《สี่สหายทะลุมิติกลายเป็นสี่เกอแห่งต้าเหอ》全部章節:第 71 章 - 第 80 章

110 章節

บทที่ 70 : โรงครัวทองคำแห่งชิงหลิง

บทที่ 70โรงครัวทองคำแห่งชิงหลิง ณ กระโจมลับแห่งหนึ่งในอุทยานชิงหลิง ผู้ที่นั่งเรียงรายภายในคือบรรดามหาอำนาจแห่งแคว้นต้าเหอไม่ต่างจากขบวนทัพล่าสัตว์ในวันนี้ และที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานคือซื่อไห่ฮ่องเต้ ที่ต่างไปคือในนี้มีเพียงคนของฮ่องเต้ทั้งหมด “งานชุมนุมล่าสัตว์ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างกะทันหัน เนื่องจากต้องการล่อให้กลุ่มกบฏโผล่หัวออกมา แต่ตอนนี้เราได้แค่ตัวขันทีชั้นผู้น้อยคนเดียว” ขุนนางฝ่ายกรมคลังพูดอย่างหัวเสีย “นี่เพิ่งจะเป็นวันแรกของการออกล่าเท่านั้น ใจเย็นแล้วทำตัวปกติไปก่อน” เสนาบดีซูกล่าวด้วยความสงบนิ่ง “ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ ผลการสอบสวนขันทีผู้นั้นได้ความว่าอย่างไรบ้าง?” อี๋อ๋องเอ่ยถาม ในทีนี้เขามีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนที่สุดแม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ทว่าอ๋องน้อยผู้นี้มักทำตัวเอ้อระเหยจนคนอื่นชินชากลายเป็นไม่สนใจไปเสียแล้ว ประตูกระโจมถูกเลิกขึ้นอย่างเงียบเชียบ แม่ทัพเย่หว่านอวี่ผู้เป็นดั่งมือขวาของกษัตริย์เดินเข้ามารายงานข่าวอันน่าตกใจ “ขันทีผู้นั้นตายแล้ว” “ว่าอย่างไรนะ?!” เหล่าขุนนางในที่ประชุมพากันร้องด้วยความตกตะลึง ฮ่องเต้ยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึมไม่ไหวติงต่อข่าวร้าย “
閱讀更多

บทที่ 71 งานชุมนุมล่าสัตว์ : ฟูลคอร์สของหัตถ์ทองคำแห่งต้าเหอ

บทที่ 71งานชุมนุมล่าสัตว์ : ฟูลคอร์สของหัตถ์ทองคำแห่งต้าเหอ “เจ้า เจ้า เจ้า แล่เนื้อกวางส่งไปให้เจ้า เจ้า หั่นเนื้อให้เป็นเต๋า อีกส่วนให้เจ้ากับเจ้าหั่นเป็นชิ้นเท่านี้ ส่วนเจ้า เจ้า เจ้า เป็นแผนกหั่นผัก เจ้ากับเจ้ามาช่วยข้าตรงนี้” “ขอรับ!” เหล่าคนจรชุบตัวตอบอย่างขยันขันแข็ง “หั่นเนื้อ? ต้องสัมผัสเนื้อสด ๆ น่ะรึ?” เหล่าคุณชายเกอที่ถูกสั่งการทำท่าราวกับจะเป็นลม “ทำ ๆ ไปเถอะน่า นี่เป็นการลงโทษไม่ใช่หรืออย่างไร ดีกว่าไปนอนในคุกเยอะ” แดนตอบปัดอย่างไร้ปรานี เขาจิ้มนิ้วสั่งการโดยดูโหงวเฮ้งเพียงเท่านั้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับดวงแล้ว และดูท่าว่าดวงของเขาจะยังไม่ถึงฆาต “พวกเจ้าแล่เนื้อเก่งชะมัด” พ่อครัวใหญ่หันจากเตาของตนไปจ้องการแล่กวางอย่างช่ำชองและโหดเหี้ยมราวกับกำลังฟาดฟันศัตรูของเหล่าคนจร คนจรที่ถูกทักยิ้มโอ้อวด “แน่นอน ก็ข้า…” “พวกข้าเคยรับจ้างที่โรงเชือดสัตว์น่ะขอรับ” คนจรอีกคนรีบอุดปากคนแรก “บิดาเจ้า! มือเจ้ายังไม่ได้เช็ดเลือดกวาง!” “เป็นเช่นนี้เอง” แดนพยักหน้า “แผนกผักก็ทำได้ดีมาก” “วา ดีจริงที่ออกมาไม่แย่” คุณชายเกอที่รับหน้าที่ตีมือกันอย่างดีใจ โดยเฉพาะแผนกหั่นหอมที่ยิ้มทั
閱讀更多

บทที่ 72 งานชุมนุมล่าสัตว์ : การประชุมของกลุ่มกบฏ

บทที่ 72งานชุมนุมล่าสัตว์ : การประชุมของกลุ่มกบฏ อุทยานชิงหลิงกว้างใหญ่ มิได้มีกระโจมลับเพียงแห่งเดียว อี๋อ๋องผู้เอ้อระเหยเลิกกระโจมที่มีทหารเฝ้ายามแน่นหนาไปได้อย่างง่ายดาย เขาเดินผ่านความตึงเครียดภายในกระโจมไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตรงไปนั่งที่ตำแหน่งประธาน “อี๋อ๋อง ท่านเป็นผู้นำของเรา ท่านไม่ควรมาสาย” ชายวัยกลางคนสวมเกราะเต็มยศที่นั่งถัดจากอี๋อ๋องตำหนิ อ๋องหนุ่มเพียงยกยิ้มอย่างไม่ยี่หระ “ข้าจำเป็นต่อการประชุมเสียที่ไหน ใครก็รู้ว่าผู้นำที่แท้จริงคือไทเฮากับพระมาตุลา” “ท่าน!” “พระมาตุลา สงบอารมณ์ด้วย” ขุนนางฝ่ายพลเรือนผู้เป็นกุนซือแห่งกลุ่มกบฏเอ่ยปราม “อี๋อ๋องเองก็ไม่ควรพูดเช่นนั้น อย่างไรผู้ที่จะขึ้นครองราชย์คนถัดไปก็คือท่าน ท่านคือผู้นำของเรา” อี๋อ๋องเท้าคางอย่างสบายอารมณ์ “ตามที่พวกเจ้าจัดการเถอะ” เหล่าผู้นำกลุ่มกบฏได้แต่ส่ายศีรษะระอาให้กับความเหลาะแหละของผู้นำ แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ต้องการให้อี๋อ๋องเป็นเพียงฮ่องเต้หุ่นเชิดอยู่แล้ว และฮ่องเต้หุ่นเชิดก็ควรที่จะไร้ความสามารถเช่นนี้จึงจะดี เหตุผลเดียวที่พวกเขาต้องการตัวหุ่นเชิดในที่ประชุมมีเพียง “แผนของเราล่มไม่เป็นท่าไปสอง
閱讀更多

บทที่ 74 งานชุมนุมล่าสัตว์ : การเคลื่อนไหวแรก

บทที่ 74งานชุมนุมล่าสัตว์ : การเคลื่อนไหวแรก คืนล่าสัตว์กลางคืนอันแสนอันตรายและท้าทายได้มาถึง แต่เดิมการล่าสัตว์กลางคืนมีขึ้นเพื่อพิสูจน์ความกล้าหาญและทักษะของผู้เข้าร่วม หากมีกลยุทธ์ที่ดีอาจจะล่าหมาป่าได้ทั้งฝูง หากผู้ใดล่าเสือได้จะนับว่าเป็นสุดยอดแห่งนักล่า ได้รับเกียรติสูงสุดในงานชุมนุมล่าสัตว์ครั้งนี้ไปครองทว่า ในคืนนี้กลับไม่มีใครสนใจหมาป่าหรือเสือ เพราะสิ่งที่จะถูกล่าในคืนนี้คือมังกรและงูพิษ หวังเซียนมองกองทัพที่ตนฝึกฝนมากับมือ ทหารทุกนายยืนตรงเรียงแถวเท่ากันทุกระเบียดนิ้ว ดวงตาของแต่ละคนดุดันและมุ่งมั่น ควรค่าแก่เกียรติยศกองทัพตระกูลหวัง กองทัพที่เป็นรองเพียงกองทัพของพระมาตุลา แต่ที่เป็นรองคือด้านจำนวน มิใช่ความสามารถ แม่ทัพมองเสี้ยวพระจันทร์ที่ใกล้จะดับครบดวง สัมผัสสายลมหนาวเสียดกระดูกของค่ำคืนฤดูหนาว ตอนนี้เขาเพียงรอเวลาที่จะเผด็จศึกตามแผน หูที่ถูกขัดเกลาจนประสาทการรับรู้เฉียบคมได้ยินเสียงควบม้ามาแต่ไกล ทว่าม้าที่มามีเพียงหนึ่งตัว และไม่ได้เร่งรีบจนดูผิดแปลก เห็นจะเป็นทางฝั่งของพระมาตุลาส่งข่าวมาเป็นแน่ “เรียนหวังโหว อี๋อ๋องเรียกท่านกับรองแม่ทัพและหัวหน้าหน่วยทั้งสี่เ
閱讀更多

บทที่ 73 งานชุมนุมล่าสัตว์ว์ : ข่าวลับจากสหาย

บทที่ 73งานชุมนุมล่าสัตว์ : ข่าวลับจากสหาย เสี่ยวชีนั่งเท้าคางมองคนที่แม้จะส่งอาหารสำหรับมื้อนี้ออกไปหมดแล้วก็ยังไม่ยอมวางกระทะกับตะหลิวในมือ “คุณชายน้อย เวลาข้าดูท่านทำอาหารเหมือนกำลังดูจอมยุทธ์ต่อสู้เลย” คุณชายน้อยที่กลายเป็นพ่อครัวใหญ่แห่งอุทยานชิงหลิงหันมามองอย่างรู้ทัน “เจ้าพูดเอาใจข้าเพราะหิวมากล่ะสิ เดี๋ยวก็ได้กินแล้วไม่ต้องรีบร้อน” ว่าแล้ววั่งซีเฉินก็เทอาหารในกระทะใส่จานสองจาน แล้วยื่นจานหนึ่งให้กับเพื่อนคนจรผู้รอคอยอย่างหิวโหย เสี่ยวชีมองอาหารสีเข้มตรงหน้าไปก็น้ำลายสอไป “นี่คืออาหารอะไร? หอมยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้มาก่อน” “นี่เรียกว่าผัดซีอิ้ว ข้านึกอยากกินขึ้นมาเลยทำให้เจ้ากินด้วยเสียเลย เป็นอย่างไร ถูกปากหรือไม่?” เสี่ยวชีตักผัดซีอิ้วเข้าเต็มปาก เพียงแค่เคี้ยวไปไม่กี่ครั้งเขาก็ทำตาโตอย่างตกตะลึง “อร่อยมาก! เหตุใดข้าไม่เคยได้กินมาก่อน เป็นอาหารที่ท่านคิดค้นขึ้นมารึ?” “อาหารจากต่างแดนน่ะ” รอยยิ้มภาคภูมิใจเจือจางลงกลายเป็นความอาลัยอาวรณ์คิดถึงบ้านเกิด อาหารที่เดินเข้าร้านไหนก็เจออย่างผัดซีอิ้วก็กลายเป็นของแปลกไปเสียแล้ว… แดนสะบัดหน้าเรียกสติ เขายังไม่หมดหวังใ
閱讀更多

บทที่ 75 งานชุมนุมล่าสัตว์ : หลบหนี

บทที่ 75งานชุมนุมล่าสัตว์ : หลบหนี รัตติกาลที่ซ่อนคลื่นลมพายุภายใต้ความเงียบและเงามืดมิได้ชี้ชะตาแค่เพียงศึกแห่งแว่นแคว้น แต่ยังเป็นคืนชี้ชะตาของเหล่าผู้ทะลุมิติด้วย สามร่างเคลื่อนตัวไปตามพุ่มไม้ หลบซ่อนจากทหารเฝ้ายาม นางกำนัลที่ออกมาต้มน้ำชงชาให้เจ้านาย และบรรดาผู้ร่วมงานที่แอบนัดพบเพื่อสังสรรค์กัน พ้นเขตที่พักก็มีเพียงเสียงสวบสาบของแมกไม้และเสียงแมลงเป็นเพื่อนร่วมทาง สามสหายคลำทางไปในความมืด พึ่งพาการดูทิศจากดวงดาวและภาวนาให้พวกเขามาถูกทาง ทันใดนั้น ก็มีร่างสีซีดหล่นลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมาขวางหน้าสหายทั้งสาม “ว๊ากกกก!” “ผีหลอก!” “สัพเพ สัตตา…” ทั้งสามแหกปากร้องลั่นด้วยความตกใจ เรนถึงกับทิ้งเตาอุ่นในอ้อมแขน ยกมือขึ้นมาพนมสวดแผ่เมตตาด้วยปากสั่นเทา “ผีบ้านพวกเจ้า นี่ข้าเอง!” หรวนอินกระโดดลงจากกระบี่ของเยี่ยเหยาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ข้าสู้อุตส่าห์จะบุกไปช่วยพวกเจ้าถึงในกระโจม แต่เห็นคนทำลับ ๆ ล่อ ๆ เลยลงมาดู อุตส่าห์ดีใจแทบแย่ พวกเจ้ากลับบอกว่าข้าเป็นผี!” “ไอ้…หรวนอิน นั่นเจ้าจริงด้วย!” แดนโพล่งด้วยความดีใจจนลืมอาการตกใจก่อนหน้าไปสิ้น “ใครใช้ให้เจ้าใส่ชุดสีขาวเสียเหมือนผีกันเล่า”
閱讀更多

บทที่ 76 งานชุมนุมล่าสัตว์ : ปะทะตำหนักพันกล

บทที่ 76งานชุมนุมล่าสัตว์ : ปะทะตำหนักพันกล “ท่านรองเจ้าตำหนัก เราต้องรีบไปเสริมทัพกับพระมาตุลา” “ใกล้จะถึงฤกษ์ยามตามที่นัดหมายไว้แล้ว เราไม่มีเวลาจะมาเสียที่นี่อีก” “ใช่แล้ว กับแค่เกอคนเดียว จะตามจับเมื่อไรก็ได้” บรรดาผู้อาวุโสแห่งตำหนักพันกลช่วยกันเกลี้ยกล่อมรองเจ้าตำหนักด้วยความร้อนรน ซ่งหลานตวาดกลับอย่างคลุ้มคลั่ง ”พวกเจ้าจะไปรู้อะไร? หากรางวัลหนีไปได้ ข้าจะทำการณ์ใหญ่ไปเพื่ออะไร?!“ ผู้อาวุโสคนหนึ่งถอนหายใจ ”เพราะเหตุนี้ท่านจึงเป็นได้แค่รองเจ้าตำหนัก มิอาจขึ้นเป็นเจ้าตำหนักได้“ ”ใครจะไปสนเรื่องนั้น แทนที่พวกเจ้าจะมาขวางข้า มิสู้ช่วยข้าจับตัวหวังลี่หยาง จะได้รีบไปทำการณ์ใหญ่ตามที่พวกเจ้าปรารถนา“ โชคร้ายที่ครั้งนี้เหล่าผู้อาวุโสเห็นด้วย ศิษย์ตำหนักพันกลหลายร้อยจ้องไปที่เป้าหมายเป็นตาเดียว ”ข้าจะต้านไว้ให้ พวกเจ้ารีบหนีไป“ เยี่ยเหยาว่าแล้วก็ชักกระบี่พุ่งเข้าใส่ศัตรู ผู้อาวุโสทั้งสามกับศิษย์ตำหนักดาหน้าขึ้นมารับกระบี่ของเขา เปิดทางให้ซ่งหลาน “ลี่หยาง หากเจ้าไม่ยอมเป็นของข้า ข้าจะทำลายทุกอย่างของเจ้า เริ่มจากสหายที่เจ้ารักเหล่านี้ก่อนเป็นอย่างไร?!” “แม่มันเถอะ นี่เจ้ามีโรค
閱讀更多

บทที่ 77 งานชุมนุมล่าสัตว์ : สิ้นสุดสงครามกบฏ

บทที่ 77งานชุมนุมล่าสัตว์ : สิ้นสุดสงครามกบฏ ความสงบในยามราตรีของอุทยานชิงหลิงถูกแทนที่ด้วยเสียงเลือดเนื้อถูกฟันเฉือนและเสียงกรีดร้อง การปะทะกันระหว่างกองทัพพิทักษ์ฮ่องเต้และกลุ่มกบฏเป็นไปอย่างดุเดือด ฮ่องเต้นำทัพด้วยตัวเองสร้างขวัญกำลังใจแก่กองทัพ ละเลงฝีมือเคียงข้างน้องชายผู้ต่อสู้ได้อย่างดุดันจนเป็นที่น่าตกใจของทุกฝ่าย “นั่นมันทหารกองทัพหวังไม่ใช่หรืออย่างไร? แม่ทัพหวังอยู่ไหน? เหตุใดกองทัพของเขาถึงไปเข้าร่วมกับฝั่งนั้น?!” พระมาตุลากวัดแกว่งดาบไปก็ตะโกนถามด้วยความร้อนใจ “เรียนพระมาตุลา ไม่มีใครพบเห็นแม่ทัพหวังตั้งแต่ยามซวีแล้วขอรับ!” ”ข้าเป็นคนกำจัดเขาไปเอง“ ดาบที่วาดด้วยแขนข้างเดียวกลับหนักหน่วงเสียจนพระมาตุลาต้องรับดาบด้วยสองมือ การโจมตีรุนแรงจนมือทั้งสองข้างของเขาชา ความกดดันส่งให้เหงื่อผุดกรายทั้งร่าง ผู้นำกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในต้าเหอรู้ดี นี่ไม่ใช่การฟันดาบธรรมดา แต่เป็นการโจมตีด้วยลมปราณ! “เบื้องหน้าทำตัวเหลาะแหละไม่ได้ความ แต่ถึงกับลักลอบฝึกฝนวิทยายุทธ์และใช้ลมปราณ พวกเจ้าสองพี่น้องทรยศต่อความกรุณาที่ไทเฮามอบให้! โดยเฉพาะเจ้า อี๋อ๋อง ไทเฮาส่งเสริมให้เจ้าได้บัลลังก
閱讀更多

บทที่ 78 งานชุมนุมล่าสัตว์ : จบ

บทที่ 78งานชุมนุมล่าสัตว์ : จบ หวังเซียนลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อปรับสายตาให้กลับมาชัดแจ้ง เขาก็พบว่าตนยังอยู่ในกระโจมของอี๋อ๋อง ทั้งตัวเขาและลูกน้องที่ยังคงสลบไสลถูกพันธนาการแขนขาอย่างแน่นหนา มีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเลื่อนลงมา มือที่แทบจะกระดิกนิ้วไม่ได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการใช้มีดเล่มน้อยกรีดตัดเชือกเส้นหนา “ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว สงครามจบแล้ว” ประตูกระโจมถูกเปิดออกโดยชายผู้อาบย้อมสีแดงทั้งร่าง กลิ่นคาวโลหิตและรังสีสังหารทำให้เขาดูอันตรายจนเกินกว่าจะเป็นเจ้าของกระโจมผู้เอ้อระเหยได้ “ทั้งร่างเปรอะโลหิตสาดกระเซ็น แต่ดาบกลับไม่มีรอยเลือดสักหยด เผลอ ๆ เลือดบนตัวท่านคงจะไม่มีเลือดของท่านปะปนเลยสักนิด ผ่านศึกสงครามมาได้โดยแทบไม่มีบาดแผล คงไม่มีคำอธิบายอื่นนอกจากเป็นยอดฝีมือ อ๋องเสเพลกินนอนในหอสุราหอนางโลมที่ทั้งต้าเหอเห็นมาโดยตลอด เป็นเพียงการแสดงเพื่อหลอกให้คนตายใจสินะ” อี๋อ๋องไม่ได้ยิ้มหรือหัวเราะ เขาลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าหวังโหวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดั่งมัจจุราชผู้ไม่แยแสนักโทษประหาร "ต้องขอบคุณโหรหลวงที่แนะนำนักพรตสอนเต๋าและศาสตร์แห่งความกตัญญูให้ไทเฮาได้ศรัทธาจนส่งมาเป็น
閱讀更多

บทที่ 79 งานเลี้ยงปราบกบฏ

บทที่ 79งานเลี้ยงปราบกบฏ หนึ่งเดือนแห่งการปราบปรามกบฏพระมาตุลากู้หลินและจัดระเบียบราชสำนักใหม่ผ่านพ้นไป ไทเฮาเสด็จประทับที่อุทยานหลิงหลงไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองอีก ขุนนางฝ่ายที่สนับสนุนฮ่องเต้ขึ้นมามีอำนาจ ก็ได้ฤกษ์แจกจ่ายตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์ที่ว่างลงจากการปราบปราม วันแรกของปี พระราชวังจึงถือโอกาสจัดงานเลี้ยงฉลองโดยเชิญตระกูลขุนนางและชนชั้นสูงทั่วแคว้นมาเข้าร่วมไม่ต่างจากงานชุมนุมล่าสัตว์ที่ผ่านมา แม้แต่เกอที่เป็นของต้องห้ามแห่งราชวงศ์เจียงยังได้รับเชิญให้เข้าร่วม แม้จะต้องอยู่ในพื้นที่แยกจากคนอื่นก็ตาม ราวกับเป็นงานเลี้ยงปลอบขวัญตัวประกันในสงครามกบฏมากกว่างานเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่ “ครั้งนี้สี่เกอได้มาอยู่พร้อมหน้า ทั้งที่คนหนึ่งยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนอีกคนก็เป็นชนชั้นพ่อค้าแท้ ๆ” “ถังรุ่ย เจ้ายังคงปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน ข้าก็นึกว่าเราเป็นสหายกันแล้วเสียอีก” แดนเท้าสะเอวยืนบังหน้าผองเพื่อนอย่างปกป้อง แต่เขาที่ตัวเล็กกว่าใครเลยลดความน่าเกรงขามลงไปมาก “กับเจ้าและซูเยว่หยาที่ร่วมทุกข์สุขกันมานั้นนับว่าเป็นสหายแล้ว แต่กับอีกสองคนนั้นไม่เกี่ยว” “จริงด้วย โดยเฉพาะคนจากต
閱讀更多
上一章
1
...
67891011
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status