหรับเดินทางไปที่ไหนก็ได้ แต่ทว่านางยังไม่ได้ไปตอนนี้ต้องจัดการที่ร้านให้เรียบร้อยเสียก่อน “พี่ใหญ่พวกเราร่ำรวยแล้วใช่หรือไม่ ท่านถึงจ้างหลงจู้ มาดูแล” อันหลางจอมขี้งกเอ่ยขึ้น หลังเขาเห็นว่าพี่ใหญ่จ้างหลงจู้สิบสองตำลึงเงินต่อเดือนเชียวนะ พวกเขาได้ส่วนแบ่งเดือนละร้อยตำลึงจะว่ามากก็มากอยู่ หากจ้างหลงจู้ส่วนแบ่งเขาจะลดลงหรือไม่ ย่อมต้องคิดให้ดี “หลงจู้ที่จ้างเคยทำงานในโรงเตี้ยมใหญ่ พี่ใหญ่เจ้าทดสอบความรู้ด้านบัญชีแล้ว เห็นว่าเขาเก่งกาจมาก พวกเราหนึ่งเดื
Read more

บทที่ 38 เดินทางออกจากเมืองหลวง 2/2

ผู้นำเห็นด้วย เพราะชาวบ้านใช้เงินเดือนละหนึ่งตำลึงเป็นอย่างต่ำในการกินใช้ หากเก็บดี ๆ ก็มีใช้ไปหลายปี ระหว่างนี้เขาต้องเรียกประชุมชาวบ้านให้ระมัดระวังการใช้เงินสักหน่อย เดิมชาวบ้านตกใจ แต่ก็ตั้งสติได้จึงรีบไปสมัครทำงานที่ร้านบะหมี่แซ่เจิง เพื่อต้องการเก็บตำลึงให้มาก ยายหนูอันเฟิงช่างแสนดีเหลือเกินไม่เคยงกเงินเลยสักนิด บางวันก็เอาอาหารแปลก ๆ มาทำกินกัน เรียกได้ว่าชาวบ้านกับเจ้าของร้านบะหมี่แซ่เจิง เหมือนจะเลี้ยงอำลากันทุกวัน หวังเฮ่อคุยกับมารดาเรื่องนี้หลายเที่ยว แต่มารดายังไม่ได้ตัดสินใจ แต่เขาอยากไปกับสหายจึงอ้อนวอนอีกครั้ง “ท่านแม่ หากท่านไม่ไปก็อนุญาตให้ข้าไปกับบ้านเจิง ได้หรือไม่ ข้าอยากไปกับสหาย” เสียงของหวังเฮ่อได้ยินไปถึงหน้าประตู ทำให้อันเฟิง ที่เตรียมตัวแล้วเพราะเวลาผ่านมาเนิ่นนานใกล้จะสิ้นปีเต็มที จึงอยากมาปรึกษาป้าหวังสักครั้ง “ป้าหวัง ข้าอยากชักชวนท่านให้ไปกับพวกเรา ท่านคิดว่าอย่างไร” หวังลี่ได้ฟังแล้วในใจหวั่นไหวนัก ช่วงนี้ฝ่าบาทราชกิจเยอะนักมาหานางบ้างไม่มาบ้าง นางก็ไม่ได้น้อยใจอันใด ด้วยรู้เรื่องบางอย่าง
Read more

บทที่ 39 มุ่งหน้าสู่แดนใต้ 1/2

การเดินทางของสามพี่น้องกับหวังเฮ่อเริ่มต้นขึ้น การเดินทางครั้งนี้ไม่มีฮั่วซือซือ เนื่องจากนางไม่อยากออกนอกเมืองหลวง จึงขอกลับไปอาศัยอยู่กับญาติ แต่อันเฟิงไม่วางใจจึงให้เงิน ฮั่วซือซือหนึ่งร้อยตำลึง เพื่อไปซื้อที่ดินสร้างบ้านอยู่ต่างหาก นางเป็นสาวใช้มาหลายปี ไม่แน่ว่าที่บ้านอาจไม่ได้คิดเผื่อนางแล้ว ทั้งยังไม่ต้อนรับสตรีที่ออกจากบ้านไปนาน อันเฟิงคิดว่า ฮั่วซือซือถึงวัยแต่งงานได้แล้ว และอวยพรให้นางพบคนที่ดี เดินทางมาเพียงครึ่งวันรถม้าก็หยุดที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งเสียก่อน เพราะว่าหากฝืนเดินทางต่ออาจจะต้องนอนกลางป่า ที่อากาศเหน็บหนาว ดังนั้นอันเฟิงจึงตัดสินใจพักที่นี่เสียก่อน นอกจากจะเดินทางครั้งนี้มีพี่ล่ายหมิงเฉินมาด้วยกันแล้ว อันเฟิงยังเขียนแผนที่ด้วยตัวเองผ่านการบอกเล่าของพี่ล่ายหมิงเฉิน “พี่ล่าย ต้าฉินปกครองเป็นมณฑล มีอ๋องครองแต่ละมณฑลด้วย เช่นนั้นก็จะประกอบด้วยสามมณฑลหลักใช่หรือไม่” อันเฟิงถามขณะกำลังจรดพู่กันบนแผ่นหนัง “ใช่ มีเหอหยวน เหอเป่ย และเหอหนาน โดยเหอหยวน มีเมืองหลวงเป็นศูนย์กลางขึ้นตรงกับฝ่าบาท และเหอเป่ยเมืองกันชนทางต
Read more

บทที่ 39 มุ่งหน้าสู่แดนใต้ 2/2

หวังเฮ่อยิ้ม เพราะพี่สาวบอกว่าจะไปแดนใต้ เช่นนั้นเขาก็มีโอกาสได้พบเจอกับครอบครัวแล้วสินะ “จริงหรือพี่ล่าย ไม่หลอกข้าใช่ไหม” “จริงสิ” เมื่อได้รับคำยืนยันเจ้าหนูน้อยก็กระโดดโลดเต้นไปรอบ ๆ ห้อง โดยมีสองแฝดร่วมยินดีด้วย “มัวแต่เล่นกันรีบไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกันอีกไกล เก็บแรงเอาไว้เถอะ” “อื้อ” น้องชายทั้งสามพยักหน้าแล้วแยกตัวไปพัก โรงเตี้ยมนี้ดีที่มีห้องใหญ่แบ่งห้องนอนเป็นสองห้อง ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางมา นางและน้องชายฝาแฝดนอนด้วยกัน หวังเฮ่อนอนกับพี่ล่ายจึงลงตัวนัก เช้าตื่นขึ้นมาอันเฟิงลงไปยืมครัวเพื่อทำอาหารให้กับทุกคน หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จทุกคนจึงมานั่งกินอาหารพร้อมหน้า อันเฟิงแบ่งอาหารให้เสี่ยวเอ้อร์ด้วยหนึ่งชุด มีทั้งซาลาเปา ไข่ต้ม แกงจืดเต้าหู้ ทุกคนจะมีไข่คนละฟองในถ้วยข้าว เพราะไข่กินแล้ว อิ่มนาน แกงจืดเต้าหู้ก็ทำให้สบายท้อง มีซาลาเปาไส้เนื้ออีกคนละลูก แน่นอนว่าแต่ละคนอิ่มหนำนัก “พี่ใหญ่ท่านทำอาหารเก่งกาจนัก” “กินเยอะ ๆ เราต้องเดินทางอีกไกล” วันนี้จะหยุดพั
Read more

บทที่ 40 ช่วยคนก่อน 1/2

“ก็ใช่” อันหลางพูดแล้วก็เอานิ้วชี้จิ้มหากัน จากนั้นก็มองดูพี่ใหญ่ที่ยิบบางสิ่งออกจากหีบสำหรับการถอนพิษ อันเฟิงเรียกยาถอนพิษออกมา แต่ทว่ามันก็ได้แค่พิษทั่วไปเท่านั้น คงต้องหาหมอที่ถอนพิษในยุคนี้ได้ถึงจะรักษาเขาให้ปลอดภัย “พี่ล่ายข้าคิดว่าบรรเทาได้ชั่วขณะ รีบพาเขาไปหาหมอเถอะ” อันเฟิงหยิบโสมสกัดให้เขาดื่มชั่วครู่ เพื่อบำรุงกำลังของเขาเอาไว้ก่อน “ย๊าจ์!!!” ล่ายหมิงเฉินชักม้าให้เดินไป ด้านหน้ามีหมู่บ้านจิวลู่อยู่ใกล้ ๆ เขาได้ยินตอนที่อยู่โรงเตี๊ยมว่ามีหมอเทวดามาอาศัยอยู่ มีความสามารถรักษาโรคได้เก่งกาจนัก แต่จะเลือกรักษาเฉพาะคนที่อยากรักษาเท่านั้น ผ่านไปเพียงสองเค่อ ก็เห็นป้ายหมู่บ้านเก่า ๆ มองลึกเข้าไปเป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่นัก ชาวบ้านเลี้ยงชีพด้วยทำการเกษตรเลี้ยงสัตว์ ยามนี้เพิ่งบ่ายคล้อยจึงไม่ค่อยเห็นคนพลุกพล่านนัก จนทำให้ล่ายหมิงเฉินต้องลงจากรถม้า เพื่อไปสอบถามคนที่อยู่ ด้านใน “มีใครอยู่หรือไม่” เสียงของล่ายหมิงเฉินทำให้สตรีวัยกลางคนนางหนึ่งเดินออกมา แต่เมื่อเห็นเป็นบุรุษรูปหล่อนางจึงส่งยิ้มเอียงอายให้เล็กน้อย ก่อนจะถาม “ว
Read more

บทที่ 40 ช่วยคนก่อน 2/2

อันหลางตาเบิกกว้าง ตาเฒ่าผู้นี้ขูดเลือดขูดเนื้อจริง ๆ แต่เอาเถอะ เขาจะถือว่าทำบุญก็แล้วกัน หลังจากผู้เฒ่าตรวจอาการพบว่าเป็นพิษกู่จากนอกด่าน “เขาถูกพิษกู่” ใบหน้าของหมอเทวดาเริ่มเคร่งเครียดเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าจะถอนไม่ได้แต่ว่าต้องใช้พิษถอนพิษกันเอง “มีวิธีรักษาหรือไม่” “มีแต่ต้องใช้พิษถอนพิษ ต้องหาคนที่มีกู่” อันเฟิงได้ฟังแล้วรู้สึกยากขึ้นมาจริง ๆ ดังนั้นนางถามหาความเป็นไปได้อื่นมีหรือไม่ “หากไม่มีกู่เล่า มีทางใดบ้าง” “พอมีแต่สมุนไพรหายาก โสมคนต้องใช้โสมร้อยปีสามหัว หลินจือแดงหนึ่งดอก ระหว่างหากู่มาล้างพิษกับหาโสมกับหลินจือมาทำยา ข้าคิดว่าอย่างแรกน่าจะเป็นไปได้กว่า” อันเฟิงขบคิดหากเป็นสมุนไพรนางเรียกได้ไม่จำกัด เช่นนั้นก็... เด็กสาววัยแรกแย้มวิ่งไปบนรถม้าของตัวเอง ที่พี่ล่ายหมิง-เฉินปลดม้าออก แล้วพาม้าไปกินหญ้าทำทีเปิดในหีบสมบัติแล้วหยิบสิ่งที่ต้องใช้ออกมา นางตั้งใจหยิบโสมออกมาเกินหนึ่งต้น รู้ว่าหมอย่อมชอบหากได้สมุนไพรที่หายากมาอยู่กับตัว “ได้แล้วท่านหมอเทวดา” อันเฟิงยื่นสมุนไพรให้ก
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status