Semua Bab บ่วงรักในเงาอาชญา: Bab 11 - Bab 20

166 Bab

บทที่ 10 ทำไมต้องทำแบบนี้

ริมฝีปากของฟินลีย์สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว “มันเข้ามาที่นี่ได้ยังไง...มันรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่?” คำถามมากมายเต็มหัวฟินลีย์ไปหมด เหมือนดั่งเมฆหมอกที่ลอยฟุ้งเต็มท้องฟ้าจนมองไม่เห็นดวงดาว เขาทำตัวไม่ถูกเมื่อชายชุดดำเดินจ้ำอ้าวมาหาเขา หมายจะเอาชีวิตด้วยมีดที่อยู่ในมือของมัน“ร้องไห้ตายก็ไม่มีใครได้ยินแกหรอก ไอ้สายลับนั่นมันไม่อยู่ช่วยแกหรอก มันอยากให้แกตาย ๆ ไปเสียด้วยซ้ำไอ้เด็กโง่!!”มันเค้นเสียงเหี้ยมออกมาจากลำคอ สายตามาดร้ายจ้องมองมายังคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง ฟินลีย์กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างยากลำบาก พลางนึกในใจหรือว่าไอ้หมอนี่จะเป็นคนที่โทเบียสปล่อยให้เข้ามาฆ่าเขาเพราะที่นี่เป็นเซฟเฮาส์ของโทเบียส มันควรจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา แต่ทำไมกันไอ้สารเลวนี่มันถึงเข้ามาได้ง่าย ๆ และรู้ไวขนาดนี้ เขาเพิ่งมาถึงเองยังไม่พักเลยเสียด้วยซ้ำไม่มีใครรู้ว่าเขามากับโทเบียส นอกจากโดมินิคและเซบาสเตียน และแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ว่าสองคนนั้นจะเป็นคนบอกไอ้สารเลวนี่ว่าเขาอยู่ที่นี่เพราะจากท่าทีท
Baca selengkapnya

บทที่ 11 ผมจะนอนกับคุณ

ปัง!! ปัง!! ปัง!! เสียงปืนดังติดต่อกันสามนัด ฟินลีย์รีบเอามือปิดหูตัวเองอย่างไว เขาตกใจสุดขีดจนทำอะไรไม่ถูก กระสุนปืนตัดผ่านมือข้างขวาของชายชุดดำจนมีดในมือหลุดลงสู่พื้น ส่วนอีกสองนัดโดนเข้าเต็ม ๆ ที่ขาข้างซ้ายและข้างขวาของมันชายชุดดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าฟินลีย์ในตอนนี้ล่วงลงไปกองอยู่กับพื้นแล้ว เลือดสีแดงสดไหลนองเต็มพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมด มันเหม็นคาวชวนคลื่นไส้ จนฟินลีย์แทบจะอาเจียนออกมาสีหน้าของเขาพะอืดพะอมอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้มันยังไม่ตาย โทเบียสยังไม่อยากให้มันตาย เขาต้องการให้มันมีชีวิตรอด เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งมันมาที่นี่ มันรู้ได้อย่างไรว่าฟินลีย์อยู่กับเขา โดยเฉพาะเซฟเฮาส์นี้โทเบียสรีบวิ่งเข้าไปหาคนตัวเล็ก มือทั้งสองข้างของเขาจับที่แขนทั้งสองของคนที่ตกใจสุดขีด เขาเอามือคลำตามเนื้อตัวฟินลีย์ พลางใช้สายตาสำรวจร่างกายของคนตรงหน้า ว่ามีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บบ้างหรือเปล่า“เป็นยังไงบ้าง? ...มันทำอะไรนายหรือเปล่า”สุ้มเสียงที่เปล่งออกมา มันสื่อถึงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ได้มี
Baca selengkapnya

บทที่ 12 เกมแมวจับหนู

(“ว่าไงพวก...อย่าบอกนะว่าตีกับฟินลีย์ตั้งแต่ยังไม่ถึงเซฟเฮาส์ แล้วจะให้ฉันไปรับฟินลีย์มาอยู่ด้วย”)((“เปล่า...จะให้แกช่วยบอกคนของเรามาช่วยเก็บศพที่เซฟเฮาส์ฉันหน่อย”))โทเบียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ราวกับว่าสิ่งที่เขาเอ่ยออกไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่ฟินลีย์ยังไม่หายหน้าชา ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกเลยเสียด้วยซ้ำ(“อะไรนะ!!...อย่าบอกนะว่าแกฆ่าฟินลีย์ตายไปแล้ว แม่งเอ๊ย!! ไอ้โทเบียสแกนี่มัน....”)((“หยุด!!”))เซบาสเตียนเงียบเสียงทันทีที่ได้ยินโทเบียสตะโกนอย่างดังกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ จนเขาถึงกับต้องเอามันออกไกล ๆ หูของตัวเอง((“นี่แก่จะบ้าหรือไง ใครจะไปฆ่าพยานตัวเอง”))(“ก็แกไง...ฉันคิดว่าแกยิงฟินลีย์ตายน่ะสิ พอบอกให้คนของเราไปช่วยเก็บศพ") ("ขนาดตอนที่ฟินลีย์โดนไอ้บ้านั่นเอาปืนจ่อหัว แกยังท้าให้มันยิงฟินลีย์เลย ฉันก็คิดว่าแกโมโหจนหน้ามืดทนไม่ไหว เป่าสมองฟินลีย์ระเบิดไปแล้วน่ะสิ”)เซบาสเตียนร่ายยาว ไม่เว้นช่องว่างให้โทเบียสได้มีโอกาสพูดเลย เขาคิดว่าโทเบียสฆ่าฟินลีย์ทิ้งไปแล้วจริง ๆ เพราะเห็นไม่ค่อยลงลอยกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว((“มีคนบุกมาที่เซฟเฮาส์ฉัน จะมาฆ่าฟินลีย์...แกค
Baca selengkapnya

บทที่ 12 เกมแมวจับหนู 2

สิ้นเสียงของเซบาสเตียนโทเบียสก็กดปุ่มวางสายทันที เขาตวัดหางตาไปมองศพที่นอนกองอยู่กับพื้น ก่อนที่จะเดินไปหยิบถุงมือยางมาสวมใส่ แล้วเดินกลับมาที่ศพคนร้ายโทเบียสค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ ศพ แล้วทำการตรวจค้นหาหลักฐาน ที่คิดว่ามันน่าจะมีอะไรเชื่อมโยงถึงคนที่บงการคนร้าย ที่สั่งให้มันมาฆ่าฟินลีย์ได้ไม่มากก็น้อย“โทรศัพท์มือถือเหรอ?”โทเบียสรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงข้างขวาของผู้ร้าย ที่นอนหมดลมหายใจออกมา มันถูกล็อกรหัสต้องใช้ลายนิ้วมือในการเปิดใช้งานคนตัวใหญ่รูปร่างกำยำเอื้อมมือไปจับมือของคนที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ก่อนที่จะถอดถุงมือยางที่มันสวมอยู่ แล้วเอานิ้วมือของเจ้าของโทรศัพท์สแกนลายนิ้วมือ เพื่อที่จะเปิดเข้าไปดูข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือมือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้าจอดูรายชื่อคนที่โทรเข้า โทรออกสายสุดท้าย แต่กลับไม่มีแม้แต่สายเดียวเขาคงต้องส่งโทรศัพท์เครื่องนี้ไปให้ฝ่ายตรวจสอบหลักฐาน หน่วยงาน DEL เพื่อให้ช่วยกู้คืนข้อมูลการโทร และข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกลบไป เพราะตอนนี้อย่างน้อยก็มีโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ ที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการสาวไปถึงตัวคนบงการว่าคื
Baca selengkapnya

บทที่ 13 ใครกันที่ส่งมันมา

หลังจากโทเบียสวางสายโทรศัพท์ ความเงียบก็เข้ามาครอบงำอีกครั้ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม คำพูดสุดท้ายที่คนปลายสายพูดไว้ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว "ขอให้สนุกกับเกมแมวจับหนูที่กำลังจะเริ่มขึ้นนะ" น้ำเสียงเหยียบเย็นของคนปลายสาย เปรียบเสมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดสาดเข้ามาในใจเขา ตอนนี้โทเบียสเริ่มไม่แน่ใจอะไรหลาย ๆ อย่าง และเริ่มรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ผิดปกติมากขึ้นทุกทีร่างกำยำเดินวนไปวนมาช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัว ดวงตาคมกริบจ้องไปยังศพที่นอนจมกองเลือดอยู่กลางห้อง กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งในอากาศโทเบียสเฝ้ารอคนของเขา และเซบาสเตียนที่กำลังจะมาจัดการทุกอย่างที่นี่ ที่ที่ไม่มีใครรู้ว่ามีพยานคนสำคัญอยู่กับเขา แต่ไอ้สารเลวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้อง กลับรู้ว่าฟินลีย์อยู่ที่นี่ และมันยังสามารถเข้ามาที่นี่ได้อย่างง่ายดาย มันผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่เขาติดไว้รอบตัวบ้านได้อย่างไรกัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจของโทเบียสแต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากที่สุด สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งหนาวเย็นในอก คือคำพูดของชายปริศนา
Baca selengkapnya

บทที่ 14 คนที่แสนอบอุ่น

ดูเหมือนว่าโดมินิคก็คงไม่ใช่คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่นอน ภายในหัวของโทเบียสเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ว่าใครกันที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ใครเป็นคนส่งคนมาจัดการฟินลีย์ถึงเซฟเฮาส์ของเขา และทำไมมันถึงเข้ามาที่นี่ได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนของระบบรักษาความปลอดภัย ที่เขาติดไว้เต็มบ้านเลยแม้แต่นิดเดียวโดมินิคไม่รอช้า เขาสืบเท้าก้าวเดินผ่านหน้าเซบาสเตียนและโทเบียสขึ้นด้านบนทันที เพื่อไปหาฟินลีย์ เขาคิดในใจป่านนี้ฟินลีย์คงตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว หลังจากเจอเหตุการณ์เลวร้ายติดต่อกันในวันเดียวเสียงฝีเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของโทเบียส โดมินิคยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อคนด้านในเบา ๆ“ฟินลีย์ครับ ผมโดมินิคเอง...ผมขอเข้าไปข้างในนะครับ”โดมินิคเอ่ยเรียกคนด้านใน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากฟินลีย์แม้แต่คำเดียว “ผมขอเสียมารยาทนะครับฟินลีย์ ผมเป็นห่วงคุณจริง ๆ” หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง คนนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลก็ไม่รอช้า เขารีบเปิดประตูเข้าไปด้านในทันทีภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ฟิ
Baca selengkapnya

บทที่ 15 คนหลังประตู

เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบา ๆ ทำให้โทเบียสละสายตาจากพื้นห้องที่เคยมีศพนอนนิ่งอยู่ เขาหันไปมองทางต้นเสียง เป็นฟินลีย์ยืนอยู่ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างห้องพักสองห้อง ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด“คุณคิดว่าเราจะปลอดภัยไหมถ้าอยู่ที่นี่?”คนที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ในความเงียบของเซฟเฮาส์ มันกับชัดเจนเหมือนเสียงนั้นกระซิบในหู โทเบียสมองฟินลีย์อย่างเย็นชา ไร้ความรู้สึกอย่างเคย ๆสายตาคู่นั้นทำให้ฟินลีย์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไร้ค่าในสายตาของอีกฝ่าย “ทำไมคุณชอบมองผมด้วยสายตาแบบนี้นะ ผมมันคงจะเป็นตัวภาระ ตัวปัญหาสำหรับคุณมากเลยใช่ไหม...โทเบียส” เขาอดคิดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ความรู้สึกน้อยเนื้เอต่ำใจถาโถมเข้ามาในใจของชายหนุ่ม เหมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดเขาไปกลางทะเลกว้าง ไร้หนทางกลับเข้าฝั่ง“ถ้านายกลัวนักก็หาที่นอนเอง ฉันไม่มีเวลามาโอ๋เด็กขี้กลัวหรอกนะฟินลีย์”ฟินลีย์กัดริมฝีปากตัวเองแน่น แล้วเม้มปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง เมื่อถูกว่าแบบนี้ มั
Baca selengkapnya

บทที่ 16 คนในอดีตที่ไม่ควรกลับมา

โทเบียสยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ"โทเบียส!!...โทเบียส!!"สุ้มเสียงคนด้านนอกแหบพร่าฟังดูน่าขนลุก เสียงนั้นมันคือเสียงของ “เอลเลียต” เพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อน ตอนที่ฟินลีย์บอกว่าคนร้ายหน้าคล้ายกับผู้ชายที่ถ่ายรูปกับเขาและเซบาสเตียน โทเบียสไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเอลเลียต เพราะเอลเลียตตายไปแล้วแต่ตอนนี้เอลเลียตมาตะโกนเรียกเขาอยู่หน้าประตู หรือผู้ชายที่ฟินลีย์เห็นอาจจะเป็นเอลเลียตจริง ๆ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน คำถามมากมายตบตีกันในหัวอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้"เอลเลียต..."โทเบียสพึมพำชื่อนั้นออกมาเบา ๆ ราวกับละเมอ มือที่กำปืนแน่นเริ่มสั่นเทา ความรู้สึกสับสน และตกใจประเดประดังเข้ามาในหัวจนแทบระเบิด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “เอลเลียตตายไปเมื่อสองปีที่แล้ว ฉันเห็นศพเอลเลียต ฉันไปงานศพ แล้วนี่มันอะไรกัน? หรือว่าฉันฝันไป?” คนตัวสูงพยายามแยกแยะว่าสิ่งที่เกิดคือความฝันหรือความจริงโทเบียสยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอย่างแรง ความเจ็บที่แล่นริ้วไปทั่วใบหน้า บอกให้โทเบียสรับรู้ว่านี่ไม่ใช่ความ
Baca selengkapnya

บทที่ 16 คนในอดีตที่ไม่ควรกลับมา 2

โทเบียสไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เอลเลียตที่เคยเป็นเพื่อนรัก ตอนนี้กลับกลายเป็นปีศาจร้าย ที่ต้องการเอาชีวิตเขาไปเสียแล้ว"แกทำกับฉันไว้ยังไง จำได้ไหม!!"เอลเลียตตะโกนดังลั่น เสียงของเขาแหบพร่า แต่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แววตาวาวโรจน์โกรธจัด มองมายังโทเบียส สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง มันสื่อออกมาผ่านดวงตาคู่นั้นของเอลเลียต ดั่งเปลวเพลิงลุกโชนทั่วกาย สื่อผ่านเข้าไปในแววตานั้น"แกทรยศฉัน แกฆ่าฉัน!!"โทเบียสตกใจกับคำพูดนั้น “ฉันฆ่าเอลเลียตเหรอ? ฉันไม่ได้ทำนะ” โทเบียสขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นด้วยความประหลาดใจ กับสิ่งที่ตัวเองได้ยินจากปากของเอลเลียต หัวของเขาเหมือนกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ มีคำถามที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่น ทำไมอยู่ ๆ เขากลายเป็นผู้ร้ายในสายตาเพื่อนรักไปได้"ฉันไม่ได้ฆ่าแกเอลเลียต แกตายเพราะอุบัติเหตุ แกถูกรถชนตาย"โทเบียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ แม้จะไม่รู้ว่าเอลเลียตกำลังพูดถึงอะไร ทำไมถึงกล่าวหาเขาแบบนี้ก็ตาม"โกหก!!"เอลเลียตคำรามออกมาดังลั่นสุดเสียง สายตาเหี้ยมดุดันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง"แกฆ่าฉ
Baca selengkapnya

บทที่ 18 ความเป็นความตายของโทเบียส

เหมือนเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นและความตายของโทเบียสอยู่เพียงคืบ ฟินลีย์ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เขาเห็นภาพเอลเลียตกำลังจะฆ่าโทเบียส มีดปลายแหลมถูกจ่อที่ลำคอคนตัวสูง ฟินลีย์ตกใจสุดขีด ร่างกายของเขาขยับโดยอัตโนมัติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปผลักเอลเลียต ให้ออกจากโทเบียสสุดแรง"อย่า!!"ฟินลีย์ตะเบ็งเสียงอย่างดัง เสียงของเขาสั่นเครือเจือไปได้ด้วยความตกใจ แรงปะทะทำให้เอลเลียตที่ไม่ทันได้ระวังตัว เซถลาไปข้างหลัง ไม่รู้ว่าฟินลีย์เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ขาของเขาขยับอย่างอัตโนมัติ ฟินลีย์ใช้เท้าเตะเข้าไปที่ข้อมือของเอลเลียตอย่างจัง จนมีดในมือหลุดกระเด็นไปอีกทางคนที่เพิ่งฟื้นตื่นจากความตายมองฟินลีย์ด้วยความตกใจ และดูประหลาดใจไม่น้อย เขาคิดว่าโทเบียสอยู่คนเดียวเสียอีก เพราะปกติโทเบียสไม่เคยพาใครมานอนด้วย แล้วผู้ชายคนนี้คือใคร"แกเป็นใคร...ฉันเคยเห็นแก ใช่ฉันคิดว่าฉันเคยเห็นแกที่ไหนสักที่"ฟินลีย์เอ่ยถามเสียงสั่น พลางยืนหอบหายใจถี่ ๆ ใบหน้าซีดเผือด เขามองเอลเลียตตาไม่กะพริบ ในใจสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามควบคุมสติตัวเองให
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
17
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status