LOGINเมิ่งเถียนซีทะลุมิติมาอยู่ในดินแดนที่นางไม่รู้จัก หยางเฟิ่งเจี๋ยได้ย้อนเวลากลับมาในห้วงอดีตของชีวิตตนเองอีกครั้ง คนทั้งคู่มีสัญญาหมั้นหมายต่อกันและยังมีความเกี่ยวพันกับหยกโลหิตร่วมกันอีกด้วย มีหลายเรื่องที่เมิ่งเถียนซีจะต้องสะสางปัญหา มีหลายคนที่หยางเฟิ่งเจี๋ยอยากจะแก้แค้น หยกโลหิตทำให้เมิ่งเถียนซีทะลุมิติมาในดินแดนที่นางไม่รู้จัก หยกโลหิตทำให้หยางเฟิ่งเจี๋ยย้อนเวลากลับมาในช่วงเวลาที่เขายังเป็นเพียงท่านอ๋องผู้สง่างามมากความสามารถ คนหนึ่งอยากดูแลปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่อีกคนอยากกลับมาล้างแค้น หยางเฟิ่งเจี๋ยตั้งใจจะแก้ไขเรื่องราวเกี่ยวกับชะตาชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง มีทั้งคนที่เขาอยากจะปกป้องและมีหลายคนที่เขาจะต้องล้างแค้นจนอีกฝ่ายพังพินาศ ในขณะที่เมิ่งเถียนซีพยายามหาคำตอบให้แก่ตนเองว่านางมาที่ดินแดนฉิงอันเพื่ออะไร แล้วชีวิตของคนทั้งคู่จะจบลงแบบใดในดินแดนฉิงอันแห่งนี้
View Moreองค์รัชทายาทจะต้องไปเรียนรู้งานของราชสำนักกับฮ่องเต้หยางตี๋ซึ่งฝ่าบาทจะต้องออกว่าราชการในยามเช้าที่ท้องพระโรงทุกวัน ดังนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยจะต้องเดินทางออกจากจวนซานอ๋องที่ในยามนี้กลายเป็นจวนรัชทายาทไปแล้วตั้งแต่เช้ามืด ความจริงแล้วองค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่พระตำหนักบูรพาในวังหลวง แต่หยางเฟิ่งเจี๋ยใช้ข้ออ้างว่ากลัวความผิดพลาดของนางกำนัลฝ่ายในจนทำให้ส่งผลร้ายต่อการตั้งครรภ์ของพระชายา เมื่อสองปีที่แล้วเคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต่อการตั้งครรภ์ของอดีตพระชายาอี้อ๋องมาก่อน ดังนั้นฝ่าบาทที่ทรงอยากจะได้อุ้มหลานเหมือนคนในวัยเดียวกันแล้ว พระองค์จึงยอมพระราชอนุญาตให้องค์รัชทายาทและพระชายาขององค์รัชทายาทพักอยู่ในจวนที่อยู่นอกวังหลวงต่อไป เมิ่งเถียนซีบำรุงครรภ์อยู่ที่เรือนจันทร์ส่อง ในระหว่างวันมักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่าผู้ที่มาเยี่ยมพระชายาองค์รัชทายาทแทบทุกวันย่อมจะหนีไม่พ้นผู้เป็นมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง สวีเยี่ยนหลันและกู้ฉิงโหรว ในบางวันก็อาจจะมีเมิ่งซูเหวินและหลานชายคนแรกของนางเซี่ยหวายเยี่ยนมาเยือนที่เรือนจันทร์ส่องด้วย ในวันนี้ก็เช่นกันเมื่
เมิ่งเถียนซีเดินทางไปจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของตนเองที่เมืองจิ่วโจว เพราะพี่ชายรองของนางเมิ่งจื่อซวายมารับตำแหน่งนายกองของกองทัพตระกูลเมิ่งที่เมืองจิ่วโจวในเดือนสามพอดี การฉลองวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายมีการตั้งโต๊ะเลี้ยงอาหาร มีการดื่มสุราสังสรรค์กันอย่างรื่นเริงสนุกสนาน เมิ่งเถียนซีมีความสุขมากที่ได้พบหน้ากับเมิ่งจื่อซวายอีกครั้ง สองพี่น้องจึงประลองฝีมือกันส่งท้าย“ไม่เจอเพียงหนึ่งปี พลังปราณของเจ้าเลื่อนระดับไปอีกขั้นแล้ว” เมิ่งจื่อซวานพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้หลังจากที่เขาประลองฝีมือพ่ายแพ้ให้แก่ผู้เป็นน้องสาว“ข้าย้ายมาอยู่ที่เมืองซีโจวนอกจากชอบปลูกพืชสมุนไพรแล้วก็หมั่นขยันฝึกซ้อมฝีมือแทบจะทุกวัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝีมือของข้าจะรุดหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ พี่รองอย่าทำสีหน้าหดหู่ใจแบบนี้สิเจ้าคะ พวกเราสองพี่น้องได้มาพบหน้ากันใหม่อีกครั้งข้าย่อมจะมีของขวัญพบหน้ามอบให้แก่พี่ชาย รับรองว่าของขวัญสิ่งนี้จะทำให้พี่รองมีฝีมือก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นกัน” เมิ่งเถียนซีอมยิ้มแล้วจึงยื่นขวดยาที่ด้านในมียาฟื้นฟูพลังปราณชั้นดีสิบกว่าเม็ดมอบให้แก่เมิ่งจื่อซวาน“ยานี้…เป็นยาอะไร” เม
เมืองซีโจวมีทิวทัศน์สวยงามน่าอยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทิวทัศน์บริเวณจวนซานอ๋องมีต้นสนสูงใหญ่ถูกปลูกเอาไว้ล้อมรอบ ยังมีทิวป่าไผ่อยู่ทางด้านข้างของจวน ส่วนทางด้านหลังจวนยังมีสวนต้นท้อที่ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกทิ้งเอาไว้บนเนินเขาแห่งนี้ ทำให้กลายเป็นสวนป่าที่สามารถมาหาเก็บผักและผลลูกท้อนำไปเป็นอาหารที่กินได้อากาศภายในเมืองซีโจวอบอุ่นเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียนซีจึงผลัดเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดฤดูร้อนเพื่อความเบาสบายตัวแล้วจึงเดินสำรวจเรือนแต่ละหลังภายในจวนซานอ๋องโดยมีเหล่าสาวใช้เดินตามมาทางด้านหลัง เรือนแต่ละหลังไม่ได้ถูกสร้างให้ประสานกัน มีถนนที่ปูด้วยแผ่นหินถูกสร้างเป็นเส้นทางไปยังเรือนหลังอื่นทำให้การเดินไปยังเรือนต่างๆ แสนจะสะดวกสะอาดไร้สิ่งกีดขวางอวี๋เหนียงสาวใช้ของที่นี่มีอายุมากแล้ว แต่นางยังคงเดินได้อย่างคล่องแคล่วนางแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สะอาดมีกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อย ระหว่างที่ทุกคนเดินไปสำรวจเรือนแต่ละหลังอวี๋เหนียงพูดบรรยายเกี่ยวกับเรือนทุกหลังให้เมิ่งเถียนซีฟังอย่างละเอียด“เรือนที่พักของท่านอ๋องและพระชายาถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ท่านอ๋องทรงตั้งชื่อเรือนว่าเรือนรับอรุณเพคะ”
การเดินทางไปเมืองซีโจวถ้าหากขี่ม้าเร็วจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณเจ็ดวันหรือแปดวัน แต่เมื่อเป็นขบวนรถม้าขนาดใหญ่ที่ขนสัมภาระมากมายและยังมีผู้คนร่วมเดินทางเป็นจำนวนมาก การเดินทางจึงใช้เวลานานขึ้นใช้เวลาในการเดินทางนานครึ่งเดือนเป็นอย่างน้อยตลอดการเดินทางหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีไม่ได้พบกับความยากลำบากแม้แต่น้อย เพราะเขาและนางสลับกันเข้าไปพักผ่อนอยู่ในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต จึงมีเวลาให้ใช้เหลือเฟือไม่ต้องรีบ พวกเขาได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ได้ฝึกฝนตนเองโดยไร้คนรบกวน ได้นอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อย่างสบายใจ โดยมีอีกคนนั่งเฝ้าในรถม้าอยู่ด้านนอก ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นคนที่นั่งอยู่ในรถม้าจะรีบเข้ามาตามคนในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิตในทันทีดังนั้นตลอดการเดินทางทั้งหยางเฟิ่งเจี๋ยและเมิ่งเถียนซีจึงดูสดชื่นมีชีวิตชีวามากกว่าผู้อื่นที่ร่วมออกเดินทางมาด้วยกัน ภายในรถม้าคันหรูหราจะมีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งอยู่กับเมิ่งเถียนซีเพียงสองคน เพื่อที่จะได้สะดวกในการหลบเข้าไปในห้วงมิติพิเศษได้ง่าย ยามค่ำคืนคนทั้งคู่มักจะนอนอยู่ในรถม้าคันใหญ่ร่วมกัน ส่วนคนอื่นๆ ก็มักจะค้างคืนอยู่ภายในรถม้าของตนเอง เพราะห
หลังจากที่เมิ่งเถียนซีกลั่นแกล้งพี่สาวต่างมารดาจนหนำใจแล้ว นางจึงเอ่ยแนะนำเมิ่งซูเหวินให้นั่งสมาธิกำหนดจิตตั้งใจรวบรวมลมปราณที่จุดตันเถียนในระหว่างที่นั่งแช่น้ำสมุนไพรด้วยกัน“พี่สามอยากรู้มาโดยตลอดไม่ใช่หรือเจ้าคะ ว่าเป็นเพราะเหตุใดข้าจึงมีการเลื่อนขั้นระดับพลังปราณแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ข้
หยางเฟิ่งเจี๋ยยังคงยืนมองเมิ่งเถียนซีโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เพียงแต่แววตาของเขายิ่งดูลึกล้ำมากขึ้น เทียบได้กับห้วงมหาสมุทรที่ไม่อาจหยั่งถึง รอยยิ้มเย็นเฉียบที่ผุดขึ้นตรงมุมปากของเขาเผยให้เห็นความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการเจาะลึกหาความลับเบื้องหลังร่างกายบอบบางตรงหน้าหน้าเรือนรับอรุณท่ามกลางบรรยา
เมิ่งเถียนซีมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึกฝนตนเองต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนนางลืมคิดถึงเรื่องวันเวลาที่ใช้ในการฝึก จนกระทั่งนางรู้สึกได้ว่าตนเองสามารถฝึกฝนตนจนบรรลุถึงระดับสองได้อย่างมั่นคงดีแล้ว จึงลืมตาขึ้นมามองรอบกายด้วยความรู้สึกหิวโหย ก่อนจะรู้สึกตกใจเมื่อเพิ่งจะนึกได้ว่านางฝึกฝนตนเองอยู่ในห้วงมิตินา
เมิ่งเถียนซีถือหยกโลหิตเดินกลับมาที่เรือนรับอรุณของนางด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจ เพราะนางสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับที่ไหลวนอยู่ในหยกโลหิตชิ้นนี้ ซึ่งเป็นพลังงานที่นางรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าหยกโลหิตชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับที่มีความงดงามเท่านั้น แต่หยกโลหิตยังมีห้วงม












reviews