เขายิ้ม “ได้”จากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากสวนและพบเข้ากับฉู่เซียงที่ยืนรออยู่ กระทั่งสามคนเดินออกมายังลานจัดเลี้ยง งานเลี้ยงที่มีแขกมากมาย สำคัญที่สุดคือมีคนที่ใกล้ชิด คนรู้ใจ คนที่ตระกูลฉู่มองเป็น...คนในครอบครัวมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายก็มีรถม้าจากตระกูลเซิงมารับจวินหรั่นหนิงไปดูอาการของเซิงฮูหยิน ลือกันว่านางป่วยหนักจนไม่อาจลงจากเตียงได้หลายวันแล้ว ใต้เท้าเซิงเชิญหมอหลวงมาดูอาการหลายครั้ง หลังได้รับพระกรุณาจากฮ่องเต้ ทว่าอาการของเซิงฮูหยินก็ยังน่าห่วงอยู่ดีขากลับบ่ายคล้อยแล้วเซิงเหยียนบุตรชายของใต้เท้าเซิงออกมาส่งหญิงสาวด้วยตัวเอง ทั้งสองพูดคุยยิ้มแย้มท่าทางคล้ายสนิทสนมกันมากบุรุษหล่อเหลา หญิงสาวโฉมสะคราญ มองอย่างไรก็ดูเหมาะสมกันยิ่งนัก ดังนั้นข่าวลือจึงค่อยๆ เริ่มต้นจากจุดนี้ปีหน้าเซิงเหยียนจะเข้าสอบจอหงวน ใต้เท้าเซิงตั้งความหวังกับบุตรชายมากก็จริง ทว่าเขากลับไม่แสดงท่าทีใดเรื่องบุตรชายไปมาหาสู่กับตระกูลจวินตรงกันข้ามทุกครั้งที่ต้องตามหมอมารักษาเซิงฮูหยิน ใต้เท้าเซิงก็มักจะให้บุตรชายนำรถม้าออกไปรับด้วยตัวเอง แสดงว่าไม่ได้รังเกียจจวินหรั่นหนิงที่เป็นเพียงหมอผู้หนึ่ง ยิ่งกระพ
Read more