Share

13. แส้ไหมถัก (2)

last update publish date: 2026-03-05 21:52:48

“มอบการแสดงนี้เป็นของขวัญให้ท่านเสนาบดีชุน หวังเหลือเกินว่าท่านจะอายุยืนยาวทันได้เห็นความเป็นไปของสกุลชุน”

สิ้นประโยคอวยพรที่ฟังดูขัดหู มือเรียวยาวก็ตวัดแส้เบาๆ เส้นไหมถักสะบัดโค้งอ่อนช้อย กายงามโอนอ่อนร่ายรำไปตามจังหวะดนตรี ปลายแส้แหวกมวลอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงดัง ให้คนที่เคลิบเคลิ้มไปกับการขยับร่างกายอันแสนเย้ายวนได้ดึงสติกลับมา

จังหวะการร่ายรำมิได้เร่งรีบ ฝีเท้าเบาเคลื่อนหมุนพลางโบกสะบัดแส้หยกเป็นวงคลื่น วาดลวดลายอ่อนโยนในอากาศ ทว่าบางคราวก็ฉับไวปานสายฟ้า

ปัง!!! ปลายแซ่ฟาดลงกลางโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าชุนซิ่นเยว่ จนแตกเป็นสองเสี่ยง

“กรี๊ด!!!!!” เสียงกรีดร้องของสตรีสกุลชุนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นดังขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะชุนซิ่นเยว่ที่บัดนี้โผเข้ากอดสามีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา

ผู้คนในงานเลี้ยงต่างตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะมีแต่นักรบที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนเท่านั้นที่ไม่หวั่นเกรง

เล่อฟางหัวยกยิ้มเล็กน้อย สายตาที่ใช้มองสะใภ้มิได้ติดรำคาญเหมือนในวันแรกๆ ที่พบเจอ แต่จะให้เป็นแววตาที่ชื่นชมยินดีก็คงจะเร็วไป

“ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา ต้องขออภัยฮูหยินฟู่ ข้ามิได้ฝึกร่ายรำมานาน จึงพลาด” เว่ยเมิ่งเหยาคุกเข่าต่อหน้ามารดาแผ่นดิน พลางยกมือทาบอก แสร้งตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ทว่าในใจของนางมิได้มีความรู้สึกนั้นเลยสักนิด อยากจะฟาดแส้เส้นนี้ลงกลางบนใบหน้าของอีกฝ่าย เหมือนกับที่ชุนซิ่นเยว่เคยใช้เล็กกรีดหน้าของนางจนเป็นรอย อยากให้อีกฝ่ายเจ็บเหมือนตอนที่นางถูกบิดาไร้คุณธรรมใช้แส้ฟาด

“ชินหวังเฟยอาจหาญเกินไปแล้ว! ต่อหน้าพระพักตร์ยังกล้าทำร้ายผู้อื่นอีก ลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างเถิดเพคะ” ฮูหยินใหญ่สกุลชุนว่าโพล่งออกมาอย่างตื่นตระหนก ทำเอาผู้คนต่างซุบซิบนินทา บ้างก็เอ่ยสนับสนุนสิ่งที่จ้าวอวี้พูด

เว่ยเมิ่งเหยาที่คุกเข่าอยู่จึงได้แต่ถอนหายใจ นึกตำหนิตนเองที่เมื่อครู่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ ฟาดแซ่ไปที่อดีตน้องสาว

ตากลมเหลือบมองท่าทีของสวามี คิดว่าอย่างไรเสียนางก็เป็นชายาของเขาคงไม่ปล่อยให้นางต้องถูกลงโทษต่อหน้าผู้คนกระมัง ทว่าดูจากท่าทีเฉยเมยของหย่งเฟิงคงยากนัก!

“ขอฮองเฮาประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันมิมีเจตนาทำร้ายใด เพียงแต่...มิได้ฝึกฝนอย่างที่กราบทูลต่อฮองเฮาเพคะ”

“ชินหวังเฟยคงมิได้หมายความว่าเป็นความผิดของฮองเฮาใช่หรือไม่เพคะ จะกล่าวสิ่งใดขอให้เห็นแก่หน้าชินอ๋องบ้างเถิด” คุณหนูชุนหลี่ซางสอดปากเข้ามาพูด จนคนถูกพูดถึงชะงักงัน

“เรื่องของสตรี อย่าได้ดึงข้าเข้าไปเกี่ยว”

“เอาเถิดๆ ลุกขึ้น” จิ้งฮองเฮาโบกมือให้เมิ่งเหยากลับไปนั่ง ขณะที่สีหน้ายังซีดเผือด เสนาบดีชุนจึงรีบคลี่คลายสถานการณ์

“ขอบพระทัยชินหวังเฟยสำหรับของขวัญ เด็กๆ ให้นางรำมาแสดงต่อเถิด”

เว่ยเมิ่งเหยาขยับกายลุกขึ้น พลางม้วนเก็บแส้ถักคู่ใจอย่างคล่องแคล่ว พฤติกรรมเหล่านั้นล้วนตกอยู่ในสายตาของเฉวียนหย่งเฟิงทั้งหมด

“หงอู่ เจ้าว่าแส้ไหมถัก จะทำให้โต๊ะไม้แตกเป็นสองเสี่ยงเช่นนั้นได้หรือไม่”

“ยากพ่ะย่ะค่ะ แต่หากมีพละกำลังมาก ก็สามารถทำได้” คำตอบของหงอู่ยิ่งทำให้หย่งเฟิงมิอาจละสายตาจากชายาได้ ร่างบอบบางแทบปลิวไปกับลมเดินเข้ามานั่งเคียงข้างเขา มองอย่างไรหย่งเฟิงก็ไม่เชื่อว่าข้อมือเล็กๆ นั่นจะมีพละกำลังมากถึงเพียงนั้น

โต๊ะไม้สกุลชุน คงเก่ามากแล้วกระมัง

ด้านเมิ่งเหยามิได้สนใจสายตาของสวามี นึกหงุดหงิดอยู่บ้างที่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วยนาง ซ้ำยังเอ่ยปัดว่าไม่ใช่เรื่องของบุรุษ คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย ถึงกระนั้นสุดท้ายก็ทำได้เพียงนั่งจิบชา ทานของว่าง พลางหันไปมองท่าทีของชุนซิ่นเยว่ที่บัดนี้ยังสั่นไม่หาย

คุณหนูเว่ยได้แต่ขอโทษท่านแม่ในใจที่มิอาจทำตามคำสอนได้ บัดนี้นางกำลังดีใจบนความทุกข์ของผู้อื่น ยิ่งเห็นมือสั่นของซิ่นเยว่กำอาภรณ์ไว้แน่น ริมฝีปากเล็กก็แทบหุบยิ้มไม่ลง

บ่าวไพร่เร่งเข้ามาเปลี่ยนโต๊ะไม้ที่ถูกฟาดหัก ทว่าความหวาดกลัวของสตรีวัยกลางคนก็ยังคงหลงเหลืออยู่ นั่นทำให้ยามที่สาวใช้เข้ามารินน้ำชาให้ แล้ววางกาชากระทบโต๊ะเสียงดัง ชุนซิ่นเยว่จึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทำเอาสาวใช้นางนั้นทรุดกายคุกเข่าหมอบกราบกับพื้น

“...” เว่ยเมิ่งเหยามองเหตุการณ์เงียบๆ สาวใช้นางนั้นไม่ได้ถูกลงโทษ เพียงถูกไล่ออกจากงานไปเท่านั้น เสี้ยวความคิดของเมิ่งเหยาอดคิดไม่ได้ว่าอดีตน้องสาวอาจจะเปลี่ยนไปแล้ว เพราะหากเป็นเมื่อก่อน สาวใช้ผู้นี้คงโดนตบหน้ากลางงานไปเสียแล้ว

ชุนซิ่นเยว่...นางกลับตัวกลับใจจริงๆ หรือ ไม่แน่ว่าการตายของชุนผิงหลานอาจทำให้อีกฝ่ายสำนึกได้

ทว่าความคิดของเว่ยเมิ่งเหยากลับผิดมหันต์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   59. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (2)

    “นี่ของเสี่ยวจินหรือ ที่แท้เจ้าแมวตัวส้มนั่นก็เป็นคุณชายเล็กสกุลเว่ยนี่เอง” หย่งเฟิงหัวเราะร่ายามหันไปเห็นเบาะนุ่มถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี ทั้งเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ลวดลายที่ปักดูก็รู้ว่าใส่ใจ“แน่สิเพคะ ป่านนี้คงไปเดินเล่นรอบจวนแล้วกระมัง ไม่ได้มาเสียนาน”เฉวียนหย่งเฟิงอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบห้องนอนของภรรยา ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงขั้นใช้ฉากกั้นลายพู่กันของยอดฝีมือ โต๊ะเครื่องประดับก็มีเรียงรายกัน ไหนจะชั้นวางของที่เก็บของในความทรงจำพวกนี้อีก“ท่านพ่อกับท่านแม่มักเก็บของใช้สมัยพวกเรายังเด็กเอาไว้ให้พวกเราดูเพคะ ของเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีอยู่ในห้องของพวกเขา”“หึๆ ข้ากำลังจินตนาการว่าเจ้าใส่ชุดนี้แล้วจะเป็นเช่นไร” เฉวียนหย่งเฟิงหยิบชุดที่เมิ่งเหยาใส่ยามอายุเพียงสองหนาวขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มกริ่ม“มันเก่าแล้วนะเพคะ อย่าจับแรง”“ข้ามิได้ลงแรงเสียหน่อย แล้วอันนี้เล่าคือสิ่งใด”“ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่หม่อมฉันปักเองเพคะ ปักออกมาได้ไม่งามเท่าใด” เมิ่งเหยาไล้มือลงบนเส้นด้ายด้วยความคิดถึงเฉวียนหย่งเฟิงรับรู้มาโดยตลอดว่าเมิ่งเอ๋อร์รักครอบครัวของนางมาก วันนี้จึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง คนที

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   58. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (1)

    เส้นทางเชื่อมระหว่างชายแดนแคว้นต้งหนานและแคว้นเฉวียนถูกปรับปรุงให้สัญจรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีกันระหว่างสองแคว้น ผู้คนขยับขยายการค้าระหว่างแคว้นจนกลายเป็นบ้านพี่เมืองน้องแน่นอนว่าการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของฝ่าบาทและฮองเฮาแคว้นเฉวียนสู่แคว้นต้งหนานเป็นเครื่องยืนยันว่าสองแคว้นผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ยิ่งครานี้มิใช่การมาเยือนในฐานะทูตหรือเหตุผลทางด้านการเมือง เพียงเสด็จมาเยี่ยมบ้านเดิมของฮองเฮา ยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าความผูกพันนี้หยั่งรากลึกถึงจิตใจ มิใช่เพียงฉากหน้าเป็นสัมพันธ์เพียงการทูต“ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นที่ร้าง บัดนี้ทำเป็นแหล่งฝึกอาชีพสำหรับผู้ยากไร้ไปเสียแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาชี้ออกนอกหน้าต่างให้สวามีดู ทั้งที่ประคองโอรสองค์เล็กอยู่บนตัก ส่วนหย่งเฟิงเองก็มีเฉวียนหรานเซ่อนอนซบอยู่กับอกเช่นกัน“เจ้าไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็หกเจ็ดปีได้แล้ว ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนไป แต่แคว้นต้งหนานเจริญรุ่งเรืองเหนือแคว้นของเรามากจริงๆ”“แคว้นเราพึ่งผ่านวิกฤติ ประชาชนยากไร้มานาน ย่อมต้องใช้เวลาเพคะ เห็นเช่นนี้กว่าเสด็จลุงฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทจะช่วยกันสร้า

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   57. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (2)

    “เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ยังไม่ชัดเจนเรียกหาคนมาใหม่ ภายในห้องบรรทมของฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรคงเพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด พอคิดถึงข้อนี้ใจแกร่งก็กระตุก รู้สึกผิดที่ตนมิได้อยู่ในยามที่คนรักลำบากสายตาของเจ้าแผ่นดินกวาดมองทั้งลูกและภรรยา ขาแกร่งเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยวัยสองหนาวที่เล่นอยู่กับเสี่ยวจิน ไปหาเมิ่งเหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย แต่กลับยังส่งยิ้มบางมาให้สวามี“เป็นอย่างไรบ้าง” นัยน์ตาคมเคลื่อนมองสำรวจเมิ่งเหยาและเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มารดา“เป็นโอรสเพคะ”“น่าชัง จมูกเขาเหมือนเจ้า” นิ้วใหญ่ยื่นไปเขี่ยจมูกเล็ก ทำเอาทารกน้อยดิ้นหยุกหยิกเพราะถูกรบกวน สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ชายได้เป็นอย่างดี“เสี่ยวหรานก็ชอบน้องใช่หรือไม่ ต่อไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีนะ แม่เองก็จะบอกให้น้องเป็นน้องชายที่ดีเช่นกัน”“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายตอบรับพลางเอียงแก้มให้มารดาจับ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อยู่นิ่งได้ไม่นานก็ดิ้นจะลงจากอ้อมกอดบิดา เฉวียนหย่งเฟิงจึงปล่อยโอรสลงไปเล่นกับเสี่ยวจิน แน่นอนว่ามีมี่มี่คอยดูอยู่ไม่คลาดสายตา เพราะแม้จะยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เคยทำให้ขันทีกำนัลวิ่งวุ่นไล่จับก

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   56. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (1)

    ผลัดเปลี่ยนผู้ครองแคว้นก็เหมือนได้แผ่นฟ้าใหม่ ภายใต้การปกครองขององค์ฮ่องเต้เฉวียนหย่งเฟิงนานนับสี่ปี ประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางคดโกงถูกจับไปลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างจนไม่มีผู้ใดกล้าการทหารเข้มแข็ง ซ้ำยังผูกสัมพันธ์กับแคว้นต้งหนานแน่นแฟ้น แผ่นดินแคว้นเฉวียนจึงไม่มีผู้ใดกล้ารุกล้ำ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทว่าคนที่ทุกข์ใจที่สุดคงหนีไม่พ้นโอรสสวรรค์ ยามต้องทนฟังพวกขุนนางเฒ่ายื่นฎีกาให้รับสนมเพิ่ม“ท่านจะพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ด้วยเหตุใด ฟังมิเข้าใจหรือ ว่าวังหลังของข้ามีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”“แต่ฝ่าบาท ฮองเฮาเป็นคนแคว้นต้งหนาน ไหนเลยจะเข้าใจราษฎรแคว้นเฉวียนได้ดีเท่าคนแคว้นเฉวียนด้วยกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของใต้เท้าซ่งทำเอาหย่งเฟิงมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที“หากท่านว่าฮองเฮามิเข้าใจคนแคว้นเฉวียน เช่นนั้นข้าวนับพันกระสอบที่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานพระราชทานให้เมืองที่ประสบภัยของแคว้นเราเมื่อสองปีก่อน เป็นฝีมือผู้ใด”“...”“เศรษฐกิจการค้าทางทะเล ผู้ใดเสนอแนวคิดนี้จนทำให้แคว้นของเราลืมตาอ้าปากได้ เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้พวกท่านอยู่แต่ในเมืองหลวงเคยเดินทางออกไปต่างเมืองหรือไม่ เคยเห็นความ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   55. สิ้นสุด (2)

    “ท่านหมอฉีนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มาประกาศต่อหน้าทหารและราษฎร ว่าแท้จริงแล้วผู้ครองบัลลังก์ต้องเป็นอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหราน หาใช่ฝ่าบาทไม่!” สิ้นเสียงรายงานก็เหมือนทุกอย่างจะพังทลายลงตรงหน้าเฉวียนเทียนฉีไม่ต่างกับคนเสียสติ เขาเดินหมากพลาด เขาเห็นแก่ที่ท่านหมอฉีเป็นหมอเทวดารักษาได้ทุกโรคจึงไว้ชีวิต ขังเขาไว้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่คิดว่าท่านหมอผู้นี้จะมีราชโองการในมือ“พวกมันอยู่ไหน นำองครักษ์ไปฆ่าพวกมันให้หมด”“บัดนี้ท่านอ๋องยกทัพทหารมาประชิดประตูวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ เบื้องหลังมีเหล่าราษฎรมาช่วยสนับสนุน ต่างก็สาปแช่งฝ่าบาทว่าเป็นโอรสทรพี”“เฉวียนหย่งเฟิง ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน!” องค์ฮ่องเต้คว้าดาบจากเอวขององครักษ์วิ่งตรงไปที่หน้าประตูวัง ขึ้นไปอยู่บนกำแพงมองดูว่าทุกอย่างเป็นเหมือนที่องครักษ์รายงานหรือไม่และก็ประจักษ์แก่สายตา ว่าทั้งทหารและราษฎรต่างขับไล่เขาลงจากบัลลังก์ เอ่ยว่าคนชั่วเช่นเขาสมควรตายตก“มันเจ้าช่างบังอาจนัก ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่า!!!!”“เฉวียนเทียนฉี เจ้าหยุดก่อกรรม ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายใช้เพียงแค่ชีวิตชั่วช้าของเจ้ามาแลกไม่ได้ วันนี้ข้าจะทวงคืนความย

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   54. สิ้นสุด (1)

    เพล้ง!!! เสียงแจกันลวดลายหรูหราถูกปัดตกจากแท่นวางจนแตกกระจายด้วยน้ำมือของจิ้งรุ่ยซือ มารดาแผ่นดินแคว้นเฉวียน“พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงราชโองการ”“ราชโองการนี้เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ซ้ำยังมีตราประทับชัดเจน จิ้งรุ่ยซือเจ้าเป็นสตรีบาป รับโทษตายย่อมเหมาะสมแล้ว” เสียงสะบัดของขันทีไม่เกรงกลัวฮองเฮาเลยสักนิดเหตุเพราะหลังจากที่ฝ่าบาทได้รับของจากจวนอ๋องหย่งเฟิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ กงกงดูแลตำหนักใหญ่บอกว่าท่านอ๋องส่งข้าวของเสนาบดีชุนมาให้ฝ่าบาท ในนั้นมีภาพเปลือยของฮองเฮาที่หากไม่ได้เห็นกับตา คงวาดมิได้เหมือนถึงเพียงนั้น จุดตำหนิต่างๆ บนเรือนร่างเสนาบดีชั่วนั่นก็วาดลงไปจนหมดไม่ขาดตกคนจากตำหนักฮองเฮาถูกลากไปสอบสวน นางกำนัลร่างกายอ่อนแอหรือจะทนการทรมานได้จึงได้เอ่ยปากออกไปหมดว่าตนพบเห็นสิ่งใด ทุกครั้งที่เสนาบดีชุนมาขอเข้าเฝ้าฮองเฮาพวกนางก็จะถูกไล่ออกมา ซ้ำบางครั้งคราฮองเฮายังลอบออกนอกวังไปบนคนแซ่ชุนผู้นั้นอีกด้วยนางกำนัลอาวุโสที่ติดตามดูแลจิ้งฮองเฮามาถูกทรมานจนสารภาพว่าฮองเฮากับชุนหม่าเคยมีสัมพันธ์กันก่อนที่ฮองเฮาจะถูกเสนอชื่อเข้าวังนั่นยิ่งทำให้ฝ่าบาทคาดเดาได้ในทันทีว่า บ่าวจากจวนอ๋องนั้

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   8. มิใช่เรื่องง่าย (1)

    เว่ยเมิ่งเหยาก้าวย่างเข้ามาในเรือนของพระมารดาสวามีด้วยท่าทีเรียบร้อย สมกับที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี ใบหน้างดงามติดยิ้มอ่อนมิได้ฉายแววเสแสร้งเหมือนยามอยู่กับสวามี เพราะอย่างไรเสีย ไท่เฟยก็เป็นผู้อาวุโสของเรือนแม้อีกฝ่ายจะไม่ชื่นชอบนางนัก กระนั้นผู้น้อยก็มิควรแสดงท่าทีแข็งกร้าว“คารวะไท่เฟยเ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   7. การจากลา (3)

    ทว่าทันทีที่ตื่นขึ้นมา ความหวังเล็กๆ ของเว่ยเมิ่งเหยากลับพังลง จากที่องค์รัชทายาทและน้องชายทั้งสองจะอยู่ที่นี่อีกนาน กลับกลายเป็นว่าต้องกลับแคว้นทันที“เสี่ยวจิน ดูแลนายของเจ้าให้ดีเล่า อย่าให้ผู้ใดรังแกได้” เนี่ยนเจินส่งเจ้าแมวขนฟูที่นำมาจากแคว้นให้กับน้องสาว ซึ่งบัดนี้มีสีหน้าเศร้าลงถนัดตาจะไม่ใ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   6. การจากลา (2)

    “เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”เฮือก!!! เสียงทุ้มต่ำติดไม่พอใจของคนข้างกาย ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้หวนคืนมา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหันไปมองว่าที่สวามีข้างกายรูปงาม...พูดคำนี้คงไม่ผิดนัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักเป็นกระจับ คิ้วคมนั้นส่งเสริมดวงตาเฉี่ยวนั้นดูมีเสน่ห์จนมิอยากละสายตา“มอ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   9. มิใช่เรื่องง่าย (2)

    มี่มี่จัดการรินชาและเตรียมขนมไว้บนโต๊ะทำงานเจ้าของจวน ก่อนจะย่อตัวหันหลังออกจากห้องให้สองสามีภรรยาได้พูดคุยกัน ภายในห้องจึงมีเพียงชายหญิงและเจ้าแมวส้มที่จ้องหน้าเฉวียนหย่งเฟิง ส่งเสียงในลำคอคล้ายกำลังขู่อีกฝ่าย“เหตุใดยังไม่ออกไปอีก”“หม่อมฉันอยากสอบถามบางเรื่องเพคะ ขอหม่อมฉันนั่งได้หรือไม่”“ใครใช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status