แล้วเราไม่รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่

แล้วเราไม่รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-17
Oleh:  วอลจูBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
27Bab
1.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลินซูเหยาส่งสามีเข้าป่าล่าสัตว์ เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา และไม่เคยมีสิ่งใดผิดพลาด สามีกลับเรือนพร้อมกับของติดไม้ติดมือุกครา ทว่าในวันนั้น ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม แทนที่จะกลับมาพร้อมสัตว์ป่าแต่ สามีกลับพาสตรีผู้หนึ่งกลับเรือนแทน.. ร่างของนางอาบไปด้วยเลือด อาการบาดเจ็บสาหัส ราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากความตาย ด้วยความเวทนาและเมตตา หลินซูเหยาจึงยื่นมือช่วยรักษา ประคองชีวิตสตรีแปลกหน้าผู้นั้นไว้ โดยไม่เคยนึกเลยว่า…นี่จะเป็นก้าวแรกของรอยร้าวในชีวิตคู่ คำครหาของผู้คนค่อยๆ ดังขึ้น ถ้อยคำไร้หลักฐานกลับกลายเป็นเชื้อเพลิง สุมใส่กองเพลิงแห่งความสงสัยในหัวใจนาง หลินซูเหยารักษาสตรีผู้นั้นจนหายดี แต่กลับไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตนเกับสามีได้ รอยร้าวค่อยๆ ปรากฏ หาใช่เพราะนางไม่เชื่อใจเขา หากแต่เพราะคำพูดของผู้อื่น…คมยิ่งกว่าหนามแหลม กระทั่งวันหนึ่ง ความจริงที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยก็ปรากฏ...สตรีผู้นั้นตั้งครรภ์ขึ้นมา รักเจ็ดปีของหลินซูเหยา ความผูกพันที่นางเชื่อมั่นมาตลอด กำลังสั่นคลอน และรอยร้าวนั้น…กำลังจะปริแตกอย่างไม่อาจหวนคืน

Lihat lebih banyak

Bab 1

๑ คู่สามีภรรยารักใคร่

หมอกยามเช้าลอยคลอเหนือหมู่บ้านซานหลิงราวม่านบางสีขาวนวล

กลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นควันไฟจากครัวแต่ละหลัง เสียงไก่ขันรับอรุณดังแว่วมาเป็นระยะ สอดรับกับเสียงฝีเท้าของชาวบ้านที่เริ่มออกจากเรือนเพื่อเตรียมงานของวันใหม่ ทุกอย่างดูสงบเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยลมหายใจของชีวิตของผู้คนที่ดำเนินไป

บ้านไม้เล็กหลังหนึ่งตรงเชิงเขาดูเงียบสงบกว่าที่อื่นเล็กน้อย หน้าต่างบานเก่าถูกเปิดแง้มรับแสงอรุณอ่อนๆ สาดส่องต้องโต๊ะไม้ตัวเล็กภายในเรือน

สตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น แผ่นบางหลังเหยียดตรงสง่า ในมือของนางถือเข็มเงินเล่มหนึ่ง เคลื่อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ปลายนิ้วเรียวจับผ้าฝ้ายสีอ่อนแน่น รอยเย็บเรียงตัวเป็นระเบียบ งดงามราวกับลายเส้นที่ถูกวาดด้วยความตั้งใจ

นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเพ่งมองไม่กระพริบตา แม้ท่าทางจะดูสงบนิ่ง หากในแววตากลับกำลังชั่งน้ำหนักคำนวณ หาได้เร่งรีบแม้เพียงจังหวะเดียวราวกับผ่านการไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบ

มิต่างจากในใจนางมีไม้บรรทัดล่องหน วัดระยะทุกเส้นด้ายให้ลงตัวพอดี

ไม่ว่าจะฤดูกาลใด จะงานมงคลหรืองานไว้ทุกข์ เสื้อผ้าของผู้คนในหมู่บ้านซานหลิงล้วนต้องผ่านมือของหลินซูเหยาทั้งสิ้น

ตั้งแต่ชุดแต่งงานมงคงสีแดงฉาดที่ต้องเย็บปักอย่างประณีต ไปจนถึงชุดไว้ทุกข์สีหม่นที่ต้องตัดเย็บให้เรียบง่ายไร้ลวดลายแต่ต้องละเอียดนั้น…นางก็ล้วนใส่ใจไม่ต่างกัน

ล้วนบ่งบอกนิสัยของนางได้อย่างชัดเจน

เข็มเงินเล่มบางวับวาวสะท้อนแสงอรุณ เคลื่อนขึ้นลงอย่างมั่นคง ปลายนิ้วเรียวแตะแนบผืนผ้าแน่น ทว่ากลับอ่อนโยน

ฝีเย็บเรียงชิดเสมอกัน ไม่มีเส้นใดเกิน ไม่มีฝีใดขาด

หลินซูเหยาเป็นคนอ่อนหวาน หากมิได้อ่อนแอ

นางละเอียดอ่อน ใจเย็น และรอบคอบ จนไม่ยอมปล่อยให้ความผิดพลาดใดเล็ดลอดผ่านปลายนิ้วไปได้

หลินซูเหยาคือช่างเย็บผ้าประจำหมู่บ้านซานหลิง

ผู้คนในหมู่บ้านจึงต่างพากันกล่าวว่า หากเสื้อผ้าชุดใดที่ได้ผ่านจากมือหลินซูเหยาแล้ว ย่อมไม่มีวันที่จะต้องแก้ไขซ้ำ ต่อให้เป็นวันสำคัญหรือยามที่โศกเศร้า ก็ยังรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้อย่างประหลาด

บ้างอาจไม่รู้จักนิสัยใจคอของนางดีนัก ทว่าหากเอ่ยถึงฝีมือ ทุกคนต่างพยักหน้าพร้อมกันเยินยอให้โดยไม่ต้องลังเล

หลินซูเหยาไม่ใช่หญิงงามสะกดสายตาในคราแรกพบ

แต่เมื่อมองนานเข้า จะพบว่าความอ่อนโยนบนใบหน้าและความนิ่งสงบในแววตานั้น ชวนให้ผู้คนรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ราวกับผืนผ้าที่ผ่านการเย็บอย่างประณีตอาจไม่ฉูดฉาด ทว่าแข็งแรงและงดงามในแบบของมันเอง

“ยังไม่พักอีกหรือ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง

ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งยืนพิงกรอบประตูไม้ คันธนูยังคงพาดอยู่บนบ่า หนังสัตว์ที่เพิ่งล่าได้ยังห้อยอยู่ข้างเอว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะปนกับกลิ่นดินชื้นจากยามเช้า

สวีเหยียนเป็รนายพรานผู้มีฝีมือแห่งหมู่บ้านซานหลิง ผู้คนในหมู่บ้านล้วนกล่าวขานว่าเขาเป็นนักล่าที่อันตรายที่สุดในละแวกนี้

และยังเป็นสามีของหลินซูเหยา

หลินซูเหยาชะงักมือเล็กน้อยพอได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง

แสงอรุณสะท้อนในดวงตาเมล็ดซิ่งของนาง นิ่งสงบดังเดิม

“เหลืออีกเพียงไม่กี่ฝีเข็มก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” นางเอ่ยตอบเสียงเบา ราวกับกลัวว่าจะรบกวนความเงียบของยามเช้า ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มยิ้มจางๆ บางเบาอบอุ่นส่งให้สามี

สวีเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

สายตาคมกริบที่เคยเย็นชา ยามนี้กลับอ่อนลงแทบจะทันที

“ไฉนภรรยาเพียงคนเดียวข้าจะเลี้ยงดูไม่ได้กัน”

เขามองเห็นรอยคล้ำบางใต้ดวงตานาง เห็นปลายนิ้วเรียวที่แดงระเรื่อจากการจับเข็มนานเกินควร

หัวใจแกร่งในอกพลันกระตุกวูบ

หาใช่เป็นเขาที่ปล่อยให้นางต้องทำงานหนักเช่นนี้ หากเป็นเพราะนางดื้อรั้น ไม่ยอมฟังคำเขาต่างหาก

ทั้งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเอ่ยไว้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไว้ชัดเจน ตั้งแต่วันแรกที่นางก้าวเข้ามาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันว่า…

เขายินดีรับผิดชอบดูแลนางไปตลอดชีวิต เป็นผู้รับภาระทุกอย่างแทน จะดูแลนางให้ดีที่สุด ไม่ให้นางต้องหยิบจับสิ่งใดให้นิ้วมืออันนุ่มนิ่มต้องระคายเปรอะเปื้อน ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานหนักให้เหนื่อยล้า เพียงแค่อยู่เคียงข้างเขาไปชั่วชีวิตก็เพียงพอแช้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้าน หุงหาอาหาร ซักผ้า ฟืนไฟ หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยจุกจิกยุบยิบในเรือน เขาล้วนเต็มใจเป็นผู้จัดการทั้งหมด

ขอเพียงให้นางนั่งมองและส่งยิ้มให้เขา หรือเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ สักคำ หัวใจของเขาก็อ่อนยวบลงได้ง่ายดายนัก

ทว่านางกลับหัวเราะขบขันแล้วกล่าวว่าจะให้นั่งกินนอนกิน มองดูสามีตรากตรำเพียงผู้เดียวได้อย่างไร หากเป็นเช่นนั้น เกรงว่านางคงเป็นภรรยาหน้าหนาเกินไปสักหน่อย

คำพูดนั้นหาได้ทำให้สวีเหยียนไม่พอใจ ตรงกันข้าม…กลับทำให้หัวใจแกร่งดั่งหินผาของเขาอ่อนยวบลงอย่างไร้เหตุผล

เขาจึงยอมตามใจ…ยอมให้นางทำในสิ่งที่นางรัก

และยอมเป็นเงาที่คอยปรนนิบัติภรรยาแทนอย่างเต็มใจ

เขายืนมองแผ่นหลังบางที่นั่งเย็บผ้าอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ให้เกิดเสียง มือหยาบกร้านจากการจับคันธนูและมีดล่าสัตว์ เอื้อมไปวางทาบบนบ่าของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้นางสะดุ้ง

“พักเสียหน่อยเถิด” เขากล่าวเสียงต่ำอ่อนโยน

“หากดวงตาเจ้าเมื่อย ข้าจะเป็นคนเย็บแทนให้เอง…แม้จะไม่งดงามเท่า แต่ก็พอดูได้”

หลินซูเหยาหัวเราะร่าออกมาเบาๆ คล้ายเสียงลมพัดผ่าน นางเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาอ่อนโยนจนทำให้สวีเหยียนต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อย “อีกนิดเดียวเท่านั้น”

หลินชิงเยว่เงยหน้าขึ้น ยิ้มบางๆ ให้เขา

“เสื้อของป้าหวังต้องใช้พรุ่งนี้ ข้าอยากเย็บให้เสร็จก่อนแล้วจะพักจริงๆ”

สวีเหยียนไม่เคยเกรงกลัวสัตว์ร้ายใดในป่า

หากแต่สายตาเช่นนี้ของภรรยา กลับทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะได้เสมอ สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ จากนั้นจึงนั่งลงข้างๆ ฝ่ามือหนาคอยหยิบด้ายให้ อีกมือคอยประคองโคมไฟไม่ให้แสงสั่นไหว

ช่างเถิด บ้านหลังนี้…ภรรยาเป็นใหญ่

นางกล่าวว่าอันใดก็หมายความเช่นนั้น

หากนางปวดเมื่อที่ใดหรือรู้สึกเหนื่อย…เขาก็จะดูแลเอง

เดิมที หลังฝนหยุดตกยามใกล้รุ่งสางเช่นนี้ ป่าเขามักอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การล่าสัตว์ยิ่งนัก

สวีเหยียนจึงตั้งใจจะออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พร้อมกับหวังต้าซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

ทว่าเพียงเขาขยับตัวจากที่นอนก็คล้ายกับว่าปลุกให้ภรรยาลืมตาตื่นในทันที

เกรงว่าภายหลังจากที่เขาก้าวออกจากเรือนไปแล้วนั้น นางคงจุดตะเกียง นั่งลงหน้าโต๊ะไม้ตัวเดิม หยิบเข็มเงินขึ้นมาเย็บผ้า…ทีละฝีเข็ม ตั้งแต่ฟ้ายังสลัวจนกระทั่งแสงอรุณค่อยๆ แทรกผ่านหมอกและดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูงเหนือยอดเขาอยู่เช่นนั้น

เมื่อเขากลับมา…นางก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ไม่ขยับเขยื้อนอย่างเคย

แผ่นหลังบางยังคงเหยียดตรง มือเรียวยังขยับขึ้นลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับเวลาทั้งหมดไม่อาจทำให้นางหยุดพักได้

หัวใจของสวีเหยียนกลับกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับข้อมือนางไว้อ่อนโยน

“พอแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอดกลั้น

“มือเจ้าไม่ได้มีไว้ทำงานหนักเช่นนี้”

หลินซูเหยาชะงัก ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาฉายแววแปลกใจปนขบขัน

“นึกว่าจะพูดไปแล้วจะรู้เรื่องแล้วเสียอีก”

คำตอบนั้นกลับทำให้เขาขมวดคิ้วแน่นขึ้น

แทนที่จะคลายใจ กลับรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

“แต่ข้าเห็นภรรยาทำงานหนักเช่นนี้แล้วปวดใจ” เขากล่าวเสียงแผ่ว พลางดึงเข็มเงินออกจากมือนางอย่างเอาแต่ใจ วางลงบนโต๊ะอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

“ข้ารู้เรื่อง…หาใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย หากแต่ภรรยาพักก่อนเถิด ข้าจะต้มน้ำร้อนให้ จะได้อุ่นมือ” เขากล่าวออกมา สายตาคมกริบเต็มไปด้วยอ่อนโยน ปนความห่วงใยฉายชัดออกมาไม่ปิดบัง

หลินซูเหยานิ่งงันไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะยอมปล่อยให้เขากุมมือไว้เช่นนั้น โดยไม่ดึงกลับ

สวีเหยียนทอดสายตามองภรรยาไม่วางตา ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชา บัดนี้มีเพียงความอ่อนโยนปะปนหลงใหล ราวกับทั้งชีวิตของเขา เหลือเพียงสตรีตรงหน้าเท่านั้น

ขณะเดียวกันนั้น หวังต้าที่ลากกวางป่าออกมาจากภูเขา ก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน ตาโตค้างราวกับถูกสาป

เขาเข้าใจอยู่เต็มอกว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้เร่งรีบออกจากป่ากลับมาก่อนใคร หาใช่เพราะเหนื่อยหรือเบื่อการล่าสัตว์ หากแต่เป็นคะนึงหาภรรยาจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต่างหาก

ทว่ามองไปมองมา ภาพที่เห็นกลับชวนให้ส่ายหน้าไม่ได้

บุรุษรูปร่างกำยำที่เคยยืนหยัดกลางพายุฝน เล็งคันธนูด้วยสายตาเย็นเฉียบ มิต่างนักฆ่า หากแต่ยามนี้สายตากลับทอดมองไปยังสตรีผู้หนึ่งไม่วางอย่างอ่อนโยน

ทว่าดูราวกับเด็กสามขวบที่เกาะติดมารดาไม่ห่าง

แต่นึกแล้วน่าแปลกนัก!

ยามปล่อยดึงสาย ปล่อยลูกธนู…สายตาของสวีเหยียนแข็งกร้าวไร้ความรู้สึก แต่เพียงแค่หันมามองภรรยา แววตานั้นกลับอ่อนยวบลงในพริบตา ดูคล้ายแมวน้อยเชื่องๆ ตัวหนึ่งที่พร้อมจะหมอบราบแทบเท้าก็ไม่ปาน

หวังต้าส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียด ผู้คนทั้งหมู่บ้านซานหลิงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่า...สวีเหยียนรักภรรยายิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต

และหากผู้ใดริอาจกล้าทำให้แม่นางหลินต้องเจ็บช้ำ คงไม่มีโอกาสได้ถอนหายใจเป็นครั้งที่สองแน่นอน!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
27 Bab
๑ คู่สามีภรรยารักใคร่
หมอกยามเช้าลอยคลอเหนือหมู่บ้านซานหลิงราวม่านบางสีขาวนวลกลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นควันไฟจากครัวแต่ละหลัง เสียงไก่ขันรับอรุณดังแว่วมาเป็นระยะ สอดรับกับเสียงฝีเท้าของชาวบ้านที่เริ่มออกจากเรือนเพื่อเตรียมงานของวันใหม่ ทุกอย่างดูสงบเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยลมหายใจของชีวิตของผู้คนที่ดำเนินไปบ้านไม้เล็กหลังหนึ่งตรงเชิงเขาดูเงียบสงบกว่าที่อื่นเล็กน้อย หน้าต่างบานเก่าถูกเปิดแง้มรับแสงอรุณอ่อนๆ สาดส่องต้องโต๊ะไม้ตัวเล็กภายในเรือนสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น แผ่นบางหลังเหยียดตรงสง่า ในมือของนางถือเข็มเงินเล่มหนึ่ง เคลื่อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ปลายนิ้วเรียวจับผ้าฝ้ายสีอ่อนแน่น รอยเย็บเรียงตัวเป็นระเบียบ งดงามราวกับลายเส้นที่ถูกวาดด้วยความตั้งใจนัยน์ตาเมล็ดซิ่งเพ่งมองไม่กระพริบตา แม้ท่าทางจะดูสงบนิ่ง หากในแววตากลับกำลังชั่งน้ำหนักคำนวณ หาได้เร่งรีบแม้เพียงจังหวะเดียวราวกับผ่านการไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบมิต่างจากในใจนางมีไม้บรรทัดล่องหน วัดระยะทุกเส้นด้ายให้ลงตัวพอดีไม่ว่าจะฤดูกาลใด จะงานมงคลหรืองานไว้ทุกข์ เสื้อผ้าของผู้คนในหมู่บ้านซานหลิงล้วนต้องผ่านมือของหลินซูเหยาทั้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
Baca selengkapnya
๒ เลี้ยงภรรยาดุจลมหายใจ
อีกไม่นานก็จะย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเดิมทีสวีเหยียนหาได้เข้าป่าล่าสัตว์บ่อยนัก นานทีครั้ง ทว่าเมื่อฤดูหนาวใกล้มาเยือน อากาศเริ่มเย็นขึ้นทุกวัน เขาจึงต้องเตรียมเสบียงเอาไว้ล่วงหน้า ไม่อาจปล่อยให้เรือนนี้ขาดแคลนได้สวีเหยียนมักกล่าวเสียงเรียบว่า อย่างไรเสีย ก็ไม่อาจปล่อยให้ภรรยาอดยากได้และทุกครั้งที่เข้าป่า สวีเหยียนแทบไม่เคยกลับมามือเปล่าเลยสักครา หากไม่ได้ไก่ป่าก็มักจะได้กวางตัวโตติดมือกลับมาด้วยเสมอ ราวกับว่าผืนป่ารู้ใจและยอมมอบของดีให้แก่เขาแต่ผู้เดียวกล่าวได้ว่า ในเรือนหลังนี้ แทบไม่มีมื้อใดที่นางไม่ได้กินเนื้อสดใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ยังดีกว่าบางจวนของคหบดีเสียอีก แม้แต่บ้านของเศรษฐีในหมู่บ้านก็ยังอาจเทียบไม่ติดด้วยซ้ำกระมังสำหรับสวีเหยียนแล้ว เรื่องกินอยู่ของตนจะลำบากเพียงใดก็ไม่สำคัญ ขอเพียงภรรยาของเขาอิ่มท้อง มีรอยยิ้มยามวางตะเกียบ ก็เพียงพอแล้วบางครั้งเขายังอดคิดไม่ได้ หากสามารถทำให้นางกินได้มากขึ้นอีกสักหน่อยแก้มจะได้มีเนื้อมีหนัง มือที่เคยนุ่มอยู่แล้วจะยิ่งอุ่นแน่นขึ้น เช่นนั้น ต่อให้ต้องเข้าป่าลึกกว่านี้อีกเท่าใด เขาก็ยินดีทั้งสิ้น!เพราะหลินซูเหยา…หาได้เป็นเพียงภรรยา หากแ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
Baca selengkapnya
๓ ผู้มาเยือนที่ไม่ควรปรากฏตัว
แม้ฝนจะหยุดตกตั้งแต่เมื่อวาน แต่ทว่าเช้าวันใหม่ในผืนป่าซานหลิงกลับยังคงชุ่มชื้นเป็นพิเศษราวกับเพิ่งหยุดตกใหม่ๆหมอกบางลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างลำต้นไม้สูงใหญ่ ราวกับม่านโปร่งที่ธรรมชาติกางคลุมผืนป่าเอาไว้ ใบไม้ที่อาบน้ำฝนยังเปียกชื้น มีหยดน้ำค้างเกาะพราว ส่งกลิ่นอายสดชื่นปะปนกับกลิ่นดินชื้นอย่างแผ่วเบาเสียงนกป่าขานรับกันเป็นระยะ บางคราวมีเสียงกิ่งไม้หักดังแผ่วคล้ายสัตว์เล็กเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆลำแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านยอดไม้สูง โปรยลงมากระทบพื้นดินเป็นริ้ว สะท้อนหยดน้ำบนใบหญ้าให้ระยิบระยับผืนป่าดูสงบ งดงามและเงียบงันในคราเดียวกันทว่าหากผู้ใดคุ้นเคยย่อมรู้ดีว่า ใต้ความสงบนั้น ได้ซ่อนชีวิตและความระแวดระวังเอาไว้อย่างแนบเนียนสวีเหยียนเดินนำอยู่เบื้องหน้า คันธนูสะพายหลัง ก้าวเท้ามั่นคงเหยียบลงบนผืนดินชุ่มน้ำโดยไม่ส่งเสียงอันใดๆ เสื้อผ้าสีหม่นกลมกลืนกับเงาไม้ หวังต้าเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง มือหนึ่งลากเชือก อีกมือจับมีดล่าสัตว์แน่น“รอยกวางเมื่อคืนยังใหม่อยู่” หวังต้ากระซิบเสียงต่ำสวีเหยียนเพียงพยักหน้าตอบ หาได้เอ่ยอันใด แม้สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบด้านอย่างระมัดระวัง แต่ในใจกลับกำลังค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-01
Baca selengkapnya
๔ สามีกลับเรือนพร้อมสตรีอื่น
ปลายยามซื่อ (09.00 – 11.00 น.)เสียงพูดคุยหัวเราะเจื้อยแจ๋วของสตรีดังแว่วมาตามสายลม ลอยออกมาจากภายในเรือนไม้หลังเล็กฟังดูควรเป็นบรรยากาศครึกครื้น ทว่าแทนที่หัวใจจะผ่อนคลาย ทว่ากลับทำให้ผู้มาเยือนทั้งสองยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างแปลกประหลาดแทนสวีเหยียนและหวังต้ายืนชะงักอยู่หน้าประตูไม่มีผู้ใดเอ่ยปากพูดแม้แต่สักครึ่งคำทั้งสองทอดสายตามองเข้าไปในเรือน เห็นสตรีเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน เสียงหัวเราะยังดังต่อเนื่อง หากท่าทางของพวกเขาทั้งคู่กลับตึงเครียด ราวกับกำลังยืนอยู่หน้าปากเหวมากกว่าหน้าบ้านคนดูหวาดระแวง…และลังเลส่วนสตรีผู้นั้น ตั้งแต่ถูกหวังต้าโอบอุ้มออกมาจากกลางป่าซานหลิง พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็ไม่หยุดบ่นว่าเจ็บและร่างหนักเสียจนแทบยืนไม่ไหว อีกทั้งเขายังมีร่างกายก็ไม่ได้มีกำยำเช่นสวีเหยียนสุดท้ายหวังต้าจึงจำต้องส่งต่อให้สวีเหยียนรับเคราะห์ต่อสวีเหยียนรับตัวนางมา สีหน้าราวกับไม่สบอารมณ์นักแม้จะแค่นเสียงฮึดฮัดต่ำๆ ในลำคอ ทว่ามือกลับมั่นคง อุ้มร่างนั้นขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ถนุถนอมหรืออ่อนโยนสักนิด ท่าทางแข็งกระด้าง มิแตกต่างจากยามที่อุ้มกวางป่าพาดบ่าแม้แต่น้อยศีรษะของสตรีผู้นั้นห้อยต่ำ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-10
Baca selengkapnya
๕ เจ็ดปีมั่นคงกับรอยร้าวแรก
สวีเหยียนและหลินซูเหยาร่วมกราบไหว้ฟ้าดิน ผูกผมครองคู่ร่วมกันมาจนปีนี้ก็ครบเจ็ดปีพอดีตลอดเจ็ดปีนั้น ไม่ว่าอุปสรรคหรือหนามแหลมใดที่ขวางกั้น ทั้งสองล้วนจับมือกันแน่น ฝ่าฟันมาด้วยกันจนถึงวันนี้หากกล่าวตามตรงความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นยิ่งนักเพราะหาได้ก่อร่างขึ้นจากเพียงความรัก หากแต่หล่อหลอมจากวันคืนยากลำบากนับไม่ถ้วนที่ผ่านพ้นมาด้วยกันนับตั้งแต่วันที่สวีเหยียนก้าวเข้ามาเป็นสามีของนางหลินซูเหยาแทบไม่เคยมีเรื่องให้ต้องเป็นกังวลใจ ไม่ว่าเรื่องเงินทองก็มีให้นางใช้ไม่เคยขาดมือ ชีวิตตั้งแต่เป็นของสวีเหยียนก็ไม่เคยรู้สึกย่ำแย่หรือกลำกลืนอดทนแม้แต่เสี่ยวลมหายใจ หรือแม้แต่เรื่องที่สตรีพึงหวั่นเกรงที่สุด…เขาไม่เคยทำให้นางต้องรู้สึกต่ำต้อยไม่เคยละเลยเกียรติของภรรยาและไม่เคยทำให้คำมั่นในวันแรกต้องแปดเปื้อนดังนั้น สิ่งใดที่สวีเหยียนรับปากไว้ในวันนั้นทุกวันนี้ก็ย่อมยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน ทว่าเหตุการณ์ในวันนี้กลับแตกต่างออกไปจากที่เคยหลินซูเหยาไม่เคยเห็นสวีเหยียนชายตามองสตรีผู้ใดสักนิด หากมิใช่เด็กเล็ก หรือคนชราผมขาวโพลนในหมู่บ้าน เขาก็มักทำราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ ไร้ตัวตนให้ใส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-10
Baca selengkapnya
๖ เพียงเจ้าผู้เดียวในสายตา
หลินซูเหยาพอได้ยินถ้อยคำเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะร่าออกมาเบาๆ คล้ายฟังเรื่องตลกขบขันที่อดกลั้นไม่ไหวเสียงหัวเราะนั้นไม่ดังนัก หากกลับทำให้บรรยากาศหนักอึ้งเมื่อครู่คลายลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาเมล็ดซิ่งพลางช้อนขึ้นสบตาบุรุษตรงหน้า แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับอ่อนยวบลงเล็กน้อย“สามีกล่าวเกินจริงไปแล้ว” นางเอ่ยเสียงเบา ริมฝีปากคลี่ยกขึ้นยิ้มบางๆ “ข้าหาได้ยิ่งใหญ่ดุจผืนฟ้าไม่”สวีเหยียนขยับเข้าใกล้ไปอีกก้าว ดวงตาคมกริบแน่วแน่ไม่คลอนแคลน“สำหรับข้า…ภรรยายิ่งกว่าฟ้าเสียอีก”น้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่น ราวกับกล่าวคำสัตย์สาบานหลินซูเหยาพอได้ยินชะงักไปชั่วครู่ หัวใจพลันเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม นางเบี่ยงหน้าหลบสายตาเล็กน้อย คล้ายไม่อยากให้เขาเห็นความไหววูบในดวงตา“สามีกล่าววาจาเช่นนี้ ระวังข้าจะหลงเชื่อจริงๆ เข้า”“หากภรรยาหลงเชื่อ ข้าย่อมยินดี” สวีเหยียนตอบแทบจะทันที ฝ่ามือใหญ่กระชับมือบางไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย“เพราะข้ากลัวเพียงอย่างเดียว…กลัวว่าเจ้าจะไม่เชื่อว่าข้ามีเจ้าเพียงผู้เดียวในสายตา หลินซูเหยา”หลินซูเหยาหันกลับมามองเขาอีกครั้ง ครานี้แววตาสงบนิ่งดังเดิม แต่ลึกลงไปกลับอุ่นขึ้นอย่างประหลาด“ข
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-11
Baca selengkapnya
๗ สตรีแปลกหน้าที่ไร้ที่มาที่ไป
สองสามวันที่ผ่านมานี้ หลินซูเหยานอนไม่หลับเต็มอิ่ม กินอาหารก็ไม่ค่อยลงท้อง ไหนจะต้องคอยดูแลสตรีผู้นั้นที่อาการสาหัสจนใจแทบขาดไปปรโลกแม้ท่านหมอประจำหมู่บ้านจะเตือนแล้วว่า หากรอดพ้นคืนแรกไปได้ก็ถือว่าปลอดภัย แต่เมื่อผ่านคืนแรกไปแล้ว ภายหลังกลับเกิดอาการจับไข้จนตัวหนาวสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ใบหน้าและริมฝีปากที่ซีดอยู่แล้ว ยิ่งขาวซีดราวกับคนกำลังสิ้นลมหายใจบาดแผลที่ไหล่ดูเหมือนกำลังจะเริ่มหายดี กลับมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมาอีกครั้งไม่หยุดทุกครั้งที่หลินซูเหยาต้องเช็ดทำความสะอาด ผ้าชุ่มน้ำอุ่นที่เอามาซับตัวก็ช่างเย็นสั่นสะท้านราวกับสัมผัสถึงความเจ็บปวดของอีกฝ่าย ทั้งยังต้องคอยป้อนยาสมุนไพรให้อย่างระมัดระวัง ต้องคอยเบามือ กลัวว่าเพียงการกระทำเพียงเล็กน้อยอาจทำให้อาการแย่ลงส่วนสวีเหยียนเอาแต่ยืนอยู่ไม่ไกล ด้านหลังนางเท่านั้น มือของเขาไม่เคยแตะต้องสตรีผู้นั้นแม้เพียงปลายผม เขาเพียงเฝ้ามอง นางอย่างห่วงใย คอยสอบถามอาการด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลับไม่กล้าเข้ามาช่วยโดยตรงเขากล่าวอย่างอ่อนโยนว่า หากนางเหน็ดเหนื่อยเกินไปก็ให้เรียกสตรีใดสักคนในหมู่บ้านมาช่วยดูแลแทน พร้อมทั้งยังควักเงินไว้ให้นางจ่ายค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-13
Baca selengkapnya
๘ ถ้อยคำซุบซิบนินทา
ไม่ว่าเรื่องใด หากรู้ไปถึงหูของอาเหมยเข้า นางย่อมไม่อาจกลั้นปากได้ พอเปิดปากก็พรั่งพรูออกมาจนหมดเปลือกหากว่ากันตามตรง…คือเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่โดยแท้หลายวันที่ผ่านมา หลินซูเหยาแทบไม่ได้ก้าวออกจากเรือนสักครึ่งก้าว เอาแต่เฝ้าดูแลสตรีผู้นั้นไม่ห่าง แม้แต่หน้าประตูเรือนก็หาได้ย่างกรายออกไปไม่ดังนั้น สวีเหยียนเห็นอยู่แก่ใจว่าภรรยาหมกมุ่นกับการดูแลคนป่วยมากเกินไป มิต่างจากเอาแต่ขังตนเองไว้ในเรือน มิได้ออกไปเปิดหูเปิดตาให้ใจผ่อนคลายบ้างยิ่งเห็นนางผอมลง ดวงตาคล้ำจากการอดนอน ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งทับถมหนักขึ้นทุกวันเช้าวันนี้ เขาจึงตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ลอบออกจากเรือนไปยังบ้านของหวังต้า ก่อนที่ภรรยาจะลืมตาตื่น แล้วกำชับกับอาเหมยให้ช่วยมาดูแลสตรีผู้นั้นแทนสักครู่ทั้งยังมอบเงินให้เป็นค่าตอบแทนลับๆส่วนเขา…จะพาหลินซูเหยาออกไปเดินตลาดยามเช้า ให้ได้สูดอากาศ ได้เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างพอหลินซูเหยาตื่นขึ้นยังไม่ทันหายง่วงดี ก็ถูกสามีปรนนิบัติอย่างงุนงง ทั้งยกน้ำมาให้ล้างหน้า บ้วนปาก เลือกอาภรณ์สะอาดเรียบร้อยมาให้นางสวมใส่ด้วยตนเองนางยังไม่ทันได้ตั้งคำถาม ก็ถูกจับจูงออกจากเรือนเสียแล้วแม้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-14
Baca selengkapnya
๙ ลางสังหรณ์ใจ
ระหว่างที่สวีเหยียนและหลินซูเหยาเดินลัดเลาะไปตามทางแนวตลาด เสียงจอแจของผู้คนค่อยๆ แผ่วเบาลงจนจางหายไปตามระยะทาง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าคู่กันกับลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอขึ้นของทั้งสองทว่าภายในเรือนหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศกลับตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าอาเหมยนั่งอยู่ข้างเตียงไม้ไม่ห่าง ในมือถือผ้าชุบน้ำอุ่นส่วนอีกข้างคอยซับเหงื่อบนหน้าผากของสตรีแปลกหน้าอย่างระมัดระวัง แม้ปากจะบ่นพึมพำไม่หยุด แต่สายตากลับไม่ละจากอาการของคนป่วยแม้แต่น้อย“จะว่าไปก็น่าสงสารไม่น้อย” นางบ่นพึมพำเสียงเบา “ไม่รู้แม้กระทั่งซื่อแซ่ ไร้หัวนอนปลายเท้า จะเป็นตายก็ไม่รู้ว่าผู้ใดรู้”หวังต้าที่ยืนพิงเสาเรือนอยู่ไม่ไกล กอดอกแน่น สายตาทอดมองไปยังประตูเรือนเป็นระยะ สีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ “เจ้าก็อย่าปากไวให้มากนัก” เขาเตือนเสียงต่ำ“สวีเหยียนฝากให้ดูแลก็แค่ดูแลให้ดี…อย่าคิดก่อเรื่อง”อาเหมยเม้มปาก ก่อนจะกลอกตาเล็กน้อย“ข้าก็แค่พูดกับเจ้า ไม่ได้เอาไปโพนทะนาที่ไหนเสียหน่อย”ทันใดนั้น ยังไม่ทันสิ้นคำ ก็คล้ายจะมีเสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นหน้าประตูเรือน ตามด้วยเสียงตะโกนร้องสองสามครั้งหวังต้าขมวดคิ้วทันที เดินไปเปิด
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-17
Baca selengkapnya
๑๐ หานกู้เฟิง…ทรราชแผ่นดิน
หลายวันผ่านไปอาการของหานกู้เฟิงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากพิษร้ายในร่างกายถูกขับออกจนแทบหมดสิ้นดังนั้น พักหลังมานี้เขาจึงไม่ได้เอาแต่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง กลอกตามองเพดานอย่างคนสิ้นหวังอีกต่อไป หากแต่ลุกขึ้นใช้ชีวิตได้มากขึ้น และไม่ต้องกล้ำกลืนความรู้สึกสมเพชที่อัดแน่นอยู่เต็มอกอย่างน่าเวทนาวันนี้หานกู้เฟิงลืมตาตื่นตั้งแต่ฟ้าไม่สว่างเพราะอาการบาดเจ็บที่เคยทำให้ต้องกินและนอนตรงเวลา กลับกลายเป็นความชินชาไปเสียแล้ว แม้ร่างกายจะฟื้นตัวขึ้นมากแล้ว ทว่าพฤติกรรมและนิสัยจากวันวานยังคงฝังรากอยู่ในตัวเขาไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่หานกู้เฟิงทำไม่ใช่การพักผ่อนต่อ แต่เขากลับดีดตัวลุกจากที่นอนแทบจะทันที และเดินออกมานอกเรือน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนโดยไม่รู้ตัวใบหน้าหล่อเหล่าที่เคยซีดเซียว ยามนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น แม้จะยังไม่ฟื้นคืนดังเดิมเต็มที่ร่างกายที่เคยซูบผอมเห็นกระดูก เริ่มกำยำแน่นหนา แต่ยัง คงเห็นโครงความอ่อนแรงอยู่บางเล็กน้อย ส่วนร่องรอยฟกช้ำที่มีได้เริ่มจางหายไปมากแล้ว และบาดแผลจากคมมีดสมานตัวดีพิษในร่างถูกขับออกจนหมดสิ้นทว่าหมอตาบอดผู้นั้นกลับกล่าวไว้ชัดเจนยังไว้ใจไม่ไ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-18
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status