Semua Bab สายลับไซด์ไลน์ของคุณตำรวจสายเปย์: Bab 101 - Bab 110

130 Bab

บทที่ 101

ไม่เพียงแต่ประโยคคำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนฟัง แววตาและสีหน้าที่บ่งบอกถึงความสงสัย ไร้ความสนิทและผูกพันฉายชัดของหญิงสาว ทำเอาใจของเจียงซือหยางแทบจะขาด“เสี่ยวซี! ทำไม...” เจียงซือหยางร้องออกมา ก่อนที่จะโผตัวเข้าไปกอด ทว่าร่างเพรียวบางที่เพิ่งฟื้นขึ้นมานั้น กลับขยับตัวหนีห่าง จนแทบชิดขอบเตียงพร้อมกับยกมือขวางไว้ แววตากลมโตบ่งบอกถึงความตกใจและหวาดระแวง“เอ่อ... คุณเป็นใครคะ? เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง? แล้ว... ที่นี่ที่ไหนกัน?”เจียงซือหยางที่ยังไม่ทันได้นอน กอปรกับความเสียใจที่ถาโถมเข้ามาทำเอาหน้าถอดสี “เสี่ยวซี... นี่พี่เองไง พี่หยางของหนูไง! อย่ามาล้อเล่นแบบนี้สิ หัวใจพี่จะวายแล้วนะ!”เขาพยายามจะเอื้อมมือไปกุมมือเธอ ทว่าฟ่านลั่วซีกลับสะบัดหนีอย่างแรงราวกับเจอของร้อน “อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะคุณ! ฉันไม่รู้จักคุณ! ฉันจำได้แค่ว่าฉัน... ฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว และคนคนนั้นไม่ใช่คุณอย่างแน่นอน!”พี่ชายและพี่สะใภ้ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง แม้ว่าจะตกใจไม่แพ้กัน แต่เมื่อเห็นท่าทางของฟ่านลั่วซีที่ตื่นกลัวแล้ว ก็จำต้
Baca selengkapnya

บทที่ 102

หน้าประตูห้องพักฟื้น บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ผสมกับความขบขันอย่างน่าประหลาด ทีมแพทย์และพยาบาลกรูเข้าไปด้านใน เพื่อตรวจเช็กอาการของฟ่านลั่วซีอย่างละเอียดอีกครั้งทิ้งให้เหล่าสมาชิกตระกูลเจียงยืนเกาะกลุ่มกันอยู่หน้าประตู เจียงซือหยางยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้าหล่อเหลาหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาพ่นลมหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความขุ่นเคืองใจไม่นานนัก หัวหน้าทีมแพทย์ก็เดินออกมาด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะรายงาน “เอ่อ... เรียนคุณชาย คุณหนูทุกท่านครับ ดูเหมือนว่าความกระทบกระเทือนที่ท้ายทอยจะส่งผลต่อระบบความจำส่วนปลาย ทำให้คนไข้เกิดสภาวะความจำสับสนชั่วคราวครับ”“จากการสอบถาม เธอจำชื่อตัวเองได้ จำเรื่องราวบางส่วนได้ แต่เหมือนความทรงจำทั้งหมดจะหยุดอยู่ที่ประมาณสองเดือนก่อนครับ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ เธอจะจำไม่ได้เลยครับ”แล้วไหนหมอบอกว่าสแกนแล้วไม่มีอะไรน่าห่วงไงวะ!เจียงซือหยางแผดเสียงด่าหมออยู่ในใจจนหน้าร้อนผ่าว เขาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน “แล้วต้องรักษายังไง? ต้องผ่าตัดสมอง
Baca selengkapnya

บทที่ 103

บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นเริ่มจะกลายเป็นคณะตลกเข้าไปทุกที เมื่อพี่ชายที่เหลืออีกสามคนของตระกูลเจียงอย่าง เจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ และเจียงอันหมิง พากันเดินเรียงแถวเข้ามาสมทบเจียงอวี้เฉิงจึงรีบทำหน้าที่พี่ใหญ่ด้วยการแนะนำตัวน้องชายทีละคนให้คนป่วยบนเตียงได้รู้จัก“เสี่ยวซี... ส่วนนี่ก็น้องชายของพี่อีกสามคนนะ เจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ แล้วก็เจียงอันหมิง...”ฟ่านลั่วซีที่นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียงพยักหน้ารับรู้อย่างมีมารยาท เธอส่งยิ้มอ่อนหวานให้พี่ชายทั้งสามเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบหันขวับกลับไปคว้าแขนเสื้อของเจียงอวี้เฉิงแล้วเอนศีรษะซบไหล่อย่างออดอ้อนทันที“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... แต่พี่เฉิงคะ หนูว่าพี่พาพวกเขาไปนั่งเล่นที่ห้องรับแขกก่อนดีไหมคะ หนูอยากอยู่กับพี่แค่สองคนจังเลย พี่ไม่รู้หรอกว่าตอนหนูสลบไปหนูฝันถึงพี่มากแค่ไหน”“อุ๊บ!” เสียงหลุดขำของพี่ชายทั้งสามดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พวกเขาพากันเดินเลี่ยงมานั่งล้อมวงที่โซฟามุมห้อง ก่อนจะหันไปขยิบหูขยิบตาใส่เจียงซือหยางที่ยืนกำมือจนหมัดสั่นอยู่ปลายเตียง
Baca selengkapnya

บทที่ 104

ทันทีที่ทีมแพทย์แจ้งผลการตรวจอย่างเป็นทางการว่าอาการโดยรวมของฟ่านลั่วซี มีการตอบสนองที่น่าพึงพอใจจนไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าสังเกตอาการภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลเจียงอันกั๋วอีกต่อไปเจียงซือหยางก็ไม่รอช้าที่จะทำหน้าที่สารถีและคนรับใช้กิตติมศักดิ์ เขาจัดการเก็บเสื้อผ้าข้าวของยัดใส่กระเป๋าเดินทางรุ่นพรีเมียมอย่างกระฉับกระเฉง ทั้งของตัวเขาเอง ของพี่ชายคนโต พี่สะใภ้ และที่สำคัญที่สุดคือของแฟนสาวตัวจริงที่ลืมเขาไปเรียบร้อยทว่าการตรากตรำจัดกระเป๋าพะรุงพะรังนั้น ยังไม่ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยทางกายได้เท่ากับความหน่ายใจที่ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจผ่านกระจกมองหลังของรถยนต์ตลอดการเดินทางเจียงอวี้เฉิง พี่ชายคนโตที่รับบทบาทเป็นแฟนหนุ่มนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีฟ่านลั่วซีเกาะเกี่ยวแขนแกร่งไว้แน่นหนา เธอโถมตัวเข้าหาเขาไม่ยอมห่างราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงเสี้ยววินาที ชายคนรักจะอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้งในขณะที่เบาะหน้าข้างคนขับนั้นคือ ชิงซูเหยา พี่สะใภ้ผู้รื่นเริง เธอไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนหรือขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย กลับนั่งทอดอารมณ์อย่างสุนทรีย์พลางหยิบลิปสติกขึ้นมาแต่งแต้
Baca selengkapnya

บทที่ 105

ทันทีที่บานประตูห้องหมายเลขสามศูนย์ห้าปิดสนิทลง ความเงียบสงัดภายในห้องพักก็ดูคุ้นตาฟ่านลั่วซีอย่างประหลาด ราวกับเธอเคยอยู่ที่นี่มาก่อนเธอค่อย ๆ ทอดน่องก้าวเดินไปตามผืนพรม ทุกสัมผัสใต้ฝ่าเท้านั้นช่างคุ้นชินเสียจนน่าประหลาดใจ ปลายนิ้วเรียวสวยค่อย ๆ ลากผ่านพนักพิงเก้าอี้ไม้แกะสลักและขอบโต๊ะไม้ที่ยังคงแวววาวจากการทำความสะอาดและดูแลรักษาอย่างดีบรรยากาศรอบกายเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน ทุกตำแหน่งที่ตั้งของแจกันหรือแม้แต่ทิศทางของแสงที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาช่างดูประจวบเหมาะทุกอย่างดูคุ้นเคยและคุ้นชินจนเธอไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้...เธอเคยอยู่ที่นี่เหรอ? แต่ในความทรงจำของเธอ เธอไม่เคยมาที่ชิงสุ่ยเลยนะ...แต่ทว่า ในท่ามกลางความคุ้นชินที่รู้สึกนั้น กลับมีความรู้สึกสายหนึ่งไหลพล่านขึ้นมาในอก มันเป็นความอบอุ่นที่ปนเปไปกับความวาบหวามลึกลับที่เธอไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ภาพหลอนบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในมโนสำนึกอย่างพร่าเลือนราวกับม้วนฟิล์มหนังเก่า ๆ ที่ถูกนำมาฉายซ้ำ เธอเริ่มมองเห็นเงาร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่วนเวียนอยู่ภายในห้องนี้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย
Baca selengkapnya

บทที่ 106

ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบของเมืองชิงสุ่ย พื้นที่บนดาดฟ้ากว้างขวางของเรือนริมน้ำตระกูลหลินกลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานสังสรรค์ขนาดเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายสอของหม่าล่าปิ้งย่าง สูตรเด็ดเผ็ดร้อนประจำท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เจียงซือหยาง ในคราบแฟนหนุ่มสายเปย์ จัดการสั่งการให้คนสนิทตระเตรียมวัตถุดิบเลิศรสทุกอย่างที่เขาและฟ่านลั่วซีเคยได้นั่งล้อมวงปิ้งกินด้วยกันในวันวานอย่างครบถ้วน ด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยมทั้งเนื้อแกะส่วนที่นุ่มที่สุดเสียบไม้โรยด้วยผงเครื่องเทศรสจัดจ้าน ผักกาดขาวหวานฉ่ำที่ชโลมด้วยซอสสูตรลับ และลูกชิ้นปลาเนื้อเด้งดึ๋งสู้ฟัน เจียงซือหยางถึงกับสลัดคราบคุณชายหมื่นล้านทิ้งไป มายืนหยัดอยู่หน้าเตาถ่านที่กำลังคุโชน ก้มหน้าก้มตาพัดวีเปลวไฟและพลิกไม้ปิ้งย่างกลับไปกลับมาด้วยความชำนาญท่วงท่าของเขานั้นช่างดูคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติราวกับทำมาแล้วนับพันครั้ง จนชิงซูเหยาที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ ถึงกับต้องหันไปกระซิบกระซาบพลางหัวเราะคิกคักกับสามีว่าน้องชายคนเล็กของเขานั้นดูท่าจะมีความพรสวรรค์และเหมาะกับอาชีพพ่อค้าปิ้งย่างริมทางมากกว่าการเป็นตำรวจ
Baca selengkapnya

บทที่ 107

สิ้นประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นการชวนคุยธรรมดา ทว่าแฝงไปด้วยนัยสำคัญนั้น ทุกสายตาบนโต๊ะอาหารจับจ้องไปที่ฟ่านลั่วซีเป็นที่เดียวกันสายตาคมกริบของเจียงซือหยางจ้องเขม็งไปยังดวงตากลมโตคู่สวยของฟ่านลั่วซีแบบไม่กะพริบตา เพื่อสังเกตอากัปกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะเป็นม่านตาที่ขยายออกเพียงเล็กน้อย จังหวะการหายใจที่อาจจะสะดุดไปเพียงนิด หรือแม้แต่การเกร็งตัวของปลายนิ้วที่กำลังถือไม้ปิ้งย่างแม้แต่ ชิงซูเหยา พี่สะใภ้คนสวยเองก็ยังค่อย ๆ ลดแก้วเครื่องดื่มในมือลงอย่างแผ่วเบา เพื่อรอดูผลลัพธ์ของคำตอบนี้ด้วยเช่นกันฟ่านลั่วซีชะงักค้างไปจริง ๆ เธอหยุดนิ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเหมือนคนกำลังพยายามขุดค้นข้อมูลในคลังแสงสมองที่บัดนี้ดูเหมือนจะว่างเปล่าขาวโพลนความเงียบที่กินเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น สำหรับเจียงซือหยางแล้ว มันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี แต่แล้วหญิงสาวตรงหน้ากลับเอียงคอทำหน้าซื่อตาใสดุจเด็กน้อยไร้เดียงสาพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างขบขันระคนงุนงง“องค์กรเป่ยเหรอคะ? อืม... หนูไม่คุ้นหูเลยค่ะ พี่เฉิง ชื่อฟังดูทางการและโบราณพิกล เหมือนพวกสมาคมผู้เลี้ย
Baca selengkapnya

บทที่ 108

เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือเมืองชิงสุ่ยเผยให้เห็นแสงแดดอ่อนละมุนที่ทอประกายสดใสพาดผ่านหลังคากระเบื้องดินเผาของเรือนโบราณรถหรูของเจียงซือหยางเคลื่อนตัวมาหยุดสนิทลงที่หน้าร้านหมื่นบุปผา ซึ่งเป็นร้านเช่าชุดฮั่นฟู่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในย่านนี้ ตั้งอยู่ใจกลางบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวโบราณเจียงซือหยาง ผู้ซึ่งวางแผนการทุกอย่างล่วงหน้ามาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและรัดกุมยิ่งกว่าแผนถล่มเป่ย ได้ตัดสินใจใช้เงินเหมาร้านแห่งนี้ไว้ตลอดทั้งวัน เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดโดยเขาได้กำชับกับจ้าวเหม่ย เจ้าของร้านและเหล่าพนักงานทุกคนด้วยสีหน้าที่จริงจังว่าตอนนี้ ฟ่านลั่วซี กำลังประสบสภาวะความจำสับสนชั่วคราว ดังนั้น เขาจึงขอความร่วมมือให้ทุกคนทำตัวเป็นปกติที่สุดเหมือนว่าเธอเป็นลูกค้าคนหนึ่งปล่อยให้เธอได้เลือกเฟ้นชุด แต่งแต้มใบหน้า และออกแบบทรงผมด้วยตัวเองอย่างอิสระตามความคิดและสัญชาตญาณของตัวเองได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เธอได้กระตุ้นความทรงจำของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ให้ใครเข้าไปกดดัน หรือพยายามตีสนิทอย่างกะทันหันและรุนแรงจนเกินไป เพราะเกรงว่าฟ่านลั่วซีจะเกิดอาก
Baca selengkapnya

บทที่ 109

ผลลัพธ์จากการตัดสินใจพาฟ่านลั่วซีกลับมาที่เมืองชิงสุ่ยแห่งนี้ ดูเหมือนจะสัมฤทธิผลอย่างงดงามและเกินความคาดหมายไปไกลลิบ เพราะทั้งนิสัยใจคอและท่าทางของเธอนั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเมื่อเทียบกับอาการที่เธอเคยแสดงออกมาในช่วงที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเจียงอันกั๋วในเมืองหลวง ที่นั่นเธอดูออเซาะฉอเลาะ เกาะติดแจอยู่กับเจียงอวี้เฉิง ไม่ยอมเปิดใจ เอาใครหน้าไหนทั้งนั้น เรียกหาแต่พี่เฉิงวนเวียนไปมาอยู่เพียงคนเดียวจนน่าปวดหัวทว่าที่เมืองชิงสุ่ย ฟ่านลั่วซีกลับดูผ่อนคลาย สดใส และกลับมาเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอเริ่มรู้จักที่จะออกห่างจากเจียงอวี้เฉิงบ้าง หันมาสร้างความสนิทสนมกลมเกลียว เรียกพี่ซูเหยาและพี่ซือหยางอย่างร่าเริงอีกทั้งยังแอบแสดงท่าทางแก่นเซี้ยวแสนซนปนความเจ้าเล่ห์นิด ๆ ตามแบบฉบับที่เจียงซือหยางคุ้นเคยออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ จนหัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและบอบช้ำของชายหนุ่มกลับมาพองโตและเต้นโครมครามด้วยความหวังอันเรืองรองอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เมื่อวานทั้งสี่คนพากันไปแปลงโฉมด้วยชุดฮั่นฟู่ แล้วออกตะลอนตระเวนถ่ายรูปตามจุดเช็กอินท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเ
Baca selengkapnya

บทที่ 110

“คือแบบนี้นะ เสี่ยวซี... พี่เพิ่งจะเช็กพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุมาเมื่อเช้านี้เอง เขาบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายและท้ายสุดจริง ๆ ที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก แดดจ้ากำลังดี และที่สำคัญที่สุดคือแสงอาทิตย์จะทำมุมตกกระทบกับน้ำตกในองศาที่สวยที่สุดในรอบปี” เจียงซือหยางแถสดหน้าตายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าเชื่อถือระดับสิบ ท่วงท่าการหลอกล่อของเขานั้นเนียนกริบชนิดที่นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานำชายยังต้องขอยอมแพ้“เพราะตั้งแต่วันพรุ่งนี้ จะมีพายุดีเปรสชันลูกใหญ่พัดเข้าถล่มเมืองชิงสุ่ย ฝนจะตกกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนน้ำป่าไหลหลาก จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดทางเข้าน้ำตกยาวเป็นอาทิตย์เลยนะ ถ้าพวกเราไม่รีบฉวยโอกาสไปเก็บภาพในวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสเห็นความงดงามระดับตำนานนั่นอีกเมื่อไหร่กันนะครับ เสี่ยวซี”เจียงซือหยางพล่ามออกมาชนิดน้ำไหลไฟดับ จนเจียงอวี้เฉิงได้แต่เบ้ปากดูแคลน... ไม่รู้ว่าประโยคที่มันพูดมาเมื่อกี้มีความจริงแทรกอยู่ตรงไหนได้บ้าง!?ฟ่านลั่วซีเม้มริมฝีปากบางเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยกำลังสับสนและลังเลใจอย่างหนักหน่วง ระหว่างคว
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
8910111213
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status