All Chapters of หยกโลหิตพลิกชะตา: Chapter 41 - Chapter 50

104 Chapters

บทที่ 41 ใครดีมานางดีตอบ

ภายในจวนตระกูลเมิ่งจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านแม่ทัพเมิ่งอันหวายและท่านรองแม่ทัพของตระกูลเมิ่งอีกสองคนด้วยบรรยากาศที่แสนจะรื่นเริงและอบอุ่น แต่ทว่าภายในงานเลี้ยงวันนี้เมิ่งเถียนซีไม่อยู่ร่วมงานเลี้ยงฉลองกับทุกคน เพราะนางเอ่ยขอแยกตัวเดินไปยังเรือนโปร่งฟ้าแทน ซึ่งเรือนโปร่งฟ้าเป็นเรือนพักส่วนตัวของเมิ่งเซวียนอี้ นางพาสาวใช้เดินมาที่นี่เพื่อมาเยี่ยมหาพี่ใหญ่ของนางด้วยความรู้สึกเป็นห่วง“น้องสี่ไปนั่งกินอาหารเย็นกับท่านพ่อและไปเข้าร่วมงานเลี้ยงรื่นเริงสนุกสนานกับทุกคนเถิด เจ้าไม่ต้องรู้สึกเป็นห่วงพี่ใหญ่…บาดแผลเหล่านี้ พี่ใหญ่จัดการห้ามเลือดและใส่ยาเรียบร้อยแล้ว”เมิ่งเถียนซีขยับเดินเข้ามาใกล้เมิ่งเซวียนอี้ด้วยความมุ่งมั่นในแววตา “พี่ใหญ่ใส่ยาเองและยังทำแผลเองอย่างนั้นหรือเจ้าคะ แต่น้องสาวรู้มาว่าพี่ชายมีบาดแผลหลายแห่ง มีทั้งบาดแผลบริเวณหน้าอก หัวไหล่ซ้าย ยังมีบาดแผลทางด้านหลังอีกตั้งหลายจุด แล้วพี่ใหญ่จะทำแผลของตนเองได้อย่างไร น้องสาวพอจะมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง ขอให้น้องสาวได้ช่วยทำแผลให้พี่ใหญ่เถิดเจ้าค่ะ”เมิ่งเซวียนอี้แอบคิดในใจว่าคนของเขาช่างปากมากเสียจริง แล้วเขาจึงเผยรอยยิ้มบางเบา
last updateLast Updated : 2026-04-29
Read more

บทที่ 42 เมิ่งซูเหวินเกิดความอิจฉา

ภายในงานเลี้ยงของตระกูลเมิ่ง หยางเฟิ่งเจี๋ยในฐานะแขกคนสำคัญได้นั่งทางด้านซ้ายมือของท่านแม่ทัพใหญ่เมิ่งอันหวาย มีท่านรองแม่ทัพเมิ่งหานและเมิ่งจื่อซานนั่งอยู่ถัดต่อไปจากเขา ส่วนทางขวามือของเมิ่งอันหวายเป็นเมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันและถัดไปเป็นท่านรองแม่ทัพหลินเจียวฝางและเมิ่งซูเหวิน โดยภายในโต๊ะอาหารแห่งนี้ขาดเมิ่งเซวียนอี้และเมิ่งเถียนซีไปเมื่ออยู่ในกองทัพหลินเจียวฝางมีฐานะเป็นถึงรองแม่ทัพที่ทุกคนให้ความเคารพ ทว่าเมื่อนางเดินทางกลับมายังตระกูลเมิ่งในเมืองหลวง ฐานะของนางที่คนในตระกูลเมิ่งเรียกขานกลับกลายเป็นเพียงแค่อนุหลินเท่านั้นหลินเจียวฝางย่อมจะไม่ชอบใจในเรื่องนี้ ดังนั้นนางจึงพยายามไม่เดินทางกลับมาเมืองหลวงสักเท่าไหร่นัก นางยอมลำบากอยู่ที่กองทัพเพื่อจะได้อยู่ในตำแหน่งท่านรองแม่ทัพหลินที่มีแต่คนให้ความเคารพนับถือจะดีมากกว่า แต่ในเมื่อบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางอยู่ที่นี่ สุดท้ายแล้วนางจึงต้องเดินทางกลับมาที่จวนตระกูลเมิ่งแห่งนี้ เพื่อมาเยี่ยมบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ถึงแม้ว่าจะได้รับเพียงสีหน้าที่ห่างเหิน และคำพูดที่เย็นชาพูดตอบกลับมาจากบุตรสาวของนางก็ตาม“ซูเอ๋อร์…ถึงแม้ว่าแม่จะไม่ได
last updateLast Updated : 2026-04-29
Read more

บทที่ 43 เจ้าไม่คู่ควร

เมิ่งจื่อซวานมองดูท่าทางไม่ปกติของน้องสามของตน แล้วจึงส่งเสียงหัวเราะหึหึในลำคอก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ข้าเคยพูดกับท่านแม่ตั้งหลายครั้งแล้วมิใช่หรือขอรับ ว่าน้องสามถูกท่านแม่ตามใจมากจนเกินไปแล้ว น้องสามรู้สึกหงุดหงิดใจแล้วมีสิทธ์อะไรจึงสามารถพูดจาว่าร้ายคนอื่นตามใจชอบเช่นนี้”เมื่อได้ฟังพี่ชายรองพูดแบบนี้ เมิ่งซูเหวินหันมาเถียงเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในทันที “พี่รองอยากจะเอ่ยต่อว่าข้าก็เอ่ยวาจาด่าข้ามาตามตรงได้เลยเจ้าค่ะ แต่อย่าได้ลามไปเอ่ยตำหนิถึงท่านแม่”“ก่อนหน้านี้เจ้ายังเอ่ยวาจาเสียดสีพี่ชายจนลามไปถึงน้องสี่ได้เลย”“ก็ข้า…”สวีเยี่ยนหลันเอ่ยขัดคำพูดของเมิ่งซูเหวินขึ้นว่า “พอได้แล้ว! พวกเจ้าทั้งคู่หยุดพูดจาโต้เถียงกันได้แล้ว ช่างไม่รู้จักเกรงใจผู้อื่นที่นั่งอยู่ที่นี่กันเสียบ้างเลย แม่อุตส่าห์คิดไปเองว่าพวกเจ้าสองพี่น้องเติบโตจนรู้ความดีแล้ว จึงได้ยินยอมให้พวกเจ้ามานั่งร่วมโต๊ะกับผู้ที่แก่อาวุโสกว่าเช่นนี้ คงเป็นเพราะว่าแม่อบรมสั่งสอนพวกเจ้าได้ไม่ดีพอ ช่างน่าอับอายขายหน้าเสียจริง”เมิ่งฮูหยินสวีเยี่ยนหลันเอ่ยตำหนิทั้งเมิ่งจื่อซวานและเมิ่งซูเหวินอย่างไม่ลำเอียงเข้าข้างใค
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 44 คนอยู่เบื้องหลังต้องชดใช้

ในขณะที่มีหลายคนในจวนตระกูลเมิ่ง ยังคงรู้สึกประทับใจและประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของบุตรสาวตระกูลเมิ่ง หยางเฟิ่งเจี๋ยที่กำลังนั่งอยู่ภายในรถม้าก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่านับจากนี้ไป เขาคงจะต้องจับตาดูการเติบโตของเมิ่งเถียนซีอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขานำชื่อนางมาพูดคุยโอ้อวดผู้อื่นไปแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นคนที่พูดจาโอ้อวดจนเกินจริง เขามีแต่ต้องทำให้นางกลายเป็นหญิงสาวผู้ที่พร้อมจะก้าวเดินเคียงข้างเขาได้อย่างสง่างามเท่านั้น…ทางฝ่ายเมิ่งเถียนซีนางไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในงานเลี้ยงแม้แต่น้อย เมื่อนางทำแผลให้เมิ่งเซวียนอี้เสร็จนางก็เดินกลับไปพักผ่อนที่เรือนรับอรุณของนาง จนกระทั่งเช้าวันต่อมา นางตื่นนอนแล้วแต่กลับไม่ยอมลุกขึ้นจากเตียง นางนอนหลับตาตั้งจิตให้ว่างเปล่าเพื่อรอฟังเสียงธรรมชาติที่อยู่รอบกายทว่าภายในเรือนรับอรุณมีสาวใช้มากมายที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืด ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างกระตือรือร้น ทั้งทำความสะอาดเรือน การจัดสิ่งของภายในเรือนเพื่อรอให้คุณหนูสี่ของพวกนางตื่นนอน เมิ่งเถียนซีจึงไม่ได้ยินเสียงสกุณาขับขานในยามเช้าอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แต่นางกลับได้ยินเส
last updateLast Updated : 2026-04-30
Read more

บทที่ 45 เห็นแล้วรู้สึกไม่ดี

เมิ่งเถียนซีทำกิจวัตรประจำวันของตนเองในช่วงเช้าจนเสร็จ แล้วจึงเดินไปที่ลานฝึกยุทธ์ในช่วงยามสายตามที่นางเคยเอ่ยนัดหมายกับพี่รองเมิ่งจื่อซวานเอาไว้ แต่ทว่าเมื่อนางเดินมาถึงลานฝึกยุทธ์กลับมองเห็นว่ามีผู้อื่นกำลังใช้กระบี่ที่เป็นประกายคมกริบร่ายรำไปมาอย่างงดงามแทน นางจึงยืนมองคนผู้นั้นรำกระบี่อยู่ข้างลานฝึกยุทธ์อย่างเพลิดเพลินเมื่ออีกฝ่ายร่ายรำกระบี่จนเสร็จสิ้นและหยุดยืนนิ่งเพื่อปรับพลังปราณให้สงบนิ่ง เมิ่งเถียนซีจึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายและเอ่ยทักทายตามมารยาทที่เหมาะสมในฐานะที่นางเป็นผู้อ่อนอาวุโสกว่า“ทักทายอนุหลินในยามสายเจ้าค่ะ”หลินเจียวฝางที่มีหยาดเหงื่อชุ่มไปทั้งร่างหันไปมองดูเมิ่งเถียนซีด้วยความประหลาดใจ เพราะนางรู้ตัวว่ามีคนมายืนอยู่ข้างลานฝึกยุทธ์ แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าคนผู้นั้นจะเป็นคุณหนูสี่เมิ่งเถียนซี ที่สำคัญคุณหนูสี่ผู้นี้ดูแตกต่างจากเมื่อวานนี้เป็นอย่างมากอาจจะเป็นเพราะเมื่อวานนี้สายตาของนางคอยจับจ้องไปยังเมิ่งซูเหวินผู้เป็นบุตรสาวของนางอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นนางจึงมองดูคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งแค่เพียงผ่านสายตาเท่านั้น ความคิดของนางเมื่อมองเห็นเมิ่งเถียนซีเมื่อวานนี้นางแอบสรุปในใจ
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่ 46 ท่านพ่อไม่ยินยอม

หลินเจียวฝางเป็นคนที่มองเห็นบุตรสาวของตนเองเดินมาที่ลานฝึกยุทธ์เป็นคนแรกก่อน นางจึงมีสีหน้าดีใจในทันทีเมื่อมองเห็นว่าบุตรสาวกำลังเดินมุ่งหน้ามาหาตน แต่ทว่าเมื่อนางมองเห็นสีหน้าบึ้งตึงของบุตรสาวในระยะใกล้ สีหน้าดีใจของหลินเจียวฝางจึงจืดจางลงเมิ่งเถียนซียืนเผชิญหน้าอยู่ใกล้หลินเจียวฝาง นางจึงมองเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของหลินเจียวฝางได้อย่างชัดเจน เมิ่งเถียนซีขมวดหัวคิ้วเล็กน้อยแล้วหมุนตัวหันหลังกลับไปมองดูผู้มาใหม่ เมื่อมองสีหน้าเป็นอริของเมิ่งซูเหวินที่จ้องมาที่นาง เด็กสาวจึงทำสีหน้าเรียบตึงใส่อีกฝ่ายเช่นกัน“อยากให้ท่านแม่มาเห็นท่าทางสนิทสนมกันของอนุหลินและน้องสี่เมื่อครู่นี้เสียเหลือเกิน... ข้ามองมาจากระยะไกลยังรู้สึกได้ว่าคนทั้งคู่ช่างดูเหมือนแม่ลูกกันยิ่งนัก ถ้าหากท่านแม่ได้มาเห็นเหตุการณ์อย่างที่ข้ามองเห็นก็ไม่รู้ว่าท่านแม่จะรู้สึกอย่างไร”“ซูเอ๋อร์ทำไมเจ้าจึงพูดแบบนี้?” หลินเจียวฝางเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจเมิ่งเถียนซีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มเย็นชาเล็กน้อย “พี่สามคงจะรู้สึกอิจฉาที่ข้าและอนุหลินสนิทสนมกันมากใช่หรือไม่เจ้าคะ จึงได้เอ่ยถ้อยคำแบบประชดประชัน
last updateLast Updated : 2026-05-01
Read more

บทที่47 พี่สาวและน้องสาวทะเลาะกัน

ในอาณาจักรเทียนคงที่เมิ่งเถียนซีจากมา การที่ชายหญิงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเรียกว่าการบำเพ็ญคู่ เนื่องจากชีวิตในการฝึกฝนตนเพื่อบรรลุถึงระดับเก้าขั้นโบยบินสู่เทพเซียนนั้นมีระยะเวลายาวนานมาก คู่บำเพ็ญอาจจะมีความรู้สึกเบื่อหน่ายในคู่ของตนเองหรือมีความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนคู่บำเพ็ญซึ่งย่อมจะทำได้ตามแต่ใจของผู้ฝึกฝนตน ขอเพียงแค่ทั้งสองฝ่ายยินยอมเลิกรากันแต่โดยดีเท่านั้นในอาณาจักรเทียนคงจึงไม่มีภรรยาเอกหรืออนุภรรยา การบำเพ็ญคู่จะไม่มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซงในความสัมพันธ์ เพราะการบำเพ็ญคู่จะมีจำนวนคนได้เพียงสองคนเท่านั้นด้วยเหตุนี้เองเมิ่งเถียนซีจึงรู้สึกแปลกแยกและไม่อาจเข้าใจหลักปฏิบัติเรื่องการสมรสของอาณาจักรฉิงอันแห่งนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการที่ผู้ชายหนึ่งคนสามารถมีภรรยาเอกและอนุได้พร้อมกัน แตกต่างจากวิถีแห่งการบำเพ็ญคู่ในอาณาจักรเทียนคงที่นางจากมาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่นั่นยึดถือความเสมอภาคและความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายเมิ่งเถียนซียิ่งรู้สึกไม่เห็นด้วยที่หลินเจียวฝางยอมลดสถานะของตนเองมาเป็นอนุของเมิ่งอันหวาย ทั้งที่ถ้าหากบิดาผู้ให้กำเนิดร่างนี้ต้องการเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กับใครสักคน ก็ควรเลิ
last updateLast Updated : 2026-05-02
Read more

บทที่ 48 การต่อสู้ของพี่น้อง

เมื่อได้ยินว่าจะมีการประลองฝีมือกันระหว่างน้องสาวทั้งสองคน เมิ่งจื่อซวานผู้มีใจเอนเอียงไปทางน้องสาวคนเล็กจึงเอ่ยเสนอเรื่องเกี่ยวกับการประลองขึ้นด้วยน้ำเสียงพยายามแสดงความเป็นกลางว่า“เช่นนั้นให้น้องสาวทั้งสองคนประลองฝีมือการยิงธนูกันดีหรือไม่ การยิงธนูเข้าเป้ากึ่งกลางโดยการนับคะแนนผู้ใดยิงแม่นกว่ากันได้คะแนนมากกว่าคือผู้ชนะ พวกนางทั้งสองคนจะได้ไม่เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้”เมิ่งซูเหวินมั่นใจว่าตนเองจะต้องต่อสู้เอาชนะผู้เป็นน้องสาวผู้อ่อนแอได้อย่างแน่นอน เพราะว่านางมีท่านอาจารย์เฉิงลี่เป็นผู้สั่งสอน แต่ทว่าเมิ่งเถียนซีไม่มีอาจารย์มีเพียงพี่ชายรองเท่านั้นที่สอนนางที่ลานฝึกยุทธ์ โดยในแต่ละวันใช้เวลาฝึกฝนแค่หนึ่งถึงสองชั่วยามเท่านั้น และเท่าที่นางสืบรู้มาเมิ่งจื่อซวานสอนน้องสี่ผู้นี้ยิงธนูใส่เป้านิ่งเท่านั้น นางจึงยกมุมปากยิ้มแล้วพูดต่อว่าผู้เป็นพี่รองของตนด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“พี่รองจะลำเอียงเข้าข้างน้องสี่มากเกินไปหรือไม่เจ้าคะ พี่รองรู้แก่ใจดีว่าข้ามีฝีมือยิงธนูอ่อนด้อย เป็นอาวุธที่ข้าไม่ค่อยถนัดมากสักเท่าไหร่ เพราะข้าเน้นการฝึกฝนตนใช้พลังปราณควบคุมอาวุธเวทย์ แล้วเหตุใดพี่รอง
last updateLast Updated : 2026-05-02
Read more

บทที่ 49 เมิ่งซูเหวินถูกตบ

เมิ่งอันหวายรีบเข้ามายืนขวางกั้นระหว่างหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งซูเหวิน ทางด้านหลังของเขา หลินเจียวฝางและสวีเยี่ยนหลันต่างรีบเข้ามาดูอาการของเมิ่งซูเหวินด้วยความร้อนใจ“ท่านอ๋องไม่จำเป็นจะต้องใช้ความรุนแรงมากขนาดนี้ก็ได้กระมัง” เมิ่งอันหวายเอ่ยตำหนิหยางเฟิ่งเจี๋ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจที่อีกฝ่ายทำร้ายบุตรสาวอีกคนของตน“ท่านน้าเขยกล้าตำหนิเราจริงๆ อย่างนั้นหรือ ผู้ใดกันที่ใช้ความรุนแรงอย่างไร้คุณธรรมทั้งๆ ที่อีกฝ่ายหยุดมือแล้ว แต่นางยังพุ่งปลายแหลมมายังคุณหนูสี่ หรือท่านน้าเขยลืมไปแล้วว่าคู่หมั้นของเรามีร่างกายอ่อนแอ ถ้าหากแส้เงินของคุณหนูสามฟาดใส่คุณหนูสี่เมื่อครู่นี้ ท่านน้ากับท่านน้าเขยคงจะไม่ได้จัดพิธีปักปิ่นให้แก่คุณหนูสี่แล้ว แต่เปลี่ยนไปเป็นพิธีไว้อาลัยแทน”คำพูดนี้ของหยางเฟิ่งเจี๋ย ทำให้เมิ่งอันหวายมีสีหน้าอ่อนลง แล้วเหลือบสายตามองไปยังเมิ่งเถียนซีว่าบุตรสาวคนเล็กได้รับอันตรายจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้หรือไม่ เมื่อมองเห็นว่าเมิ่งเถียนซียังดูปกติดีเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกส่วนสวีเยี่ยนหลันที่เข้ามาดูอาการบาดเจ็บของเมิ่งซูเหวินก็มีอาการชะงักเล็กน้อย เมื่อนางคิดได้ว่าบุตรสาวของตนเกือบจ
last updateLast Updated : 2026-05-03
Read more

บทที่ 50 ใครร้ายมานางร้ายตอบ

หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายที่ลานฝึกยุทธ์ เมิ่งเถียนซีกำลังเดินกลับมายังเรือนรับอรุณด้วยสีหน้าครุ่นคิด เพราะก่อนที่นางจะขอตัวแยกย้ายกลับมา เมิ่งซูเหวินได้พูดกับนางด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า“เจ้าอย่าคิดว่าต่อสู้เอาชนะข้าได้แล้วจะอยู่เหนือกว่าคุณหนูตระกูลอื่นในเมืองหลวงได้นะ เพราะในเมืองหลวงแห่งนี้ยังมีคนที่โดดเด่นมากกว่าข้าอยู่อีกหลายคน โดยเฉพาะคุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าวผู้นั้น นางต่อสู้กับข้ามานานหลายปีเพราะกลัวว่าข้าจะแย่งชิงตำแหน่งพระชายาเอกของซานอ๋องกับนาง ในเมื่อคู่หมั้นตัวจริงของซานอ๋องอย่างเจ้ากลับมาเมืองหลวงแล้ว จ้าวจิ้นถงผู้นั้นไม่มีทางปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างสงบสุขแน่”เมิ่งเถียนซีรู้สึกสงสัยใคร่รู้ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าวผู้นี้มีความเป็นมาอย่างไร เมิ่งซูเหวินจึงได้หยิบยกเอ่ยถึงสตรีผู้นี้มาข่มขู่นาง และนางยังสังเกตเห็นอีกด้วยว่าเมื่อพี่สาวของนางเอ่ยถึงจ้าวจิ้นถง สีหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของนางดูอึมครึมและทำให้คนรู้สึกว่าเขามีท่าทางเย็นชามากกว่าเดิม นางจึงหันไปถามสาวใช้คนสนิทของตนว่า“ไฉ่เสวียน ไฉ่เฉิน พวกเจ้าทั้งสองรู้จักคุณหนูใหญ่จ้าวจิ้นถงหรือไม่”สาวใช้ทั้งสองคนหันมามองสบตากัน
last updateLast Updated : 2026-05-03
Read more
PREV
1
...
34567
...
11
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status