ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ในนามของเสิ่นเจียวจื่อบรรยากาศยามฤดูใบไม้ร่วงเย็นสบาย ลมอ่อนพัดผ่านสวนจนใบไม้ไหวปลิดปลิว สีส้มปะปนกับเขียวเข้มตัดกันงดงาม ศาลาฤดูร้อนที่อยู่ห่างจากตัวคฤหาสน์โดดเด่น ราวกับภาพวาดของจิตรกรฝีมือเอกทว่าทิวทัศน์งดงามตรงหน้า กลับมิอาจทำให้เสิ่นเจียวจื่อคลายความเคร่งเครียดลงได้แม้แต่น้อยความกังวลเรื่องพระราชทานสมรสยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของนางไม่เสื่อมคลายแม้การแต่งงานครั้งก่อนเวิ่นเฉินอี้จะเกลียดชังหน้านางเพียงใด แต่สำหรับเสิ่นเจียวจื่อแล้ว บุรุษผู้นั้นยังนับว่ารับมือได้ไม่ยาก ด้วยทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ นิสัยใจคอย่อมพออ่านกันออกอยู่บ้างอีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา นางก็เข้าออกจวนสกุลเวิ่นจนคุ้นเคย นิสัยใจคอของคนในจวนย่อมรู้ดีอยู่แล้วทว่าองค์ชายสามผู้นั้น แม้แต่ใบหน้าของเขานางยังไม่เคยเห็น นิสัยใจคอเป็นเช่นไร นางยิ่งไม่อาจรู้ได้ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ สำหรับเสิ่นเจียวจื่อแล้ว เรื่องนี้ช่างเหมือนหายนะเสียยิ่งกว่าโชคดี การแต่งงานครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง ที่สำคัญหลังผ่านประสบการณ์แต่งงานแล้วหย่าขาดมาแล้วหนึ่งครั้ง สำหรับเสิ่นเจียวจ
Read more