All Chapters of หยกโลหิตพลิกชะตา: Chapter 11 - Chapter 20

104 Chapters

บทที่ 11 อยากขอถอนหมั้น

ทันทีที่เสียงของสองสตรีดังขึ้น เมิ่งซูเหวินก็เดินเข้ามาในห้องโถงอย่างอ่อนช้อย พลางย่อตัวคำนับต่อหน้าซานอ๋องและฮูหยินตระกูลเมิ่งด้วยกิริยาสุภาพตามธรรมเนียม เมื่อเงยหน้าขึ้นนางก็รีบเดินตรงเข้าไปหาฮูหยินตระกูลเมิ่ง แล้วใช้มือทั้งสองข้างไปคล้องแขนฮูหยินตระกูลเมิ่งอย่างสนิทสนม ดวงตาคู่งามฉายแววขอร้องและเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นเชิงกระซิบว่า“ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่จะยกเลิกการหมั้นหมายของน้องสาวกับซานอ๋องไม่ได้นะเจ้าคะ”“ทำไมรึ? ถ้าหากแม่และท่านอ๋องตกลงยกเลิกการหมั้นหมายกันได้แต่โดยดี ทั้งน้องสาวของเจ้าและซานอ๋องก็จะได้ไม่ต้องเข้าพิธีมงคลสมรสร่วมกันด้วยความฝืนใจ แม่คิดว่าการทำเช่นนี้จะเป็นผลดีต่อน้องสาวของเจ้าและยังเป็นผลดีต่อซานอ๋องด้วย”เมื่อเห็นว่าฮูหยินตระกูลเมิ่งไม่ยอมคล้อยตามคำพูดของตนเอง เมิ่งซูเหวินจึงหันไปมองผู้เป็นน้องสาวแล้วเอ่ยถามว่า“เมื่อครู่นี้น้องสาวก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านแม่อยากจะขอยกเลิกการหมั้นหมายของเจ้ากับซานอ๋องมิใช่หรือ เจ้ารีบเดินมาพูดกับท่านแม่เถิดว่าเจ้าไม่อยากถอนหมั้น พี่สาวรู้ว่าท่านแม่ย่อมจะฟังคำพูดของน้องสาวอยู่แล้ว”เนื่องจากระยะทางที่เมิ่งเถียนซีเดินมาจ
last updateLast Updated : 2026-04-15
Read more

บทที่ 12 นางไม่คู่ควร

เมิ่งซูเหวินไม่อยากให้น้องสาวถอนหมั้นกับซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองนางจึงเอ่ยปรามเมิ่งเถียนซีว่า“น้องสาวเจ้าจงคิดเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน ในเมืองหลวงแห่งนี้สตรีที่เคยผ่านการหมั้นหมายมาก่อนย่อมจะหาคู่ครองคนใหม่ได้ยาก ท่านแม่เจ้าคะ ในเมื่อซานอ๋องพูดว่าไม่ได้มีความคิดที่จะถอนหมั้นกับน้องสาวแล้ว เช่นนั้นท่านแม่ก็อย่าพูดคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นหมายกับซานอ๋องอีกเลยนะเจ้าคะ”“ซูเอ๋อร์เหตุใดเจ้าจึงไม่อยากจะให้ซีเอ๋อร์ ยกเลิกการหมั้นหมายกับท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ”“ข้า...” เมิ่งซูเหวินมีท่าทางอึกอักพูดไม่ออกเพราะคิดหาเหตุผลในเรื่องนี้ได้ไม่ทัน แต่จะให้นางบอกกับทุกคนไปตามตรงว่าถ้าหากน้องสาวยกเลิกการหมั้นหมายกับซานอ๋องไปแล้ว ตัวนางคงจะหาคู่ครองได้ยากตามน้องสาวไปด้วยไม่ได้ นางไม่ได้อยากเป็นคนที่มีความเห็นแก่ตนเองไม่สนใจเรื่องความสุขของผู้เป็นน้องสาวในสายตาของท่านแม่เมิ่งเถียนซีเคยเห็นท่าทางการคุยกระซิบกระซาบกันอย่างสนิทสนมของแม่ลูกต่างสายเลือดคู่นี้อยู่เป็นประจำ ภายในใจรู้สึกอิจฉาท่าทางของแม่ลูกคู่นี้อยู่บ้างจึงเอ่ยแกล้งผู้เป็นพี่สาวด้วยน้ำเสียหยอกเย้าไปว่า“ถ้าหากท่านอ๋องทรงไ
last updateLast Updated : 2026-04-15
Read more

บทที่ 13 ได้รับหนกโลหิตคืน

หยางเฟิ่งเจี๋ยหันมองไปทางเมิ่งเซวี้ยนอี้ด้วยสีหน้าอบอุ่นจนคนภายในห้องนี้ต่างรู้สึกได้ สำหรับหยางเฟิ่งเจี๋ยแล้วคุณชายใหญ่ตระกูลเมิ่งเป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวและยังเป็นเสมือนดั่งพี่น้องที่ต่างสายเลือดต่างสกุล แต่คนผู้นี้เข้าใจความคิดของเขามากที่สุดแล้วการที่เมิ่งเซวียนอี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจที่หยางเฟิ่งเจี๋ยต้องอดทนแบกรับไว้มานานเพียงคนเดียวเจือจางลง และเป็นเพราะเมิ่งเซวียนอี้ หยางเฟิ่งเจี๋ยจึงตัดสินใจว่าตนเองจะไม่ยอมถอนหมั้นกับคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งและจะต้องแต่งนางเข้าจวนไปเป็นพระชายาซานอ๋องให้ได้ เพราะวิธีนี้จะทำให้เขาสามารถอยู่ใกล้ชิดกับเมิ่งเซวียนอี้และทุกคนในจวนตระกูลเมิ่งได้มากขึ้น เขาจะได้ปกป้องจวนตระกูลเมิ่งไม่ให้มีคนใส่ร้ายจวนตระกูลเมิ่งว่าก่อกบฏได้สำเร็จ“ข้าน้อยเมิ่งเซวียนอี้คารวะหยางอ๋อง”“ข้าน้อยเมิ่งจื่อซวานคารวะหยางอ๋อง”สองพี่น้องตระกูลเมิ่งคำนับทักทายหยางเฟิ่งเจี๋ยตามธรรมเนียมอย่างพร้อมเพรียงกัน คุณชายใหญ่เมิ่งเซวียนอี้อมยิ้มเล็กน้อย ในขณะที่เมิ่งจื่อซวานมีสีหน้าค่อนข้างจริงจังเป็นอย่างยิ่ง“พวกเจ้าเริ่มรู้จักรักษามารยาทกับเราแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร
last updateLast Updated : 2026-04-15
Read more

บทที่ 14 ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต

เมิ่งเถียนซีถือหยกโลหิตเดินกลับมาที่เรือนรับอรุณของนางด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เพราะนางสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับที่ไหลวนอยู่ในหยกโลหิตชิ้นนี้ ซึ่งเป็นพลังงานที่นางรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าหยกโลหิตชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่มีความงดงามเท่านั้น แต่หยกโลหิตยังมีห้วงมิติพิเศษแอบซ่อนอยู่ด้านใน ในชีวิตก่อนนางเคยเข้าไปฝึกฝนพลังปราณในห้วงมิติแห่งนี้อยู่เป็นประจำ และยังนำของมีค่าที่สำคัญหลายอย่างนำมาแอบซ่อนอยู่ภายในหยกโลหิตชิ้นนี้ เพราะหยกโลหิตชิ้นนี้นางได้ทำการหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของแล้ว คนที่จะสามารถเปิดห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตชิ้นนี้ได้ จึงมีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้นเมื่อกลับมาถึงเรือนรับอรุณ เมิ่งเถียนซีวางหยกโลหิตไว้บนโต๊ะแล้วพยายามระงับความตื่นเต้นของตนเอง นางเดินไปยังหน้าต่างเพื่อทอดสายตามองท้องฟ้ายามเย็นที่กำลังเปลี่ยนสี ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “วันนี้พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันเร็วหน่อยเถิด เพราะข้าอยากจะรีบพักผ่อน” เสียงของนางสะท้อนความเหนื่อยล้าหลังจากวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ฉุกละหุกสาวใช้ทั้งสองคนซึ่งกำลังช่วยกันจัดเตรียมอาหารเย็นและเตรียมถ้ว
last updateLast Updated : 2026-04-15
Read more

บทที่ 15 ช่วงเวลาที่เลื่อมล้ำ

เมิ่งเถียนซีมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึกฝนตนเองต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนนางลืมคิดถึงเรื่องวันเวลาที่ใช้ในการฝึก จนกระทั่งนางรู้สึกได้ว่าตนเองสามารถฝึกฝนตนจนบรรลุถึงระดับสองได้อย่างมั่นคงดีแล้ว จึงลืมตาขึ้นมามองรอบกายด้วยความรู้สึกหิวโหย ก่อนจะรู้สึกตกใจเมื่อเพิ่งจะนึกได้ว่านางฝึกฝนตนเองอยู่ในห้วงมิตินานมากขนาดนี้ น่าจะใช้เวลาในยามค่ำคืนหมดไปจนน่าจะกลายเป็นยามสายของอีกวันไปแล้ว“แย่แล้ว! ไม่รู้ว่าเวลาด้านนอกผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว มิใช่ว่าในยามนี้ทุกคนที่เรือนรับอรุณกำลังพยายามตามหาข้าที่หายตัวไปอย่างลึกลับจนวุ่นวายกันยกใหญ่ไปแล้วหรอกหรือ”เถียนซีเมิ่งพูดบ่นกับตัวเอง ก่อนจะรีบหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิใช้ดวงจิตดึงร่างกายของตนเองออกมาจากห้วงมิติพิเศษ เมื่อนางลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งจึงพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนของตัวเองบรรยากาศรอบกายยังคงเงียบสงบเช่นเดิม เปลวไฟในตะเกียงยังคงสว่างไสวอยู่ไกลสุดของมุมห้อง เมิ่งเถียนซีรีบขยับกายก้าวเท้าเดินลงจากเตียงไปยังหน้าต่างห้องอย่างว่องไว และแล้วนางก็ต้องรู้สึกแปลกใจที่ด้านนอกห้องท้องฟ้าด้านนอกยังคงมีพระจันทร์ส่องสว่างอยู่ตรงตำแหน่งเดิมก่อนที่นางจะเข้านอน
last updateLast Updated : 2026-04-15
Read more

บทที่ 16 การแบ่งปันความลับ

เมื่อมองเห็นว่าคุณหนูของตนกินอาหารเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ไฉ่เสียนจึงสั่งสาวใช้อีกสองคนให้จัดการเก็บสำรับอาหารนำไปคืนที่โรงครัวแล้วจึงหันมาพูดกับเมิ่งเถียนซีว่า “คุณหนูสี่อย่าเพิ่งเข้านอนนะเจ้าคะ สมควรจะเดินย่อยอาหารก่อนสักครู่แล้วค่อยเข้านอนเจ้าค่ะ”“ได้ๆ” เมิ่งเถียนซีเอ่ยรับปากสาวใช้ในระหว่างที่กำลังนั่งจิบชากินขนมแป้งนึ่งที่หอมกรุ่นอย่างถูกใจสายตาของไฉ่เสียนมองไปเห็นม้วนตำราไม้ไผ่ที่มีตัวอักษรลักษณะแปลกประหลาดเขียนลงไปวางแผ่อยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง นางจึงเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกใจ“คุณหนูเจ้าคะ ม้วนอักษรบนโต๊ะตรงนั้นคืออะไรเจ้าคะ บ่าวไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเจ้าค่ะ”เมิ่งเถียนซีนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย สายตาพลันเหลือบไปมองเห็นหีบไม้ค่อนข้างเก่าหลายใบที่วางเรียงอยู่ด้านในห้องนอนอย่างเป็นระเบียบอยู่สามสี่หีบนางจึงนำมาเอ่ยอ้างถึงเพื่อแก้ตัวว่า“นั่นเป็นม้วนคัมภีร์ตำราการปรุงยาแบบโบราณที่ข้าค้นเจอในหีบไม้เหล่านั้น เจ้าเคยบอกกับข้าเองว่าหีบไม้เหล่านั้นเป็นของข้าที่ขนมาจากเมืองติ้งมิใช่หรือ เมื่อครู่นี้ข้านั่งรอเจ้าอยู่นาน ไม่มีอะไรทำจึงเดินไปเปิดหีบแล้วค้นเจอคัมภีร์...ตำราม้วนนี้เข้าจึงหยิบออกมาอ่านเ
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 17 ม้วนตำราโบราณที่สอนเกี่ยวกับการปรุงยา

ดวงตาของเมิ่งเซวียนอี้จับจ้องไปยังม้วนตำราโบราณที่ถูกนำมาวางไว้ราวกับเป็นวัตถุมีค่าหายาก ม้วนตำรานี้ถูกทำขึ้นอย่างประณีตจากการนำไม้ไผ่มาเจาะรูแล้วเรียงร้อยต่อกันด้วยเส้นไหมแข็งแรง ท่ามกลางแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่าง เขามองเห็นลายมืออักษรโบราณที่เขียนอย่างระมัดระวังด้วยหมึกดำบนแผ่นไม้ไผ่ มีรอยจางของกาลเวลาแทรกอยู่ในแต่ละตัวอักษร ราวกับตำราเล่มนี้ได้เฝ้ามองดูโลกและการเปลี่ยนแปลงมากว่าหลายร้อยปีแล้วความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเมิ่งเซวียนอี้คือความทึ่งและความสนใจอย่างลึกซึ้ง เขาไม่เคยเห็นตำราใดที่มีรูปแบบโบราณขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเมื่อได้อ่านเนื้อหาด้านใน ก็ยิ่งพบว่ามีความลึกลับและน่าศึกษาเมิ่งเซวียนอี้พยายามเพ่งพิศเพื่อถอดรหัสเนื้อหาที่ยากจะเข้าใจ หากแต่ทุกถ้อยคำและแต่ละสูตรการปรุงยากลับชวนให้ค้นหาและปรารถนาจะทดลองเป็นอย่างยิ่งภายในใจเขาเต็มไปด้วยคำถาม ใครกันที่เป็นผู้รังสรรค์ตำรานี้? เหตุใดจึงมีสมุนไพรหายากและมีสมุนไพรชื่อที่ไม่คุ้นเคยถูกกล่าวถึงอยู่ในม้วนตำราด้วย ผู้คนสมัยก่อนอาจเคยใช้ตำราเช่นนี้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บจริงๆ หรืออาจเป็นเพียงตำนานเล่าขานที่ส่งต่อกันมา เมิ่งเซวียนอี้อดไ
last updateLast Updated : 2026-04-16
Read more

บทที่ 18 ไม่ใช่ตัวปลอม

ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยเดินทางมาถึงจวนตระกูลเมิ่งพร้อมกับท่านหมออู๋ในช่วงบ่าย ด้านหลังของเขามีบ่าวช่วยถือสิ่งของจำนวนมากตามมาด้วยพ่อบ้านตระกูลเมิ่งรีบร้อนเดินออกมาต้อนรับหยางเฟิ่งเจี๋ยที่หน้าประตูจวนด้วยท่าทางนอบน้อมแล้วเอ่ยแจ้งผู้เป็นซานอ๋องว่า“ฮูหยินของบ่าวพาคุณหนูสามออกไปทำธุระด้านนอกจวนตั้งแต่เช้า ในยามนี้ฮูหยินและคุณหนูสามยังไม่เดินทางกลับจวนเลยพ่ะย่ะค่ะ ส่วนคุณชายรองมีนัดกับสหายของสำนักฝึกยุทธ์ตระกูลถัง บ่าวสืบทราบมาว่าคุณชายรองจะไปตามล่าจับม้าป่าร่วมกันกับเหล่าสหาย ในยามนี้ภายในจวนเหลือแค่คุณชายใหญ่และคุณหนูสี่เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”หยางเฟิ่งเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะรู้สึกสะดุดใจในเรื่องที่ว่าสวีเยี่ยนหลันพาเมิ่งซูเหวินออกไปทำธุระภายนอกจวน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อพ่อบ้านของตระกูลเมิ่งต่อ เพียงแค่เอ่ยปากแจ้งความต้องการของตนเองให้พ่อบ้านตระกูลเมิ่งรับรู้ว่า“เราพาท่านหมออู๋มาตรวจสุขภาพของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่ง และนำสมุนไพรล้ำค่าหายากนำมาให้คุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งเพื่อใช้บำรุงร่างกายด้วย”“ได้พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นบ่าวขอเชิญท่านอ๋องและท่านหมออู๋ไปนั่งพักผ่อนรออยู่ที่ห้องโถงรับแขกในเรือนห
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 19 พี่ใหญ่เลอะเลือนไปชั่วครู่

เมิ่งเถียนซีครุ่นคิดอยู่ในใจว่าร่างกายที่แสนจะอ่อนแอนี้เป็นของเมิ่งเถียนซีตัวจริง นางจึงไม่เกรงกลัวการตรวจสอบใด ๆ การตรวจจับชีพจรสามารถค้นหาความเปลี่ยนแปลงของรากฐานพลังปราณได้ สำหรับเรื่องนี้นางก็มีข้ออ้างอยู่ในใจเอาไว้อยู่แล้วส่วนเรื่องการที่มีจิตวิญญาณดวงใหม่มาสิงสถิตอยู่ภายในร่างนี้ กลับยากที่จะมีใครตรวจสอบล่วงรู้ความลับนี้ได้ ด้วยเหตุนี้เองเมิ่งเถียนซีจึงยืนนิ่งรับการตรวจจับชีพจรจากเมิ่งเซวียนอี้โดยปราศจากความตื่นตกใจใด ๆ ในแววตา และนางยังเงยหน้าหันไปจ้องมองสบตากับดวงตาคมเข้มที่มีประกายสีม่วงลึกลับของหยางเฟิ่งเจี๋ยโดยไม่ยอมหลบสายตาของอีกฝ่ายอีกด้วยเมิ่งเซวียนอี้พลันขยับปลายนิ้วชะงักค้าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อรับรู้ถึงพลังปราณที่หมุนวนอยู่ภายในร่างกายของเมิ่งเถียนซี และราวกับมีเส้นลมปราณสายใหม่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาในร่างกายของนางอย่างประหลาด เขาขยับนิ้วมือเลื่อนขึ้นลงไปตามจุดชีพจรอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการขอมืออีกข้างนำมาจับตรวจชีพจรซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันความรู้สึกในใจ“จะเป็นไปได้อย่างไรที่น้องสาวมีรากฐานพลังปราณแล้ว และนางยังมีเส้นพลังลมปราณสายใหม่
last updateLast Updated : 2026-04-17
Read more

บทที่ 20 ท้าพิสูจน์

หยางเฟิ่งเจี๋ยยังคงยืนมองเมิ่งเถียนซีโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เพียงแต่แววตาของเขายิ่งดูลึกล้ำมากขึ้น เทียบได้กับห้วงมหาสมุทรที่ไม่อาจหยั่งถึง รอยยิ้มเย็นเฉียบที่ผุดขึ้นตรงมุมปากของเขาเผยให้เห็นความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการเจาะลึกหาความลับเบื้องหลังร่างกายบอบบางตรงหน้าหน้าเรือนรับอรุณท่ามกลางบรรยากาศการงอนง้อขอคืนดีของพี่ชายและน้องสาวตระกูลเมิ่ง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา น้ำเสียงนั้นปะปนไปด้วยความรู้สึกสงสัยและความรู้สึกไม่เชื่อถือ ซึ่งเป็นเสียงของหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่นเอง“ต่อให้คุณหนูสี่กินยาฟื้นฟูการสร้างรากฐานพลังปราณจริงๆ แล้วคุณหนูสี่จะสามารถฝึกฝนพลังปราณจนบรรลุถึงระดับสองสำเร็จขั้นสร้างลมปราณที่จุดตันเถียนภายในคืนเดียวได้อย่างไร”เมื่อหยางเฟิ่งเจี๋ยพูดจบทุกสายตาต่างจับจ้องมายังเมิ่งเถียนซีด้วยความทึ่งและคลางแคลงใจ บางคนถึงกับกระซิบต่อกันเบาๆ ว่าการฝึกฝนพลังปราณจนบรรลุถึงระดับสองโดยใช้เวลาเพียงหนึ่งคืนถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ และปาฏิหาริย์เช่นนี้ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของแคว้นจื่อหยวน รวมไปถึงในดินแดนฉิงอันแห่งนี้ก็ไม่น่าจะมีใครทำเรื่องที่เป็นปาฏิหาริย์เช่นนี้ได้ด้
last updateLast Updated : 2026-04-18
Read more
PREV
123456
...
11
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status