ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม

ไม่เป็นแล้วนางร้าย ขอสุขสบายอย่างปลาเค็ม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-06
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
80Bab
3.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทำงานหนักจนสลบตุย อันหนิงฟื้นมาอยู่ในร่าง“นางร้าย”ที่กำลังจะโดนสามีหย่า ใครว่าภรรยาเอกจะต้องเป็นนางร้าย ไม่มีทางที่เธอจะไปแย่งผู้ชายให้เปลืองแรง ขอรีไทร์เป็นปลาเค็มนอนกินบนกองเงินกองทองให้สาแก่ใจ!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก

บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก

          หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องแสงจ้าท่ามกลางความมืด เป็นจุดเดียวในออฟฟิศขนาดใหญ่ที่ยังคงมีแสงส่อง แสงเจิดจ้าสาดลงบนใบหน้าขาวซีดจนแทบไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณของเฉินอันหนิง

          หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆกำลังจ้องมองตัวอักษรและกราฟิกที่เลื่อนผ่านไปมาบนจอ ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำจากการที่อดหลับอดนอนเป็นเวลานาน

          เฉินอันหนิงเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงมืดค่ำในทุกวัน แต่เงินเดือนก็ยังไม่เคยพอใช้ ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าเดินทางและค่าอาหารในชีวิตประจำวัน รวมๆกันแล้วแทบไม่เหลือให้เอาไปใช้อย่างอื่น

          เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนอายุครบสิบห้าก็ตัดสินใจเริ่มหางานทำเรื่อยมา

          เธอตั้งใจอ่านหนังสือและทำงานอย่างหนักจนได้ทุนและเรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มเข้าทำงานตั้งแต่เรียนจบได้ไม่ถึงเดือน ตอนแรกไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อชุดทำงานใหม่ด้วยซ้ำ

          เดิมทีก็คิดว่าพอทำงานทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ผ่านไปหลายปีเธอก็ยังต้องทำงานหนักเหมือนเดิม โดนเจ้านายด่าเช้าเย็น บางครั้งก็ส่งข้อความแชทมาด่ากลางดึก

          ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาอยู่เหนือแป้นพิมพ์ ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความอ่อนล้าที่สะสม

          อันหนิงพยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับงานตรงหน้า แต่สมองกลับว่างเปล่า ตัวอักษรบนหน้าจอเริ่มเบลอเลือนราง ซ้อนทับกันไปมาจนอ่านไม่ออก

          เสียงคลิกของเมาส์ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในความเงียบยามดึกเหมือนเสียงกล่อมให้หลับใหล

          “เห้อออ” ถอนหายใจไล่ความเหนื่อยล้า

          อันหนิงใช้มือขยี้เปลือกตาไล่ความง่วง ก่อนจะถอนหายใจยาวราวกับแรงโน้มถ่วงโลกกำลังกดทับเธอทั้งร่าง

          กองเอกสารบนโต๊ะวางเรียงรายท่วมสูงราวกับหอคอยที่พร้อมจะถล่มลงมาในทุกวินาที ไม่ว่าจะใช้เวลาทำนานแค่ไหนก็เหมือนจะไม่ลดลงเลย

          ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นได้ใช้ชีวิตวันหยุดกันอย่างสบายใจส่วนเธอต้องมานั่งทำงานอยู่คนเดียว โลกช่างไม่ยุติธรรม

          “นี่ฉันไม่ได้นอนมาสามวันแล้วเหรอเนี่ย” อันหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา

          เธอทำงานจนลืมวันลืมคืนสับสนวันเวลา เพราะเจ้านายที่น่าเคารพรักสั่งให้เธอเคลียร์งานให้เสร็จ คนสั่งงานสั่งเสร็จก็หนีไปพักผ่อนที่มัลดีฟส์ ส่วนลูกน้องอย่างเธอต้องมานั่งชดใช้กรรม

          ฟึ่บ!

          อันหนิงคว้าหนังสือนิยายที่ยืมมาจากรุ่นพี่โต๊ะข้างๆมาอ่านแก้เบื่อ อ่านไปก็ด่าทอคนเขียนไม่หยุด

          “ตรรกะบ้าบออะไรกัน คนที่แย่งสามีคนอื่นได้เป็นนางเอก ส่วนคนที่โดนแย่งสามีกลับถูกบังคับให้รับบทนางร้าย” ใบหน้าขาวซีดบึ้งตึง ริมฝีปากเหยียดเป็นเส้นตรง

          มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ที่นางร้ายต้องร้ายก็เพราะโดนแย่งสามีไม่ใช่หรือไง แล้วนางเอกที่ทำผิดศีลธรรมอย่างการแย่งสามีคนอื่นถึงไม่ได้รับกรรมอะไรเลยแถมยังถูกผู้คนสรรเสริญว่าเหมาะสมกันอีก

          “ขัดใจเป็นบ้า” อ่านไปก็หงุดหงิดแต่ก็ยังอ่านต่อไปเรื่อยๆ

          นางร้ายของเรื่องตายตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเรื่องเพราะเธอโดนพระเอกขอหย่า ถึงแม้จะยังไม่เฉลยว่าด้วยสาเหตุอะไรแต่นางร้ายก็คิดไปแล้วว่าที่พระเอกขอหย่าเพราะต้องการไปแต่งงานใหม่กับนางเอก เธอจึงทนไม่ได้และดื่มยาพิษจนตาย

          สิ่งหนึ่งที่ทำให้อันหนิงมองในมุมนางร้ายมากกว่านางเอกเพราะเธอและนางร้ายมีชื่อแซ่เดียวกัน ช่างบังเอิญเสียจริง

          ที่จริงนางร้ายก็ไม่ใช่คนดีนัก เธอแค่โมโหนางเอกของเรื่องได้แต่งงานกับพระเอกโดยไม่ได้รับกรรมอะไรเลย การแย่งสามีคนอื่นมันมีดีอะไรนักหนา

          อันหนิงอ่านแบบข้ามๆไม่ลงรายละเอียดเพราะหวังว่านางเอกจะรู้สึกผิดบ้างแต่ไม่มีเลย

          พรึ่บๆ!

          แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และหลอดไฟด้านบนกะพริบรัวๆทำเอาอันหนิงขนลุกชัน

          เสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลัง เฉินอันหนิงยืดตัวตรงนัยน์ตาฉายแววลนลาน แค่แอบอู้หน่อยเดียวก็จะโดนผีหลอกเลยหรือไงเนี่ย

          ตุ้บ!

          เสียงของบางอย่างตกแต่เธอไม่กล้าหันหลังไปดู อันหนิงคว้าผ้าพันคอมาคลุมศีรษะและฟุบไปกับโต๊ะด้วยความกลัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปด้วยความเหนื่อยล้าเธอจึงเผลอหลับในที่สุด

          เฉินอันหนิงรู้สึกได้ว่าหัวของเธอมันทั้งมึนเบลอและหนักอึ้ง และยังคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายยังเจ็บ

          แสงไฟสลัวๆแยงตาทำให้อันหนิงค่อยๆลืมตาทีละนิด แรกๆทุกอย่างยังดูมัวๆมองไม่ค่อยชัด กะพริบตาสองสามครั้งจึงได้เห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศ

          ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวคือ นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!

          ทุกอย่างรอบตัวดูไม่คุ้นตาเลยสักอย่าง และยังมีกลิ่นยาสมุนไพรที่เธอไม่ชอบตลบอบอวลไปทั่วห้อง

          บรรยากาศเหมือนในซีรีส์ย้อนยุคไม่มีผิด เมื่อกวาดสายตามองรอบใจของเธอก็เต้นระรัว ไม่นะ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย!]

          “ฮูหยินท่านฟื้นแล้วก็ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด” เสียงชายชราดังขึ้นทางข้างตัว

          “กรี๊ดดด!” เฉินอันหนิงตกใจตะเกียกตะกายถอยหนีชายชราผู้นั้น นี่ใครอีกล่ะเนี่ย    

          “เฉินอันหนิง!” เสียงตวาดดังมาจากด้านหลังแผ่นม่านกั้น

          “ค่ะเจ้านาย!” อันหนิงเผลอตอบรับตามสัญชาตญาณ

          ปึ้ก! โครม!

          แผ่นกั้นโดนมือแกร่งกระชากให้ร่วงลงไปนอนอยู่ที่พื้น อันหนิงเงยหน้ามองใบหน้าคมหล่อเหลาเกินบรรยาย ดวงตาสีดำสนิทน่าหลงใหล จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่กำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง

          ความหล่อระดับนี้นี่มันเทพแห่งสวรรค์ลงมาจุติชัดๆ หัวใจของอันหนิงกระตุกแรง มัวแต่ทึ่งในความหล่อของเขาจนไม่ได้ฟังว่าเขาพูดอะไร

          ตึกๆ!

          “ห้ะ!...อะไรนะ” เฉินอันหนิงตื่นจากภวังค์ทำหน้าเหลอหลาเมื่อโดนใครสักคนสะกิดรัวๆ

          “เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะได้สิ่งที่ต้องการงั้นหรือ ไม่มีทาง!” เขาตะคอกใส่นางเสียงแข็ง ดวงตาคู่คมดุดันน่าหวาดหวั่น

          ใครที่ได้สบตาเข้ากับสายตาคมกริบของเขาก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งทื่อได้ทันที

          “...” อันหนิงเงยหน้ามองเขาแล้วสะอื้นจะร้องไห้ น่ากลัวเป็นบ้าเลย ต่อให้หล่อแค่ไหนแต่ถ้าดุขนาดนี้ก็ไม่ไหว

          “เจ้าคิดว่าเอาความตายมาบีบบังคับข้าแล้วคิดว่าเราจะไม่ต้องหย่ากันงั้นหรือ ฝันไปเถอะ”

          “ความตาย? ใครตาย” อันหนิงยังอยู่ในอาการทั้งตกใจกลัวและสับสน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนพวกนี้เป็นใคร

          “ต่อให้เจ้าตายตรงหน้าข้าก็ไม่มีวันรักเจ้า หยุดเรียกร้องความสนใจได้แล้ว” เขาจับไหล่นางแล้วผลักไปด้านหลังจนแผ่นหลังของนางกระแทกกับเตียงไม้แข็งๆ

          “อึก เจ็บ” จุกเป็นบ้าเลย นี่เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเนี่ย ไม่รู้จักกันแล้วมาทำร้ายร่างกายกันได้ยังไง ต้องรีบแจ้งตำรวจ!

          “เจ้าทำให้เมี่ยวเมี่ยวต้องเสียใจร้องไห้มากี่ครั้งคิดว่าการตายจะหนีความผิดที่เจ้าก่อไว้ได้หรือ”

          หลี่เจิ้งหลิงกัดฟันแน่นด้วยความเกรี้ยวกราด เขาทนกับนางมามากเกินพอแล้ว

          ยิ่งนางทำหน้าใสซื่อเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มันก็ยิ่งทำให้เขานึกรังเกียจนางมากขึ้นทุกครั้ง ต่อให้รูปลักษณ์ภายนอกจะงดงามเพียงใดก็ไม่สามารถปกปิดจิตใจที่ต่ำทรามได้

          “เมี่ยวเมี่ยว” อันหนิงพึมพำเสียงเบาเหมือนจะคุ้นหูกับชื่อที่ได้ยินเมื่อครู่

          เมี่ยวเมี่ยว หลี่เฟยเมี่ยว! ลูกเลี้ยงของนางร้ายเฉินอันหนิงที่ดื่มยาพิษเพื่อหนีการหย่ากับพระเอกของนิยายที่พึ่งอ่านไปเมื่อครู่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!

          อันหนิงขยี้ผมจนผมเผ้ายุ่งเหยิง สมองประมวลผลไม่ทันต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แล้วพวกเขาทำหน้างงอะไรกันคนที่ต้องงงนอนเจ็บหลังอยู่ทางนี้ต่างหาก

          “เจ้า...นางเมายาพิษหรือเปล่าท่านหมอ” หลี่เจิ้งหลิงอารมณ์แปรปรวนเมื่อเห็นภรรยาของเขามีท่าทีแปลกไป

          เฉินอันหนิงไม่ใช่สตรีที่จะยอมทำเรื่องที่ดูไม่ดีต่อหน้าเขา นางมักจะแต่งตัวเยอะๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ ไม่มีทางที่จะทำให้ผมยุ่งให้เขาเห็นเด็ดขาด

          “ยาพิษที่ฮูหยินดื่มไปมีพิษถึงชีวิต รอดมาได้ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์มากแล้ว สตินางอาจจะยังกลับมาไม่ครบถ้วนขอรับใต้เท้าหลี่”

          “ทะ...ท่านชื่ออะไร” อันหนิงถามปากสั่นระริก

          “เจ้ากำลังเล่นอะไรอยู่เฉินอันหนิง ข้าไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระของเจ้า” เขาตะโกนใส่นางเสียงดังก้องสะท้อนเจ็บหู

          ความเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอนสามวันสามคืนหายไปหมดเกลี้ยง นี่เธอทะลุมิติมาอยู่ในนิยายจริงๆหรือ แถมยังเป็นนางร้ายอีก

          แล้วทำไมจะต้องเป็นตัวร้ายอาภัพรักด้วยล่ะ สามีไม่เหลียวแล ผู้คนเกลียดชัง มีดีแค่ได้สามีรวยแต่เขาก็กำลังจะหย่ากับเธอในอีกไม่ช้า

          และที่สำคัญอันหนิงอ่านนิยายเรื่องนี้ได้เพียงสามบทแล้วยังอ่านแบบข้ามๆจำเนื้อเรื่องแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

          “ฮูหยิน อย่าทำให้ท่านแม่ทัพโกรธไปกว่านี้เลยเจ้าค่ะ” เสียงแผ่วเบาดังมาจากทางอีกฝั่ง

          “ใช่หลี่เจิ้งหลิงหรือไม่” อันหนิงกลั้นหายใจและรวบรวมความกล้าถามออกไป

          “ใช่! แค่ยาพิษมันทำให้เจ้าลืมชื่อสามีไปเลยหรือเฉินอันหนิง”

          “ชะ ชะ ใช่จริงด้วย” ร่างกายอันหนิงสั่นไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง หัวสมองขาวโพลน หูทั้งสองข้างอื้ออึงไม่ได้ยินอีกต่อไปว่าใครพูดอะไร

          ด้วยความตกใจสุดขีดทำให้เฉินอันหนิงหมดสติกะทันหัน ภาพเบื้องหน้ามืดบอดไม่รับรู้สิ่งใดอีก

          “ฮูหยิน!” บ่าวคนสนิทของอันหนิงเขย่าตัวเรียกนางอยู่หลายครั้งแต่นางก็ไม่ฟื้น

          “นี่มันเกิดอะไรขึ้นท่านหมอ” หรือว่าเขาจะดุนางแรงเกินไปนางถึงได้ตกใจกลัวจนหมดสติ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

P JR
P JR
สนุกดีค่ะ แอบสงสารพอ. หัวเน่าตลอด 555
2026-08-21 21:02:56
0
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกน่ารัก จบดี
2026-08-13 03:41:21
0
0
JullaJakarin Tian
JullaJakarin Tian
สนุกค่ะ อบอุ่นหัวใจ
2026-05-25 05:25:47
0
0
80 Bab
บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก
บทที่ 1 ให้ตายตรงหน้าก็ไม่รัก หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องแสงจ้าท่ามกลางความมืด เป็นจุดเดียวในออฟฟิศขนาดใหญ่ที่ยังคงมีแสงส่อง แสงเจิดจ้าสาดลงบนใบหน้าขาวซีดจนแทบไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณของเฉินอันหนิง หญิงสาววัยยี่สิบกลางๆกำลังจ้องมองตัวอักษรและกราฟิกที่เลื่อนผ่านไปมาบนจอ ดวงตาของเธอมีรอยคล้ำจากการที่อดหลับอดนอนเป็นเวลานาน เฉินอันหนิงเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงมืดค่ำในทุกวัน แต่เงินเดือนก็ยังไม่เคยพอใช้ ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าเดินทางและค่าอาหารในชีวิตประจำวัน รวมๆกันแล้วแทบไม่เหลือให้เอาไปใช้อย่างอื่น เธอเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนอายุครบสิบห้าก็ตัดสินใจเริ่มหางานทำเรื่อยมา เธอตั้งใจอ่านหนังสือและทำงานอย่างหนักจนได้ทุนและเรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มเข้าทำงานตั้งแต่เรียนจบได้ไม่ถึงเดือน ตอนแรกไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อชุดทำงานใหม่ด้วยซ้ำ เดิมทีก็คิดว่าพอทำงานทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ผ่านไปหลายปีเธอก็ยังต้องทำงานหนักเหมือนเดิม โดนเจ้านายด่าเช้าเย็น บางครั้งก็ส่งข้อความแชทมาด่ากลางดึก ปลายนิ้วเรียวยาวส
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ฮูหยินแปลกไป
บทที่ 2 ฮูหยินแปลกไป เมื่อนายหญิงของจวนหมดสติไปอีกครั้งทั้งจวนก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย ท่านหมอต้องตรวจร่างกายให้นางซ้ำอีกรอบ ทุกคนวิ่งวุ่นทำหน้าที่ของตน ผู้เป็นสามีช่างไร้หัวใจและไร้เยื่อใย เขาเห็นว่านางยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่คิดจะสนใจนางอีก เดินออกจากห้องนอนของนางไปไม่คิดกลับมาเหลียวแล หากจะโทษเขาฝ่ายเดียวนั้นก็ไม่ยุติธรรมนัก ก่อนแต่งเขาเคยบอกกับนางแล้วว่าเขาไม่สนใจเรื่องความรักหรือการแต่งงาน เขาสามารถให้สถานะฮูหยินใหญ่และเป็นภรรยาเพียงคนเดียวแก่นางได้ ขอแค่นางไม่ก่อเรื่องให้เขาเดือดร้อนและช่วยดูแลเมี่ยวเมี่ยวให้ดีเป็นพอ นางกลับใจร้ายใจดำทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กหกขวบ เมี่ยวเมี่ยวเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่หลี่เจิ้งหลิงเหลืออยู่ ที่เขายอมแต่งงานตามคำขอของท่านลุงก็เพราะต้องการครอบครัวที่สมบูรณ์ให้บุตรสาว เฉินอันหนิงที่ตื่นมาได้สักพัก กำลังรื้อฟื้นความทรงจำจากนิยายที่อ่านได้เพียงไม่กี่หน้า กว่าจะตื่นมาก็สายจนแดดจ้า แม้จะยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็พยายามปรับความคิดให้ไม่ตื่นตูมและวางแผนเอาตัวรอด สถานการณ์ในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ความเคยชิน
บทที่ 3 ความเคยชิน ประโยคคำถามสั้นๆของเฉินอันหนิงกลับทำให้คนรอตอบลมหายใจสะดุด ชาวาบไปทั้งแถบ รั่วซีรู้สึกได้เลยว่าฝ่ามือของนางเย็นเฉียบเลือดลมไหวเวียนติดขัด “ระ เรื่องนั้น” รั่วซีแทบจะหาเสียงของตนเองไม่เจอ เมื่อต้องเจอกับคำถามสุดวัดใจ ไม่เชิงว่าเรื่องนี้เป็นความลับ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในจวนสกุลหลี่ไม่ค่อยกล่าวถึงกันนัก หากใครเผลอพูดออกไปให้คนอื่นได้ยินก็จะโดนขับออกจากจวน “ข้ารู้ว่าห้ามบอก มาๆ กระซิบข้างหูข้าก็ได้” อันหนิงก้มตัวไปหา เอามือป้องหูรอฟังคำตอบ “จริงเจ้าค่ะ คุณหนูเป็นบุตรสาวของนายท่านใหญ่เจ้าค่ะ แต่ฮูหยินห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนอื่นนะเจ้าคะ” “อื้อ เข้าใจแล้ว” อันหนิงพยักหน้ารัวๆ การพูด น้ำเสียงและการแสดงออกที่เปลี่ยนไปของเฉินอันหนิงนั้นทำให้รั่วซีสังเกตได้เพียงแค่คุยกันไม่กี่ประโยค แต่รั่วซีก็ยังไม่กล้าเอ่ยถาม โครกกกก! เสียงท้องร้องประท้วงดังขึ้นแทรกความเงียบงัน อันหนิงก้มมองท้องตัวเองแล้วเอามือถูมัน มัวแต่สอบถามรายละเอียดเนื้องานจนลืมกินข้าวไปเลย ตอนเป็นพนักงานออฟฟิศเช้ามาก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ท่านแม่ไม่เหมือนเดิม
บทที่ 4 ท่านแม่ไม่เหมือนเดิม ควันลอยขึ้นจากกระทะก็เป็นเวลาพร้อมที่จะนำไก่ที่ชุบแป้งแล้วลงไปทอด ถึงแม้กลิ่นน้ำมันจะแปลกจากที่คุ้นเคยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย “ทอดกี่ชิ้นดีนะ อ๊ะ บ้านเรามีเด็กด้วยนี่” นึกขึ้นมาได้ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่นางก็ยังไม่เคยเห็นเมี่ยวเมี่ยวเลย ไม่รู้ว่าจะหน้าตาน่ารักขนาดไหน ถ้าดูจากหน้าของหลี่เจิ้งหลิงก็รู้ได้เลยว่าเมี่ยวเมี่ยวจะต้องน่ารักมากแน่ๆ ในนิยายก็บรรยายไว้ว่าเมี่ยวเมี่ยวผิวขาวอมชมพู แก้มกลมพองๆ จากลมโตสดใส “เอ่อ ฮูหยินจะทอดไปให้คุณหนูด้วยหรือเจ้าคะ” รั่วซีหน้าแหยกว่าเดิม คุณหนูไม่น่าจะยอมกินอาหารที่ฮูหยินทำ “ใช่สิ นี่คืออาหารที่ข้าทำอร่อยที่สุดเลยนะ” อันหนิงกอดอกด้วยความภาคภูมิใจ เศษแป้งที่ติดนิ้วเปื้อนเสื้อเป็นแถบ “เจ้าค่ะๆ” รั่วซีได้แต่หยักหน้ารับ ที่ผ่านมาฮูหยินเคยทำอาหารที่ไหนกัน แค่ปอกผลไม้ยังทำไม่เป็นเลย หรือยาพิษนั่นจะไม่ใช่ยาพิษแต่เป็นยาที่ทำให้คนเราเก่งและเป็นคนดีขึ้น ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆฮูหยินถึงได้ลุกขึ้นมาทำอาหารและยังคิดจะทำเผื่อคุณหนูอีก กลิ่นไก่ทอดหอมชวนน้ำลายไหล
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ยังไงก็ต้องหย่า
บทที่ 5 ยังไงก็ต้องหย่า เฟยเมี่ยวมองน่องไก่ที่หล่นอยู่ที่พื้นอย่างนึกเสียดาย มันหอมและน่ากินมากๆ และท่านแม่ก็ดูตั้งใจทำมากๆคงเสียใจมาก “ทำ อึก ทำแบบนี้ทำไม” อันหนิงทั้งโกรธและเสียใจจนเก็บไว้ไม่อยู่ นางตั้งใจทำมันมากๆแต่ดูสิ่งที่เขาทำสิ มันทำให้ความพยายามของนางไร้ค่าอย่างง่ายดาย อันหนิงเป็นคนประเภทที่ถ้าโกรธจัดและไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ได้ก็จะร้องไห้ออกมา “ท่านแม่ เมี่ยวเมี่ยวขอโทษ” เมี่ยวเมี่ยวเสียงสั่นเครือ ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เพราะเป็นเด็กจึงอ่อนไหวต่ออารมณ์ของคนรอบข้าง เมื่อเมี่ยวเมี่ยวเห็นว่าท่านแม่กำลังจะร้องไห้ก็รู้สึกว่าตนเป็นสาเหตุ “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้เจ้ากินเอง” เขากล่าวเสียงห้วน ไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจนางจนทำให้นางร้องไห้ แต่เพราะเขาเป็นห่วงเมี่ยวเมี่ยวมาก กลัวว่าน่องไก่นั่นจะมียาพิษ เขาไม่อาจเสี่ยงให้เมี่ยวเมี่ยวต้องได้รับอันตรายใดๆได้อีก “ข้าไม่เคยบอกให้เจ้าทำอาหารพวกนี้เสียหน่อย” เขาบอกกับนางด้วยน้ำเสียงและท่าทางไร้เยื่อใย “ฮึก ใจร้าย” อันหนิงกัดริมฝีปากแน่นพยายามกลั้น
Baca selengkapnya
บทที่ 6 งานสบายเงินดี แต่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยดี
บทที่ 6 งานสบายเงินดี แต่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยดี หัวใจเต้นโครมครามจนอันหนิงกลัวมันจะกระเด็นออกมา แค่เห็นสายตาเยือกเย็นของเขานางก็ตัวสั่นเป็นลูกนกแล้ว เขายังทำเสียงดุนางอีก กลัวจนฉี่เกือบราด และด้วยความตกใจก็เลยเผลอทำเรื่องไร้สติลงไป อย่างการยืนยัดอาหารเข้าปากจนหมดถ้วยแล้ววิ่งหนี เป็นภาพที่น่าอนาถเกินจะรับไหว เพราะความกลัวจัดจนสติแตกถึงได้ทำให้ภาพลักษณ์อันสง่างามที่นางร้ายสร้างเอาไว้ต้องเปื้อนมลทิน “ฮือออ น่าอายชะมัดเลย ทำยังไงดี” มาถึงห้องของตนอันหนิงก็ถึงกับเข่าทรุด ทิ้งตัวนั่งคุกเข่าคร่ำครวญ สาวใช้อย่างรั่วซีที่รีบวิ่งตามมาก็ตกใจไม่แพ้กัน ที่เห็นเจ้านายทำท่าเหมือนร้องไห้เสียใจ ถึงกับคุกเข่ากับพื้นทั้งๆที่ปกตินายหญิงของจวนรักษาเนื้อรักษาตัวเป็นที่สุด ไม่เคยปล่อยให้ร่างกายมีรอยขีดข่วน “ฮูหยินลุกขึ้นมาเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวเข่าจะเป็นแผลนะเจ้าคะ” รั่วซีรีบปรี่เข้าไปพยุงอันหนิงให้ลุกขึ้น “หมดแล้วอันหนิง หมดกัน” อันหนิงทำท่าหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน มือทั้งสองข้างขยี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง “ผมยุ่งหมดแล้วเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 นางเอกไม่ตรงปก
บทที่ 7 นางเอกไม่ตรงปก ภายในโถงศึกษาที่ขนาดพอๆกับบ้านหลังหนึ่ง ทุกสัดส่วนถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆมีครบครัน หน้าต่างโดยรอบถูกเปิดออกกว้างเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก แม้จะมีเพียงหนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์แต่สภาพของโถงศึกษาในจวนสกุลหลี่นั้นทั้งใหญ่โตและดูดีกว่าสำนักศึกษาหลายๆที่เสียอีก เฉินอันหนิงแอบอยู่หลังหน้าต่าง บริเวณด้านนอกตัวเรือน ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งที่ได้เห็น เหมือนกับในซีรีส์ย้อนยุคที่ชอบดูตอนเรียนมหาวิทยาลัยไม่มีผิด ได้มาเห็นกับตาก็อยากจะซึมซับบรรยากาศให้ได้เยอะๆ “คุณหนูหลี่คิดว่าการศึกษาสำคัญหรือไม่” น้ำเสียงอ่อนหวานถามขึ้น เรียกความสนใจให้อันหนิงหันไปมอง สายตาอันหนิงไปหยุดค้างอยู่ที่สตรีนางหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเฟยเมี่ยว นางไม่ได้งดงามจนเรียกได้ว่าโฉมสะคราญแต่ใบหน้าขาวจิ้มลิ้มดูใสซื่อบริสุทธิ์ เป็นความงามที่อาจจะไม่มากจนผู้คนต้องเหลียวมองตาม แต่ก็สามารถสะกดให้คนเหล่านั้นสนใจได้ “ก็ไม่เห็นจะสวยขนาดนั้นเลย นักเขียนบรรยายเกินความเป็นจริงไปมาก” อันหนิงเผลอพูดพึมพำ “นั่น
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ชอบตอนนี้เลย
บทที่ 8 ชอบตอนนี้เลย สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินทำให้จ้าวฟางหรูอ้าปากพะงาบๆ คิดคำพูดตอบโต้ได้ไม่ทัน ทั้งๆที่นางไม่เคยที่จะเป็นคนอารมณ์ร้อนขนาดนี้ แต่เพราะอะไรบางอย่างในตัวของเฉินอันหนิงที่เปลี่ยนไปทำให้จ้าวฟางหรูไม่สามารถคุมสติได้ “ข้าจะให้คนไปบอกท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้ว่าฮูหยินกำลังก่อกวนการเรียนของคุณหนู เขาจะต้องไม่ชอบใจเป็นแน่” “แล้วมันเกี่ยวอันใดกับข้า” อันหนิงยักไหล่พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วแบออกเสมอไหล่ ทำสีหน้ายียวนกวนประสาทกรอกตาไปมา “เก่งมากเจ้าค่ะฮูหยิน” รั่วซีที่เฝ้าดูอยู่ไม่ไกลเอ่ยชม ไม่เคยเห็นฮูหยินสู้คนอื่นด้วยสมองแบบนี้มาก่อน แค่ฟังจากตรงนี้ยังรู้สึกเจ็บใจแทนแม่นางจ้าว เจ้าตัวไม่โกรธจนกระอักโลหิตก็เก่งมากแล้ว “ข้าจะสอนสิ่งใดให้กับเฟยเมี่ยวมันก็เรื่องของข้า ท่านไม่มีสิทธิมายุ่ง!” จ้าวฟางหรูเริ่มควบคุมน้ำเสียงของตนให้อ่อนโยนคงที่ไม่ได้ “ข้าไม่มีสิทธิยุ่งหรือ ข้าเป็นมารดาของเมี่ยวเมี่ยว และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาสอนสิ่งที่ผิดให้นางจดจำไปทั้งชีวิตเป็นอันขาด” เมี่ยวเมี่ยวที่ถูกเอ่ยชื่อถึงหลายครั้งนั่ง
Baca selengkapnya
บทที่ 9 สายตาคู่นั้น
บทที่ 9 สายตาคู่นั้น ได้ยินประโยคนั้นของสาวใช้ที่วิ่งมาบอกหน้าตาตื่นตกใจหูทั้งสองข้างของอันหนิงจึงอื้ออึงไปชั่วขณะ มือที่กำเมล็ดพันธุ์เผลอปล่อยมันร่วงตกพื้น เสียงคำบอกเล่าจากปากสาวใช้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ลมหายใจสะดุดติดขัด “แล้ว...นางเป็นอันใดมากหรือไม่” อันหนิงถามเสียงพร่าราวกับหาเสียงของตนไม่เจอ เฉินอันหนิงไม่เคยคิดจะทำร้ายจ้าวฟางหรูจนทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บตัว นางแค่คิดว่าจะให้อีกฝ่ายคุกเข่ารอจนกว่าหลี่เจิ้งหลังจะมาตัดสินด้วยตนเอง ไม่ได้อยากให้เรื่องออกมาเป็นเช่นนี้ ยอมรับว่าอารมณ์ร้อนเกินไปที่สั่งให้ทางนั้นคุกเข่า แต่ก็แค่อยากเตือนสติจ้าวฟางหรูว่านางทำหน้าที่ของอาจารย์ได้ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย “ท่านแม่...” เมี่ยวเมี่ยวยื่นมือไปกุมมือรอบนิ้วชี้ของผู้เป็นแม่ เมี่ยวเมี่ยวรู้ว่าท่านแม่ไม่ได้ตั้งใจ “แม่ไม่เป็นไร เมี่ยวเมี่ยวกลับไปพักก่อน แม่จะไปดูอาจารย์จ้าวของเจ้าสักหน่อย” เสียงของอันหนิงยังคงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่ได้ อันหนิงรู้สึกผิดจากใจจริง นางไม่เคยคิดทำร้ายใคร แค่อยากสั่งสอนเพียงเล็กน้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 10 พระเอกไม่จำเป็นแล้ว
บทที่ 10 พระเอกไม่จำเป็นแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนไม่มีเลยสักครั้งที่หลี่เฟยเมี่ยวจะกล้าขัดคำสั่งคนที่นางเรียกว่าท่านพ่อ เมี่ยวเมี่ยวเชื่อฟังเขาเสมอ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เจ้าตัวเล็กถึงกับกล้าขัดคำสั่งท่านพ่อของนางเพื่อปกป้องอันหนิง “เรื่องของผู้ใหญ่เจ้าเป็นเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจ” เขาบอกกับลูกเสียงทุ้มนุ่ม ไม่เหมือนกับที่พูดกับอันหนิงเมื่อครู่ “ท่านพ่อไม่เข้าใจ ท่านแม่ไม่ผิด” เมี่ยวเมี่ยวเริ่มสะอื้นพลางส่ายหน้า เจ้าตัวน้อยไม่ได้จิตใจเข้มแข็งถึงขนาดนั้นแต่ก็ยังพยายามฝืนเพื่อปกป้องมารดาของนาง ท่านแม่ปกป้องเมี่ยวเมี่ยวแล้วจะให้เมี่ยวเมี่ยวอยู่เฉยๆมองท่านแม่โดนลงโทษได้อย่างไร ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ข้างในเมี่ยวเมี่ยวรู้สึกอึดอัดที่ไม่สามารถพูดสิ่งที่ต้องการได้อย่างใจคิด “เมี่ยวเมี่ยว ฟังพ่อนะลูก” เขารีบคุกเข่าตรงหน้าบุตรสาวแล้วจับไหล่ของนางเอาไว้ จับแก้มของนางให้หันมาสบตา แค่ได้เห็นน้ำตาบุตรสาวก็ทำให้เขาปวดใจ เจิ้งหลิงไม่เข้าใจว่าเรื่องมันลามมาถึงขนาดนี้ได้อย่างไร “เมี่ยวเมี่ยว!” อันหนิงลืมตาขึ้นเมื่อได้ยิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status