บททั้งหมดของ หยกโลหิตพลิกชะตา: บทที่ 1 - บทที่ 10

10

บทที่ 1 ตายเพราะความโง่เขลา

เมิ่งเถียนซีเป็นผู้ฝึกฝนตนในดินแดนเทียนคง นางคืออัจฉริยะน้อยที่มีพลังวิญญาณอันแข็งแกร่ง และได้เข้าสำนักไปเป็นลูกศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ม่อไป๋ผู้เป็นเจ้าสำนักชิงเสวียน การได้เป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของท่านปรมาจารย์ทำให้นางได้ดื่มกินยาวิเศษและยาอายุวัฒนะเป็นจำนวนมาก จึงทำให้นางฝึกฝนตนเลื่อนขั้นจนบรรลุขันจินตันได้อย่างรวดเร็วในดินแดนเทียนคงผู้ฝึกฝนตนทุกคนล้วนปรารถนาที่อยากจะเลื่อนขั้นสูงสุดจนถึงระดับขั้นต้าเฉิง ดวงจิตและร่างกายเข้าสู่มหายานเพื่อเป็นเทพเซียน ซึ่งในดินแดนเทียนคงแห่งนี้มีผู้ที่ฝึกฝนตนจนสำเร็จถึงขั้นต้าเฉิงได้มีเพียงท่านปรจารย์ไม่กี่ท่านเท่านั้นท่านปรมาจารย์ม่อไป๋เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีโอกาสนั้น ซึ่งในยามนี้ท่านปรมาจารย์ม่อไป๋ฝึกฝนตนจนถึงขั้นเหอถี่ ร่างกายหลอมรวมกับดวงจิต เพื่อเตรียมจะเลื่อนขั้นบรรลุไปถึงขั้นต้าเฉิง ทว่าในช่วงนี้ท่านปรมาจารย์ม่อไป๋เก็บเด็กกำพร้าคนหนึ่งมาได้จากตีนภูเขาอู่ไถ และใช้เวลานานถึงสิบกว่าปีที่ท่านปรมาจารย์ม่อไป๋เสียเวลาในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็กคนนี้จนเติบโต“เด็กน้อยผู้นี้มีวาสนากับข้า นางเป็นอัจฉริยะน้อยที่มีพลังปราณแข็งแกร่งจึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 คุณหนูสี่เมิ่งเถียนซี

เมิ่งเถียนซีคิดว่าตนเองต้องจบชีวิตลงที่ใต้หุบเขาอู่ไถไปแล้ว แต่เมื่อนางรู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งจึงพบว่าตัวนางได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแห่งแคว้นจื่อหยวนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนฉิงอัน ตามที่สาวใช้ทั้งสองคนพูดอธิบายให้นางฟัง จึงคิดสรุปได้ว่าดินแดนฉิงอันแห่งนี้เป็นดินแดนที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน อีกทั้งนางยังได้กลายมาเป็นคุณหนูสี่แห่งจวนแม่ทัพสกุลเมิ่งไปเสียแล้ว“ในที่สุดคุณหนูสี่ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาได้เสียที หลังจากที่คุณหนูสี่นอนหลับพักผ่อนไปในช่วงบ่ายของเมื่อวาน ก็หลับยาวนานมาจนถึงยามสายของวันนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พวกบ่าวรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากเลยเจ้าค่ะ” ไฉ่เฉินผู้เป็นสาวใช้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งใจ“ใช่แล้วเจ้าค่ะ บ่าวและไฉ่เสียนกำลังพูดคุยปรึกษากันอยู่เลยเจ้าค่ะ ถ้าหากว่าอีกสองชั่วยามคุณหนูสี่ยังไม่รู้สึกตัวตื่น บ่าวจะไปตามคุณชายใหญ่ให้มาตรวจสุขภาพของคุณหนูสี่ใหม่อีกครั้งเจ้าค่ะ” ไฉ่เสียนผู้เป็นสาวใช้อีกคนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะในที่สุดคุณหนูสี่ของพวกนางก็รู้สึกตัวตื่นเสียทีเมิ่งเถียนซีมองดูสาวใช้ทั้งสองคนด้วยแววตามึนงงเล็กน้อย และคิดทบทวนเรื่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 บทที่ 3 ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ย

หยางเฟิ่งเจี๋ย มีตำแหน่งซานอ๋องแห่งแคว้นจื่อหยวน เขาเป็นองค์ชายสามผู้มีรูปโฉมหล่อเหลาของราชสกุลหยาง ทว่าซานอ๋องมีอุปนิสัยเย็นชาและโหดเหี้ยมจนไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ ซานอ๋องเช่นเขานับว่าเป็นผู้ที่มีพลังปราณระดับห้าขั้นฮวาเสิ่น ปราณกับดวงจิตเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่ง จึงทำให้ภายในแคว้นจื่อหยวนหาคู่ต่อสู้ที่สามารถเอาชนะเขาได้ยากมากการที่หยางเฟิ่งเจี๋ยฝึกฝนตนเองจนสามารถบรรลุถึงขั้นฮวาเสิ่นได้ เนื่องจากเขาโหดเหี้ยมกับตนเองมากพอสมควร โดยเขาแบ่งเวลาให้แก่ตนเองใช้เวลาพักผ่อนให้น้อย ใช้เวลาฝึกฝนตนให้มาก และเขายังสร้างกฎระเบียบวินัยเรื่องการฝึกฝนให้แก่ตนเองปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนั้นในแต่ละวันของเขาจึงผ่านไปด้วยการที่เขาใช้เวลาเก็บตัวฝึกฝนตนเองเป็นส่วนใหญ่ทว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหยางเฟิ่งเจี๋ยเร่งร้อนเดินออกมาจากห้องฝึกฝนตนด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย เขาอ้าปากตะโกนร้องเรียกคนสนิทให้เร่งจัดเตรียมม้าเร็วฝีเท้าดีให้แก่เขา เพื่อรีบเร่งออกเดินทางไปยังนอกเมืองหลวงอย่างรวดเร็วฮวนเยวี่ยและกังตู๋ผู้เป็นคนสนิทของหยางเฟิ่งเจี๋ยขี่ม้าเร็วติดตามผู้เป็นเจ้านาย โดยที่พวกเขาทั้งสองคนไม่รู้แม้แต่น้อยว่าผู้เป็นเจ้านา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 พี่ชายตระกูลเมิ่งทั้งสองคน

เมิ่งเถียนซียอมรับการปรนนิบัติจากสาวใช้จำนวนหนึ่งด้วยความรู้สึกเริ่มคุ้นชิน เหล่าสาวใช้พวกนี้ช่วยกันอุ้มนางไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อยเป็นอย่างดี และช่วยกันอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ให้แก่นางอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งในชีวิตเก่าเมิ่งเถียนซีต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองมาโดยตลอดไม่เคยมีสาวใช้มาช่วยทำเรื่องกิจเฉพาะเป็นการส่วนตัวเช่นนี้ ดังนั้นช่วงที่นางรู้สึกตัวฟื้นคืนสติมาในวันแรกๆ นางจึงดิ้นรนเพื่ออยากจะหลบหนีจากเงื้อมมือของสาวใช้เหล่านี้อย่างสุดกำลัง แต่ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่แสนจะอ่อนแอ นางจึงหลบหนีได้ไม่พ้นจึงต้องยินยอมปล่อยให้สาวใช้เหล่านี้จัดการกับร่างกายของตนได้ตามแต่ใจของพวกนางวันเวลาผ่านไปนานหลายวันเมิ่งเถียนซีเริ่มรู้สึกเคยชินที่ได้รับการปรนนิบัติจากสาวใช้เหล่านี้ จนกระทั่งในยามนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกสบายตัวเป็นอย่างยิ่ง ที่มีสาวใช้ช่วยทำหลายๆ อย่างให้แก่ตนเอง“วันนี้บ่าวได้เปลี่ยนอาหารมื้อเช้าจากอาหารเหลวเป็นอาหารอ่อนที่มีความเหนียวข้นเพิ่มมากขึ้น ตามที่คุณหนูเอ่ยปากขอแล้วนะเจ้าคะ” ไฉ่เสียนยกสำรับอาหารมาวางตรงหน้าของเมิ่งเถียนซี แล้วพูดอธิบายเรื่องเกี่ยวกับการเปล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 เมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลัน

เมิ่งเถียนซีกินอาหารมื้อเช้าอิ่มพอดี นางจึงส่งสัญญาณบอกให้ไฉ่เสียนเก็บสำรับอาหาร และขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวพบกับเมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันกับคุณหนูสามเมิ่งซูเหวินก่อนหน้านี้เมิ่งเถียนซีได้พบกับมารดาผู้ให้กำเนิดของร่างนี้อยู่หลายครั้ง แต่นางใช้คำอ้างที่ว่าความทรงจำในอดีตหายไปจนหมด จึงจดจำทุกคนไม่ได้รวมไปถึงผู้เป็นมารดาด้วย เพื่อหาเหตุผลให้แก่ความรู้สึกห่างเหินของนาง และสายตาที่นางใช้มองทุกคนเหมือนเป็นคนแปลกหน้า ซึ่งคนที่มีสีหน้าเสียใจกับความทรงจำที่หายไปของเมิ่งเถียนซีมากที่สุดก็คือฮูหยินตระกูลเมิ่งสวีเยี่ยนหลันผู้นี้เมิ่งเถียนซีไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าตนเองไม่ใช่เมิ่งเถียนซีคนเดิม เพราะกลัวว่าทุกคนจะคิดว่านางเป็นปีศาจร้ายที่มาสิงสู่ร่างของคุณหนูสี่ผู้นี้ ดังนั้นเมิ่งเถียนซีจึงพยายามระมัดระวังตัวแสร้งทำเป็นคนความจำเสื่อมที่ไม่รู้เรื่องใดๆ โดยเฉพาะในยามที่อยู่ต่อหน้าเมิ่งฮูหยินผู้นี้สวีเยี่ยนหลันเป็นสตรีวัยกลางคนที่ยังคงดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงค่อนข้างมาก ถึงแม้นางจะมีบุตรชายและบุตรสาวถึงสามคนแล้ว แต่ทว่าความงดงามของเมิ่งฮูหยินผู้นี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย ในยามที่เมิ่งฮู
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 คุณหนูสามเมิ่งซูเหวิน

หลังจากที่เมิ่งเถียนซีได้นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนตระกูลเมิ่ง นางนั่งฟังทุกคนพูดคุยกันจึงได้รับรู้อีกเรื่องว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของเมิ่งเถียนซี ท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายในยามนี้ยังคงต้องนำกองทัพไปปักหลักเฝ้าปกป้องชายแดนทางทิศตะวันตกของแคว้นจื่อหยวน โดยท่านแม่ทัพเมิ่งได้พาอนุหลินเจียวฝาง มารดาผู้ให้กำเนิดเมิ่งซูเหวินติดตามไปด้วยเมื่อทุกคนเดินไปจากเรือนรับอรุณซึ่งเป็นเรือนพักส่วนตัวของเมิ่งเถียนซีแล้ว นางรู้สึกสนใจเรื่องราวของพี่สาวต่างมารดาเมิ่งซูเหวินเป็นพิเศษ เพราะในระหว่างที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจเพียงแค่นาง ทว่านางก็แอบลอบสังเกตท่าทางของทุกคนเพื่อความรอบคอบเช่นกันดังนั้นเมิ่งเถียนซีจึงมองเห็นแววตาดำมืดของเมิ่งซูเหวินในวันนี้ได้อย่างชัดเจนตั้งหลายครั้ง เป็นเพราะเคยต้องเสียชีวิตด้วยความโง่เขลาไว้ใจผู้อื่นง่ายดายมาก่อน นางจึงระมัดระวังตัวคอยมองดูสีหน้าของทุกคนที่อยู่รอบกายเป็นพิเศษ เพราะนางคิดว่าตนเองจะไม่เชื่อถือถ้อยคำหวานหู จะไม่เชื่อฟังคำพูดเอาใจใส่ที่แสนจะอบอุ่นของผู้อื่นง่ายๆ อีกแล้วหลังจากนั้นเมิ่งเถียนซีจึงพยายามชวนเหล่าสาวใช้ให้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของเมิ่งซูเหวินมาตลอดครึ่ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 ไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด

คนที่จะฝึกฝนพลังปราณได้จะต้องมีรากฐานพลังปราณมาตั้งแต่กำเนิด เมิ่งเถียนซีไร้รากฐานพลังปราณตั้งแต่กำเนิด ทว่าด้วยฐานะบุตรสาวภรรยาเอกเพียงคนเดียวของจวนตระกูลเมิ่ง นางจึงไม่ใช่คนไร้ค่าเหมือนดังถ้อยคำที่มีสาวใช้มานินทาเอ่ยให้เข้าหูนาง‘มีคนไม่อยากให้นางรู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ในเมืองหลวง จึงได้วางแผนให้สาวใช้พูดมากคนนั้นมาอยู่ในเรือนรับอรุณของนาง เพื่อพูดจายุยงปลุกปั่น’ ซึ่งเรื่องนี้ที่เมิ่งเถียนซีคิดได้ เมิ่งฮูหยิน คุณชายทั้งสองของตระกูลเมิ่ง และคุณหนูสามตระกูลเมิ่งย่อมต้องคิดได้เช่นกันใช้เวลาแค่เพียงไม่นาน คุณชายรองเมิ่งจื่อซวานก็ควานหาสาวใช้ตัวดีผู้นั้นจนเจอและจับตัวมามอบให้ผู้เป็นพี่ชายจัดการต่อ หลังจากที่ถูกคุณชายใหญ่เมิ่งเซวียนอี้ใช้วิธีพิเศษรีดความลับจากสาวใช้ผู้นี้จนหมดไส้ ทุกคนก็จึงรู้ว่า สาวใช้คนนี้ถูกส่งมาจากจวนตระกูลหลัว“เป็นเพราะเหตุใด ตระกูลหลัวจึงกล้ายื่นมือเข้ามาก่อความวุ่นวายภายในจวนตระกูลเมิ่งของพวกเราเช่นนี้” เมิ่งฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“ท่านแม่…ผู้คนในเมืองหลวงต่างรู้กันดีว่าตระกูลหลัวมีไทเฮาคอยหนุนหลัง ซึ่งในยามนี้ตระกูลหลัวมีคุณหนูหลายคนที่เลยวัยป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 ไม่ได้เปลี่ยนไปหมดทุกอย่าง

แม้จะเพียรพยายามฝึกฝนอย่างเต็มกำลัง แต่เมิ่งเถียนซีกลับพบว่าทุกหยาดเหงื่อและความตั้งใจคล้ายจะสูญเปล่า ไม่ว่ากระบวนท่าฝึกปราณของสำนักชิงเสวียนจะพิถีพิถันมากเพียงใด ทุกครั้งที่นางนั่งสมาธิเพ่งจิตรวบรวมพลังปราณ พลังที่เพิ่งจะดึงเข้ามาในร่างกายก็ไหลรั่วออกไปอย่างไร้การควบคุม ราวกับว่าร่างกายของนางเป็นเพียงถังน้ำที่มีรูรั่ว ยิ่งเติมเท่าใด น้ำก็ยิ่งซึมไหลออกไปจนหมดสิ้นความรู้สึกท้อแท้เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของเมิ่งเถียนซี เพราะผ่านมานานหลายวันแต่นางยังคงมองไม่เห็นแม้เพียงเงาของความก้าวหน้า ทุกค่ำคืนแห่งการฝึกฝนกลายเป็นวังวนของความคาดหวังและความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระนั้น เมิ่งเถียนซีก็ยังไม่ยอมแพ้ แม้รู้ว่าตนไร้รากฐานพลังปราณแต่กำเนิด นางกลับยิ่งกัดฟันแน่น ยึดมั่นว่าจะต้องค้นพบวิถีของตนเองให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและร่างกายต้องรู้สึกถึงความเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใดก็ตามหลายวันต่อมาในยามค่ำคืนเมิ่งเถียนซีพยายามฝึกฝนพลังปราณ ในยามกลางวันเมิ่งเถียนซีพยายามกินอาหารบำรุงร่างกายและใช้ช่วงเวลานี้ในการปล่อยให้ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสงบ โดยมีเหล่าสาวใช้ในเรือนรับอรุณคอยนั่งเฝ้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 บุตรสาวดูคล้ายมารดามากขึ้น

สวีเยี่ยนหลันนั่งอยู่ตรงหน้ากระจกจ้องมองเงาร่างของตนเองที่สะท้อนกลับมาด้วยจิตใจที่หม่นหมองเล็กน้อย ใบหน้างดงามของนางในยามนี้เริ่มมีริ้วรอยตามวัยปรากฏขึ้นมาแล้ว ต่อให้นางเก่งกาจมากเพียงใดก็ไม่อาจจะเอาชนะวันเวลาและอายุขัยได้จริงๆ“ฮูหยินอย่ากังวลใจไปเลยเจ้าค่ะ เริ่มมีริ้วรอยเพียงเล็กน้อยบ่าวช่วยใช้แป้งน้ำที่เพิ่งปรุงมาใหม่นำมาทากลบริ้วรอยก็ไม่มีใครมองเห็นแล้วเจ้าค่ะ”“ซุนมามา…ปีนี้ข้าเริ่มรู้สึกว่าตนเองแก่ชราลงมากแล้วจริงๆ”“แก่ชราตรงใดหรือเจ้าคะ ในสายตาของบ่าวฮูหยินยังคงความงดงามเหมือนดอกไม้แรกแย้มอยู่เลยเจ้าคะ”“ซุนมามาเอ่ยยกย่องข้ามากเกินไปแล้ว สตรีวัยสี่สิบกว่าอย่างข้าจะไปเหมือนดอกไม้แรกแย้มได้อย่างไร”“บ่าวไม่ได้เยินยอเกินจริงนะเจ้าคะ เดือนหน้านายท่านและอนุหลินจะเดินทางกลับมาพักผ่อนในเมืองหลวงแล้ว ถึงยามนั้นฮูหยินลองนำตนเองไปเปรียบเทียบกับสตรีอ่อนวัยกว่าฮูหยินนับได้สิบปีอย่างอนุหลินดูได้เลยเจ้าค่ะ ว่าผู้ใดดูมีอายุมากกว่ากัน และผู้ใดจะดูงดงามมากกว่ากัน”“ซุนมามาจะนำข้าไปเปรียบเทียบกับอนุหลินได้อย่างไร อนุหลินต้องอดทนลำบากไปเข้าร่วมกองทัพ ถึงจะไม่ได้ลำบากถึงขั้นต้องนอนกลางดินกินกลางท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10 ดูไม่เหมือนคนป่วย

หยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งมองบรรยากาศที่แสนจะหรูหราโอ่อ่าของห้องโถงในเรือนหลักของจวนตระกูลเมิ่งด้วยแววตาระลึกถึงความหลังในอดีต ยามที่เขายังเป็นเพียงองค์ชายสามผู้อ่อนเยาว์ เขาเดินทางมาเยี่ยมเยือนจวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้เป็นประจำ เนื่องจากเขาคบหากับเมิ่งเซวียนอี้เป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวเหมือนกับที่พระมารดาของเขาจ้าวฮองเฮาคบหากับฮูหยินตระกูลเมิ่งเป็นพระสหายหลังจากที่พระมารดาของหยางเฟิ่งเจี๋ยสิ้นพระชนม์ ผู้คนมากมายต่างห่างเหินและหลบเลี่ยงองค์ชายสามผู้กำพร้าพระมารดาอย่างเขา มีเพียงแค่คนในตระกูลเมิ่งเท่านั้น ที่ยังคงปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังจนโดดเดี่ยวมากเกินไปนักทว่าในชีวิตนั้นที่จบสิ้นไปแล้วอย่างน่าอนาถของหยางเฟิ่งเจี๋ย จวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้ต้องล่มสลายแบบไม่มีใครเหลือรอด สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะซานอ๋องอย่างเขา ดังนั้นตั้งแต่เขาได้หวนกลับในชีวิตนี้ใหม่อีกรอบเขาจึงเริ่มทำตัวห่างเหินกับทุกคนในตระกูลเมิ่งเพราะในชีวิตนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยเคยผ่านประสบการณ์เริ่มตั้งแต่คุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งถูกโจรภูเขาจับตัวไปและต้องเสียชีวิตด้วยความอัปยศน่าเวทนา ร่างกายของคุณหนูส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-14
อ่านเพิ่มเติม
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status