All Chapters of บ่วงรักในเงาอาชญา: Chapter 51 - Chapter 60

166 Chapters

บทที่ 41 ขีดเส้นตาย

ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกสูงใจกลางเมืองนิวยอร์ก ที่ที่ใครต่างก็เรียกว่า “รังของซาตาน” ดำมืด สงบ เย็นยะเยือกและน่าหวาดหวั่น ทุกอย่างภายในถูกตกแต่งอย่างหรูหราและเป็นระเบียบ ผนังห้องทาด้วยสีเทาเข้มภาพวาดดอกลิลลี่สีดำที่อยู่ในกรอบราคาแพงถูกติดไว้เห็นเด่นชัด โต๊ะทำงานสีนิลขลับขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง เก้าอี้หนังสีดำตัวหรูมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่เสียงเปิดประตูดึงสติให้คนที่นั่งเหม่อลอยหันกลับมา ชายอีกคนเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับก้มหน้ารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“คุณลูเซียนครับ เรื่องของโทเบียส...” “แกจะมาบอกฉันว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้าใช่ไหม...รู้ไหมว่าบทลงโทษของแกคืออะไร?” “คือ...คือว่า ผม...” ชายหนุ่มหันมาเผยใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาสีอำพันส่องประกายวาวโรจน์ เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างน่ากลัว ลูกน้องหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น ขอความเห็นใจนายตัวเอง แ
Read more

บทที่ 42 ขีดเส้นตาย 2

ร่างแกร่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสีดำสนิท สีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เขาพยายามเปรียบเทียบความแตกต่าง ว่ามันเหมือน หรือต่างกันตรงไหนหรือเปล่า “มันเหมือนกันทุกอย่าง แล้วทำไมนะถึงต้องเป็นสัญลักษณ์นี้ หรือว่า...” สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ตกคือ รอยสักสัญลักษณ์ที่ศพเป็นรูปเดียวกันกับจี้ของเขาเลย มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองไปมา เหมือนคนเครียดจัด หัวคิ้วขมวดเข้าหากันมุ่น“คงจะดีถ้าฉันอยู่ที่นั่น...”เสียงพึมพำอยู่คนเดียวราวกับกระซิบ เอ่ยออกมาจากปากของโทเบียส ประโยคสั้น ๆ มันทำให้คนที่กำลังจะเดินเข้ามาถึงกับหน้าชาฟินลีย์เห็นสร้อยเงินของโทเบียสที่ยังคงถูกถืออยู่ในมือ สายตาคมของคนพี่กำลังเพ่งมองภาพถ่ายโพลารอยด์ และจี้ดอกลิลลี่สีดำ โทเบียสจับจ้องมันไม่ละตาภาพความทรงจำมากมายในอดีตหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่ขาดสาย สร้อยเส้นนี้เป็นดั่งสิ่งของแทนใจ ที่มีความหมายมาก ๆ สำหรับเขาคำพูดพึมพำที่เอ่ยออกมา มันยิ่งตอกย้ำให้ฟินลีย์เชื่อว่าอีกฝ่ายต้องเกี่ยวข้องกับองค์กรดอกลิลลี่สีดำอย่างแน่นอน อาจจะเป็นคนที่เคยอยู่ใน
Read more

บทที่ 43 คนในความทรงจำ

“คุณไม่ต้องสืบก็ได้ครับ...แค่คุณกล้ามองกระจกนาน ๆ หน่อย ทุกอย่างก็จะชัดเอง” คำพูดของฟินลีย์ทำให้โทเบียสถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ความสงสัยก่อเกิดขึ้นภายในใจอีกครั้ง โทเบียสที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วสืบเท้าก้าวเดินเข้าไปหาฟินลีย์ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบกายเขา เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่ลุกโชน พร้อมจะแผดเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้เป็นจุณ ร่างกำยำย่างสามขุม ทุกท่วงท่ามันช่างหนักแน่น แน่วแน่ และมั่นคง จนคนที่ยืนอยู่ตรงประตูรู้สึกสั่นไหว เมื่อสายตาคู่คมจ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สายตาเปรียบเสมือน พญาเหยี่ยว มันแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจากแววตาคู่นั้น มือหนาเชยคางมนขึ้นสูง ก่อนที่จะบีบมันอย่างแรงจนอีกฝ่ายใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บมันแล่นริ้วขึ้นทั่วใบหน้า ม่านดวงตาของฟินลีย์แดงก่ำราวกับกำลังจะร้องไห้ “เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลย ดูตอนนี้นายทำหน้าเข้าสิ กลัวฉันเหรอฟินลีย์...หึ” น้ำเสียงเย้ยหยันกดต่ำเอ่ยคำรามออกมา สายตาหยิ่งผยองจ้องมองฟินลีย์ ที่เอาแต่จ้องหน้าเขาด้วยแววตาสั่นระริก ฟินลีย์มองโทเบียสตาไม่กะพริบ สายตาทั้งสองจ้องผสานอย่างไม่มีใครยอมใคร เหมือนไฟมร
Read more

บทที่ 44 คนในความทรงจำ 2

แววตานิ่งงันของโทเบียสไล่สำรวจใบหน้าฟินลีย์ ราวกับว่ากำลังจดจำภาพในแฟ้มประวัติ จนคนถูกมองรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกจ้องจับผิด คนน้องเริ่มเสียอาการไม่เป็นตัวของตัวเอง“นายออกไปได้แล้วฟินลีย์ฉันจะนอน”โทนเสียงเย็นยะเยือก แต่แฝงไปด้วยความหม่นหมองเอ่ยขึ้น สายตาของโทเบียสวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งฟินลีย์ไม่ทันได้เห็นมัน “ใช่...เป็นนายจริง ๆ ด้วยฟินลีย์ ฉันจำไม่ผิดแน่ ๆ แต่นายคงไม่คิดจะจำฉันเลยด้วยซ้ำ...ใช่ไหมฟินลีย์” หัวใจแกร่งกระตุกวูบ เต้นระรัวเหมือนกลองรบ เมื่อโทเบียสรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครแต่เขาไม่อยากให้ฟินลีย์เห็นสีหน้าอ่อนแอของตัวเองอีกต่อไป ทุกอย่างถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่เฉยชา เหมือนจักรกลที่ไม่มีหัวใจ“คุณมีอะไรหรือเปล่าโทเบียส ทำไมมองผมแปลก ๆ”คนน้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่คนพี่กลับไม่ตอบอะไร โทเบียสจับข้อมือฟินลีย์ แล้วพาเขาเดินไปที่ประตูห้อง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับที่ลูกบิดประตู แล้วเปิดมันออกสุดแรง“ออกไปฟินลีย์…ฉันอยากพัก”เสียงนิ่งเย็นเปล่งออกมาเบา ๆ แต่กลับเหมือนเขาตะโกนอยู่โสตประสาท ตอนนี้โทเบียสเหมือนคนกำลังแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ “คุณมีอะไรในใจกันแน่...โทเบียส?” ฟินล
Read more

บทที่ 45 คนในความทรงจำ

“มันง่ายไป...ฉันยังไม่ให้แกตายตอนนี้หรอก” ร่างกำยำเอ่ยเสียงเหี้ยม สายตาดุจดั่งปีศาจร้ายเหลือบลงมามองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ดวงตาเอลเลียตไร้แววจนดูน่ากลัว ดุจดั่งสัตว์ร้ายที่หลุดออกมาจากขุมนรก ฟินลีย์กลั้นหายใจอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกไม่ไหวแล้ว มันตื่นกลัวจนคล้ายจะเป็นลม ยิ่งเห็นดวงตาที่ปูดโปนถลนออกมา ขอบตาแดงก่ำเหมือนผีดิบ ฟินลีย์ยิ่งสะท้านทำตัวไม่ถูก หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบรัด ให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก “แกต้องการอะไร?” “ก็บอกไปแล้วไง...ฉันอยากให้ไอ้โทเบียสมันเห็นแกตายต่อหน้าต่อตามัน ด้วยน้ำมือของฉัน ฮ่า ๆ ๆ” เอลเลียตหัวเราะลั่นไม่กลัวโทเบียสจะได้ยิน เสียงหัวเราะที่ทำเอาคนฟังขนลุกและรับรู้ได้ถึงความดิบเถื่อนของมัน ยิ่งทำให้ฟินลีย์รู้สึกหวาดหวั่นเข้าไปใหญ่ “หึ...โทเบียสน่ะเหรอจะมาสนใจไยดีอะไรกับคนอย่างฉัน แกคิดผิดแล้ว” อยู่ ๆ ความน้อยเนื้อต่ำใจก็มาถาโถมคนตัวเล็ก เมื่อคิดตามคำพูดเอลเลียต หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านทุกทีที่นึกถึงคำพูด สีหน้าแววตาของ โทเบียส ในนั้นมันไม่เคยมีเขาเลยด้วยซ้ำ ต่อให้เขาต้องตายตรงหน้าโทเบียสก็ไม่มีวันเสียใจหรอก ขนาดตอนนั้นผู้ชายใจร้ายอย่างโทเบียส ยังท้าให้คนร้ายฆ่าเ
Read more

บทที่ 45 คนในความทรงจำ 2

คนตัวสูงเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก น้ำเสียงถูกเค้นออกมาอย่างดัง แววตาเพ่งมองไปตรงหน้าไม่ลดละ สายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลแสดงออกอย่างเปิดเผยโทเบียสไม่สามารถเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจได้เลย “ถ้านายเป็นอะไรไปฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย…ฟินลีย์” ภาพความทรงจำในวันวาน เหมือนหนังเก่าที่ถูกเปิดฉายซ้ำอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นฟินลีย์ที่กำลังอยู่ใกล้ความตายเพียงเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นกับความตาย“เรามาเล่นเกมกันดีกว่าโทเบียส...”เอลเลียตเอ่ยเสียงเย้ยหยัน พลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย ดวงตาแดงก่ำจ้องมองโทเบียสเหมือนความแค้นมันสุมอยู่เต็มอก อยากจะระเบิดมันออกมาเสียตั้งแต่ตอนนี้คนตัวสูงยืนจ้องหน้าเอลเลียตไม่วางตา “แกอย่าบังคับให้ฉันต้องเลือกนะเอลเลียต” โทเบียสคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยออกไป ถ้าเกมนี้เขาต้องเลือกเขาจะทำอย่างไร ดวงใจแกร่งเต้นถี่รัวราวกับกลองรบ เมื่อคนตัวเล็กยังไม่พ้นเส้นแบ่งความเป็นและความตาย“ฉันไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมอะไรกับแกทั้งนั้นเอลเลียต ปล่อยตัวฟินลีย์ซะ แล้วแกจะทำยังไงกับฉันก็เชิญ""แต่ฉันยังคงยืนยันคำเดิมว่า...ฉันไม่ได้ฆ่าแก!!”“โกหก!!...แกฆ่าฉัน แก...แกกับไอ้เซบาสเตียนรวมหัวกั
Read more

บทที่ 46 เกมที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

ปัง!! ปัง!! เสียงปืนดังติดต่อกันสองนัด กระสุนแล่นออกจากลำเพลิงด้วยแรงดันสูง พุ่งตรงเข้ามือของเอลเลียตอย่างจัง ส่งผลให้มีดในมือหลุดลงสู่พื้นทันที ไม่ทันที่ฟินลีย์จะได้กดปลายมีดลงที่ลำคอตัวเองด้วยซ้ำ ในระยะเพียงแค่ไม่ถึงสามเมตร มันไม่พลาดเป้าแน่นอน สำหรับคนที่ฝึกมาอย่างโชกโชนแบบโทเบียส โทเบียสอาศัยความไวของตัวเองดึงตัวฟินลีย์เข้ามาในอ้อมแขน แล้วดันคนตัวเล็กไว้ด้านหลัง เอาร่างตัวเองเป็นที่กำบังภัย “นายทำบ้าอะไรของนายฟินลีย์...มันน่านัก!!” คนพี่ไม่วายนึกตำหนิฟินลีย์ในใจ แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้ตัวเองได้คิดมาก ปลายกระบอกปืนถูกลดระดับให้ต่ำลงเล็กน้อย ก่อนที่โทเบียสจะเหนี่ยวไกอีกนัดไปที่ขาข้างขวาของเอลเลียต “อ๊ากกกกกก...แก...แก ไอ้โทเบียสแกยิงฉัน แกฆ่าฉัน!! ไอ้ฆาตกร...แกฆ่าฉัน!!” เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังลั่น โหยหวนชวนขนลุก เอลเลียตเอามือกุมต้นขาที่มีเลือดสีดำไหลย้อนลงมาเต็มพื้นไม้ปาร์เก้ กลิ่นหืนชวนคลื่นไส้แต่มันไม่ใช่กลิ่นคาวเลือด มันเหมือนกินเคมีบางอย่าง “สีดำ ๆ นี่มัน...เหมือนที่เราเจอในป่าเลย” คนตัวสูงขยับคิ้วชนกันเล็กน้อย ภาพตรงหน้ามันทำให้เขาตระหนักว่า รอยคราบดำ ๆ ที่เขาตามไ
Read more

บทที่ 46 เกมที่ไม่มีสิทธิ์เลือก 2

ฟินลีย์ทำตัวไม่ถูกและไม่เข้าใจการกระทำของโทเบียสเลย “คุณเป็นบ้าอะไร...โทเบียส อย่ามาล้อเล่นกับใจผมนะ” คนน้องเอาหน้าซุกที่แผงอกแกร่ง แอบอมยิ้มไม่หุบกับการกระทำของคนพี่ฟินลีย์ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไร แต่มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเขาพองโต เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เหมือนมีน้ำเย็นมาอาบชโลมจิตใจให้ชุ่มฉ่ำ“ปล่อยได้หรือยังครับ...”เสียงเล็ก ๆ ของฟินลีย์ดึงสติของโทเบียสให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน โทเบียสรีบคลายอ้อมแขนออกจากคนนัยน์ตาสีเทา ใบหน้าหล่อเหลาแดงซ่านอย่างชัดเจน จนเขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเขารับรู้ได้ถึงคลื่นความร้อน ที่วิ่งพล่านไปทั่วใบหน้า ลามไปยันกกหู “แกทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย เก็บอาการหน่อยสิไอ้โทเบียส!!” คนตัวสูงนึกก่นด่าตัวเองในใจ มือทั้งสองข้างอยู่ไม่สุข ไม่รู้ว่าจะจัดระเบียบไว้ตรงไหนของร่างกาย“ไปนอนได้แล้ว”โทเบียสเอ่ยเสียงเข้ม ทำหน้านิ่งราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สายตาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีแอบมองฟินลีย์ ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้เห็น “อะไรของเขาเอาใจยากจริง ๆ จะพูดเพราะ ๆ หน่อยก็ไม่ได้” ใบหน้ามนงอง้ำ เมื่อถูกอีกฝ่ายทำเสียงเคร่งขรึม อีกทั้งยังดึงใบ
Read more

บทที่ 47 ให้โอกาสหยุด

“นายทำอะไรของนาย...ฟินลีย์!!” ร่างกำยำที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อเห็นคนตัวเล็กเอาหมอนมานอนที่พื้นห้อง ขดตัวอยู่ข้าง ๆ ประตู เสียงลมหายใจพ่นออกมาอย่างแรง โทเบียสปรายตามองฟินลีย์อยู่อย่างนั้น “ก็นอนไงครับ...ถามแปลก ๆ คุณไม่เห็นหรือไง?” น้ำเสียงยียวนกวนประสาท คำพูดประชดประชันเอ่ยออกมาจากปากคนที่นอนอยู่บนพื้น ฟินลีย์พูดทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา ไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองโทเบียสเลยด้วยซ้ำ “จะมาสนใจทำไมล่ะ ว่าผมนอนตรงไหน ผมก็แค่พยาน...” ความคิด ราวกับหมอกหนา ที่ตลบอบอวลอยู่ในหัวของฟินลีย์ เขาอดคิดน้อยใจไม่ได้ ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่มีสิทธิ์อะไรก็ตาม ฟินลีย์ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ มือเรียวกำปลอกหมอนแน่น ราวกับจะให้มันขาดติดมือ มันสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อนึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่พูดเมื่อครู่ “ลุก!!...ขึ้นไปนอนบนเตียง” โทเบียสเอ่ยเสียงเคร่งขรึม พลางจ้องมองฟินลีย์ด้วยสายตาคาดโทษ เมื่ออีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจเขา ยังคงนอนนิ่งไม่หันมาสบตา แม้ว่าโทเบียสจะสั่งให้ลุกไปนอนที่เตียงแล้วก็ตาม มือหนากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดเด่นชัดบริเวณหลังมือ “เล่นอย่างนี้ใ
Read more

บทที่ 47 ให้โอกาสหยุด 2

เขาเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าแสนเกลี้ยงเกลา ใบหน้าเรียวยาว คิ้วสีดำขลับ รับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน อีกทั้งริมฝีปากหยักได้รูป มันช่างลงตัวพอดิบพอดี สันกรามคมเน้นให้เห็นกรอบหน้าเด่นชัด ช่วยเพิ่มมิติให้ดูมีเสน่ห์น่ามองคนในอ้อมกอดอดไม่ได้ที่จะกอดตอบกลับ ฟินลีย์กอดกระชับอีกฝ่ายแน่นไม่แพ้กัน ราวกับว่าทั้งสองจะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว จนหัวใจสองดวงสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกันคนพี่ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ สายตาคมจ้องมองคนน้องด้วยแววตาหลากหลายยากบรรยาย “อย่านะโทเบียส...หยุดคิด แล้วนอนซะ!!” เขาสูดลมหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอด แล้วพยายามข่มตาลงไม่ให้คิดฟุ้งซ่านใจเจ้ากรรมมันเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อฟินลีย์กอดเขาตอบกลับ ดวงตาที่ปิดลงไม่ได้ทำให้ใจโทเบียสปิดลงเลย หัวใจเจ้ากรรมมันเรียกร้องหาคนในอ้อมแขน แต่โทเบียสก็ทำได้แค่เพียงนอนนิ่ง ขอแค่กอดไว้แน่น ๆ แบบนี้ก็พอแล้วคนตัวเล็กไม่สามารถข่มตาตัวเองให้หลับได้ เขานอนมองใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น ราวกับพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง ฟินลีย์พยายามทบทวนว่าเคยเจอคนที่เขากำลังนอนกอดอยู่หรือเปล่าแต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ทว่าพออยู่ในอ้อมกอดนี้กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ใจดว
Read more
PREV
1
...
45678
...
17
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status