All Chapters of หอบลูกหนีสามีทรราช: Chapter 61 - Chapter 70

70 Chapters

บทที่ 61 เพื่อนบ้าน

ฮวาจื่อชิงจากไปครั้งนี้ไร้ซึ่งร่องรอยให้ติดตาม หากนางไม่บอกกับเขาเอาไว้ว่านางจะไปเมืองเย่คนของเซี่ยเหวินหลางก็คงจะตามหานางไม่เจอ ยามที่คนของเขาส่งข่าวมาว่าพบนางที่เมืองเย่แล้วเขาจึงได้คลายความกังวลลง และส่งคนไปคอยอารักขานางมากยิ่งขึ้น แล้วหลังจากนั้นจึงได้ลงมือสะสางคนที่เป็นเสี้ยนหนามต่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ของหลี่คังอ๋องอย่างเด็ดขาดและไม่มีการผ่อนปรนอีกครั้งทางด้านฮวาจื่อชิงเมื่อนางเดินทางมาถึงเมืองเย่แล้วสิ่งแรกที่นางทำก็คือซื้อที่ดินเพิ่มลงมือขยายเรือนและสร้างเรือนเพิ่มอีกสองหลัง จีเฟิงไฉซื้อบ้านและที่ดินที่อยู่ติดกันที่ดินของนางปลูกสวนสมุนไพรเอาไว้จนเต็มพื้นที่ ทำให้แม้แต่ฉีเสี่ยวเสวียนที่ติดตามมาด้วยยังอดเอ่ยปากชื่นชมไม่ได้“ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่เดือนสร้างสวนสมุนไพรขนาดใหญ่เพียงคนเดียวได้เช่นนี้ท่านหมอจีนับว่ามีฝีมือมากทีเดียว” คำพูดของฉีเสี่ยวเสวียนทำให้จีเฟิงไฉยิ้มออกมาในทันที“ข้ามีกำลังพอที่จะปลูกสมุนไพรเหล่านี้เพียงคนเดียวได้ที่ไหน ต้องยกความดีให้ป้าชุนและคนในหมู่บ้านเป็นเพราะพวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันมาช่วยปลูกสมุนไพรเหล่านี้ให้ข้า สวนสมุนไพรของข้าจึงเป็นรูปเป็นร่างได้เช่นน
Read more

บทที่ 62 ท่านหญิงฉางผิง

ช่วงนี้เซี่ยเหวินหลางมักจะลงมือเก็บกวาดราชสำนักอย่างโหดเหี้ยมและดุดันมากเป็นพิเศษ ผู้อื่นอาจจะไม่รู้สาเหตุแต่หลี่คังฮ่องเต้ที่มีราชเลขาธิการเป็นคุณชายใหญ่จวนสกุลฮวาย่อมจะรู้สาเหตุดี “ฮูหยินของเขาหนีไปอีกแล้ว” นี่คือประโยคบอกเล่าที่ฮวาจื่อฉีเอ่ยออกมาหลังจากสะสางพรรคพวกและผู้สนับสนุนที่เหลืออยู่ของสกุลกู้และกำจัดคนของลี่อ๋องที่แฝงตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเหวินหลางก็ขอราชโองการแต่งตั้งฮวาจื่อมู่เป็นผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หลวงคนใหม่ ทำให้ฮวาจื่อมู่ต้องรีบเร่งเดินทางกลับมาเพื่อรับตำแหน่ง ส่วนตัวเขาก็นำทัพสกุลเซี่ยที่เหลือไปเสริมทัพของบิดาโอบล้อมโจมตีลี่อ๋องอย่างดุเดือดความเหี้ยมโหดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ลี่อ๋องเป็นฝ่ายขอยอมแพ้ ลี่อ๋องยินยอมสละชีวิตเพื่อแลกกับความปลอดภัยของครอบครัว อีกทั้งยังยินดีจะยกบุตรสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของแคว้นอวิ๋นให้แก่เซี่ยเหวินหลาง ยามที่ทูตทหารมาส่งสารขอยอมแพ้ท่านหญิงฉางผิงได้ติดตามมาด้วยเพื่อยื่นข้อเสนอขอใช้ตนเองแลกกับการที่เซี่ยเหวินหลางไม่ยกทัพบุกเมืองผิงโจวซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักทัพสกุลฉางของลี่อ๋อง“หากท่านอัครมหาเสนาบดียินดีที่จะรับข้
Read more

บทที่ 63 ต้าเป่าและเสี่ยวเป่า

ทัพสกุลเซี่ยบุกเข้าโจมตีเมืองผิงโจวหลังจากส่งทูตที่มาขอเจรจาสงบศึกกลับไปได้ไม่นาน กองทัพสกุลฉางถูกเข่นฆ่าจนล้มตายเป็นจำนวนมาก ประชาชนเมืองผิงโจวถูกจับและถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยสงครามทั้งหมด ส่วนลี่อ๋องและครอบครัวถูกเซี่ยเหวินหลางและเซี่ยจ้งหวายฆ่าตายจนหมดไม่มีเหลือ“ตามล่าหาฉางผิงให้เจอแล้วหิ้วหัวนางมาให้ข้า หากข้าไม่ได้เห็นศีรษะของนางข้าจะลงมือเด็ดศีรษะของพวกเจ้าแทน” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าอึมครึมเมื่อรู้ว่าสุดท้ายสตรีที่กล้าพูดจาล่วงเกินฮวาจื่อชิงสามารถหนีไปได้“ไม่ต้องไปเด็ดศีรษะพวกเขาหรอก ข้าบังเอิญพบเจอนางกำลังหลบหนีอยู่พอดีจึงจับตัวมาให้ท่านอัครมหาเสนาบดี” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางโยนร่างของท่านหญิงฉางผิงที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยเชือกเส้นโตลงไปบนพื้น นางหันมาถลึงตาใส่เขาในทันทีเมื่อตนเองถูกเขาโยนร่างลงบนพื้นราวกับรองเท้าเก่าขาดคู่หนึ่ง นางตั้งใจว่าอ้าปากด่าเขาสักคำเพื่อให้หายแค้นแต่ปากของนางกลับส่งเสียงออกมาไม่ได้ทำให้นางยิ่งรู้สึกตื่นตระหนกมากยิ่งขึ้น“ก็แค่ยาที่ทำให้เจ้าเป็นใบ้ชั่วคราว เจ้าไม่ต้องกังวลอีกประเดี๋ยวก็ตายแล้วไม่มีความจำเป็นที่คนปากเน่าเช่นเจ้าจะต้องมีปากมีเสียงดังเช่
Read more

บทที่ 64 เหอเจาและจี้อวิ๋นหนาน

ซนจนรื้อหลังคากระเบื้องได้ไม่ไกลเกินความเป็นจริงสำหรับฮวาจื่อชิง ในขณะที่นางกำลังยืนใจคอไม่ดีอยู่มู่หลีและมู่เหยาก็ช่วยกันนำตัวของต้าเป่าและเสี่ยวเป่าออกมาจากหลังคาชั้นหนึ่งของร้านเหอเซียงได้แล้ว“เด็กดื้อด้าน! หากพวกเขาตกจากหลังคาลงมาก็คงจะกลายเป็นความผิดของข้าสินะ ฮวาจื่อชิงจนถึงยามนี้เจ้าก็ยังชอบหาเรื่องข้าเช่นเดิม พวกเจ้าสกุลฮวาไม่เพียงทำให้สกุลเหอของข้าไม่อาจจะรับราชการได้ยามนี้ยังตั้งใจจะทำให้พวกข้าทั้งสกุลต้องตายเพียงเพราะทำให้ลูกๆ ของเจ้ามาได้รับบาดเจ็บที่ร้านเครื่องหอมของข้าเช่นนั้นหรือ” คำพูดของเหอเจาทำให้ฮวาจื่อชิงทอดถอนใจออกมา“ข้าหาได้มีความคิดซับซ้อนถึงเพียงนั้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่รู้ว่าร้านเครื่องหอมแห่งนี้เป็นของเจ้า” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เหอเจาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“ดังนั้นยามนี้เมื่อรู้แล้วต่อไปก็พยายามอย่ามาสร้างความวุ่นวายที่ร้านเครื่องหอมของข้าอีก ข้าร้านนี้เป็นร้านสาขาที่สองของข้า ข้าไม่อาจจะปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดได้” เมื่อเหอเจาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็เอ่ยวาจาขออภัยอีกครั้ง“ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย” ฮวาจื่อชิงเอ่ยขออภัยออกมาด้วยความจริงใจ
Read more

บทที่ 65 โชคดี

ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน
Read more

บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร
Read more

บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

“ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ
Read more

ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา
Read more

ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา
Read more

ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status