Share

11. สกุลชุน (2)

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-05 21:52:28

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกับงานเลี้ยงฉลองทั่วไป เหล่าขุนนางที่อยากเชื่อมสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตก็ใช้โอกาสนี้เข้าหาเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าเฉวียนหย่งเฟิงและเว่ยเมิ่งเหยารับการคารวะไปหลายจอก

“หม่อมฉันขอออกไปสูดอากาศด้านนอกนะเพคะ”

“อย่าได้สร้างเรื่องให้กระทบมาถึงข้าเล่า”

“จิ๊ หม่อมฉันมิใช่ตัวปัญหาเสียหน่อย” พอสุราเข้าปาก ความกล้าก็ดูจะมากขึ้นตาม คนงามถึงขั้นชักสีหน้าใส่สวามี

ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ใดต่อว่านางด้วยถ้อยคำเช่นนี้ กับคนในครอบครัวยิ่งไม่เคยมี แล้วบุรุษตรงหน้าเป็นใครกัน

“นี่เจ้า-”

“พอๆ อยู่ด้านนอกรักษากิริยาบ้าง” ไท่เฟยรู้นิสัยบุตรชายดี หากต่อความยาว เรื่องนี้ไม่มีทางจบ

“เช่นนั้นหม่อมฉันขออนุญาตนะเพคะ” ว่าเพียงเท่านั้นเว่ยเมิ่งเหยาก็ปลีกตัวออกมา โดยมีเหล่านางกำนัลและขันทีติดตามอย่างที่ควรจะเป็น

ร่างบางเดินลัดเลาะออกมาจากโถงงานเลี้ยง ย่างก้าวตามทางที่มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ นึกถึงยามนั้นนางมิเคยได้เฉียดกายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับไม่มีผู้ใดกล้าห้ามนาง เพียงเสี้ยวความคิดที่แล่นเข้ามาในหัว

เว่ยเมิ่งเหยาตัดสินใจหันหลังให้สวนดอกไม้งดงาม จุดหมายปลายทางคือโรงครัวของเรือนสกุลชุน ทันทีที่เดินมาถึงภาพรอยยิ้มของสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดา ฉายทับกับสตรีนางหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดของว่างลงจาน

“ชะ ชินหวังเฟย” เสียงเรียกของหนึ่งในบ่าว เรียกให้คนหันมาสนใจผู้มาใหม่

ในจังหวะที่หันมาสบตา เว่ยเมิ่งเหยาเห็นถึงแววตาตกใจจากมู่เหลียน มารดาในชาติก่อนของนางอย่างชัดเจน กระนั้นกลับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตกใจสิ่งใดกันแน่ แววตาคู่นั้นลึกซึ้งปนสับสนกระทั่งทุกคนในนั้นย่อตัวคำนับให้กับชินหวังเฟย

“ตามสบายเถิด”

“เอ่อ หวังเฟยมาถึงที่นี่ต้องการสิ่งใดหรือเพคะ หม่อมฉันจะให้คนไปจัดหาให้” มู่เหลียนที่ถือว่ามีฐานะสูงกว่าบ่าวคนอื่นๆ เป็นคนเอ่ยปาก

“ข้า อึก ข้าเพียงอยากมาชื่นชม อาหารและของว่างวันนี้รสชาติดียิ่งนัก”

“ขอบพระทัยเพคะ หากหวังเฟยชอบ หม่อมฉันจะจัดใส่ให้อีกเพคะ”

“อืม รบกวนแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาพึมพำว่า พลางลอบมองตามทุกการขยับกายของสตรีตรงหน้า อีกฝ่ายดูมีอายุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังคงความงามไว้หลายส่วนก็ตาม ดวงตาคู่นั้นโศกเศร้า ว่างเปล่า กระทั่งเวลายิ้มก็ไม่ส่งไปถึง

“เช่นนั้นประเดี๋ยวหม่อมฉันจะให้บ่าวนำไปให้เพคะ ในนี้มีแต่กลิ่นควันไฟ จะทำให้อาภรณ์ของหวังเฟยมีแต่กลิ่นเหม็นนะเพคะ”

“อยู่ที่ต้งหนาน ข้าเข้าครัวกับท่านแม่เป็นประจำ ท่านพ่อกับน้องชายชื่นชอบเสียด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าจะได้ทานของอร่อย” เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ทำเอาเหล่าบ่าวไพร่ในโรงครัวยิ้มตาม ในชีวิตของพวกเขาจะมีสักกี่ครั้งที่ได้รับใช้เชื้อพระวงศ์ที่ไร้ซึ่งความหยิ่งทะนงเช่นนี้

“หวังเฟยคงจะเข้าครัวบ่อย”

“เป็นเช่นนั้น พวกเจ้าจัดใส่จานเถิด ข้าจะรอนำกลับไปด้วย”

เมื่อผู้สูงศักดิ์ยืนยันเช่นนั้น มู่เหลียนรวมถึงบ่าวในโรงครัวก็เร่งจัดขนมลงจาน ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ถามขนมก็อยู่ในมือของนางกำนัลแล้ว และนั่นก็คงถึงเวลาที่เมิ่งเหยาจะต้องละสายตาจากสตรีตรงหน้า

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ว่าเพียงเท่านั้นคนงามก็เดินกลับออกมา ภาพความทรงจำมากมายไหลเวียนอยู่ในหัว ก่อนหน้านี้เพราะได้รับการดูแลจากท่านพ่อท่านแม่และครอบครัวเป็นอย่างดี นางเลยอดที่จะเปรียบเทียบกับชาติก่อนมิได้

เคยคิดว่าเหตุใดอดีตมารดาจึงไม่คิดจะปกป้องชุนผิงหลานเลยสักครั้ง เหตุใดจึงไม่ฮึดสู้ ยอมแพ้ให้ใครต่อใครทำร้าย สิ่งเดียวที่มู่เหลียนทำคือทายาให้บุตรสาวยามเจ็บ

“หวังเฟยเพคะ โถงงานเลี้ยงอยู่ทางนั้นนะเพคะ”

“อ่าวหรือ ขอบใจนะมี่มี่ ข้าเลยทางเสียแล้ว” รอยยิ้มเอียงอายเผยออกมาแก้เก้อ ก่อนจะหันหลังกลับ

ทว่าสายตาของนางดันเหลือบไปเห็นบุรุษผู้หนึ่งเดินออกมาจากหลังเรือนอีกฟาก ดูท่าทางรีบร้อน จัดระเบียบเสื้อผ้าอาภรณ์ให้วุ่น ชายผู้นั้นคือสามีของชุนซิ่นเยว่ไม่ผิดแน่

แต่...

“นั่นนางรำเมื่อครู่มิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดออกมาจากที่เดียวกัน-” สองนายบ่าวหันมองหน้ากัน ก่อนตากลมจะเบิกกว้างขึ้น

คงไม่เป็นอย่างที่คิดกระมัง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   59. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (2)

    “นี่ของเสี่ยวจินหรือ ที่แท้เจ้าแมวตัวส้มนั่นก็เป็นคุณชายเล็กสกุลเว่ยนี่เอง” หย่งเฟิงหัวเราะร่ายามหันไปเห็นเบาะนุ่มถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี ทั้งเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ลวดลายที่ปักดูก็รู้ว่าใส่ใจ“แน่สิเพคะ ป่านนี้คงไปเดินเล่นรอบจวนแล้วกระมัง ไม่ได้มาเสียนาน”เฉวียนหย่งเฟิงอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบห้องนอนของภรรยา ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงขั้นใช้ฉากกั้นลายพู่กันของยอดฝีมือ โต๊ะเครื่องประดับก็มีเรียงรายกัน ไหนจะชั้นวางของที่เก็บของในความทรงจำพวกนี้อีก“ท่านพ่อกับท่านแม่มักเก็บของใช้สมัยพวกเรายังเด็กเอาไว้ให้พวกเราดูเพคะ ของเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีอยู่ในห้องของพวกเขา”“หึๆ ข้ากำลังจินตนาการว่าเจ้าใส่ชุดนี้แล้วจะเป็นเช่นไร” เฉวียนหย่งเฟิงหยิบชุดที่เมิ่งเหยาใส่ยามอายุเพียงสองหนาวขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มกริ่ม“มันเก่าแล้วนะเพคะ อย่าจับแรง”“ข้ามิได้ลงแรงเสียหน่อย แล้วอันนี้เล่าคือสิ่งใด”“ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่หม่อมฉันปักเองเพคะ ปักออกมาได้ไม่งามเท่าใด” เมิ่งเหยาไล้มือลงบนเส้นด้ายด้วยความคิดถึงเฉวียนหย่งเฟิงรับรู้มาโดยตลอดว่าเมิ่งเอ๋อร์รักครอบครัวของนางมาก วันนี้จึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง คนที

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   58. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (1)

    เส้นทางเชื่อมระหว่างชายแดนแคว้นต้งหนานและแคว้นเฉวียนถูกปรับปรุงให้สัญจรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีกันระหว่างสองแคว้น ผู้คนขยับขยายการค้าระหว่างแคว้นจนกลายเป็นบ้านพี่เมืองน้องแน่นอนว่าการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของฝ่าบาทและฮองเฮาแคว้นเฉวียนสู่แคว้นต้งหนานเป็นเครื่องยืนยันว่าสองแคว้นผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ยิ่งครานี้มิใช่การมาเยือนในฐานะทูตหรือเหตุผลทางด้านการเมือง เพียงเสด็จมาเยี่ยมบ้านเดิมของฮองเฮา ยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าความผูกพันนี้หยั่งรากลึกถึงจิตใจ มิใช่เพียงฉากหน้าเป็นสัมพันธ์เพียงการทูต“ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นที่ร้าง บัดนี้ทำเป็นแหล่งฝึกอาชีพสำหรับผู้ยากไร้ไปเสียแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาชี้ออกนอกหน้าต่างให้สวามีดู ทั้งที่ประคองโอรสองค์เล็กอยู่บนตัก ส่วนหย่งเฟิงเองก็มีเฉวียนหรานเซ่อนอนซบอยู่กับอกเช่นกัน“เจ้าไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็หกเจ็ดปีได้แล้ว ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนไป แต่แคว้นต้งหนานเจริญรุ่งเรืองเหนือแคว้นของเรามากจริงๆ”“แคว้นเราพึ่งผ่านวิกฤติ ประชาชนยากไร้มานาน ย่อมต้องใช้เวลาเพคะ เห็นเช่นนี้กว่าเสด็จลุงฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทจะช่วยกันสร้า

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   57. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (2)

    “เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ยังไม่ชัดเจนเรียกหาคนมาใหม่ ภายในห้องบรรทมของฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรคงเพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด พอคิดถึงข้อนี้ใจแกร่งก็กระตุก รู้สึกผิดที่ตนมิได้อยู่ในยามที่คนรักลำบากสายตาของเจ้าแผ่นดินกวาดมองทั้งลูกและภรรยา ขาแกร่งเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยวัยสองหนาวที่เล่นอยู่กับเสี่ยวจิน ไปหาเมิ่งเหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย แต่กลับยังส่งยิ้มบางมาให้สวามี“เป็นอย่างไรบ้าง” นัยน์ตาคมเคลื่อนมองสำรวจเมิ่งเหยาและเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มารดา“เป็นโอรสเพคะ”“น่าชัง จมูกเขาเหมือนเจ้า” นิ้วใหญ่ยื่นไปเขี่ยจมูกเล็ก ทำเอาทารกน้อยดิ้นหยุกหยิกเพราะถูกรบกวน สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ชายได้เป็นอย่างดี“เสี่ยวหรานก็ชอบน้องใช่หรือไม่ ต่อไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีนะ แม่เองก็จะบอกให้น้องเป็นน้องชายที่ดีเช่นกัน”“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายตอบรับพลางเอียงแก้มให้มารดาจับ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อยู่นิ่งได้ไม่นานก็ดิ้นจะลงจากอ้อมกอดบิดา เฉวียนหย่งเฟิงจึงปล่อยโอรสลงไปเล่นกับเสี่ยวจิน แน่นอนว่ามีมี่มี่คอยดูอยู่ไม่คลาดสายตา เพราะแม้จะยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เคยทำให้ขันทีกำนัลวิ่งวุ่นไล่จับก

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   56. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (1)

    ผลัดเปลี่ยนผู้ครองแคว้นก็เหมือนได้แผ่นฟ้าใหม่ ภายใต้การปกครองขององค์ฮ่องเต้เฉวียนหย่งเฟิงนานนับสี่ปี ประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางคดโกงถูกจับไปลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างจนไม่มีผู้ใดกล้าการทหารเข้มแข็ง ซ้ำยังผูกสัมพันธ์กับแคว้นต้งหนานแน่นแฟ้น แผ่นดินแคว้นเฉวียนจึงไม่มีผู้ใดกล้ารุกล้ำ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทว่าคนที่ทุกข์ใจที่สุดคงหนีไม่พ้นโอรสสวรรค์ ยามต้องทนฟังพวกขุนนางเฒ่ายื่นฎีกาให้รับสนมเพิ่ม“ท่านจะพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ด้วยเหตุใด ฟังมิเข้าใจหรือ ว่าวังหลังของข้ามีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”“แต่ฝ่าบาท ฮองเฮาเป็นคนแคว้นต้งหนาน ไหนเลยจะเข้าใจราษฎรแคว้นเฉวียนได้ดีเท่าคนแคว้นเฉวียนด้วยกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของใต้เท้าซ่งทำเอาหย่งเฟิงมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที“หากท่านว่าฮองเฮามิเข้าใจคนแคว้นเฉวียน เช่นนั้นข้าวนับพันกระสอบที่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานพระราชทานให้เมืองที่ประสบภัยของแคว้นเราเมื่อสองปีก่อน เป็นฝีมือผู้ใด”“...”“เศรษฐกิจการค้าทางทะเล ผู้ใดเสนอแนวคิดนี้จนทำให้แคว้นของเราลืมตาอ้าปากได้ เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้พวกท่านอยู่แต่ในเมืองหลวงเคยเดินทางออกไปต่างเมืองหรือไม่ เคยเห็นความ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   55. สิ้นสุด (2)

    “ท่านหมอฉีนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มาประกาศต่อหน้าทหารและราษฎร ว่าแท้จริงแล้วผู้ครองบัลลังก์ต้องเป็นอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหราน หาใช่ฝ่าบาทไม่!” สิ้นเสียงรายงานก็เหมือนทุกอย่างจะพังทลายลงตรงหน้าเฉวียนเทียนฉีไม่ต่างกับคนเสียสติ เขาเดินหมากพลาด เขาเห็นแก่ที่ท่านหมอฉีเป็นหมอเทวดารักษาได้ทุกโรคจึงไว้ชีวิต ขังเขาไว้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่คิดว่าท่านหมอผู้นี้จะมีราชโองการในมือ“พวกมันอยู่ไหน นำองครักษ์ไปฆ่าพวกมันให้หมด”“บัดนี้ท่านอ๋องยกทัพทหารมาประชิดประตูวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ เบื้องหลังมีเหล่าราษฎรมาช่วยสนับสนุน ต่างก็สาปแช่งฝ่าบาทว่าเป็นโอรสทรพี”“เฉวียนหย่งเฟิง ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน!” องค์ฮ่องเต้คว้าดาบจากเอวขององครักษ์วิ่งตรงไปที่หน้าประตูวัง ขึ้นไปอยู่บนกำแพงมองดูว่าทุกอย่างเป็นเหมือนที่องครักษ์รายงานหรือไม่และก็ประจักษ์แก่สายตา ว่าทั้งทหารและราษฎรต่างขับไล่เขาลงจากบัลลังก์ เอ่ยว่าคนชั่วเช่นเขาสมควรตายตก“มันเจ้าช่างบังอาจนัก ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่า!!!!”“เฉวียนเทียนฉี เจ้าหยุดก่อกรรม ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายใช้เพียงแค่ชีวิตชั่วช้าของเจ้ามาแลกไม่ได้ วันนี้ข้าจะทวงคืนความย

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   54. สิ้นสุด (1)

    เพล้ง!!! เสียงแจกันลวดลายหรูหราถูกปัดตกจากแท่นวางจนแตกกระจายด้วยน้ำมือของจิ้งรุ่ยซือ มารดาแผ่นดินแคว้นเฉวียน“พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงราชโองการ”“ราชโองการนี้เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ซ้ำยังมีตราประทับชัดเจน จิ้งรุ่ยซือเจ้าเป็นสตรีบาป รับโทษตายย่อมเหมาะสมแล้ว” เสียงสะบัดของขันทีไม่เกรงกลัวฮองเฮาเลยสักนิดเหตุเพราะหลังจากที่ฝ่าบาทได้รับของจากจวนอ๋องหย่งเฟิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ กงกงดูแลตำหนักใหญ่บอกว่าท่านอ๋องส่งข้าวของเสนาบดีชุนมาให้ฝ่าบาท ในนั้นมีภาพเปลือยของฮองเฮาที่หากไม่ได้เห็นกับตา คงวาดมิได้เหมือนถึงเพียงนั้น จุดตำหนิต่างๆ บนเรือนร่างเสนาบดีชั่วนั่นก็วาดลงไปจนหมดไม่ขาดตกคนจากตำหนักฮองเฮาถูกลากไปสอบสวน นางกำนัลร่างกายอ่อนแอหรือจะทนการทรมานได้จึงได้เอ่ยปากออกไปหมดว่าตนพบเห็นสิ่งใด ทุกครั้งที่เสนาบดีชุนมาขอเข้าเฝ้าฮองเฮาพวกนางก็จะถูกไล่ออกมา ซ้ำบางครั้งคราฮองเฮายังลอบออกนอกวังไปบนคนแซ่ชุนผู้นั้นอีกด้วยนางกำนัลอาวุโสที่ติดตามดูแลจิ้งฮองเฮามาถูกทรมานจนสารภาพว่าฮองเฮากับชุนหม่าเคยมีสัมพันธ์กันก่อนที่ฮองเฮาจะถูกเสนอชื่อเข้าวังนั่นยิ่งทำให้ฝ่าบาทคาดเดาได้ในทันทีว่า บ่าวจากจวนอ๋องนั้

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   52. กรรมคืนสนอง (1)

    “หวังเฟยเพคะ นี่ก็เย็นมาแล้วเรารีบกลับกันเถิด ประเดี๋ยวท่านอ๋องกลับมาไม่พบท่านคงเป็นเรื่องแน่” ช่วงนี้มี่มี่กลายเป็นคนของเฉวียนหย่งเฟิงเต็มตัวแล้ว นางสั่งอันใดก็หันไปมองแต่นายท่านตลอดว่าอนุญาตหรือไม่“เจ้ามันคนทรยศ เดี๋ยวนี้ข้าสั่งสิ่งใดก็ไม่ทำตาม”“โถ่ หวังเฟยเพคะ หม่อมฉันกับท่านอ๋องต่างก็เป็นห่วง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   42. ติดกับ (1)

    “หมายความว่าอย่างไร ทะ ท่านอ๋องน่ะหรือจนปัญญา”“ก็ใช่น่ะสิ ฝ่าบาทให้ทหารมาเพียงร้อยนาย จะพอได้อย่างไรเล่า ลองคิดดูเถิดว่าทหารเผ่าหลี่เป้ยมีมากแค่ไหน จะสู้ไหวได้อย่างไร”“ทำเช่นนี้มิใช่ส่งท่านอ๋องมาตายหรือ” เสียงเล่าลือของผู้คนในตลาดเมืองใกล้ชายแดนเริ่มลุกลามไปทั่ว ราษฎรต่างหวาดกลัวภัยที่กำลังคืบคลา

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   39. เยี่ยมเยือน (2)

    “ท่านพ่อ!” ร่างบางพุ่งเข้าไปกอดบิดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่ต่างกันกับองครักษ์เว่ยเฉิงหยวนที่บัดนี้โอบกอดเอาบุตรสาวเข้ามาในอ้อมอก“เมิ่งเอ๋อร์ของพ่อ ดูเถิดว่าพ่อพาใครมาด้วย”“ท่านแม่ ท่านย่าทวด โถ่! เหตุใดจึงพากันมาหมดเช่นนี้เล่าเจ้าคะ ลูกบอกแล้วมิใช่หรือว่าอันตราย” ถึงปากจะบอกเช่นนั้น แต่ใจของนางกล

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   34. สหายเก่า (1)

    “จะไม่ให้ทหารติดตามไปด้วยจริงหรือ” ไท่เฟยถามบุตรชายด้วยความเป็นห่วง เพราะแม้แคว้นต้งหนานจะเป็นแคว้นพันธมิตร แต่อย่างไรก็เป็นคนต่างแคว้น ซ้ำระยะทางกว่าจะถึงค่ายทหารก็มิได้ใกล้ แต่บุตรชายกับสะใภ้เอาเพียงคนสนิทที่ติดตามไปด้วย“คนยิ่งมากก็ยิ่งช้าพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็ตามใจ ดูแลกันให้ดีเล่า” เล่อฟางหัวพ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status