LOGINเมิ่งเถียนซีทะลุมิติมาอยู่ในดินแดนที่นางไม่รู้จัก หยางเฟิ่งเจี๋ยได้ย้อนเวลากลับมาในห้วงอดีตของชีวิตตนเองอีกครั้ง คนทั้งคู่มีสัญญาหมั้นหมายต่อกันและยังมีความเกี่ยวพันกับหยกโลหิตร่วมกันอีกด้วย มีหลายเรื่องที่เมิ่งเถียนซีจะต้องสะสางปัญหา มีหลายคนที่หยางเฟิ่งเจี๋ยอยากจะแก้แค้น หยกโลหิตทำให้เมิ่งเถียนซีทะลุมิติมาในดินแดนที่นางไม่รู้จัก หยกโลหิตทำให้หยางเฟิ่งเจี๋ยย้อนเวลากลับมาในช่วงเวลาที่เขายังเป็นเพียงท่านอ๋องผู้สง่างามมากความสามารถ คนหนึ่งอยากดูแลปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่อีกคนอยากกลับมาล้างแค้น หยางเฟิ่งเจี๋ยตั้งใจจะแก้ไขเรื่องราวเกี่ยวกับชะตาชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง มีทั้งคนที่เขาอยากจะปกป้องและมีหลายคนที่เขาจะต้องล้างแค้นจนอีกฝ่ายพังพินาศ ในขณะที่เมิ่งเถียนซีพยายามหาคำตอบให้แก่ตนเองว่านางมาที่ดินแดนฉิงอันเพื่ออะไร แล้วชีวิตของคนทั้งคู่จะจบลงแบบใดในดินแดนฉิงอันแห่งนี้
View Moreเรือนเมฆาคล้อยค่อนข้างจะเงียบสงบ เมิ่งเถียนซียืนรอให้สาวใช้เดินเข้าไปรายงานด้านในเพียงครู่เดียว สวีเยี่ยนหลันก็รีบเดินออกมาต้อนรับบุตรสาวที่หน้าเรือนด้วยตนเองในทันที โดยทางด้านหลังยังมีสาวใช้อาวุโสอย่างซุนมามาเดินติดตามมาด้วย“ซีเอ๋อร์เจ้ามีอะไรจึงมาหาแม่ถึงเรือนเมฆาคล้อยในยามนี้ได้”เมิ่งเถียนซีย่อตัวคำนับทักทายผู้อาวุโสทั้งสองคนตามธรรมเนียม เพราะนางรู้ดีว่ามารดาของร่างนี้รักและเคารพซุนมามาเสมือนดังญาติสนิทคนหนึ่ง ดังนั้นนางจึงมองซุนมามาเปรียบเสมือนผู้อาวุโสของตนด้วย นางจึงคำนับอีกฝ่ายโดยไม่สนใจสถานะสาวใช้ของซุนมามาก่อนที่จะเอ่ยตอบผู้เป็นมารดาไปว่า“ท่านแม่เจ้าคะ ลูกมาเยือนเมฆาคล้อยเพราะมีเรื่องอยากจะปรึกษา แต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือมีเรื่องร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินบุตรสาวคนเล็กพูดตอบมาเช่นนี้สีหน้ากังวลใจของสวีเยี่ยนหลันจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ในขณะที่ซุนมามาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มว่า“อากาศภายนอกเรือนช่างหนาวมากเหลือเกิน ฮูหยินชักชวนคุณหนูสี่เข้าไปนั่งพักผ่อนที่ด้านในเรือนก่อนเถิดเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้บ่าวเฒ่าได้สั่งกำชับให้สาวใช้ไปช่วยกันเร่งไฟอุ่นพื้นเรือนเพื่อเพิ่มความอ
หลายวันต่อมาเมิ่งเถียนซีเดินมาฝึกการต่อสู้กับเมิ่งจื่อซวานที่ลานฝึกยุทธ์ของจวนตระกูลเมิ่งในช่วงสายเหมือนที่นางทำเป็นปกติทุกวัน ความจริงแล้วนางสามารถฝึกฝนวิชาการต่อสู้คนเดียวได้ แต่ทว่านางมีใจอยากจะช่วยให้ผู้มีฐานะเป็นพี่ชายรองของนางมีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธวิเศษทวนทลายฟ้ามากกว่าเดิม นางจึงออดอ้อนขอร้องให้พี่ชายรองผู้นี้มาเป็นคู่ซ้อมช่วยนางฝึกวิชาการต่อสู้แทบทุกวันตามปกติแล้วเมิ่งจื่อซวานมักจะไปฝึกวิชาการต่อสู้ที่สำนักฝึกยุทธ์ตระกูลถังร่วมกับสหายสนิทหลายคน ทว่านับตั้งแต่ที่เขาได้รับอาวุธวิเศษทวนทลายฟ้ามาจากน้องสาว เขาจึงอยากตอบแทนบุญคุณนี้ของนางโดยการยินยอมมาเป็นคู่ซ้อมให้แก่นางทุกวัน เมื่อฝึกซ้อมจนครบหนึ่งชั่วยามแล้วเขาจึงค่อยขอตัวแยกไปที่สำนักฝึกยุทธ์ตระกูลถังในภายหลังหลายเดือนที่ผ่านมาเมิ่งจื่อซวานค้นพบแล้วว่าการที่เขาฝึกซ้อมอยู่ที่บ้านกับเมิ่งเถียนซี ฝีมือของเขามีพัฒนาการดีมากกว่าการที่เขาไปฝึกวิชาการต่อสู้ที่สำนักฝึกยุทธ์ของตระกูลถังเสียอีก แม้แต่เมิ่งซูเหวินที่มีอคติกับเมิ่งเถียนซี แต่นางก็มาฝึกยุทธ์ร่วมกับพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง“วันนี้ทำไมน้องสามจึงไม่มาฝึกวิทยายุท
วันต่อมาหยางเฟิ่งเจี๋ยรีบเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อมาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้หยางตี๋ผู้เป็นพระบิดาของเขาตั้งแต่ยามเช้า ที่พระตำหนักหยางกวงตามลำพัง โดยมีเพียงซุนหยาไฉขันทีคนสนิทของฮ่องเต้หยางตี๋คอยยืนรับใช้อยู่ด้านข้างเพียงคนเดียวเท่านั้นเหตุผลที่หยางเฟิ่งเจี๋ยต้องรีบมาขอเข้าเฝ้าก่อนที่ฮ่องเต้หยางตี๋จะเสด็จออกว่าราชการที่ท้องพระโรงข้อแรกคือเขามาเพื่อทูลขอพระราชานุญาตจากองค์ฮ่องเต้ให้ทรงผ่อนผันเวลาในการเดินทางไปชายแดนทิศตะวันตกของท่านรองแม่ทัพหลินเจียวฝางฮ่องเต้หยางตี๋ทรงมีพระพักตร์ครุ่นคิดเล็กน้อย และจึงตรัสว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลหลินปีนี้มีอายุมากแล้ว เราจึงเรียกเขาให้เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อที่ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าจะได้พักผ่อนในยามชรา และยังแต่งตั้งให้บุตรชายคนโตของสกุลหลินรับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่หลินแทน รองแม่ทัพหลินเจียวฝางผู้นี้เป็นบุตรสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพผู้เฒ่าหลิน จึงสมควรจะให้บิดาและบุตรสาวได้พบหน้ากันเสียก่อนก็น่าจะดีกว่า”“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ และท่านรองแม่ทัพหลินยังมีอีกเรื่องที่จะต้องอยู่ทำธุระให้เสร็จสิ้นในเมืองหลวงก่อนจะออกเดินทางไปชายแดนทางทิศตะวันตก นั่นคื
หยางเฟิ่งเจี๋ยมีสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเมิ่งเถียนซีจะเอ่ยปากขอเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีความยุ่งยากใจเผยออกมา แล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า“คำขอข้อนี้ของซีซี ไม่ใช่ว่าเราจะไม่อยากยอมทำตามความต้องการของเจ้า แต่ด้วยฐานะองค์ชายสามของเราและยังมีตำแหน่งซานอ๋องของแคว้นจื่อหยวนเราไม่อาจจะทำตามใจเจ้าในเรื่องนี้ได้ หลังจากที่พวกเราแต่งงานกันและเจ้ามีฐานะเป็นพระชายาเอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสามารถประกาศไม่รับอนุได้ แต่ถ้าหากเสด็จพ่อทรงมีพระราชโองการพระราชทานพระชายารองอีกสองคนมาให้แก่เราตามทำธรรมเนียมฏิบัติ เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธไม่รับราชโองการของเสด็จพ่อได้”“อ่อ…แสดงว่าท่านอ๋องทรงทำตามคำขอข้อนี้ของหม่อมฉันไม่ได้สินะเพคะ” เมิ่งเถียนซีพูดด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยหยางเฟิ่งเจี๋ยมองเห็นสีหน้าผิดหวังของนางแล้ว หัวใจของเขาพลันรู้สึกว่าทนไม่ได้ เขาจึงมีท่าทางร้อนรนขึ้นมาในทันที เขานิ่งคิดเล็กน้อยแล้วค่อยเอ่ยพูดแก้ตัวกับนางว่า“ถ้าหากมีความจำเป็นที่เราจะต้องรับพระชายารองเข้าจวนมาจริงๆ เมื่อถึงเวลานั้นเราสามารถไม่ไปเยี่ยมเยือนเรือนของพวกนางได้ แต่ถ้าหา

















