All Chapters of แล้วเราไม่รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ : Chapter 1 - Chapter 10

13 Chapters

๑ คู่สามีภรรยารักใคร่

หมอกยามเช้าลอยคลอเหนือหมู่บ้านซานหลิงราวม่านบางสีขาวนวลกลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นควันไฟจากครัวแต่ละหลัง เสียงไก่ขันรับอรุณดังแว่วมาเป็นระยะ สอดรับกับเสียงฝีเท้าของชาวบ้านที่เริ่มออกจากเรือนเพื่อเตรียมงานของวันใหม่ ทุกอย่างดูสงบเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยลมหายใจของชีวิตของผู้คนที่ดำเนินไปบ้านไม้เล็กหลังหนึ่งตรงเชิงเขาดูเงียบสงบกว่าที่อื่นเล็กน้อย หน้าต่างบานเก่าถูกเปิดแง้มรับแสงอรุณอ่อนๆ สาดส่องต้องโต๊ะไม้ตัวเล็กภายในเรือนสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น แผ่นบางหลังเหยียดตรงสง่า ในมือของนางถือเข็มเงินเล่มหนึ่ง เคลื่อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ปลายนิ้วเรียวจับผ้าฝ้ายสีอ่อนแน่น รอยเย็บเรียงตัวเป็นระเบียบ งดงามราวกับลายเส้นที่ถูกวาดด้วยความตั้งใจนัยน์ตาเมล็ดซิ่งเพ่งมองไม่กระพริบตา แม้ท่าทางจะดูสงบนิ่ง หากในแววตากลับกำลังชั่งน้ำหนักคำนวณ หาได้เร่งรีบแม้เพียงจังหวะเดียวราวกับผ่านการไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบมิต่างจากในใจนางมีไม้บรรทัดล่องหน วัดระยะทุกเส้นด้ายให้ลงตัวพอดีไม่ว่าจะฤดูกาลใด จะงานมงคลหรืองานไว้ทุกข์ เสื้อผ้าของผู้คนในหมู่บ้านซานหลิงล้วนต้องผ่านมือของหลินซูเหยาทั้
last updateLast Updated : 2026-04-01
Read more

๒ เลี้ยงภรรยาดุจลมหายใจ

อีกไม่นานก็จะย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเดิมทีสวีเหยียนหาได้เข้าป่าล่าสัตว์บ่อยนัก นานทีครั้ง ทว่าเมื่อฤดูหนาวใกล้มาเยือน อากาศเริ่มเย็นขึ้นทุกวัน เขาจึงต้องเตรียมเสบียงเอาไว้ล่วงหน้า ไม่อาจปล่อยให้เรือนนี้ขาดแคลนได้สวีเหยียนมักกล่าวเสียงเรียบว่า อย่างไรเสีย ก็ไม่อาจปล่อยให้ภรรยาอดยากได้และทุกครั้งที่เข้าป่า สวีเหยียนแทบไม่เคยกลับมามือเปล่าเลยสักครา หากไม่ได้ไก่ป่าก็มักจะได้กวางตัวโตติดมือกลับมาด้วยเสมอ ราวกับว่าผืนป่ารู้ใจและยอมมอบของดีให้แก่เขาแต่ผู้เดียวกล่าวได้ว่า ในเรือนหลังนี้ แทบไม่มีมื้อใดที่นางไม่ได้กินเนื้อสดใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ยังดีกว่าบางจวนของคหบดีเสียอีก แม้แต่บ้านของเศรษฐีในหมู่บ้านก็ยังอาจเทียบไม่ติดด้วยซ้ำกระมังสำหรับสวีเหยียนแล้ว เรื่องกินอยู่ของตนจะลำบากเพียงใดก็ไม่สำคัญ ขอเพียงภรรยาของเขาอิ่มท้อง มีรอยยิ้มยามวางตะเกียบ ก็เพียงพอแล้วบางครั้งเขายังอดคิดไม่ได้ หากสามารถทำให้นางกินได้มากขึ้นอีกสักหน่อยแก้มจะได้มีเนื้อมีหนัง มือที่เคยนุ่มอยู่แล้วจะยิ่งอุ่นแน่นขึ้น เช่นนั้น ต่อให้ต้องเข้าป่าลึกกว่านี้อีกเท่าใด เขาก็ยินดีทั้งสิ้น!เพราะหลินซูเหยา…หาได้เป็นเพียงภรรยา หากแ
last updateLast Updated : 2026-04-01
Read more

๓ ผู้มาเยือนที่ไม่ควรปรากฏตัว

แม้ฝนจะหยุดตกตั้งแต่เมื่อวาน แต่ทว่าเช้าวันใหม่ในผืนป่าซานหลิงกลับยังคงชุ่มชื้นเป็นพิเศษราวกับเพิ่งหยุดตกใหม่ๆหมอกบางลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างลำต้นไม้สูงใหญ่ ราวกับม่านโปร่งที่ธรรมชาติกางคลุมผืนป่าเอาไว้ ใบไม้ที่อาบน้ำฝนยังเปียกชื้น มีหยดน้ำค้างเกาะพราว ส่งกลิ่นอายสดชื่นปะปนกับกลิ่นดินชื้นอย่างแผ่วเบาเสียงนกป่าขานรับกันเป็นระยะ บางคราวมีเสียงกิ่งไม้หักดังแผ่วคล้ายสัตว์เล็กเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆลำแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านยอดไม้สูง โปรยลงมากระทบพื้นดินเป็นริ้ว สะท้อนหยดน้ำบนใบหญ้าให้ระยิบระยับผืนป่าดูสงบ งดงามและเงียบงันในคราเดียวกันทว่าหากผู้ใดคุ้นเคยย่อมรู้ดีว่า ใต้ความสงบนั้น ได้ซ่อนชีวิตและความระแวดระวังเอาไว้อย่างแนบเนียนสวีเหยียนเดินนำอยู่เบื้องหน้า คันธนูสะพายหลัง ก้าวเท้ามั่นคงเหยียบลงบนผืนดินชุ่มน้ำโดยไม่ส่งเสียงอันใดๆ เสื้อผ้าสีหม่นกลมกลืนกับเงาไม้ หวังต้าเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง มือหนึ่งลากเชือก อีกมือจับมีดล่าสัตว์แน่น“รอยกวางเมื่อคืนยังใหม่อยู่” หวังต้ากระซิบเสียงต่ำสวีเหยียนเพียงพยักหน้าตอบ หาได้เอ่ยอันใด แม้สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านอย่างระมัดระวัง แต่ในใจกลับกำลังค
last updateLast Updated : 2026-04-01
Read more

๔ สามีกลับเรือนพร้อมสตรีอื่น

ปลายยามซื่อ (09.00 – 11.00 น.)เสียงพูดคุยหัวเราะเจื้อยแจ๋วของสตรีดังแว่วมาตามสายลม ลอยออกมาจากภายในเรือนไม้หลังเล็กฟังดูควรเป็นบรรยากาศครึกครื้น ทว่าแทนที่หัวใจจะผ่อนคลาย ทว่ากลับทำให้ผู้มาเยือนทั้งสองยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างแปลกประหลาดแทนสวีเหยียนและหวังต้ายืนชะงักอยู่หน้าประตูไม่มีผู้ใดเอ่ยปากพูดแม้แต่สักครึ่งคำทั้งสองทอดสายตามองเข้าไปในเรือน เห็นสตรีเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน เสียงหัวเราะยังดังต่อเนื่อง หากท่าทางของพวกเขาทั้งคู่กลับตึงเครียด ราวกับกำลังยืนอยู่หน้าปากเหวมากกว่าหน้าบ้านคนดูหวาดระแวง…และลังเลส่วนสตรีผู้นั้น ตั้งแต่ถูกหวังต้าโอบอุ้มออกมาจากกลางป่าซานหลิง พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่หยุดบ่นว่าเจ็บและร่างหนักเสียจนแทบยืนไม่ไหว อีกทั้งเขายังมีร่างกายก็ไม่ได้มีกำยำเช่นสวีเหยียนสุดท้ายหวังต้าจึงจำต้องส่งต่อให้สวีเหยียนรับเคราะห์ต่อสวีเหยียนรับตัวนางมา สีหน้าราวกับไม่สบอารมณ์นักแม้จะแค่นเสียงฮึดฮัดต่ำๆ ในลำคอ ทว่ามือกลับมั่นคง อุ้มร่างนั้นขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ถนุถนอมหรืออ่อนโยนสักนิด ท่าทางแข็งกระด้าง มิแตกต่างจากยามที่อุ้มกวางป่าพาดบ่าแม้แต่น้อยศีรษะของสตรีผู้นั้นห้อยต่ำ
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

๕ เจ็ดปีมั่นคงกับรอยร้าวแรก

สวีเหยียนและหลินซูเหยาร่วมกราบไหว้ฟ้าดิน ผูกผมครองคู่ร่วมกันมาจนปีนี้ก็ครบเจ็ดปีพอดีตลอดเจ็ดปีนั้น ไม่ว่าอุปสรรคหรือหนามแหลมใดที่ขวางกั้น ทั้งสองล้วนจับมือกันแน่น ฝ่าฟันมาด้วยกันจนถึงวันนี้หากกล่าวตามตรงความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นยิ่งนักเพราะหาได้ก่อร่างขึ้นจากเพียงความรัก หากแต่หล่อหลอมจากวันคืนยากลำบากนับไม่ถ้วนที่ผ่านพ้นมาด้วยกันนับตั้งแต่วันที่สวีเหยียนก้าวเข้ามาเป็นสามีของนางหลินซูเหยาแทบไม่เคยมีเรื่องให้ต้องเป็นกังวลใจ ไม่ว่าเรื่องเงินทองก็มีให้นางใช้ไม่เคยขาดมือ ชีวิตตั้งแต่เป็นของสวีเหยียนก็ไม่เคยรู้สึกย่ำแย่หรือกลำกลืนอดทนแม้แต่เสี่ยวลมหายใจ หรือแม้แต่เรื่องที่สตรีพึงหวั่นเกรงที่สุด…เขาไม่เคยทำให้นางต้องรู้สึกต่ำต้อยไม่เคยละเลยเกียรติของภรรยาและไม่เคยทำให้คำมั่นในวันแรกต้องแปดเปื้อนดังนั้น สิ่งใดที่สวีเหยียนรับปากไว้ในวันนั้นทุกวันนี้ก็ย่อมยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน ทว่าเหตุการณ์ในวันนี้กลับแตกต่างออกไปจากที่เคยหลินซูเหยาไม่เคยเห็นสวีเหยียนชายตามองสตรีผู้ใดสักนิด หากมิใช่เด็กเล็ก หรือคนชราผมขาวโพลนในหมู่บ้าน เขาก็มักทำราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ ไร้ตัวตนให้ใส
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more

๖ เพียงเจ้าผู้เดียวในสายตา

หลินซูเหยาพอได้ยินถ้อยคำเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะร่าออกมาเบาๆ คล้ายฟังเรื่องตลกขบขันที่อดกลั้นไม่ไหวเสียงหัวเราะนั้นไม่ดังนัก หากกลับทำให้บรรยากาศหนักอึ้งเมื่อครู่คลายลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาเมล็ดซิ่งพลางช้อนขึ้นสบตาบุรุษตรงหน้า แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับอ่อนยวบลงเล็กน้อย“สามีกล่าวเกินจริงไปแล้ว” นางเอ่ยเสียงเบา ริมฝีปากคลี่ยกขึ้นยิ้มบางๆ “ข้าหาได้ยิ่งใหญ่ดุจผืนฟ้าไม่”สวีเหยียนขยับเข้าใกล้ไปอีกก้าว ดวงตาคมกริบแน่วแน่ไม่คลอนแคลน“สำหรับข้า…ภรรยายิ่งกว่าฟ้าเสียอีก”น้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่น ราวกับกล่าวคำสัตย์สาบานหลินซูเหยาพอได้ยินชะงักไปชั่วครู่ หัวใจพลันเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม นางเบี่ยงหน้าหลบสายตาเล็กน้อย คล้ายไม่อยากให้เขาเห็นความไหววูบในดวงตา“สามีกล่าววาจาเช่นนี้ ระวังข้าจะหลงเชื่อจริงๆ เข้า”“หากภรรยาหลงเชื่อ ข้าย่อมยินดี” สวีเหยียนตอบแทบจะทันที ฝ่ามือใหญ่กระชับมือบางไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย“เพราะข้ากลัวเพียงอย่างเดียว…กลัวว่าเจ้าจะไม่เชื่อว่าข้ามีเจ้าเพียงผู้เดียวในสายตา หลินซูเหยา”หลินซูเหยาหันกลับมามองเขาอีกครั้ง ครานี้แววตาสงบนิ่งดังเดิม แต่ลึกลงไปกลับอุ่นขึ้นอย่างประหลาด“ข
last updateLast Updated : 2026-04-11
Read more

๗ สตรีแปลกหน้าที่ไร้ที่มาที่ไป

สองสามวันที่ผ่านมานี้ หลินซูเหยานอนไม่หลับเต็มอิ่ม กินอาหารก็ไม่ค่อยลงท้อง ไหนจะต้องคอยดูแลสตรีผู้นั้นที่อาการสาหัสจนใจแทบขาดไปปรโลกแม้ท่านหมอประจำหมู่บ้านจะเตือนแล้วว่า หากรอดพ้นคืนแรกไปได้ก็ถือว่าปลอดภัย แต่เมื่อผ่านคืนแรกไปแล้ว ภายหลังกลับเกิดอาการจับไข้จนตัวหนาวสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ใบหน้าและริมฝีปากที่ซีดอยู่แล้ว ยิ่งขาวซีดราวกับคนกำลังสิ้นลมหายใจบาดแผลที่ไหล่ดูเหมือนกำลังจะเริ่มหายดี กลับมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมาอีกครั้งไม่หยุดทุกครั้งที่หลินซูเหยาต้องเช็ดทำความสะอาด ผ้าชุ่มน้ำอุ่นที่เอามาซับตัวก็ช่างเย็นสั่นสะท้านราวกับสัมผัสถึงความเจ็บปวดของอีกฝ่าย ทั้งยังต้องคอยป้อนยาสมุนไพรให้อย่างระมัดระวัง ต้องคอยเบามือ กลัวว่าเพียงการกระทำเพียงเล็กน้อยอาจทำให้อาการแย่ลงส่วนสวีเหยียนเอาแต่ยืนอยู่ไม่ไกล ด้านหลังนางเท่านั้น มือของเขาไม่เคยแตะต้องสตรีผู้นั้นแม้เพียงปลายผม เขาเพียงเฝ้ามอง นางอย่างห่วงใย คอยสอบถามอาการด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับไม่กล้าเข้ามาช่วยโดยตรงเขากล่าวอย่างอ่อนโยนว่า หากนางเหน็ดเหนื่อยเกินไปก็ให้เรียกสตรีใดสักคนในหมู่บ้านมาช่วยดูแลแทน พร้อมทั้งยังควักเงินไว้ให้นางจ่ายค
last updateLast Updated : 2026-04-13
Read more

๘ ถ้อยคำซุบซิบนินทา

ไม่ว่าเรื่องใด หากรู้ไปถึงหูของอาเหมยเข้า นางย่อมไม่อาจกลั้นปากได้ พอเปิดปากก็พรั่งพรูออกมาจนหมดเปลือกหากว่ากันตามตรง…คือเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่โดยแท้หลายวันที่ผ่านมา หลินซูเหยาแทบไม่ได้ก้าวออกจากเรือนสักครึ่งก้าว เอาแต่เฝ้าดูแลสตรีผู้นั้นไม่ห่าง แม้แต่หน้าประตูเรือนก็หาได้ย่างกรายออกไปไม่ดังนั้น สวีเหยียนเห็นอยู่แก่ใจว่าภรรยาหมกมุ่นกับการดูแลคนป่วยมากเกินไป มิต่างจากเอาแต่ขังตนเองไว้ในเรือน มิได้ออกไปเปิดหูเปิดตาให้ใจผ่อนคลายบ้างยิ่งเห็นนางผอมลง ดวงตาคล้ำจากการอดนอน ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งทับถมหนักขึ้นทุกวันเช้าวันนี้ เขาจึงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ลอบออกจากเรือนไปยังบ้านของหวังต้า ก่อนที่ภรรยาจะลืมตาตื่น แล้วกำชับกับอาเหมยให้ช่วยมาดูแลสตรีผู้นั้นแทนสักครู่ทั้งยังมอบเงินให้เป็นค่าตอบแทนลับๆส่วนเขา…จะพาหลินซูเหยาออกไปเดินตลาดยามเช้า ให้ได้สูดอากาศ ได้เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างพอหลินซูเหยาตื่นขึ้นยังไม่ทันหายง่วงดี ก็ถูกสามีปรนนิบัติอย่างงุนงง ทั้งยกน้ำมาให้ล้างหน้า บ้วนปาก เลือกอาภรณ์สะอาดเรียบร้อยมาให้นางสวมใส่ด้วยตนเองนางยังไม่ทันได้ตั้งคำถาม ก็ถูกจับจูงออกจากเรือนเสียแล้วแม้
last updateLast Updated : 2026-04-14
Read more

๙ ลางสังหรณ์ใจ

ระหว่างที่สวีเหยียนและหลินซูเหยาเดินลัดเลาะไปตามทางแนวตลาด เสียงจอแจของผู้คนค่อยๆ แผ่วเบาลงจนจางหายไปตามระยะทาง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าคู่กันกับลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอขึ้นของทั้งสองทว่าภายในเรือนหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าอาเหมยนั่งอยู่ข้างเตียงไม้ไม่ห่าง ในมือถือผ้าชุบน้ำอุ่นส่วนอีกข้างคอยซับเหงื่อบนหน้าผากของสตรีแปลกหน้าอย่างระมัดระวัง แม้ปากจะบ่นพึมพำไม่หยุด แต่สายตากลับไม่ละจากอาการของคนป่วยแม้แต่น้อย“จะว่าไปก็น่าสงสารไม่น้อย” นางบ่นพึมพำเสียงเบา “ไม่รู้แม้กระทั่งซื่อแซ่ ไร้หัวนอนปลายเท้า จะเป็นตายก็ไม่รู้ว่าผู้ใดรู้”หวังต้าที่ยืนพิงเสาเรือนอยู่ไม่ไกล กอดอกแน่น สายตาทอดมองไปยังประตูเรือนเป็นระยะ สีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ “เจ้าก็อย่าปากไวให้มากนัก” เขาเตือนเสียงต่ำ“สวีเหยียนฝากให้ดูแลก็แค่ดูแลให้ดี…อย่าคิดก่อเรื่อง”อาเหมยเม้มปาก ก่อนจะกลอกตาเล็กน้อย“ข้าก็แค่พูดกับเจ้า ไม่ได้เอาไปโพนทะนาที่ไหนเสียหน่อย”ทันใดนั้น ยังไม่ทันสิ้นคำ ก็คล้ายจะมีเสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นหน้าประตูเรือน ตามด้วยเสียงตะโกนร้องสองสามครั้งหวังต้าขมวดคิ้วทันที เดินไปเปิด
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

๑๐ หานกู้เฟิง…ทรราชแผ่นดิน

หลายวันผ่านไปอาการของหานกู้เฟิงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากพิษร้ายในร่างกายถูกขับออกจนแทบหมดสิ้นดังนั้น พักหลังมานี้เขาจึงไม่ได้เอาแต่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง กลอกตามองเพดานอย่างคนสิ้นหวังอีกต่อไป หากแต่ลุกขึ้นใช้ชีวิตได้มากขึ้น และไม่ต้องกล้ำกลืนความรู้สึกสมเพชที่อัดแน่นอยู่เต็มอกอย่างน่าเวทนาวันนี้หานกู้เฟิงลืมตาตื่นตั้งแต่ฟ้าไม่สว่างเพราะอาการบาดเจ็บที่เคยทำให้ต้องกินและนอนตรงเวลา กลับกลายเป็นความชินชาไปเสียแล้ว แม้ร่างกายจะฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว ทว่าพฤติกรรมและนิสัยจากวันวานยังคงฝังรากอยู่ในตัวเขาไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่หานกู้เฟิงทำไม่ใช่การพักผ่อนต่อ แต่เขากลับดีดตัวลุกจากที่นอนแทบจะทันที และเดินออกมานอกเรือน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนโดยไม่รู้ตัวใบหน้าหล่อเหล่าที่เคยซีดเซียว ยามนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น แม้จะยังไม่ฟื้นคืนดังเดิมเต็มที่ร่างกายที่เคยซูบผอมเห็นกระดูก เริ่มกำยำแน่นหนา แต่ยัง คงเห็นโครงความอ่อนแรงอยู่บางเล็กน้อย ส่วนร่องรอยฟกช้ำที่มีได้เริ่มจางหายไปมากแล้ว และบาดแผลจากคมมีดสมานตัวดีพิษในร่างถูกขับออกจนหมดสิ้นทว่าหมอตาบอดผู้นั้นกลับกล่าวไว้ชัดเจนยังไว้ใจไม่ไ
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status