《สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ》全部章節:第 61 章 - 第 70 章

110 章節

บทที่ 60 รสชาติของความรัก

บทที่ 60รสชาติของความรัก ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบผ่านพ้นไปด้วยความสงสัยดั่งเล่นเกมแล้วขึ้นปิงแจ้งเตือนศัตรูหายตลอดเวลา ในที่สุดก็ถึงขั้นตอนที่ทุกคนรอคอย วัตถุดิบเหล่านั้นถูกมือน้อยโยนลงกระทะและหม้อใบโต เสียงผัดดังฉ่า หม้อน้ำเดือดส่งไอระเหย กลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยลอยโชยไปทั่วทั้งตรอก “ลาบเป็ดของโปรดไอ้วี” “ทอดมันกุ้งของรักไอ้เรน” อาหารมากมายทยอยไหลมาตามโต๊ะโดยมือที่เช็ดจนสะอาดแล้วของลูกมือจำเป็นนามเสี่ยวชี อาหารที่คุ้นเคยทำเอาคนทั้งสามรู้สึกดั่งได้กลับบ้าน “เชี่ย น้ำตาจะไหล” วีเคี้ยวลาบเป็ดด้วยความซาบซึ้งใจ “เสียดายไม่มีข้าวเหนียว” “เอ้านี่ ข้าวนี้เมล็ดหนืดที่สุดเท่าที่กูจะหาได้จากของที่แม่เตรียมให้แล้ว อาจจะไม่แซ่บเท่าแต่ก็คงจะพอแทนกันได้” “ไอ้แดน กูรักมึงว่ะ” “แล้วของกูอ่ะ?” พฤกษ์ถาม “มึงมันพวกลิ้นจระเข้แดกไรก็อร่อย กูเคยแอบเอาแมลงทอดยัดปากมึง มึงยังว่าอร่อยเลย” พฤกษ์ปิดปากตัวเองโดยทันใด “หา?! ตอนไหน?” “พวกมึงเบา ๆ กันหน่อย อย่าลืมว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่พวกเรา” เรนคว้าแขนของทั้งสองคนไว้แล้วกระซิบเตือน ดีที่เยี่ยเหยากับเสี่ยวชีดูจะไม่ค่อยใส่ใจคำพูดฟังไม่ได้ความของพวกเขาเท่าไรนัก พ
閱讀更多

บทที่ 61 เบาะแสใหม่

บทที่ 61เบาะแสใหม่ เมื่ออิ่มท้องแล้ว สนุกสนานแล้ว ผู้รับฝากของก็ต้องนำของมาส่ง ประตูร้านผ้าจื่อเหลียนถูกเคาะอยู่นานกว่าจะมีคนมาเปิดประตู “ขออภัยด้วยขอรับ เวลานี้ร้านผ้าจื่อเหลียนปิด…” เกอที่มารับหน้าลูกค้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้มาเยือน “ไง อาหง” คุณชายหรวนอินยกยิ้มให้กับอดีตคนรับใช้ประจำกายสหายสนิท “พวกข้ามิได้มาซื้อผ้า แต่มาหาเจ้า” เยี่ยเหยาตอบ “หาข้า?” อาหงยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่ ในใจแอบมีความหวังที่จะได้พบเจ้านายอีกสักครั้ง “ว่าแต่เถ้าแก่ร้านเจ้าหายไปไหน? ตู้ไฉเหลียน!” พฤกษ์เนียนแทรกตัวเข้าไปในร้านขณะที่อาหงกำลังมึนอยู่ ใบหน้าของเถ้าแก่โผล่ลงมาจากระเบียงชั้นสอง เมื่อเห็นผู้มาเยือนเขาก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบลงมา “อยู่นั่นเอง ไป ๆ นำทางไปเร็ว แต่ร้านเจ้าดูเล็กลงหรือเปล่า?” “หรวนอิน?” เยี่ยเหยาเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เดิมทีงานของพวกเขามีเพียงนำจี้หยกกับถ่ายทอดสารของวั่งซีเฉินให้กับอดีตคนใช้ข้างกายเท่านั้น แต่หรวนอินกลับเรียกพบเถ้าแก่ร้านที่ไม่ได้สนิทสนมกันสักทีเดียว แถมยังมีความลับร่วมกันที่ถนนในเขตจินเซียงอีกด้วย คุณชายหรวนเอียงใบหน้ากลับมาพร้อมกับยกนิ้วชี้ปิดปาก “ความลับขอ
閱讀更多

บทที่ 62 ประกาศใหญ่ระดับแว่นแคว้น

บทที่ 62ประกาศใหญ่ระดับแว่นแคว้น คุณชายรองสกุลซูตื่นขึ้นมาในเวลาเดิม แต่จวนซูของเขาในเวลาเดิมของวันนี้กลับแปลกไป “คุณชายรอง มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวถงที่ออกไปถามคนด้านนอกรีบวิ่งกลับมาหาเจ้านาย “ว่าอย่างไร จวนเรามีเรื่องอะไร?” เรนถามด้วยความอยากรู้เต็มแก่ “ไม่ใช่แค่จวนเราเจ้าค่ะ แต่เป็นจวนขุนนางทุกสกุล!” “หา? ทุกสกุล?!” เรนยังไม่เข้าใจเรื่องราว แต่นี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ระดับแคว้นเป็นแน่ “เจ้าค่ะ ฮ่องเต้มีพระบัญชา จัดงานชุมนุมล่าสัตว์ที่อุทยานชิงหลิง ให้ขุนนางและครอบครัวทุกคนเข้าร่วม” “งานชุมนุมล่าสัตว์ครั้งใหญ่ตามปกติจะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สัตว์เตรียมตัวเข้าสู่การจำศีล จึงมีเนื้อหนังและไขมันอ้วนท้วนสมบูรณ์ ในทางกลับกัน หากจัดขึ้นในฤดูหนาวอย่างในตอนนี้ส่วนมากจะเป็นเพียงการจัดเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือเทพเจ้าเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ทว่าในตอนนี้ ไม่มีเหตุการณ์ที่เข้าข่ายสักอย่าง“ เรนสวมบทซูเยว่หยาวิเคราะห์เหตุการณ์แสนประหลาดออกมาเป็นฉาก ๆ แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดปกตินัก ”ที่สำคัญที่สุดคงเป็นรับสั่งที่ว่าให้ขุนนางและครอบครัวทุกคนเข้าร่วมนี่สิ
閱讀更多

บทที่ 63 งานชุมนุมล่าสัตว์ : ที่ปรึกษาแห่งอุทยานชิงหลิง

บทที่ 63งานชุมนุมล่าสัตว์ : ที่ปรึกษาแห่งอุทยานชิงหลิง งานใหญ่ที่รวบรวมคนชนชั้นสูงทั้งแคว้นให้มารวมตัวในที่เดียวกันโดยที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลเพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แคว้นชิงเหอ กว่าเหล่าขุนนางและครอบครัวจะเดินทางมาถึง กว่าจะขนย้ายข้าวของเข้ากระโจมที่ทางวังจัดเตรียมไว้ให้จนเสร็จสรรพก็กินกินเวลาไปถึงสามวันแล้ว การจัดกระโจมครั้งนี้ยังน่าสนใจเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพื้นที่ด้านในสุดย่อมเป็นของฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ ถัดมาจึงเป็นพื้นที่ของผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์กง โหว ปั๋ว จื่อ หนาน ตามลำดับ แต่ทว่า เรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือ กระโจมไม่ได้แบ่งฝักฝ่ายตามขั้วอำนาจทางการเมือง แต่กลับให้ศัตรูอยู่ใกล้ศัตรู มิตรอยู่ห่างมิตร และนั่น เป็นเหตุให้กระโจมของสกุลซูอยู่ข้างกระโจมสกุลหวัง คุณชายผู้เป็นสหายสนิททั้งสองอยู่ห่างกันเพียงตะโกนถึง แต่คนหนึ่งอ่อนแอจนแค่เดินทางมาก็ล้มป่วย นอนซมอยู่ในกระโจม อีกคนถูกทหารของบิดาผลัดกันเฝ้ายามไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่หนูก็เล็ดลอดเข้าออกมิได้ เรนกับวีอยู่ข้างกันมาสามวันโดยไม่ได้เห็นหน้ากันด้วยซ้ำ ในวันที่สี่ ด้านนอกกระโจมสกุลซูก็มีความเคลื่อนไหว
閱讀更多

บทที่ 64 งานชุมนุมล่าสัตว์ : แอบเข้ากระโจมตระกูลหวัง

บทที่ 64งานชุมนุมล่าสัตว์ : แอบเข้ากระโจมตระกูลหวัง ชั่วจังหวะที่วั่งซีเฉินเข้าไปในกระโจมของซูเยว่หยา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เสนาบดีซูเหลียงฉุนกับมาพอดี เมื่อเห็นคนมายุ่มย่ามกับลูกชายคนรองที่ควรจะได้พักผ่อนเป็นจำนวนมากก็ไม่พอใจ คนที่กำลังต่อแถวเองเห็นเสนาบดีก็ทยอยกลับไปด้วยความเกรงใจ “ดีที่เจ้าเปิดกระโจมรับปรึกษา ข้าเลยหาข้ออ้างมาหาได้” แดนพูดด้วยภาษาของโลกนี้ เนื่องจากกระโจมนั้นไม่สามารถกั้นเสียงได้มากเท่าเรือนไม้ หากมีคนผ่านมาได้ยินพวกเขาพูดภาษาที่ฟังไม่เข้าใจจะเกิดความสงสัยได้ “เจ้าควรมาให้ไวกว่านี้ เมื่อครู่ข้าเกือบตาย” เรนฟุบลงกับโต๊ะอย่างเหนื่อยอ่อน “เอาน่า อย่างน้อยกระโจมเจ้าก็เข้ามาได้ ไม่เหมือนกระโจมด้านข้าง” ทั้งสองลอบมองกระโจมสกุลหวังที่มีทหารเฝ้ายามหนาแน่น เรนก้มเอียงคอกระซิบ “เข้าไปหาไอ้วียังไม่ได้เลย คืนจันทร์ดับเอาไงดีวะ?” “เพราะต้องหาวิธีหนีออกจากอุทยานไปด้วยกันสามคนก่อนจะถึงคืนจันทร์ดับนี่แหละ กูถึงมาหามึง” แดนกระซิบตอบ “เรื่องนี้ต้องรู้เส้นทางและตารางเวลาของแต่ละบ้านด้วยจะได้นัดแนะกันถูก หาทางไปปรึกษากับไอ้วีกันเถอะ” “ได้ กูมีวิธี” คุณชายตัวเล็กกับคุณชายที
閱讀更多

บทที่ 65 งานชุมนุมล่าสัตว์ : จุมพิตแลกเลือด

บทที่ 65งานชุมนุมล่าสัตว์ : จุมพิตแลกเลือด โจวม่านได้ยินคำพูดของเจ้านายก็ทั้งตกใจและทุกข์ใจในเวลาเดียวกัน “โธ่! คุณชายสี่ของบ่าว ท่านซ่งหลานรักท่านด้วยใจจริงจึงมาขอท่านกับนายท่าน เหตุใดคุณชายจึงมองว่าเป็นการโดนขายเล่าขอรับ?” วีที่กำลังร้อนใจฉุนกึกขึ้นมาทันที “หา? เจ้าเองก็จะขายข้าอย่างนั้นหรือ?” “มะ ไม่ใช่ขอรับ!” โจวม่านรีบก้มหัวปฏิเสธทันควัน “อะไรขายไม่ขาย เจ้าอยากทำการค้ารึ?” ประตูกระโจมถูกเลิกขึ้น รองเจ้าตำหนักเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นมิตร ทว่าเจ้าของกระโจมกลับไม่ได้ต้อนรับเขาด้วยความยินดี “ท่านรองเจ้าตำหนักเข้าออกประตูไม่ส่งเสียงเรียก ไม่เคาะไถ่ถาม โดยเฉพาะห้องส่วนตัวของเกอยังไม่ออกเรือนอย่างข้ามิสมควรกระมัง” รอยยิ้มมิได้จางลงจากใบหน้าของจอมยุทธ์หนุ่มมันกลับกว้างขึ้นทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้าไปใกล้โฉมงามผู้ครองใจตน “หลังจากจบเรื่องนี้ เจ้าก็จะต้องออกเรือนมาเป็นภรรยาของข้าแล้ว ทำตัวให้ชินเสียตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีหรอกรึ?” วีกลอกตามองบนสิบสองตลบ พลางโก่งคออาเจียนสำรอกความน้ำเน่าผสมรวมกับความมั่นหน้าจนน่าหมั่นไส้ออกมา แน่นอนว่าเขาทำแค่ในใจ ส่วนคนใต้กองผ้าห่มท้องสองก็ทำท่
閱讀更多

บทที่ 66 งานชุมนุมล่าสัตว์ : พื้นที่ล่าสัตว์ของเกอ

บทที่ 66งานชุมนุมล่าสัตว์ : พื้นที่ล่าสัตว์ของเกอ ข้าราชบริพานตั้งแถวเรียงราย เหล่าฮูหยินนำบุตรหลานตั้งแถวเรียงตามลำดับชั้นของสามีในพื้นที่รับชมเบื้องหลัง นกเหยี่ยวถูกปล่อยออกจากกรง ทันทีที่มันเหินขึ้นฟ้า โอรสสวรรค์ก็ปล่อยสายธนูยิงเหยี่ยวร่วงโรยลงสู่พื้น เสียงกู่ร้องฮึกเหิมดังสนั่นคละเคล้าไปกับกลองลั่นเรียกขวัญกำลังใจ ฮ่องเต้ขี่ม้านำขบวนเริ่มการออกล่างานชุมนุมล่าสัตว์เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ หลังโอรสสวรรค์นำเหล่าผู้สูงศักดิ์และข้าราชบริพานออกล่า จากนั้นจึงเป็นเวลาของคนหนุ่มสาวออกตัวไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง ลำดับสุดท้ายจึงเป็นช่วงเวลาของเกอ “พื้นที่ล่าสัตว์ของเหล่าคุณหนูคุณชายจะมัดธงปักลายดอกกล้วยไม้ไว้ตามต้นไม้ ส่วนพื้นที่ของพวกเจ้าต้องไปตามธงปักลายดอกบัวเท่านั้น ห้ามออกจากเขตพื้นที่เหล่านี้เป็นอันขาด” ขันทีผู้มีหน้าที่ดูแลเหล่าคุณชายเกอกล่าวแนะนำอย่างสุภาพ ทว่าสายตาของเขามิอาจปิดซ่อนความดูหมิ่นดูแคลนได้ เกอเป็นเพศอันหาได้ยากจึงมีจำนวนไม่มาก แต่ก็ยังต้องแยกกลุ่มออกมาเนื่องด้วยเกอเป็นของต้องห้ามแห่งวังหลวง ไม่อาจยอมให้เกิดเหตุการณ์บังเอิญพบพานกับกลุ่มของฮ่องเต้ที่กำลังออกล่ากันได้
閱讀更多

บทที่ 67 งานชุมนุมล่าสัตว์ : แยกตัว

บทที่ 67งานชุมนุมล่าสัตว์ : แยกตัว เหล่าคุณชายเกอเจอการโต้ตอบแบบเกือบสิ้นชีพไปก็แยกย้ายกันไปล่าสัตว์ด้วยความคับแค้นใจปนหวาดกลัว ไม่มายุ่งวุ่นวายกับสามสหายที่ควบคุมม้าให้เดินเหยาะ ๆ อยู่ท้ายขบวนอีก “หวังลี่หยาง เมื่อครู่เจ้าโคตรเท่เลย!” แดนกล่าวชื่นชมเพื่อนด้วยศัพท์ปะปนมั่วซั่วไปหมด “จริง เพราะเจ้าเลย คนพวกนั้นจึงหุบปากไปได้” เรนกอดเตาอุ่นแน่น แต่ที่เขาอบอุ่นกลางป่าในฤดูหนาวนี้ได้ เห็นจะเป็นเพราะตรงนี้มีสหายอยู่เคียงข้างต่างหาก “ทั้งหล่อทั้งมากฝีมือ… หวังลี่หยางช่างเกิดผิดที่จริง ๆ” วีถูกป้อยอเข้าหน่อยก็ได้ใจ สักพักก็กลายเป็นเวทนาในโชคชะตาของเจ้าของร่าง บางที หวังลี่หยางที่อยู่ในร่างเขาตอนนี้อาจจะกำลังมีความสุขกับชีวิตอิสระมากก็เป็นได้… ในขณะที่เพื่อนกำลังเหม่อ แดนก็ชี้ไม้ชี้มือ “นั่นกระต่ายนี่!” กระต่ายถูกจับได้ก็มองมาด้วยความตื่นตูมและรีบมุดหายเข้าพุ่มไม้ไป เรนเลิกคิ้ว “เห็นเหยื่อแล้วไม่ยิง กลับเรียกให้เพื่อนดูจนเหยื่อหนีไป เจ้ามาล่าสัตว์แบบใด?” คุณชายตัวน้อยส่ายศีรษะ “ข้าไม่ล่าสัตว์หรอก สงสารจะตายไป” “โห แล้วพวกเนื้อสัตว์ที่เจ้าใช้ทำอาหารทุกวันไม่สงสารรึ?” “เหมือนกันที่ไ
閱讀更多

บทที่ 68 งานชุมนุมล่าสัตว์ : ธงที่หายไป

บทที่ 68งานชุมนุมล่าสัตว์ : ธงที่หายไป “เจ้าไหวหรือไม่? เรากลับกันก่อนไหม?” แดนถามเพื่อนด้านข้างที่หน้าซีดลงทุกขณะอย่างเป็นกังวล ขนาดกอดเตาอุ่นไว้มือหนึ่งเจ้าตัวยังหนาวจนสั่นได้ขนาดนี้ อาการหนักแล้ว “กลับก่อนได้ที่ไหน หากยังไม่ตายก็ฝ่าฝืนการเข้าร่วมงานชุมนุมในรับสั่งไม่ได้ โลกนี้ไม่เหมือนกับโลกที่พวกเราจากมา หน้าตา ชื่อเสียง เกียรติยศ ความจงรักภักดี ทั้งหมดนี้อยู่เหนือสุขภาพร่างกาย เรียกได้ว่าตายได้ เสียศักดิ์ศรีไม่ได้ก็ว่าได้“ เรนพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แดนยักไหล่ เขาสนใจกฎเกณฑ์ปัญญาอ่อนของโลกนี้เสียเมื่อไร “งั้นก็แกล้งตายสิ” “…” เรนหันไปมองเพื่อนด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไม่ใช่เพราะข้อเสนอของอีกฝ่ายไร้สาระ แต่ทำไมเขาจึงคิดวิธีนี้ไม่ได้กัน! เสียงร้องด้วยความดีใจดังขึ้นด้านหน้า ดูท่ากลุ่มของเกอที่นำพวกเขาไปไกลจะเจอสัตว์ป่าให้ล่าแล้ว สักพักเสียงเหล่านั้นก็กลายเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นกลัว คุณชายเกอทั้งหลายควบม้าย้อนกลับมาทางเดิม ด้านหลังของพวกเขาคือฝูงกวางฝูงใหญ่ที่วิ่งควบอย่างไม่คิดชีวิต คุณชายผู้ปราดเปรื่องขมวดคิ้วมุ่น ”เกิดอะไรขึ้นกันแน่? กวางทั้งฝูงมาอยู่ในพื้นที่ล่าสัตว์ของเก
閱讀更多

บทที่ 69 งานชุมนุมล่าสัตว์ : ใส่ร้ายและหักล้าง

บทที่ 69งานชุมนุมล่าสัตว์ : ใส่ร้ายและหักล้างซวยแล้วสิ “บังอาจกล่าววาจาโป้ปดต่อหน้าฝ่าบาท!” ขุนนางผู้ประจบสอพลอรีบชี้หน้าด่าคน “แต่… ก่อนหน้านี้…” “อาเยว่” เรนพยายามคิดหาคำแก้ตัวอย่างหนัก เมื่อหันไปสบตาบิดาที่อยู่อีกฝั่ง ก็ได้รับการส่ายหน้ากลับมา ไม่มีใครช่วยเขาได้แล้ว “ฝ่าฝืนจารีตทำให้ฝ่าบาทเสื่อมเสีย โกหกต่อหน้าเบื้องพระพักต์ แม้พวกเจ้าจะเป็นบุตรหลานของขุนนาง ก็ไม่มีใครได้รับการละเว้น” ขุนนางผู้หนึ่งพูดพลางยิ้มเยาะ ดั่งรอเวลานี้มานาน เรนจำได้ คนผู้นี้คือเจ้ากรมพิธีการที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบิดา เจ้ากรมชี้นิ้วสั่งทหาร “ยังชักช้ารอสิ่งใดอยู่เล่า รีบไปจับ…” “ช้าก่อน!” เสียงตะโกนมาพร้อมกับเสียงควบม้า โฉมสะคราญเปล่งประกายเฉิดฉายแม้จะอยู่ในป่ามืดแสงดั่งพกออร่าติดตัวไว้ตลอด ชั่วขณะหนึ่งที่ความงามสะกดทุกสายตาจนเหล่าขุนนางลืมที่จะคัดค้าน เหล่าทหารองครักษ์ลืมที่จะหยุดเขาไว้ หวังลี่หยางหยุดม้าด้านข้างซูเยว่หยากับเย่หว่านอวี่ที่กำลังคุกเข่าก้มหน้า แล้วโยนคนคนหนึ่งออกมา “ขันทีผู้นี้เป็นผู้ที่นำธงดอกบัวออกไป!” วีประกาศกร้าวให้ทุกคนได้ยินกันจนทั่วทั้งบริเวณ ในขณะที่เขารู้สึกดั่งเป็นวีร
閱讀更多
上一章
1
...
56789
...
11
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status