เสิ่นเจียวจื่อกลับเอ่ยตัดบทอย่างเย็นชา“ข้าจะบอกให้ท่านฟังตรงนี้ ต่อให้ทั้งเมืองหลวงมีเจ้าเป็นบุรุษเพียงคนเดียว ต่อให้ชาตินี้ไม่มีบุรุษอื่นมาสู่ขอ…” นางจ้องเขาตรงๆ เสียงของนางเย็นเฉียบ“ข้าก็ไม่มีวันกลับไปอยู่กับเจ้า บุรุษสันดานเช่นเจ้า…พบกันเพียงครั้งเดียวในหนึ่งชาติ ก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว”“เจียวเจียว…นี่เจ้าพูดอันใดออกมา เจ้าจำไม่ได้แล้วหรือว่าเคยชื่นชอบข้ามากเพียงใด เจ้าลืมแล้วหรือว่าเจ้าสวมรอยเป็นผู้มีพระคุณ เพื่อจะได้แต่งงานกับข้า…เจ้า..”“พอ!” เสิ่นเจียวจื่อตวาดตัดบททันที“หุบปากเสียที ข้ารำคาญเหลือเกิน”“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”เจียวเจียวกำลังรำคาญเขาอยู่อย่างนั้นหรือ?นางแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าวประโยคสุดท้ายอย่างท้าทาย“อ้อ…ท่านอยากรู้ใช่หรือไม่ ว่าใครกันแน่ที่ช่วยชีวิตท่านในฤดูร้อนปีนั้น ไปสิ..คำตอบอยู่ที่ลานดอกบัวนั่นแล้ว”กล่าวจบ นางก็เดินเชิดผ่านเขาไป อีกทั้งไหล่ยังกระแทกเข้ากับร่างของเขาอย่างไม่ไว้หน้าเวิ่นเฉินอี้ชะงักงันคำพูดของเจียวเจียวหมายความว่าอย่างไร?คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น ลางสังหรณ์บางอย่างพลันผุดขึ้นในใจร่างสูงในอาภรณ์สีเขียวเข้มรีบสาวเท้ามุ่งไปยังลานกลางจวน หัวใ
Read more