Semua Bab หอบลูกหนีสามีทรราช: Bab 11 - Bab 20

70 Bab

บทที่ 11 พิธีมงคล

งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง
Baca selengkapnya

บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย
Baca selengkapnya

บทที่ 13 นางจิ้งจอก

ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ
Baca selengkapnya

บทที่ 14 หนีออกจากจวน

“ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี
Baca selengkapnya

บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา
Baca selengkapnya

บทที่ 16 โทสะของฮวาจื่อเฉิง

ในขณะที่ฮวาจื่อชิงกำลังขึ้นเรือขนสินค้าเพื่อเดินทางไปทางทิศใต้ของแคว้น ทางจวนสกุลเซี่ยก็กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายเมื่อเซี่ยเหวินหลางพบว่าภรรยาที่พึ่งจะแต่งของเขาหายตัวไปจากจวนอย่างไร้ร่องรอย“ฮวาจื่อชิง หากข้าตามตัวเจ้าพบเมื่อไหร่รับรองได้เลยว่าข้าจะต้องจัดการเจ้าแน่” เสียงของเซี่ยเหวินหลางดังลั่นเรือนในมือของเขาถือจดหมายฉบับหนึ่งเนื้อความในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า‘ถึงท่านพี่ที่เคารพข้าเห็นท่านทำตัวลับๆ ล่อๆ จึงได้ลักลอบติดตามท่านไป เรือนหลังนั้นข้ารู้มาว่าเป็นเรือนของพี่ชายคนรองของท่าน เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะไปที่เรือนหลังนั้นเพื่อรำลึกถึงพี่ชายของท่าน ข้าจึงได้ตั้งใจว่าจะเข้าไปปลอบใจท่าน ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นสามีภรรยากันข้าย่อมจะต้องไปแสดงน้ำใจของตนเองให้ท่านเห็น แต่เพราะข้าเห็นว่ามีคนเฝ้ายามอยู่ข้าเกรงว่าพวกเขาจะห้ามปรามข้าไม่ให้ข้าไปพบท่าน ข้าก็เลยใช้เข็มยาสลบของพี่รองของข้า คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันจะได้เข้าไปในเรือนข้าก็เห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ในห้องด้านข้าง ข้าจึงได้เดินไปดูว่านางคือผู้ใด แล้วสุดท้ายก็ได้ยินสิ่งที่นางและท่านพูดคุยกันข้ารู้ว่าท่านโกรธแค้นข้ากับเรื่องที่ข้าเคยทำกับท่าน แต่
Baca selengkapnya

บทที่ 17 ฉีเสี่ยวเสวียน

ดินแดนทางใต้มีอากาศที่อบอุ่นกว่าในเมืองหลวง แม้ว่าจะรู้สึกใจหายอยู่บ้างที่ต้องจากคนในครอบครัวมาโดยไม่ได้บอกลา แต่ฮวาจื่อชิงก็หาได้รู้สึกเศร้าใจอย่างที่นางเคยคิดเอาไว้เพราะทิวทัศน์อันงดงามตลอดสองฟากฝั่งแม่น้ำทำให้นางเพลิดเพลินจนลืมความวุ่นวายในเมืองหลวงไปเลยเมื่อเรือจอดเทียบท่าของท่าเรือเมืองกวงหลิง ฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ลงจากเรือด้วยความตื่นเต้นดีใจ หลายวันที่ต้องนั่งอยู่แต่ในเรือทำให้พวกนางโหยหาการเดินเล่นบนผืนดินเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งแรกที่ฮวาจื่อชิงทำเมื่อออกจากท่าเรือก็คือเดินเล่นรอบๆ เมืองกวงหลิงแห่งนี้ นางไม่ได้แค่เดินเล่นเพียงอย่างเดียวแต่ยังเดินสำรวจว่าผู้คนในเมืองแห่งนี้แตกต่างจากผู้คนในเมืองหลวงอย่างไรทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างมองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น สำหรับฮวาจื่อชิงแล้วนางทำได้แค่เพียงเคยอ่านบันทึกการเดินทางที่บรรดาบัณฑิตเขียนบันทึกเอาไว้เพียงเท่านั้นเพราะนางแทบจะไม่มีโอกาสได้ย่างเท้าออกจากเมืองหลวงเลยถ้าหากไม่ได้ติดตามญาติผู้พี่ทั้งสามไปล่าสัตว์ แน่นอนว่าสิ่งที่นางเห็นย่อมจะแตกต่างจากสิ่งที่พวกบัณฑิตบันทึกเอาไว้
Baca selengkapnya

บทที่ 18 หม้ายสามีตาย

ทางด้านเซี่ยเหวินหลางเขาถึงขั้นละทิ้งราชกิจที่คั่งค้างออกมาตามหาฮวาจื่อชิงด้วยตนเองมาตลอดทั้งคืน เขากำลังยืนฟังผลการแกะรอยจากเซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด“นี่เจ้ากำลังจะบอกกับข้าว่านอกจากจะมุดรูสุนัขหนีออกจากจวนแล้ว นางยังปลอมตัวเป็นขอทานสกปรกขนสิ่งปฏิกูลออกไปทิ้งนอกเมืองเช่นนั้นหรือ” คำถามของเขาทำให้ทั้งเซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงต่างก็พยักหน้ารับ เซี่ยเหวินหลางจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วยืนมองลำธารด้วยสายตาอันว่างเปล่า‘นางไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันกับข้าจนต้องทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ’ เซี่ยเหวินหลางได้แต่คิดเช่นนี้อยู่ในใจ สายตาของเขาจ้องมองลำธารตรงหน้าด้วยสายตาอันว่างเปล่า ร่องรอยของนางหายไปในบริเวณนี้ ทั้งเซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงล้วนเป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านการแกะรอยเพื่อติดตามหาคนแต่ยามนี้คนทั้งสองกลับพากันส่ายหน้าและบอกกับเขาว่าพวกเขาสิ้นไร้หนทางแล้ว“ไม่ว่าอย่างไรพวกเจ้าก็จะต้องตามหานางจนพบให้ได้ แล้วพวกเจ้าช่วยกันหาวิธีเก็บเรื่องที่นางหนีไปให้เป็นความลับด้วย ข้าไม่อยากให้ผู้คนต่างพากันพูดถึงนางไปในทางที่เสียหาย” เมื่อเซี่ยเหวินหลางเอ่ยเช่นนี้คนของเขาก็ขานตอบร
Baca selengkapnya

บทที่ 19 ล้มป่วย

มีสตรีรูปร่างหน้าตาดี กิริยามารยาทงดงาม แถมยังมีภูมิหลังอันน่าสงสารมาขอความช่วยเหลือ ทุกคนในหมู่ต่างก็พากันเห็นอกเห็นใจนางมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านให้นางอย่างมีน้ำใจ นอกจากนี้พวกเขายังช่วยกันตัดแต่งต้นไม้ปรับผืนดินโดยรอบเพื่อให้นางสามารถทำแปลงเพาะปลูกในพื้นที่บริเวณบ้านได้ด้านหลังของบ้านมีลำธารอันใสสะอาดไหลผ่าน ชาวบ้านบอกกับนางว่านางสามารถไปตักน้ำในลำธารมาใช้ได้อย่างสบายใจ ส่วนน้ำสำหรับกินดื่มก็ไม่ต้องกังวลบ้านหลังนี้มีบ่อน้ำเก่าอยู่บ่อหนึ่งพวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันทำความสะอาดบ่อน้ำให้นางโดยที่นางไม่ได้ร้องขอเพื่อให้นางมีน้ำไว้ดื่มกินและสำรองเอาไว้ใช้ในยามที่น้ำในลำธารแห้งขอดในฤดูแล้งหรือว่ากลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว น้ำใจที่ได้รับมานางย่อมจะต้องตอบแทน เพียงแต่นางไม่กล้าตอบแทนด้วยเงินทองจึงตอบแทนได้แค่เพียงการทำอาหารเลี้ยงพวกเขาในทุกวันที่พวกเขามาช่วยทำงานมู่หลีมีความสามารถในการทำอาหารเป็นอย่างมาก ฮวาจื่อชิงเองก็พึ่งจะรู้ในยามนี้ ไม่เพียงทำอาหารเก่งแต่ยังหาวัตถุดิบมาทำอาหารได้เก่งมากอีกด้วย มู่หลีหายเข้าไปในป่าได้ไม่นานก็หอบเห็ดป่าและผักป่าที่สามารถกินได้มาเป็นจำนวนมาก ส่วนมู่เหยาเองก็ไม่ยอมน
Baca selengkapnya

บทที่ 20 ตั้งครรภ์

สองพี่น้องสกุลมู่ปรึกษากันทางสายตาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้หันมาจ้องมองฮวาจื่อชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ สายตาของพวกนางทำให้ฮวาจื่อชิงเม้มปากแน่นอย่างรอคอยคำตอบในทันที“ท่านหมอบอกว่ายามนี้ท่านตั้งครรภ์แล้วเจ้าค่ะ” คำพูดของมู่เหยาทำให้ฮวาจื่อชิงนิ่งงันไปในทันที มู่หลีที่ยืนอยู่ทางด้านข้างของมู่เหยาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปลอบโยน“ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ พวกข้าจะคอยช่วยกันดูแลท่านและคุณหนูที่กำลังจะถือกำเนิดเองเจ้าค่ะ” เมื่อมู่หลีเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงที่นิ่งงันไปด้วยความคาดไม่ถึงจึงได้ยิ้มออกมา“ข้าไม่ได้กังวล ก็แค่รู้สึกคาดไม่ถึงเพียงเท่านั้น เรื่องการมีลูกคือเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของข้า แต่ในเมื่อกำลังจะมีแล้วข้าก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด อย่างที่พวกเจ้าบอกยามนี้ข้ามีพวกเจ้าคอยดูแลอยู่ข้างกายแล้วข้าจะกังวลไปทำไม” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้มู่เหยาและมู่หลียิ้มออกมาในทันที“ข้ากับอาหลีเคยเลี้ยงดูน้องๆ ที่เกิดจากมารดาเลี้ยงมาก่อน ย่อมจะสามารถช่วยท่านดูแลคุณหนูที่กำลังจะเกิดมาได้แน่ ข้าสอบถามท่านหมอมาแล้วอาการไม่สบายของท่านในช่วงนี้คืออาการของคนแพ้ท้องอีกไม่นานก็คงจะหา
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status