LOGINหลินซูเหยาส่งสามีเข้าป่าล่าสัตว์ เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา และไม่เคยมีสิ่งใดผิดพลาด สามีกลับเรือนพร้อมกับของติดไม้ติดมือุกครา ทว่าในวันนั้น ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม แทนที่จะกลับมาพร้อมสัตว์ป่าแต่ สามีกลับพาสตรีผู้หนึ่งกลับเรือนแทน.. ร่างของนางอาบไปด้วยเลือด อาการบาดเจ็บสาหัส ราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากความตาย ด้วยความเวทนาและเมตตา หลินซูเหยาจึงยื่นมือช่วยรักษา ประคองชีวิตสตรีแปลกหน้าผู้นั้นไว้ โดยไม่เคยนึกเลยว่า…นี่จะเป็นก้าวแรกของรอยร้าวในชีวิตคู่ คำครหาของผู้คนค่อยๆ ดังขึ้น ถ้อยคำไร้หลักฐานกลับกลายเป็นเชื้อเพลิง สุมใส่กองเพลิงแห่งความสงสัยในหัวใจนาง หลินซูเหยารักษาสตรีผู้นั้นจนหายดี แต่กลับไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตนเกับสามีได้ รอยร้าวค่อยๆ ปรากฏ หาใช่เพราะนางไม่เชื่อใจเขา หากแต่เพราะคำพูดของผู้อื่น…คมยิ่งกว่าหนามแหลม กระทั่งวันหนึ่ง ความจริงที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยก็ปรากฏ...สตรีผู้นั้นตั้งครรภ์ขึ้นมา รักเจ็ดปีของหลินซูเหยา ความผูกพันที่นางเชื่อมั่นมาตลอด กำลังสั่นคลอน และรอยร้าวนั้น…กำลังจะปริแตกอย่างไม่อาจหวนคืน
View Moreหลายเดือนผ่านไปฤดูหนาวที่ยาวนานค่อยๆ คลายลง หิมะสีขาวโพลนละลาย เหลือเพียงสายลมเย็นบางเบาพัดผ่านกลางตลาด ความสัมพันธ์ของหลินซูเหยาและสวีเหยียน มิได้ถูกสั่นคลอนด้วยถ้อยคำซุบซิบนินทาอีกต่อไป ตรงกันข้าม…กลับแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมจากคู่สามีภรรยาที่เคยถูกผู้คนซุบซิบนินทา กลับกลายเป็นคู่ที่ใครเห็นก็อดไม่ได้ต้องเหลียวมองสายตาของผู้คนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกระซิบเย้ยหยัน บัดนี้กลับมีเพียงรอยยิ้มและสายตาอิจฉาปนชื่นชมสตรีออกเรือนหลายคนที่เคยเอาแต่พูดจาเสียดสี เริ่มนำผ้าเนื้อดีมาขอให้หลินซูเหยาช่วยเย็บปัก บางคนถึงกับเอ่ยปากชมฝีมือไม่ขาดปาก ราวกับไม่เคยพูดร้ายกันมาก่อนกลับจากหลังมือเป็นหน้ามืออย่างสิ้นเชิง!เปลี่ยนเร็วราวกับเป็นกิ้งก่า!ยามสาย แสงอาทิตย์อ่อนส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในเรือน หลินซูเหยานั่งอยู่หน้าโต๊ะ เตรียมเข็มด้ายอย่างเป็นระเบียบ ผืนผ้าสีอ่อนถูกคลี่วางตรงหน้ามือเรียวกำลังทดลองปักลายดอกเหมยอย่างแผ่วเบา แต่ยังไม่ทันได้ลงเข็ม เสียงจากหน้าประตูก็ดังขึ้น“แม่นางหลินอยู่หรือไม่เจ้าคะ!”หลินซูเหยาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูหน้าประตูเรือนมีสตรีวัยกลางคนสองสามคนยืนเกา
กระทั่งเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ประตูเรือนค่อยๆ เปิดออก เฮยเซวียนเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ขนตาที่ถูกหิมะเกาะแข็งสั่นไหวแทบจะทันทีลั่วชิงหรูผลักบานประตูเรือนออกมาในจังหวะเดียวกันกับที่สายลมหนาวพัดโหมกระหน่ำเข้าใส่พร้อมกับเศษหิมะ ใบหน้าจึงซีดขาวยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเฮยเซวียนยังคงคุกเข่าอยู่กลางลานหิมะ ร่างของเขาตั้งตรงไม่เอนเอียง ทว่าหิมะที่ตกหนักกลับทับถมจนบ่ากว้างและเส้นผมดำสนิทกลายเป็นสีขาวโพลน ขนตาถูกเกล็ดน้ำแข็งเกาะจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ลมหายใจที่พ่นออกมาแผ่วเบา ราวกับขาดหายไปได้ทุกเมื่อลั่วชิงหรูยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู ดวงตาคู่งามจ้องมองบุรุษที่เคยทำให้นางต้องกล้ำกลืนศักดิ์ศรีและน้ำตานับไม่ถ้วนหัวใจพลางบีบรัดอย่างไม่อาจควบคุม เมื่อยังเห็นเขานั่งนิ่งอยู่ตรงที่เดิมราวกับเหมือนหลายชั่วยามก่อนนางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ยังไม่ตายอีกหรือ” ใบหน้าคนงามเชิดขึ้นไม่แม้แต่จะหันไปมองสักนิดหาใช่เพราะไม่อยากจะมอง หากแต่เป็นหัวใจของนางกลับสั่นสะท้าน เมื่อเห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนทั้งที่อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้เหตุใดถึงได้โง่งมไม่เข้าเรื่อง!คำพู
แม้คำสั่งนั้นจะฟังดูโหดร้าย ท่านหมอชูถึงกลับลอบกลืนน้ำอึกใหญ่เมื่อได้ฟัง แม่นางบนเตียงผู้นี้แม้ภายนอกจะดูบอบบางและอ่อนแอ แต่จิตใจกลับแข็งกร้าวยิ่งนัก เกรงว่าหากใช้ค้อนทุบลงกลางอกก็คงไม่สะทกสะท้านหรือรู้สึกอันใดทว่าเฮยเซวียนกลับเพียงยืนนิ่งๆ หาได้โต้แย้งอันใดเขามองลั่วชิงหรูบนเตียงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย หาได้เอ่ยอันใดออกมาอีกหากนั้นเป็นความต้องการนาง…หากนั้นสมควรแล้วกลับสิ่งที่เขาเคยทำในอดีต…เช่นนั้น…ก็สมควรแล้วประตูเรือนถูกเปิดออก พร้อมกับสายลมหนาวพัดโชยหอบเอาเศษหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนเข้ามาด้านใน ร่างสูงเฮยเซวียนหันหลังก้าวออกไปกลางลานอย่างแน่วแน่และมั่นคงบรรยากาศลานด้านนอกเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหนาวพัดหวีดหวิวพาเกล็ดหิมะโปรยปรายไม่ขาดสาย พื้นหิมะขาวโพลนหนานุ่ม หากกลับเย็นเยียบเสียจนแทบกัดกินถึงกระดูกเฮยเซวียนยืนอยู่หน้าประตูเรือนเพียงชั่วหนึ่งดวงตาคมกริบสบเข้ากับนัยน์ตาเมล็ดซิ่งของนางที่ทอดมองผ่านหน้าต่าง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าลงท่ามกลางหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ลังเล แรงกระแทกกับพื้นดังอับทว่าบุรุษผู้นั้นกลับไม่แสดงท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อยเ
ดูเหมือนว่าถ้อยคำซุบซิบนินทาของผู้คนก็ไม่อาจสั่นคลอนความสัมพันธ์ของแม่นางหลินและสามีได้แม้แต่น้อย แต่ตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้กลับแนบแน่น รักใคร่กลมเกลียวยิ่งกว่าเดิมเสียอีกวันนี้ เมื่อทั้งสองปรากฏตัวกลางตลาดอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปนานเกือบหนึ่งเดือน ผู้คนที่พบเห็นต่างพากันเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆแท้จริงแล้ว หนึ่งเดือนที่หายไป หาได้เพราะเลิกรากันหรือแตกหัก หากแต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่ปานจะกลืนกินกันเสียแทน!ยามนี้จิตใจของหลินซูเหยาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ถ้อยคำของผู้คนไม่อาจทำให้นางหวั่นไหวหรือโอนเอนคล้อยตามได้ง่ายดายเช่นก่อนใบหน้าคนงามปรากฏรอยยิ้มจางๆ ในขณะเดินชมร้านนั้นออกร้านนี้ นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น ราวกับว่าเป็นเด็กน้อยวัยสามขวบที่ได้เลือกของเล่นชิ้นโปรดสวีเหยียนทอดมองท่าทางของภรรยาก็อารมณ์พลอยดีตามไปด้วย และหากมีเสียงซุบซิบใดๆ เล็ดลอดเข้าหู เขาก็ตวัดสายตามองกลับไปอย่างเฉียบเย็นในทันทีคนพวกนั้นกล้าดีอย่างไรมาทำให้ภรรยาของเขาบอบช้ำ!ตราบใดที่เขายังยืนอยู่ข้างกายนาง ต่อให้เป็นถ้อยคำจากคน











