บททั้งหมดของ ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม: บทที่ 61 - บทที่ 70

80

บทที่ 61 จะดุก็ดุไม่ลง

บทที่ 61 จะดุก็ดุไม่ลง ผู้คนในโรงเตี๊ยมกำลังหลับใหลเข้าสู่นิทรา หลังจากที่เจิ้งหลิงแน่ใจแล้วว่าภรรยาของเขาอยู่ที่นี่จึงได้ใจเย็นลง เขาสั่งให้ลูกน้องของเขาไม่ไปรบกวนการพักผ่อนของคนอื่น ผิดกับคนที่เคยตวาดเสียงดังก่อนที่จะรู้ว่าภรรยาของเขาอยู่ที่ไหน ปึก! พลั่ก! หลี่เจิ้งหลิงกระชากประตูเปิดจนมันแทบหลุดกระเด็น เขามองเข้าไปข้างในเห็นภรรยาและบุตรสาวกอดกันเป็นก้อนกลมๆอยู่บนเตียงไม้เก่าเหมือนใกล้พัง “ทะ ท่านพี่มาได้อย่างไรเจ้าคะ” อันหนิงขนลุกชันถามสามีเสียงสั่น ยิ้มแห้งๆอย่างไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร “เฉินอันหนิง! หลี่เฟยเมี่ยว!” เขาเรียกชื่อทั้งสองคนเสียงเข้มแต่ไม่ได้ตะโกน จ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตาคมกริบไม่มีแววล้อเล่น ผ้าห่มที่คลุมขาทั้งสองคนเอาไว้ถูกอันหนิงกระชากด้วยความตกใจจนมันหล่นไปอยู่ที่พื้นครึ่งหนึ่ง อันหนิงเริ่มสับสนแล้วว่าควรเป็นนางหรือเขาที่ต้องโกรธกันแน่ เขาคิดจะกำจัดนางทิ้งเลยนะ ที่นางหนีมานั้นก็เพราะคำพูดของเขาที่ทำให้นางเสียใจ อยู่กันมานานขนาดนี้เขายังคิดจะสังหารนางได้อีกหรือ “ทำไมต้องดุด้วย ข้าทำอะไรผิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 62 ทำให้สามีพอใจ

บทที่ 62 ทำให้สามีพอใจ “สัญญามาก่อนว่าจะไม่ยึดเงินของข้า” อันหนิงเบะปากทำหน้าจะร้องไห้ ไม่ว่าจะลงโทษอย่างไรก็ไม่หนักหนาเท่าการเอาเงินและของมีค่าของนางไป “ถ้างั้นก็ต้องทำให้ข้าพอใจก่อน” เจิ้งหลิงยกยิ้มร้าย บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นชวนใจสั่นเพียงแค่อันหนิงมองสายตาล้ำลึกของสามี เขาเหมือนพยัคฆ์เจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะล่าเหยื่อตลอดเวลา ร่างบางขบกัดริมฝีปากของตนครุ่นคิดว่าควรจะทำเช่นไรให้เขาพอใจ เห็นทีก็คงจะมีวิธีเดียวเท่านั้น “แล้วข้าต้องทำอย่างไรท่านพี่ถึงจะพอใจ” อันหนิงช้อนตามองด้วยแววตาซุกซนสวนทางกับคำพูดไร้เดียงสาของตน เรื่องพวกนี้อันหนิงแทบจะไม่ค่อยเขินอายแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะใจกล้าพุ่งเข้าใส่เขาได้อย่างมั่นใจ “เจ้ารู้อันหนิงว่าควรทำเช่นไร” เสียงทุ้มเอ่ยพลางเกลี่ยไรผมที่หน้าผากของภรรยาเบาๆ แค่เห็นหน้านางก็ทำให้เขาควบคุมตัวเองได้ยาก “แต่ข้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย” นางบอกเสียงหวานทว่าเนิบนาบ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลากไล้บนอกแกร่ง “ข้าไม่ถือ ไว้เสร็จแล้วค่อยไปอาบก็ยังทัน” เขาพูด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 63 ดูแลอย่างใกล้ชิด

บทที่ 63 ดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากพายุแห่งอารมณ์ที่โหมกระหน่ำจบลง อันหนิงก็ถูกพาไปแช่น้ำอุ่นเพื่อทำความสะอาดร่างกายและผ่อนคลาย นางปวดเมื่อยไปทั้งตัวตั้งแต่ที่ต้องนั่งคุดคู้ในตะกร้าผักแล้วยังโดนเขาใช้แรงงานหนักอีก แต่สุดท้ายก็สามารถรักษาสมบัติทั้งหมดเอาไว้ได้สำเร็จ อันหนิงกลายเป็นตุ๊กตานิ่งๆปล่อยให้สามีทำให้ทุกอย่าง แค่กะพริบตายังล้าไปทั้งตัว แรงจับหวีเพื่อที่จะหวีผมยังไม่มี “ได้เวลานอนแล้ว” เสียงทุ้มบอกก่อนจะวางหวีที่โต๊ะเครื่องแป้ง อุ้มภรรยาของเขาแนบอกและพานางไปนอนบนเตียง อันหนิงมองทุกการกระทำของสามีด้วยสายตาซาบซึ้ง ถึงเขาจะเป็นคนทำให้นางมีสภาพเช่นนี้แต่เขาก็ดูแลนางดีมากเช่นกันถือว่าความดีมีมากกว่า “ยังเจ็บอยู่หรือ” “เจ็บสิถามได้ วันนี้ท่านทำรุนแรงเกินไปแล้ว” อันหนิงตอบเสียงติดหงุดหงิด “เจ้ายั่วข้าก่อนจะโทษข้าคนเดียวได้อย่างไร” เขาหัวเราะเอ็นดูนางที่เอาแต่ใจ ทำหน้างอได้น่ารักน่าชังยิ่งกว่าเมี่ยวเมี่ยวเสียอีก ลูกยังไม่งอแงถึงขนาดนี้ “ข้าง่วงแล้ว เกาหลังให้หน่อยได้หรือไม่” ดวงตาคู่งามปรือ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 64 อารมณ์คนท้อง

บทที่ 64 อารมณ์คนท้อง เวลาผันผ่านฤดูกาลเปลี่ยนผันไปตามกาลเวลา อันหนิงตั้งท้องได้ประมาณสี่เดือนก็เริ่มงอแงอยากจะออกจากจวนไปสูดอากาศข้างนอก พอดีกับที่เมืองทางทิศเหนือมีอุทกภัยชาวบ้านจึงต้องอพยพมาอยู่ที่เมืองหลวง นางจึงอ้อนสามีให้พาไปแจกเสบียงและของจำเป็นให้เหล่าผู้คนที่หนีภัยร้ายมา ถึงขั้นยอมบริจาคทรัพย์สินของตนไปสามส่วนเพื่อช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้น “น้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเจ้าคะท่านแม่” เสียงใสของเจ้าตัวเล็กเอ่ยถาม ดวงตากลมโตวาววับแสดงความกระตือรือร้น ตั้งแต่ที่เมี่ยวเมี่ยวได้รู้ว่ากำลังจะมีน้องก็ตัวติดอันหนิงมากกว่าเดิม คอยลูบท้องอันหนิงตั้งแต่มันยังไม่นูนขึ้นมาและพูดกับน้องในท้องอยู่บ่อยๆ “ต้องรอน้องออกมาก่อนเราถึงจะรู้ แล้วเมี่ยวเมี่ยวอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ตึก! รถม้าเหยียบหินจนสั่นสะเทือนไปถึงคนที่นั่งด้านใน “ระวัง!” เจิ้งหลิงพุ่งตัวไปคว้าภรรยาเอาไว้อย่างรวดเร็ว เขาระมัดระวังเป็นพิเศษไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด จากที่หวงแหนอันหนิงมากอยู่แล้วก็มากขึ้นหลายเท่าตัว คนที่ไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 65 แรงถีบของเจ้าตัวน้อย

บทที่ 65 แรงถีบของเจ้าตัวน้อย ช่วงกลางคิมหันตฤดูอากาศอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดยามอรุณรุ่งอบอุ่นไม่ถึงกับแผดเผาให้แสบผิว ลมพัดแรงพาให้ต้นไม้ใบไม้ลู่ไปตามลม เสียงเสียดสีของใบไม้และลมผสานกันเป็นทำนองกล่อมให้คนที่พึ่งตื่นนอนได้ไม่นานอย่างอันหนิงหลับต่อ บุปผาหลากสีเอนไหวราวกับกำลังเต้นรำร่าเริง กลิ่นหอมอ่อนลอยกระจายไปทั่วบริเวณหลังหมอกในยามเช้า ทำให้บรรยากาศในหน้าร้อนนั้นสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย ร่างบางของเฉินอันหนิงนอนเอกเขนกหันข้างโดยมีหมอนหนุนสูงรองแขน มือก็กำลังฝนหมึกตามคำสั่งของสามี โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือเงินหนึ่งร้อยตำลึงและเขาจะพานางออกไปเลือกซื้อเมล็ดพันธึใหม่ๆที่พึ่งมาส่งที่ท่าเรือ “นอนแบบนี้จะเจ็บท้องเอานะอันหนิง” เสียงทุ้มกล่าวน้ำเสียงกังวลใจ เขามองหน้าท้องที่กลมนูนของภรรยาด้วยความเป็นห่วง “ถ้านั่งนานๆก็จะปวดหลัง นอนท่านี้ไม่เจ็บเลยเจ้าค่ะ” อันหนิงเหยียดขาไล่ความเมื่อยล้า หน้าท้องอุ้ยอ้ายทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบากมากขึ้น แต่ถ้าเทียบกับคนท้องหกเดือนที่นางเคยเห็นก็เหมือนจะไม่ได้ใหญ่ถึงเพียงนั้น เดิมทีอันหน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 66 ข้อหาร้ายแรง

บทที่ 66 ข้อหาร้ายแรง การเข้าเฝ้าในครานี้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างแรงสะเทือนให้กับราชสำนักอย่างใหญ่หลวง แม่ทัพใหญ่อย่างหลี่เจิ้งหลิงถูกกล่าวว่าแอบซ่องสุมกองทัพลับคิดจะทำการใหญ่ ส่งผลให้เจิ้งหลิงถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวเพื่อสืบหาความจริง สร้างความตกใจให้เหล่าขุนนางและชาวบ้านไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนต่างเคยยกย่องในความดีและความซื่อสัตย์ของตระกูลหลี่มานานหลายชั่วอายุคน แต่ทายาทที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวที่ยังสืบทอดตำแหน่งทางการทหารกลับโดนกล่าวหาด้วยข้อหาร้ายแรง ซึ่งคนที่กล่าวหาก็ไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็นใต้เท้าตู้ บิดาของตู้จื่อเย่และตู้จางเหว่ย เขาถวายฎีกาพร้อมหลักฐานที่น่าเชื่อถือทำให้เจิ้งหลิงยังไม่มีโอกาสได้แก้ตัวก็โดนปิดปากเสียก่อน ฝ่าบาททรงเมตตาให้เขาไม่ต้องถูกจับกุม เพียงแต่ห้ามออกนอกเมืองหลวงจนกว่าจะสืบหาความจริงได้ เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ทุกอย่างเหมือนจะถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ข่าวการถูกกล่าวหาของหลี่เจิ้งหลิงถูกแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงก่อนที่เขาจะได้ออกจากท้องพระโรงเสียอีก ก่อนที่จะกลับไปยังจวนสกุลหลี่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 67 หนึ่งคนขัดใจสองคนงอน

บทที่ 67 หนึ่งคนขัดใจสองคนงอน สวนดอกไม้ที่เคยมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยบุปผาหลากสีเริ่มเหี่ยวเฉาเมื่อไร้คนเอาใจใส่ ถึงแม้อันหนิงจะสั่งให้บ่าวดูแลรดน้ำอย่างดีแต่ผลก็เทียบไม่ได้กับที่เคยเป็น ต้นไม้และดอกไม้ต่างมีชีวิตต้องการการดูแลเอาใจใส่ แต่ละชนิดก็ต้องการการดูแลที่แตกต่างกันไป ถึงแม้คนดูแลจะพยายามดูแลอย่างดีแต่ก็ได้ไม่เท่ากับที่เฉินอันหนิงทำ เฉินอันหนิงที่เรียกได้ว่าท้องแก่แล้วจึงทนไม่ได้ที่เห็นสิ่งที่รักต้องค่อยๆเสื่อมโทรมลงไปแบบนี้ นางจึงลากสามีที่กลายเป็นคนว่างงานและบุตรสาวมาใช้แรงงาน แปลงดอกไม้บางส่วนที่เริ่มเหี่ยวแห้งกลายเป็นสีน้ำตาลนางก็สั่งให้บ่าวขุดต้นเดิมออกให้หมด และให้สามีขุดดินพรวนดินตั้งแต่ช่วงเช้า “พอแล้วเจ้าค่ะท่านพี่ มานั่งพักเหนื่อยก่อน” อันหนิงบอกเสียงหวานพลางกวักมือเรียกทั้งบุตรสาวและสามีให้มานั่งใต้ร่มไม้ด้วยกัน “วันนี้ท่านแม่ทำอะไรมาให้เมี่ยวเมี่ยวกินเจ้าคะ” “หืม หิวอีกแล้วหรือ” อันหนิงมองบุตรสาวด้วยความประหลาดใจ พอมองไปมองมาก็เหมือนจะตัวอวบขึ้นจริงๆ แน่นอนว่าเมี่ยวเมี่ยวไม่ได้อวบอ้วนถึงขั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 68 เป็นพระเอกก็โดนทิ้งได้

บทที่ 68 เป็นพระเอกก็โดนทิ้งได้ ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนที่ถึงแม้อากาศจะไม่ได้เหน็บหนาว แต่การไม่มีภรรยานอนข้างกายทำให้หลี่เจิ้งหลิงนั้นรู้สึกขาดความอบอุ่น เขานอนกระสับกระส่ายจนดึกดื่นก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้ มองไปที่ว่างข้างกายแล้วก็ต้องถอนหายใจ อันหนิงทำอย่างที่นางพูดไว้จริงๆว่าจะทิ้งให้เขานอนคนเดียว เตียงที่เคยมีคนนอนสองคนพอเหลือคนเดียวจึงมีพื้นที่ว่างเปล่าเยอะเกินไป “ทำไมถึงใจร้ายได้ขนาดนี้นะอันหนิง” ไม่สงสารเขาที่เป็นสามีบ้างเลยหรือ อยากฟังเสียงลูกก็ไม่ได้ฟัง อยากกอดภรรยาก็ไม่ได้กอด ชีวิตนี้ของเขาน่าเบื่อเกินไป พรึ่บ! สุดท้ายก็ทนไม่ไหวสะบัดผ้าห่มที่คลุมกายออก ลุกจากที่นอนในมือถือโคมไฟไว้ส่องทาง ช่วงเวลานี้บ่าวไพร่ต่างแยกย้ายกันไปนอนหมดแล้วเหลือแต่บ่าวชายที่ต้องเฝ้ายาม เมื่อมาถึงเรือนของบุตรสาวก็เปิดประตูเข้าไป ให้สัญญาณคนเฝ้าประตูไม่ให้ส่งเสียง วางโคมไฟไว้ที่ด้านนอกและใช้ดวงตาที่คุ้นชินกับความมืด ผ่านการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่งแม่ทัพสอดส่ายสายตามองหาทางไปห้องนอนของเมี่ยวเมี่ยว เรือนของเม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 69 บุรุษก็เสแสร้งเป็น

บทที่ 69 บุรุษก็เสแสร้งเป็น มื้ออาหารที่หออวี่หลานเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ความอบอุ่นในครอบครัวยังคงไม่จางหายและมีแต่จะเพิ่มขึ้นในทุกวัน “ยังเช้าอยู่เลยท่านก็ดื่มสุราเสียแล้ว อย่าดื่มเยอะเลยนะเจ้าคะ” อันหนิงยื่นมือไปจับมือหนาเอาไว้ เขายกจอกสุรากรอกเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่รับรู้ถึงความร้อนผ่าวของสุราที่กระดกลงคอ ใบหน้าคมหล่อเหลาแดงก่ำบ่งบอกว่าเขาดื่มไปมากพอสมควร “ข้าไม่เป็นไร แค่นี้สบายมาก” เขาส่งยิ้มให้นางและยกสุราดื่มอีกครั้ง ที่จริงเจิ้งหลิงเป็นคนคอแข็งมาก เขาแทบไม่เคยเมาแบบจริงๆจังๆเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ดื่มไปได้ประมาณสองไหก็เริ่มตาหวานเชื่อมพูดไม่ค่อยชัด อันหนิงที่เป็นห่วงก็ลืมไปว่าตนกำลังโกรธสามีอยู่ นางเฝ้าดูแลตักอาหารและคอยประคองเขาเอาไว้ไม่ให้หล่นจากเก้าอี้ ไม่ทันได้สังเกตว่ามีหลายครั้งที่ริมฝีปากของเขายกยิ้มร้าย “อันหนิงงง” หลังจากคำว่าสบายมากของเขาเพียงไม่กี่อึดใจร่างสูงก็เรียกชื่อภรรยาเสียงดัง “เป็นอะไรเจ้าคะท่านพี่” เสียงหวานร้อนรนรีบถามด้วยความเป็นห่วง “ทำไมเจ้าถึงได้ใจร้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 70 รักลูกต้องรักเท่ากัน

บทที่ 70 รักลูกต้องรักเท่ากัน ผู้ใหญ่อย่างเฉินอันหนิงและหลี่เจิ้งหลิงนั้นไม่ได้สะทกสะท้านมากมายนักจากแรงกดดันที่มองเข้ามา แต่เมี่ยวเมี่ยวนั้นไม่เหมือนกัน นางยังเด็กเกินไปที่จะทนต่อความโหดร้ายของผู้คนได้ ผู้คนที่พร้อมจะตัดสินว่าใครดีใครเลวเพียงเพราะข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ หลายคนที่มองด้วยความสงสัยใคร่รู้ บางคนก็แค่ทำเป็นมองผ่านๆแบบไม่ตั้งใจ แต่เป็นปกติของคนที่เรามักจะมองในจุดที่แย่ที่สุดเสมอ เมี่ยวเมี่ยวไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ชวนอึดอัดเหล่านี้ได้จึงตัวสั่นก้มหน้าเดินตลอดทาง “ไม่ต้องกลัวนะเมี่ยวเมี่ยว พวกเขาก็แค่เข้าใจเราผิด รอท่านพ่อของเมี่ยวเมี่ยวจัดการปัญหาได้แล้วก็จะไม่มีใครกล้ามองเราด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้ว” อันหนิงบอกกับบุตรสาวเสียงนุ่มละมุน นางยังคงเป็นที่พึ่งทางใจให้ลูกอยู่เสมอ อันหนิงเข้าใจเป็นอย่างดีว่าในเวลานี้จะต้องก้มหน้าอดทนเอาไว้ รอให้ทุกอย่างคลี่คลายก็จะดีขึ้นเอง “เป็นลูกพ่อต้องอายใครด้วยหรือ ใครอยากมองก็ให้มองไปไม่ต้องไปสนใจ” เจิ้งหลิงหยุดเดินชั่วคราวและหันไปบอกกับบุตรสาว ลูบผมนางเบาๆให้เมี่ยวเมี่ยว
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
345678
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status