All Chapters of ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา: Chapter 121 - Chapter 130

248 Chapters

ปิ่นมุกโลหิต 3

“เป็นอะไรไป ไยจึงทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้” หลิวฮองเฮาเข้าวังมาหลายปี ไม่แปลกที่จะรู้จักสังเกตสีหน้าคน หลิวหมิงหย่วนรีบกะพริบตาขับไล่ม่านน้ำในดวงตา ชาตินี้ไม่เหมือนชาติก่อน ไหนเลยจะยังมีความไม่เป็นธรรมให้พี่สาวต้องแบกรับ คิดได้ดังนี้ จากท่าทางจะร้องไห้ก่อนหน้าจึงกลายเป็นกอดแขนออดอ้อน “หย่วนเอ๋อร์คิดถึงพี่หญิง วันคล้ายวันเกิดพี่หญิงหย่วนเอ๋อร์ล้มป่วยกะทันหัน หลังหายดีจึงรีบมาหาทันที” หลิวฮองเฮายกผ้าเช็ดหน้าป้องปากหัวเราะ วันเวลาคล้ายย้อนกลับไปในอดีตยามที่ตนยังไม่ได้ออกเรือน หลิวหมิงหย่วนเสมือนลูกแมวน้อย คอยเกาะติดออดอ้อนนางทั้งวัน ทันใดนั้นหางตาหลิวฮองเฮาเหลือบเห็นอะไรบางอย่าง ปิ่นมุกโลหิตโดดเด่นท่ามกลางกลุ่มผมดำขลับ แววตาหลิวฮองเฮาปลาบปลื้มยินดี ซ่งเทียนเหิงทุ่มเทให้น้องสาวของนางมาตลอดสิบห้าปี ในที่สุดก็สมปรารถนาตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้เมื่อสี่ปีก่อน หัวใจรักของซ่งเทียนเหิง ฟ้ารู้ดินรู้ คนในครอบครัวรวมถึงนางก็รู้ ยกเว้นน้องสาวจอมโง่เขลาผู้นี้ ดังนั้นยามชินอ๋องขอพระราชทานสมรส คนแรกที่นางหันไปมองคือซ่งเทียนเหิง โชคดีที่อีกฝ่ายมีแผนการรองรับ ความ
Read more

ปิ่นมุกโลหิต 4

อุทยานหลวงงดงามราวสวรรค์บนดิน ไม่ว่าฤดูไหนก็มีดอกไม้นานาพรรณให้ชื่นชม หลิวฮองเฮาเดินนำหลิวหมิงหย่วนเข้าศาลาหลังหนึ่ง ม่านไม้ไผ่ถูกปลดลงมาบดบังลมหนาว “มีเรื่องสำคัญอยากพูดกับพี่หญิงหรือ ยามอยู่ในตำหนักถึงลอบส่งสายตาให้พี่หญิง” หลิวฮองเฮารับชาร้อนจากถังกูกู จากนั้นส่งต่อให้น้องสาว เห็นอีกฝ่ายเอาแต่มองไม่ยอมพูด นางจึงกล่าวเสริม “ถังกูกูเป็นคนที่ติดตามมาจากจวนโหว ส่วนพวกนางคือคนที่ท่านพ่อแอบใช้เส้นสายส่งเข้ามาดูแลพี่หญิง ล้วนเป็นคนน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ เจ้ามีอะไรพูดมาตามตรงเถิด” หลิวหมิงหย่วนถอนสายตากลับ ยิ้มขัดเขินยามถูกรู้ทัน “ยังคงเป็นพี่หญิงที่รู้ทันความคิดหย่วนเอ๋อร์” หลิวฮองเฮาใช้ฝาถ้วยชาปัดกากชาเหนือผิวน้ำ จิบลงไปอึกหนึ่ง แล้วว่า “วัยเด็กเจ้าติดพี่หญิงไม่น้อยกว่าติดซ่งเทียนเหิง เจ้าคิดอ่านอะไร เหตุใดพี่หญิงจะมองไม่ออก วังหลวงเป็นสถานที่เช่นไร จิตใจคนในนี้เป็นอย่างไร พี่หญิงไม่พูด ใช่หมายความว่าพี่หญิงไม่รู้ พี่หญิงในสายตาเจ้าอาจเป็นคนดีไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่เรื่องระมัดระวังตัวไม่เคยละเลย” ระมัดระวังตัวเพียงใด สุดท้ายก็ยังถูกคนแอบเล่นเล่ห์..
Read more

ปิ่นมุกโลหิต 5

หลิวหมิงหย่วนวางถ้วยชาในมือลง ไม่ได้รู้สึกเคร่งเครียดกับสายตาคาดคั้นของพี่สาว “ชินอ๋องเพิ่งถูกปฏิเสธการแต่งงานก็เปิดประตูจวนต้อนรับสตรีอื่น เรื่องนี้ชาวบ้านเล่าลือกันเต็มท้องถนน หย่วนเอ๋อร์ไม่ได้อาศัยอยู่ในสถานที่ตัดขาดเรื่องทางโลก ย่อมได้ยินได้ฟังมาบ้าง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหย่วนเอ๋อร์กับชินอ๋องไม่มีอะไรพิเศษ หย่วนเอ๋อร์ไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดเขาถึงอยากแต่งงานกับหย่วนเอ๋อร์” “ยามทูลขอสมรสพระราชทานกับฝ่าบาท ชินอ๋องบอกว่าชื่นชอบเจ้าตั้งแต่แรกพบ” เหตุผลนี้หลิวฮองเฮาไม่เชื่อแม้แต่น้อย ชื่นชอบตั้งแต่แรกพบ? ชื่นชอบที่ใดเล่า? ชื่นชอบที่ตัวนาง?หรือชื่นชอบอำนาจทางการทหารของบิดานาง หลิวหมิงหย่วนอยากหัวเราะให้กับเหตุผลที่อู๋ซั่วหยางใช้ทูลขอสมรสพระราชทานยิ่งยวด “หย่วนเอ๋อร์คิดว่าในใจพี่หญิงต้องมีคำตอบไม่มากก็น้อย เรื่องบางเรื่องพูดไปเป็นการชักนำภัยมาสู่ตัว มิสู้นิ่งเงียบรอเวลาที่เหมาะสม” สองมือหลิวฮองเฮาลอบกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บแหลมคมจิกเข้าเนื้อ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ไม่พูดอะไรอีก จิตใจคนทะเยอทะยานไม่สิ้น
Read more

ปิ่นมุกโลหิต 6

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ระหว่างทั้งสองมีเพียงความเงียบโอบล้อม หลิวหมิงหย่วนไม่ใช่คนที่มีความอดทนล้นเหลือ โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามคือศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมฟ้า “ท่านอ๋อง หม่อมฉันยังต้องกลับไปตัดเย็บชุดแต่งงาน สมรสพระราชทานกระชั้นชิด หากท่านอ๋องไม่มีธุระอันใด หม่อมฉันขอตัว” นางหยิบยกเรื่องชุดแต่งงานขึ้นมาเป็นเหตุผลในการปลีกตัว “ซ่งซื่อจื่อกลัวเจ้าเปลี่ยนใจหรือถึงกำหนดงานแต่งรวดเร็วปานนี้ สามหนังสือหกพิธีการถือเป็นขั้นตอนยุ่งยากที่ต้องใช้เวลา ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะจัดการให้ครบทุกขั้นตอนภายในเดือนเดียวได้” เห็นหลิวหมิงหย่วนทำท่าจะจากไป ในที่สุดคนที่พยายามยื้อเวลาอยู่กับนางให้มากที่สุดก็ยอมเปิดปาก หัวใจบีบรัดรุนแรงยามเอ่ยถึงการแต่งงานซึ่งถูกซ่งเทียนเหิงช่วงชิงไปต่อหน้าต่อตา “หย่วนเอ๋อร์ เปลี่ยนใจยามนี้ยังทัน ขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก ข้ายินดีไปทูลขอฝ่าบาทให้ยกเลิกการแต่งงานระหว่างเจ้ากับซ่งเทียนเหิง” น้ำเสียงอู๋ซั่วหยางอ่อนโยน สายตาเปี่ยมความลึกซึ้งอย่างหาได้ยากยิ่ง ดวงตาหลิวหมิงหย่วนเข้มขึ้นยามได้ยินคำเรียกขานสนิทสนม มุมปากผุดรอยยิ้มหยัน ก้าวถอยหลังอย่างนึกรั
Read more

ปิ่นมุกโลหิต 7

ดวงตาแดงก่ำจากความเคียดแค้นระคนโกรธเกรี้ยวปิดลง วันเวลาหมุนวนหวนคืนสู่อดีต นางคือพระชายาชินอ๋อง ส่วนเขาคือพระสวามีของนาง ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะบีบปลายคางนางเช่นนี้ จากนั้นตะคอกเสียงเย็น ‘หลิวหมิงหย่วน ตำแหน่งพระชายาชินอ๋อง ข้าให้เจ้าได้ก็สามารถเอาคืนได้เช่นกัน เป็นถึงชายาเอกแต่ไม่มีปัญญาจัดการเรือนหลังให้เรียบร้อย ข้าแต่งเจ้าเข้ามานับมีประโยชน์อะไร อย่าทำตัวเป็นกระสอบหญ้าฟาง[1] เพราะจุดจบของมันคือกองขยะข้างทาง หากอยู่ที่นี่แล้วไม่มีความสุข จะกลับบ้านเดิมข้าไม่ว่า ถึงอย่างไรจวนชินอ๋องแห่งนี้ มีหรือไม่มีเจ้าก็ไม่ต่างกัน’ ‘ท่านอ๋อง หม่อมฉันแต่งให้พระองค์แล้ว ชั่วชีวิตถือเป็นคนของจวนชินอ๋อง จะกลับบ้านเดิมได้อย่างไร ถ้าให้คนอื่นล่วงรู้ หม่อมฉันไม่กลายเป็นที่ตลกขบขันหรือ’ ‘รู้ว่ากลับไม่ได้ก็จงลดความหยิ่งผยองของเจ้าลง จวนชินอ๋องของข้าชุบเลี้ยงแต่คนสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ใช่สตรีร้ายกาจที่วัน ๆ เอาแต่อิจฉาริษยา เที่ยวระรานผู้อื่นเพราะความหึงหวงไปทั่ว’ ‘เป็นพวกนางที่คิดแย่งชิงความรักของท่านอ๋องไปจากหม่อมฉัน เป็นพวกนางมายั่วยุหม่อมฉันก่อน’
Read more

งานแต่งซ่อนกล 1

เสียงมโหรีอึกทึกสนั่นฟ้า สร้างความคึกคักครื้นเครงให้กับถนนสองฟากฝั่ง ขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนผ่านถนนใหญ่มุ่งหน้าสู่จวนหลิวโหว บนท้องฟ้ามีปุยหิมะสีขาวสะอาดลอยอ้อยอิ่ง ให้ความรู้สึกคล้ายกลีบดอกไม้จากสรวงสวรรค์โปรยปรายลงมาอวยพร ซ่งเทียนเหิงในชุดแต่งงานสีแดงเพลิงนั่งองอาจสง่างามอยู่บนหลังม้า ความหล่อเหลาแฝงอันตรายของชายหนุ่มบดบังความบิดเบี้ยวไม่ประณีตของลวดลายบนชุดแต่งงานให้หม่นหมองจนไม่เป็นที่สังเกต เจ้าบ่าวน่าหลงใหลถึงขั้นนี้ ดีงามถึงขั้นนี้ ส่องโคมหาทั่วแผ่นดิน เกรงว่ามีเพียงไม่กี่คน ฉะนั้นเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะพากันอิจฉาเจ้าสาว สะใภ้ตระกูลซ่งหาเป็นกันง่ายไม่ นอกเสียจากได้รับความรักจากบุรุษตระกูลซ่งจนหมดใจ มิเช่นนั้นอย่าได้ถามหางานแต่งงาน คิดถึงตรงจุดนี้ ไม่มีสตรีใดไม่อยากรู้วิธีผูกมัดใจซ่งซื่อจื่อของคุณหนูรองตระกูลหลิว ผู้ใดกล่าวว่าคนดีต้องคู่กับคนดี คนไม่ดีต้องคู่กับคนไม่ดี สำหรับซ่งเทียนเหิง หลิวหมิงหย่วนไม่จำเป็นต้องดีงาม เพราะความดีงามเขามีมากพอแล้ว ไม่ต้องการจากภรรยามาเพิ่มอีก ที่เขาต้องการคือสีสันที่ทำให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในตัวหลิวหมิ
Read more

งานแต่งซ่อนกล 2

‘ซื่อจื่อ ท่านจะแสดงความรักกับภรรยาก็ควรให้ข้าออกไปก่อนหรือไม่ ความไร้ยางอายของท่าน ดูท่าจะบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์แล้ว’ จื่อหรานค่อนขอดในใจ ซ่งเทียนเหิงถอดถอนจุมพิตอย่างแสนเสียดาย เลือดในกายพลุ่งพล่านยามเห็นดวงตาเย้ายวนฉ่ำน้ำ ความหนาวเย็นถูกไฟปรารถนาในกายแผดเผาไปจนสิ้น ไม่มีฤดูไหนเหมาะต่อการแต่งงานเท่าฤดูหนาวอีกแล้ว ความชั่วร้ายผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ทำให้ดวงตาร้อนแรงมีประกายเจ้าเล่ห์แอบแฝง อาศัยจังหวะที่หลิวหมิงหย่วนยังไม่คืนสติ กดริมฝีปากกับกลีบปากบวมเจ่อซ้ำ ๆ “รอข้า” เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูหลังชิมความหอมหวานทั้งภายในและภายนอกของริมฝีปากภรรยาจนเป็นที่พอใจแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวหมิงหย่วนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ซ่งเทียนเหิงเองก็ไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธด้วย ชีวิตหลังแต่งงาน นอกห้องยกให้นางเป็นใหญ่ ส่วนในห้อง... สามีต้องเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว! อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมืองหลวง อักษรมงคลคู่กับผ้าไหมสีแดงประดับประดาไปทั่วจวนไม่ต่างจากจวนซ่งโหว ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิด เผยให้เห็นเจ้าสาวบนเตียงหลังกว้าง อู๋ซั่วหยางในชุดแต่งงานสีแดงปักลายมังกรห้า
Read more

งานแต่งซ่อนกล 3

“ส่งเสบียงครั้งนี้ข้าไม่ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาด กองกำลังเหล่านั้นถือเป็นทางถอยของเรายามประสบเหตุการณ์คับขัน อัครเสนาบดีเกาต่อให้มีเกาหงซวนซึ่งเชี่ยวชาญทั้งบุ๋นบู๊คอยช่วยเหลือก็ใช่จะวางใจได้ อย่าลืมว่ากองทัพที่อยู่ในมือพวกเขาไม่ใช่ตระกูลเกาเป็นคนสร้าง คิดให้สยบเชื่อฟังไหนเลยจะง่ายดายอย่างที่เห็น ภายใต้ความสงบเรียบร้อยของกองทัพที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนผู้บัญชาการ ไม่มีผู้ใดกล้ารับประกันว่าไม่มีคลื่นใต้น้ำซุกซ่อนอยู่ ยิ่งช่วงก่อนซ่งเทียนเหิงได้เข้าไปช่วยจัดการเรื่องในกองทัพ ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะไม่แอบเล่นเล่ห์ลับหลังพวกเรา ยืมจมูกคนอื่นหายใจมิสู้พึ่งพาตนเอง ดังนั้นกองกำลังลับนี้ ไม่ว่าอย่างไรต้องรักษาไว้ให้ดี” เฉาเฉวียนขบคิดตามผู้เป็นนาย สลัดเรื่องในห้องหอของอีกฝ่ายทิ้ง อย่างไรเสียก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรยุ่ง “วันนี้เป็นวันแต่งงานของซ่งซื่อจื่อ เขาคงไม่ละทิ้งภรรยามายุ่งวุ่นวายเรื่องของท่านอ๋องกระมัง ท่านอ๋องเลือกจัดงานอภิเษกวันเดียวกับซ่งซื่อจื่อเพราะต้องการใช้งานแต่งสองงานมาเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้เขามีโอกาสสอดมือเรื่องส่งเสบียงให้กองกำลังลับ ในเมื่อคำนวณดีแล้ว เหตุใดยังไม่วางพ
Read more

งานแต่งซ่อนกล 4

ซ่งเทียนเหิงตวัดขาลงจากเตียง ตามไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างกายหลิวหมิงหย่วน เคาะโต๊ะแทนคำพูดว่า ‘เจ้ารินให้ข้าด้วย’ หลิวหมิงหย่วนปรายตา หยิบกาน้ำชามารินใส่ถ้วยพร้อมยื่นส่งให้โดยไม่พูดอะไร รอจนซ่งเทียนเหิงดื่มชาเสร็จเรียบร้อยถึงค่อยเอ่ย “เหตุใดต้องทำเช่นนี้” ซ่งเทียนเหิงวางถ้วยชาที่ดื่มจนหมดแล้วบนโต๊ะ ปรับสีหน้าท่าทางให้มีความจริงจังขึ้นหลายส่วน “ย่อมต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น” ได้ยินคำตอบ หลิวหมิงหย่วนนึกไปถึงข้อสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจ อู๋ซั่วหยางแต่งเกาซีเหมิงเข้าจวนถือเป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดขึ้น ดังนั้นยามได้ยินข่าวการแต่งงานของทั้งสองนางจึงไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอันใด กลับเป็นเรื่องกำหนดการแต่งเสียมากกว่าที่ทำให้นางขบคิด “เดิมคิดว่าอู๋ซั่วหยางเลือกจัดงานแต่งงานวันเดียวกับเราเพื่อแก้แค้น จุดประสงค์คือต้องการทำให้งานมงคลของเราเป็นงานร้าง งานอภิเษกของชินอ๋องกับงานแต่งของซื่อจื่อจวนโหว กระทั่งเด็กสามขวบยังรู้ว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกไปร่วมงานใด กระนั้นข้าก็ยังรู้สึกถึงความไม่ถูกต้อง จวบจนได้ยินคำพูดท่านเมื่อครู่ ข้อสงสัยในใจจึงนับว่ากระจ่างส่วนหนึ่
Read more

งานแต่งซ่อนกล 5

ทันใดนั้นร่างบอบบางราวกิ่งหลิวต้องลมพลันลอยขึ้น ซ่งเทียนเหิงวางหลิวหมิงหย่วนบนโต๊ะกลม ลุกขึ้นเท้าขอบโต๊ะกักขังนางไว้ในอ้อมแขน ฟันขาวสะอาดงับใบหูขาวเนียน สร้างความเสียวซ่านให้อีกฝ่ายเป็นการเอาคืน “เวลามีไม่มาก รอข้าเสร็จธุระจะรีบกลับมามอบบทเรียนที่ริอ่านยั่วยวนหมาป่าให้เจ้า” เสียงแหบพร่าเอ่ยคาดโทษ ลมหายใจหอบถี่ไม่เป็นจังหวะ ดูก็รู้ว่ากำลังต่อสู้กับอารมณ์พลุ่งพล่านสุดกำลัง หว่างคิ้วหลิวหมิงหย่วนมีรอยขมวดที่แทบมองไม่เห็น ซ่งเทียนเหิงแสร้งเมามายให้หวังมู่พากลับห้อง เจตนาแน่ชัดว่าไม่ต้องการรั้งอยู่ในงาน ในเมื่อหลบออกมาได้ เป็นธุระอะไรที่ทำให้เขาต้องออกไปอีก ขุนนางชั้นสูงส่วนใหญ่อยู่ที่จวนชินอ๋อง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เลือกมาจวนซ่งโหว อำนาจบารมีตระกูลซ่งหาใช่ธรรมดา คิดสร้างความอัปยศให้งานแต่งของซ่งเทียนเหิง นับว่าอู๋ซั่วหยางประเมินตระกูลซ่งต่ำเกินไป ตระกูลซ่งเป็นตระกูลที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์โหวเหมือนตระกูลหลิวก็จริง ทว่าอิทธิพลในราชสำนักมีมากกว่า นั่นเพราะมารดาซ่งเทียนเหิงคือบุตรีของมหาบัณฑิตเซี่ย นักปราชญ์ที่คนทั้งแผ่นดินต่างเคารพยกย่อง ขุนนางเกือบ
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status