All Chapters of เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน: Chapter 11 - Chapter 20

59 Chapters

7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

7เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่งลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อนเซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบวันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน“พี่หญิง...พี่หญิง!”เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหาเซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไ
Read more

8.1 ผูกวาสนารัก

8.1ผูกวาสนารักสายลมยามบ่ายพัดแผ่วพาเอากลิ่นหอมของดอกเหมยจากสวนอารามลอยคลุ้ง เซี่ยหรูเยียนเดินเคียงองค์หญิงสามอยู่บนทางเดินหินขัดที่ทอดยาวเลียบสระบัวกลางอาราม แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านไม้ไผ่ลงมาแต้มผิวผ่องขององค์หญิงให้ยิ่งดูสูงศักดิ์ดั่งเทพธิดาทว่าภายใต้ความงามนั้นยังคงมีความอ่อนเยาว์และความอยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มเปี่ยม“ที่นี่ช่างเงียบสงบนัก” องค์หญิงตรัสด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางก้าวช้าๆ มือเรียวถือร่มบังแดดไว้ด้วย“บางคราข้าก็อยากจะมาอยู่ที่นี่นาน ๆ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับวังหลวงและพิธีการทั้งหลาย”หรูเยียนแสร้งยิ้มอย่างอบอุ่น“เพคะ ที่นี่อากาศดีเหลือเกิน เสียงน้ำจากสระบัวก็นุ่มหูนัก หากได้อยู่เงียบๆ เช่นนี้ทุกวันก็คงจะวิเศษยิ่ง หากองค์หญิงทรงเวลาเวลาก็เสด็จมาบ่อยๆ ได้เพคะ”องค์หญิงหัวเราะเบา ๆ “ดีๆ ข้าจะต้องมาแน่นอน เจ้าเองก็ต้องมาเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าด้วยล่ะ ถ้าข้ามีเวลามาน่ะ”คำพูดนั้นทำให้หรูเยียนรู้สึกยิ้มในใจทุกถ้อยคำของนางในยามนี้ ล้วนผ่านการวางแผนและเลือกสรรมาอย่างระมัดระวังทั้งสิ้น เนื่องจากต้องการซื้อใจองค์หญิงสามให้ได้โดยเร็วเมื่อทั้งสองเดินมาถึงริมสระบัวที่ขอบมีหินขาวปูล้อ
Read more

8.2 ผูกวาสนารัก

8.2ผูกวาสนารักทว่าท่าทีขององค์หญิงกลับเก็บกดได้ง่าย เมื่อมีคนเข้ามาสอบถามอาการจำนวนมาก หรูเยียนจึงเลือกยืนอยู่เคียงข้างในตำแหน่งสามารถพูดคุยกันอย่างเป็นการส่วนตัวได้“เป็นอย่างไรบ้างเพคะ รู้สึกหายตกใจแล้วหรือยัง” หรูเยียนเอ่ยถามด้วยความเอาใจใส่องค์หญิงมองนางด้วยแววตาที่ยังคงอ่อนโยน“ข้าไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจมากนะหรูเยียน”หรูเยียนยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม แกล้งกะพริบตาอย่างอ่อนเดียงสาและพูดแบบจงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน“คุณชายคนเมื่อครู่ดูสง่าผ่าเผยเหมาะสมที่จะปกป้ององค์หญิงยิ่งนัก เมื่อครู่หม่อมฉันมองจากท่าทีที่เขาช่วยพระองค์ขึ้นมาจากน้ำแล้วก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้เห็นคู่วาสนาที่เหมาะสมกันอย่างไรอย่างนั้นเลยเพคะ”ดวงหน้าขององค์หญิงสามเปลี่ยนเป็นแดงเล็กน้อยอย่างไม่ทันคาดคิด หัวใจนางเต้นเร็วขึ้นกว่าเก่าเพียงแค่ได้จินตนาการภาพชายหนุ่มในท่าทีเข้มแข็งยามประคองตนเองขึ้นมาจากสายน้ำ“คู่วาสนาอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทวนคำ พลางเอียงใบหน้าเล็กน้อย ดวงตาทอดมองไปยังทางออกของอารามที่ชายผู้นั้นได้จากไป เหมือนพยายามบันทึกภาพไว้ในความทรงจำหรูเยียนจึงค่อยๆ พูดต่อ หวังให้ถ้อยนั้นฝ
Read more

9 พระราชทานรางวัล

9พระราชทานรางวัลสายลมอ่อนพัดผ่านชายผ้าม่านภายในเรือนกลางของสกุลหลี่ กลิ่นชาดอกเหมยลอยคลุ้งอยู่ทั่วให้บรรยากาศที่สงบและอบอุ่นนางจางซื่อ มารดาของหลี่เจี้ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ พลางยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาของนางสะท้อนความปลื้มปิติออกมาอย่างเห็นได้ชัด“เจี้ยนเอ๋อร์ คราวนี้เจ้าคงได้สร้างชื่อให้ตระกูลเราจริงๆ องค์หญิงสามพระราชทานกระบี่ที่ตีจากฝีของของช่างหลวงให้ด้วยตนเอง นับว่าเป็นเกียรติยศที่หายากยิ่งนัก”หลี่เจี้ยนประคองถ้วยชาที่เย็นลงครึ่งหนึ่งไว้ในมือ เขายกยิ้มบางตามมารดา แต่แววตากลับไม่ได้เปล่งประกายยินดีอย่างที่ควรจะเป็นกระบี่ที่ตั้งอยู่บนขาตั้งไม้หอมตรงหน้าเปล่งแสงสะท้อนอ่อนๆ จากแสงตะวันยามบ่าย ลายแกะสลักบนด้ามช่างงดงามสมกับเป็นของจากในวังหลวง แต่สำหรับเขาแล้วน้ำหนักของมันกลับไม่ต่างจากหินก้อนใหญ่ที่ถ่วงหัวใจให้จมลงเรื่อยๆเพราะภาพที่ยังฝังอยู่ในห้วงความคิด มิใช่พระพักตร์ขององค์หญิงผู้ประทานของรางวัลแก่เขา แต่เป็นสตรีนางหนึ่งในชุดขาว ที่ตกลงไปในสระพร้อมกับองค์หญิงในวันนั้นต่างหากเขาหลับตาลงชั่วครู่ ภาพวันนั้นค่อยๆ กลับมาชัดเจนในห้วงความทรงจำวันนั้นคือวันทำบุญใหญ่ที่อารามกวง
Read more

10 พระเสาวนีย์จากฮองเฮา

10พระเสาวนีย์จากฮองเฮาลมยามค่ำพัดกรูเข้ามาในเรือนสกุลเซี่ย เสียงกระดิ่งเงินตรงชายหลังคาดังเป็นจังหวะ แต่กลับไม่สามารถกลบเสียงของหญิงสาวที่กำลังโยนแจกันเคลือบลายทองลงพื้นจนแตกกระจายได้เลย“นังนั่น! นังลูกอนุชั้นต่ำ! กล้าดียังไงถึงได้คำชมจากองค์หญิง ทั้งที่เป็นเพียงคนที่ไม่มีใครต้องการ”เซี่ยเหมยหรงยืนหอบหายใจ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงโทสะ ดวงหน้าอันเคยงามหมดจดแดงก่ำด้วยความขุ่นเคืองจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม รอยแดงจางๆ ที่แก้มซ้ายซึ่งยังไม่ทันหายดีคือรอยฝ่ามือขององค์หญิงสาม จ้าวอวี้หง และมันคือเครื่องหมายของความอัปยศที่นางไม่อาจลืมได้“องค์หญิงตบข้าต่อหน้าผู้คนมากมาย เพราะมัน...เพราะนังหรูเยียนคนนั้นแท้ๆ” เสียงนางสั่นสะท้านปนเจ็บใจนางกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงขบกราม ดวงตาคมเต็มไปด้วยแววชิงชังจนแทบแผดเผาได้ ทั้งที่ตนเป็นบุตรีโดยชอบธรรมของภรรยาเอก แต่กลับถูกคนทั้งอารามมองเหมือนเป็นผู้ร้าย ทั้งหมดเพราะนางคนนั้นเพียงพูดจาเสแสร้งต่อองค์หญิงไม่กี่คำ“คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้นางไม่มีวันเงยหน้าขึ้นได้อีก”แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเดือดดาล มารดาของนาง เซี่ยจวงจวง ผู้เป็นภรรยาเอกของแ
Read more

11 ดวงใจของเซี่ยเหมยหรง

11ดวงใจของเซี่ยเหมยหรงสายลมยามเย็นพัดผ่านสวนดอกไม้ในจวนสกุลหลี่ กลิ่นหอมเย็นของกลีบดอกปลิวเข้ามาในห้องหนังสือที่ชายหนุ่มกำลังนั่งเขียนลายพู่กันลงบนกระดาษขาวเสียงขูดของหมึกกับกระดาษดังสม่ำเสมอ ทว่าในใจกลับว่างเปล่าดั่งสระน้ำไร้คลื่นหลี่เจี้ยนวางพู่กันลงเมื่อสาวใช้ของจวนก้าวเข้ามารายงานบางอย่าง“คุณชายเจ้าคะมีบ่าวจากจวนแม่ทัพเซี่ยมาขอพบท่านเจ้าค่ะ บอกว่ามีจดหมายฝากถึงมือโดยเฉพาะ”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย นามของสกุลเซี่ยทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลายในใจ ทั้งความคุ้นเคยและความวุ่นวายปนเปกันจนแยกไม่ออก“ให้เข้ามา”หญิงสาวในชุดผ้าไหมสีหม่นก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม ก่อนยื่นซองจดหมายไปให้“คุณหนูของข้าให้นำสิ่งนี้มามอบแก่ท่านเจ้าค่ะ”หลี่เจี้ยนรับมา มองตราประทับเล็กๆ ที่มุมซองก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากผู้ใด“เจ้ากลับไปได้” เขาเอ่ยเรียบๆเมื่อประตูปิดลง ความเงียบในห้องกลับหนาหนักขึ้น เขาค่อยๆ แกะตราออก กลิ่นหอมบางของน้ำมันดอกไม้ลอยแตะจมูกพรุ่งนี้ยามจื่อ หอเจิดจรัส เหมยหรงจะรอท่านตัวอักษรคัดด้วยมือหญิงสาว งดงามแต่กลับมีรอยกดแรงตรงคำว่า ‘รอท่าน’ ราวกับมีความคาดหวังหรือความร้อนรนที่เกินข่มไว้ได้หลี่เจี้ย
Read more

12 ความห่วงใยจากสหาย

12ความห่วงใยจากสหาย           เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินดังก้องขึ้นในลานของจวนสกุลจ้าว ยามบ่ายคล้อย พระอาทิตย์สาดแสงทาบบนอาภรณ์สีกรมท่าขององค์ชายรองจ้าวอี้หลัน ผู้เพิ่งกลับจากการไปมำธุระที่ต่างเมือง           องค์ชายตวัดกายลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม ก่อนจะเดินผ่านเข้าสู่โถงด้านใน ยังไม่ทันให้คนในจวนมารายงานความเรียบร้อยต่างๆ เขาก็เอ่ยถามถึงใครบางคนด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันที          “รายงานเรื่องของหรูเยียนมาเดี๋ยวนี้”          คนสนิทที่คอยต้อนรับอยู่ถึงกับสะดุ้ง พลางรายงานอย่างลนลาน           “คุณหนูหรูเยียนยังพักอยู่ที่อารามกวงอันขอรับ นางสบายดี”          คิ้วเข้มของจ้าวอี้หลันขมวดมุนพลางถามด้วยเสียงเฉียบขาด&n
Read more

13.1 เข้าเฝ้าฮองเฮา

13.1เข้าเฝ้าฮองเฮาแสงสนธยาละมุนย้อมทั่วลานหลวงชั้นใน หรูเยียนยืนรออยู่ในโถงรับรองของตำหนักในอาภรณ์สีอ่อนที่นางเลือกอย่างระมัดระวัง ไม่หรูหราจนเกินงาม แต่เรียบละเมียดพอจะให้ผู้มองรู้ว่าตนเองให้เกียรติสถานที่แห่งนี้“ฮองเฮาเสด็จแล้ว” เสียงขันทีอาวุโสประกาศขึ้นหรูเยียนคุกเข่าลงทันที มือเรียวประสานอยู่เบื้องหน้า พลางก้มศีรษะต่ำ ดวงตาโค้งงามสงบเยือกเย็นร่างสูงในฉลองพระองค์ไหมสีทองอ่อนเคลื่อนผ่านม่านแพร กลิ่นหอมอ่อนของกลีบบัวแทรกผ่านมาเบาๆ พระพักตร์ของฮองเฮาสงบและอ่อนโยน แต่ดวงเนตรคมคายกลับจับจ้องทุกสิ่งได้ถนัดถนี่“ขอบใจที่มานะ” พระสุรเสียงของฮองเฮาเรียบแต่เปี่ยมอำนาจ “วันนี้เราอยู่กันตามลำพัง เจ้าไม่ต้องมากพิธีหรอก”หรูเยียนค้อมลงต่ำ “หม่อมฉันถวายบังคมฮองเฮา ขอทรงพระเจริญพันปีพันพันปี”“ลุกขึ้นเถิด” พระนางตรัสอย่างอ่อนโยนเมื่อยืนขึ้น ดวงตาของหรูเยียนก็สบกับรอยยิ้มละไมบนพระพักตร์นั้น ยิ้มที่ทั้งอบอุ่นและมีบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ในพระเนตร เหมือนแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านม่านหมอก ยากจะคาดเดาได้ว่าร้อนแรงเพียงใด“หลายวันก่อนข้าได้ยินเรื่องของเจ้าแล้ว” ฮองเฮาตรัสช้าๆ “ว่าเจ้าพยายามลงไปช่วยองค์หญ
Read more

13.2 เข้าเฝ้าฮองเฮา

13.2เข้าเฝ้าฮองเฮาหลังออกจากตำหนักหลวง หรูเยียนเดินผ่านอุทยานที่ประดับด้วยพุ่มเหมยสีขาวสะอาด นางก้าวเดินอย่างสงบผ่านลานหิน เสียงกระทบรองเท้าเบาๆ คล้ายจังหวะดนตรีที่เป็นระเบียบเมื่อเดินออกมาจากเขตตำหนักหลวงได้ไม่ไกล เสียงเรียกอ่อนหวานก็ดังขึ้นจากด้านข้าง“คุณหนูเซี่ยเจ้าคะ”หรูเยียนหันไปเห็นหญิงสาวในอาภรณ์สีชมพูอ่อน มีปิ่นหยกเสียบผมไว้อย่างเรียบง่าย ค้อมกายให้หนึ่งครั้งก่อนเอ่ยต่อ“บ่าวเป็นนางกำนัลในตำหนักขององค์หญิงสาม เจ้าค่ะ องค์หญิงทรงมีรับสั่งว่าหากคุณหนูออกจากตำหนักฮองเฮาแล้ว ให้แวะไปพบที่ตำหนักอวิ๋นหลิวด้วยเจ้าค่ะ”“องค์หญิงมีรับสั่งเช่นนั้นหรือ” หรูเยียนถามด้วยเสียงเรียบแต่แฝงความนอบน้อม“องค์หญิงอยากพบกับคุณหนูเซี่ยเป็นการส่วนตัวเจ้าค่ะ”หรูเยียนพยักหน้าช้าๆ “ถ้าเช่นนั้นฝากนำทางทีเถิด”นางกำนัลผายมือเชื้อเชิญ แล้วทั้งคู่ก็เดินลัดผ่านลานดอกเหมยมุ่งสู่ตำหนักอวิ๋นหลิว ตำหนักที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของวังหลัง รายล้อมด้วยสระบัวและต้นหลิวโอนอ่อนรับลมเมื่อเข้าไปถึงหน้าตำหนัก แสงโคมกระดาษสีอำพันก็ส่องระเรื่ออยู่ทั่วบริเวณ กลิ่นชาอบดอกเหมยลอยอ้อยอิ่ง“เชิญคุณหนูด้านในเจ้าค่ะ”ม
Read more

14 คำขอ

 14 คำขอ   แสงอาทิตย์ยามสายส่องลอดผ่านไม้ใหญ่ในลานกว้างของอาราม นกร้องเจื้อยแจ้ว ดอกเหมยสีอ่อนร่วงลงตามแรงลม หรูเยียนนั่งอยู่ใต้ต้นเหมย นางแต่งกายเรียบง่ายในอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีอ่อน ปอยผมบางส่วนหลุดจากปิ่น สายลมพัดพาให้เส้นผมนั้นไหวระริก แตะข้างแก้มขาวละเอียด ทุกเช้าหลังเสร็จจากการช่วยงานในอาราม นางจะมานั่งตรงนี้เพื่อฟังเสียงระฆังจากหอสูง เป็นกิจวัตรเรียบง่ายหลังจากที่ถูกส่งมาพำนักในอาราม เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและคิดอะไรลำพัง ทว่าวันนี้กลับมีเงาร่างสายหนึ่งปรากฏอยู่เหนือกำแพงด้านหลังอย่างลับๆ ล่อๆ เสียงตุบดังเบาๆ ตามมาด้วยเสียงเรียกที่คุ้นเคยจนหรูเยียนต้องเงยหน้าขึ้นมอง “ท่านยังชอบปีนกำแพงเข้ามาที่นี่ไม่เปลี่ยนเลยนะเพคะ” ชายหนุ่มผู้แต่งกายด้วยชุดผ้าแพรสีกรมท่า หยุดยืนอยู่ตรงหน้า
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status