บททั้งหมดของ ใบหย่านี้มอบแด่ท่าน : บทที่ 71 - บทที่ 80

99

ประชันกัน

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องพูดคุยแค่เดี๋ยวเดียวคงไม่รบกวนท่านกับอนุทั้งสอง” อันหรงปฏิเสธ ทำให้คนที่เอ่ยปากชวนได้แต่เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าหญิงสาวจะกล้าปฏิเสธเขา เหตุเพราะแต่ไหนแต่ไรมานางล้วนฟังคำสั่งของเขาไม่มีอิดออดสักครั้ง“ฮูหยินมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” เสวี่ยอวี้ถามขึ้นด้วยความอยากรู้“งานเลี้ยงที่จวนสกุลเผิง เดิมทีมีเพียงข้ากับท่านที่เข้าร่วม แต่ตอนนี้ที่จวนเรามีอนุอิ่นกับอนุเสวี่ยมาเพิ่ม ข้าเห็นสมควรให้พวกนางไปด้วยจึงได้มาบอกกล่าวให้พวกนางทั้งสองเตรียมตัว” นางหันไปพูดกับสามี“แค่ข้ากับเจ้าไปกันสองคนสามีภรรยาดีกว่ากระมัง” เขาแทรกขึ้น ถ้าหากอนุทั้งสองติดตามไปด้วยมีหวังคนที่ตกที่นั่งลำบากคือตัวเขาแน่ สตรีสองคนล้วนแต่ตามติดเขาเกือบทุกฝีก้าวยิ่งกว่าเงาเสียอีก“ท่านพี่พูดเช่นนี้ได้ยังไงกัน ข้าถือว่าเป็นภรรยาของท่านอีกคนเช่นกัน” เสวี่ยอวี้ขัดขึ้นด้วยสีหน้าเง้างอ“นั่นสิเจ้าคะ แม้พวกเราเป็นเพียงอนุแต่ก็ถือว่าเป็นคนสกุลเมิ่งเช่นกัน” อิ่นซูหนี่เอ่ยเสริม แม้นางจะไม่ถูกกับเสวี่ยอวี้ แต่งานเลี้ยงครั้งนี้นางต้องไปด้วยให้ได้ ด้วยสาเหตุสำคัญคือต้องการเปิดตัวกับทุกคนว่านางเป็นคนสำคัญคน
อ่านเพิ่มเติม

แปลกไป

ด้วยความเสียหน้าทำให้เขาหันไปจ้องทุกคนที่เห็นเหตุการณ์เขม็งราวกับจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าผู้ใดกล้าปากพล่อยพูดเรื่องเมื่อครู่ที่เขาถูกฮูหยินหมางเมินออกไปล่ะก็เป็นเรื่องแน่ แล้วจึงเดินขึ้นรถม้าไป“พอข้าทำดีด้วย เหตุใดเจ้าถึงไม่รับไว้” เขากอดอกถาม เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวแล้ว“ท่านน่ะหรือทำดีกับข้า เมื่อใดหรือเจ้าคะ”“เจ้าอย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย เมื่อครู่ข้าอุตส่าห์ยื่นมือไปให้เจ้าจับ แต่เจ้ากลับเมินเฉยข้าต่อหน้าคนมากมาย”“ที่แท้ท่านก็แค่โกรธที่ข้าทำให้ท่านเสียหน้านี่เอง”“โจวอันหรง ทำไมช่วงนี้เจ้าถึงได้ฝีปากกล้าเช่นนี้”“ปกติข้าก็เป็นคนเช่นนี้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาเป็นเพราะข้าอดทนต่างหากถึงได้ไม่เคยเอ่ยปากพูดขัดใจท่าน”“ก็ดี ข้าจะได้เห็นธาตุแท้ของเจ้า” เขาว่า ขณะเลื่อนสายตาลงไปเห็นหยกห้อยที่เอวของนางเข้า มองปราดเดียวก็รู้ว่าหยกชิ้นนี้ราคาแพงยิ่งนัก สกุลโจวมีหรือจะสามารถซื้อของที่ราคาแพงลิ่วเช่นนี้ให้นาง เพราะแม้แต่เซียวม่านเหม่ยที่เป็นถึงนายหญิงสกุลโจวยังไม่มีของเช่นนี้“หยกนี่ เจ้าได้มาจากที่ใดกัน” เขาเอดถามออกมาไม่ได้“ไม่ใช่เรื่องของท่านเจ้าค่ะ”“ของราคาแพงเช่นนี้ หากไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรว
อ่านเพิ่มเติม

งานเลี้ยงจวนสกุลเผิง

ทันทีที่แขกทุกคนนั่งประจำที่ สายตาหลายสิบคู่ต่างมองมาที่อนุจากสกุลเมิ่งที่แต่งตัวโดดเด่นเกินหน้าทุกคนในงาน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวฮูหยินเผิงราวกับรู้ใจกันก็มิปาน จนฮูหยินหลิงเป็นคนเอ่ยเปิดเป็นคนแรก“แม่นางทั้งสองเป็นอนุของใต้เท่าเมิ่งใช่หรือไม่”“ฮูหยินหลิงถามเช่นนี้ทำไมหรือเจ้าคะ” ฮูหยินหลิวแสร้งถาม“ดูจากการแต่งตัวของพวกนางทั้งสองทั้งโดดเด่นและเรียบหรูปานนี้ เห็นได้ว่าคงมาจากตระกูลที่ร่ำรวยเป็นแน่ถึงได้แต่งตัวไม่ไว้หน้าเจ้าของงานเช่นนี้”“ข้าว่าท่านกล่าวเกินไปแล้วกระมัง นี่คงเป็นครั้งแรกที่พวกนางได้มางานเลี้ยงของชนชั้นสูง หากจะกล่าวโทษนางจะไม่ดูใจแคบไปหรือเจ้าคะ” ฮูหยินไห่แทรกขึ้น ดูผิวเผินคงเหมือนนางพูดจาปกป้อง แต่ถ้ามองดูดี ๆ คงเข้าใจความหมายว่าหาได้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นการตอกย้ำถึงชนชั้นและมารยาทของอนุทั้งสองว่านอกจากจะไม่รู้กาลเทศะแล้วยังไม่ให้เกียรติเจ้าของงานอีกด้วย“ขออภัยที่ข้าโง่เขลานัก” เสวี่ยอวี้ที่รู้ตัวว่าถูกดูแคลนได้เอ่ยขอโทษขอโพยเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งต่างจากอิ่นซูหนี่ที่พยายามเก็บสีหน้าโกรธเคืองเอาไว้“พวกเจ้าอย่าได้ถือสานางทั้งสองเลย ถึงอย่างไรเสียพวกนางก็ได้ชื่อว่าเป็นอนุข
อ่านเพิ่มเติม

สะสาง

นับตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงเสวี่ยอวี้รู้สึกโกรธเคืองฮูหยินเป็นอันมาก เพราะหญิงสาวเป็นต้นเหตุที่ทำให้นางอับอายต่อหน้าผู้คนในงานเลี้ยงตระกูลเผิง จึงได้คิดลงมือกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ คิดได้ดังนั้นจึงสั่งให้สาวใช้คนสนิทสับเปลี่ยนกำยานที่ตนได้มาจากโจวอันหรงเป็นกำยานที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้า โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นางทำล้วนอยู่ในสายาตาของนายหญิงสกุลเมิ่งที่มีหูตาสอดส่องอยู่ทั่วทั้งจวน“ดูเหมือนว่าตอนนี้อนุเสวี่ยจะเริ่มลงมือแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นพวกเราใช้โอกาสนี้ชิงลงมือก่อนนาง” สิ้นคำพูด ฮูหยินสาวได้สลบแน่นิ่งลงกับพื้น ทำให้เรื่องนี้รู้กันทั้งจวน เมิ่งลู่หลิงที่ทราบข่าวว่าจู่ ๆ ภรรยาของตนก็หมดสติได้ตรงปรี่มาที่นี่ทันทีด้วยความเร่งรีบ“เกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินของข้ากัน” เขาหลุดปากพูดว่า ฮูหยินของข้าได้เต็มปาก โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ“ข้าได้ตรวจสอบอาหารที่ฮูหยินได้รับประทานไปก่อนหน้า พบว่ามีปรอทเจือปนอยู่ปริมาณมาก หนำซ้ำชาที่นางดื่มยังมีเจี๋ยจู๋เถาผสมอยู่จึงทำให้ฮูหยินหมดสติไป”“เป็นฝีมือของใครกัน!” เขาถามเสียงเหี้ยม“แม่นางลั่วซิน กำยานที่จุดอยู่ใช้มานานแล้วหรือยัง” ท่านหมอเสิ่นหันไป
อ่านเพิ่มเติม

กลับบ้านเดิม

“พาตัวอนุเสวี่ยมาแล้วขอรับ”“ให้นางเข้ามา”“ท่านพี่ เรียกข้ามามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” เสวี่ยอวี้แสร้งถามด้วยใบหน้าใสซื่อ ทั้งที่ในใจรู้สึกกระวนกระวายยิ่งกว่าผู้ใด“เจ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือไม่”“ทำไมท่านถึงได้ถามข้าเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”“ข้าได้ให้โอกาสเจ้าพูดแล้ว แต่เจ้าไม่ปริปากสารภาพเอง”“ข้าทำอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”“เสวี่ยอวี้ เจ้ามันคนสารเลว เจ้ากล้าให้คนใส่ปรอทลงไปในอาหารของข้ากับฮูหยินได้เช่นไร!” อิ่นซูหนี่ตะคอกเสียงดัง ก่อนฟาดฝ่ามือเข้าที่แก้มขวาของหญิงสาวเข้าเต็มแรง จนเกิดรอยแดงเถือก“นี่เจ้าทำบ้าอะไร!” นางตวาดกลับไป แล้วจึงผลักอิ่นซูหนี่จนนางเสียหลักล้มลง“โอ๊ย!”“พอที จับตัวพวกนางทั้งสองเอาไว้” ใต้เท้าหนุ่มสั่งลูกน้อง เพราะไม่อยากให้พวกนางก่อเรื่องวุ่นวายอีก“เจ้าพูดออกมา ว่าผู้ใดเป็นคนสั่งให้เจ้าทำเรื่องเช่นนี้” เขาถามสาวใช้ที่เป็นใส่สารปรอท“ปะ...เป็นอนุเสวี่ยเจ้าค่ะ นางบังคับให้ข้าทำ”“นางบังคับอะไรเจ้างั้นหรือ เจ้าถึงได้กล้าทำร้ายเจ้านายที่เคยช่วยเหลือเจ้าได้ลงคอ” ลั่วซินถามด้วยนำเสียงสั่นเครือ“ถ้าหากข้าไม่ทำตามคำสั่งของนาง นางจะฆ่าคนในครอบครัวข้าเจ้าค่ะ”“ไม่จริงนะเจ้
อ่านเพิ่มเติม

รู้ตัวเมื่อสาย

"หากเจ้าอยากอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่บังคับให้เจ้ากลับไปพร้อมข้า เพราะข้าเข้าใจดีว่าเวลาที่ต้องอยู่ห่างไกลจากคนรักนั้นเจ็บปวดเพียงใด" อันหรงเอ่ยอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะตัวนางก่อนที่จะออกเรือนก็เคยประสบกับความรู้สึกเช่นนี้ นางเป็นทุกข์ที่ไม่ได้เห็นหน้าคุณชายเมิ่ง แต่ผู้ใดจะคิดเล่าว่าแม้ได้อยู่ใกล้แต่ใจกลับยิ่งออกห่างไปไกล ความสัมพันธ์ของนางกับเขาเริ่มต้นจากการผูกมัดที่ผู้ใหญ่เป็นคนมอบให้ ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่นางเผชิญหน้ากับความเย็นชาของเขาจนนาทีสุดท้าย"ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะ เพราะบ่าวหลงรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว ถ้ายังอยู่ที่จวนสกุลเมิ่งต่อรังแต่จะทำให้เขารู้สึกอึดอัด""เจ้าบอกความในใจกับเขาแล้วหรือ ถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา" ลั่วซินพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบ“เจ้าค่ะ”เมิ่งลู่หลิงแทบจะฉีกกระดาษที่ฮุ่ยหมิงนำมาให้ทิ้ง เขาไล่ลายตาอ่านตัวอักษรในนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนไม่เป็นอันทำงาน“นี่นางถึงกับลงนามใบหย่ามาให้ข้าเชียวหรือ”“คุณชายน่าจะดีใจไม่ใช่หรือขอรับ ที่ฮูหยินจะปล่อยท่านให้เป็นอิสระแล้ว”“ใครบอกนางกันว่าข้าต้องการเช่นนี้”“ฮูหยินคงดูการกระทำของท่านออก ตั้งแต่ท่านกับนางแต่งงานกันท่านไม่เคยสนใจไยดีฮูหย
อ่านเพิ่มเติม

ตอนจบ

“ข้าแค่มาทำหน้าที่สามี”“ไม่สายเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ อันหรงบอกข้าว่านางได้มอบหนังสือหย่าให้ท่านแล้ว แล้วท่านจะเป็นสามีของนางได้เยี่ยงไร”“ข้าเผาทิ้งหมดแล้ว ที่ผ่านมาข้าสำนึกได้แล้วว่าตัวเองทำผิดต่อนาง”“หากที่ท่านกำลังทำอยู่ตอนนี้เพราะว่าเป็นสงสาร ได้โปรดอย่ามาเหยียบที่นี่อีก กว่าอันหรงจะตัดใจจากท่านได้มิใช่เรื่องง่าย”“ข้าไม่ได้สงสาร แต่เป็นเพราะข้า”“…”“แต่เป็นเพราะข้ารักนาง” ในที่สุดเขาก็เอ่ยมันออกจากปาก แม้จะไม่ใช่ต่อหน้าโจวอันหรงก็ตามที เซียวม่านเหม่ยที่ได้ยินยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบนิ่งตามเดิม“รักงั้นหรือ แต่การกระทำที่ผ่านมาของท่านสวนทางกับคำพูดยิ่งนัก หากผู้ใดเชื่อก็โง่เต็มทนแล้ว”“ข้อนี้ข้ายอมรับผิด อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าปากเสีย แต่อย่างน้อยข้าก็ไม่ใช่คนที่ชอบพูดจาเสแสร้ง ตอนนั้นเป็นเพราะข้ายังไม่รู้ใจตัวเองถึงได้ทำผิดต่อนางซ้ำซาก”“ท่านพูดมาตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ อีกไม่นานอันหรงก็จะแต่งงานออกเรือนไปกับคุณชายเหลียวแล้ว” เซียวม่านเหม่ยพูดปด เพื่อหยั่งเชิงบุรุษตรงหน้าว่าเขาจะมีท่าทีเช่นใด“ขอเพียงแค่ครั้งนี้ ข้าขอพบนางได้หรือไม่” เขาอ้อนวอน“เห็นแก่มิตรภาพอันเก
อ่านเพิ่มเติม

สูญเสียทุกสิ่ง

ตั้งแต่ตอนนี้ไป จะอัปนิยายเรื่อง "ย้อนชะตามาทวงคืนทุกสิ่ง" ฟู่ฟางซินมองเรือนไม้หลังเก่าแสนทรุดโทรมที่ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะพังถล่มลงมาพร้อมกับน้ำตาซึม นางอดหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนไม่ได้ อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้นางกับน้องชายสูญเสียบิดาและมารดาในคราวเดียวกัน ไม่เพียงแค่นั้นท่านน้าที่นางให้ความเชื่อใจได้แย่งชิงทุกอย่างที่เป็นของนางกับน้องชายไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงเรือนหลังเก่าที่ตั้งอยู่ใกล้โกดังเก็บของของจวนตระกูลฟู่ให้นางได้อยู่อาศัย “ท่านพี่ ข้าหิวขอรับ” เด็กน้อยวัยแปดขวบบอกพี่สาว เมื่อเห็นหน้านาง “ซานเฉิง เจ้ากินน้ำรองท้องไปก่อน รอรุ่งเช้าเมื่อใดพี่จะรีบไปหาของกินให้เจ้า” นางเอ่ยปลอบใจน้องชาย ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก อย่าว่าแต่อาหารเลยแม้แต่หมั่นโถวสักลูก นางยังไม่สามารถนำมาให้น้องชายได้ นับเป็นวันที่สองแล้วที่สองพี่น้องไม่ได้มีอะไรตกถึงท้อง ยกเว้นเสียแต่น้ำเปล่าที่ใช้ดื่มประทังชีวิต “ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูเสียงดัง “ฮูหยินให้ข้านำอาหารมาให้” เสียงสาวใช้เอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงแสนแข็งกระด้าง “ขอบใจ” นางเปิดประตู
อ่านเพิ่มเติม

ย้อนชะตา

ราวกับว่าสวรรค์ต้องการปลอบใจนาง หญิงสาวฝันเห็นทุกคนที่จากไปพวกเขาทุกคนต่างส่งยิ้มมาให้นาง เป็นอีกครั้งที่ ฟางซินน้ำตาไหลอาบแก้ม ยามคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด “ทะ...ท่านพี่” เสียงเด็กน้อยสะอึกสะอื้น เมื่อไม่เห็นพี่สาวของตัวเองลืมตาตื่นขึ้นมา “ลี่ผิง ท่านพี่จะตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่” เขาหันไปถามสาวใช้วัยรุ่นเดียวคราวเดียวกันกับพี่สาวทั้งน้ำตา “คุณหนูแค่หลับไปเท่านั้นเจ้าค่ะ อีกไม่นานก็ตื่นแล้ว” แม้ปากเอ่ยตอบเช่นนั้น ทว่าในใจของนางกลับไม่มั่นใจสักนิด ว่าคุณหนูของตนจะฟื้นขึ้นมาอีกหรือไม่ นี่ก็ผ่านมาห้าวันเศษแล้วที่นางนอนนิ่งไม่ไหวติง “คะ...คิดถึง” น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยเพ้อ พร้อมน้ำตาไหลออกจากตา ขณะที่ยังไม่ได้ลืมตาเสียด้วยซ้ำ “คุณหนู” “ท่านพี่!” ทั้งสองคนต่างดีอกดีใจเป็นการใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงของคนที่นอนหลับใหล พลางเขย่าแขนของนางเพื่อเรียกสติ “พวกเจ้า” ฟางซินลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นทั้งลี่ผิงและน้องชายยังมีชีวิตอยู่ นัยน์ตาแสนเศร้าเบิกโพลงด้วยความตกใจ นี่เป็นความฝันงั้นหรือ นางควรจะตายไปแล้วมิใช่หรือ มือ
อ่านเพิ่มเติม

คนที่นางชน

ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงของคุณหนูสูงศักดิ์จากตระกูลอื่น ๆ ได้เอ่ยเรียกจ้าวอี้หมิ่นเข้าเสียก่อน “แม่นางจ้าว เชิญทางนี้” “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หญิงสาวไม่ได้รอให้ฝ่ายตรงข้ามเอ่ยตอบอันใดสักนิด นางได้เดินตัวปลิวไปเสียแล้ว ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทาจะดังตามหลังมาเพื่อให้นางได้ยิน “น่าขันนัก นางคิดว่านางเป็นใครกันถึงได้คิดว่าตระกูลเสิ่นเทียบเท่ากับพวกเรา พ่อของนางไม่ได้เป็นขุนนางเสียด้วยซ้ำ” “จวนที่นางอาศัยอยู่ในตอนนี้เคยเป็นจวนของตระกูลฟู่ไม่ใช่หรือ เห็นทีคงแย่งชิงจวนผู้อื่นมาเป็นของตนล่ะสิไม่ว่า” “พวกเจ้าอย่าได้เข้าไปสนทนากับนางเชียว ไม่เช่นนั้นอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกับนางก็เป็นได้” คำพูดทุกประโยคของพวกนางดังเข้าหูเสิ่นอวี้โหรวชัดเจน จนหญิงสาวเกิดอาการควบคุมอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเองไว้ไม่อยู่พลั้งเผลอผลักฟางซินล้มลงไปกับพื้นทำให้ข้าวของที่นางถืออยู่ร่วงหล่นลงตามไปด้วย แม้จะรู้สึกเจ็บตัวอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกสะใจนั้นมีมากกว่า เสิ่นอวี้โหรวควรรู้เสียบ้างว่าตัวเองไม่อาจเทียบชั้นได้กับบุตรสาวของขุนนางอื่น ถึงแม
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
5678910
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status