All Chapters of พชิกชะตาพระชายาตัวร้าย: Chapter 61 - Chapter 70

133 Chapters

บทที่ 60 เดินทางถึงบ้านแล้ว

ขบวนรถม้าของตระกูลเฉินจอดอยู่หน้าประตูเมืองหลวงทางทิศเหนือค่อนข้างนาน เพราะทหารเฝ้าประตูเมืองจะต้องตรวจค้นรถม้าทุกคันที่จะป่านประตูเข้าเมืองหลวงตามหน้าที่เป็นเพราะเฉินเอินปั๋วมีอาการบาดเจ็บ ท่านหญิงหย่งอันจึงย้ายไปนั่งรถม้าคันเดียวกับผู้เป็นสามี ส่วนเฉินเป่าหนิงนั้นได้นั่งรถม้าคันเดียวกับเจิ้งลิ่วซีและสาวใช้คนสนิทของพวกนางแทนเมื่อมีสตรีนอกครอบครัวเพิ่มเข้ามา เฉินจื่อเฮ่าจึงนั่งอยู่ในรถม้ากับน้องสาวไม่ได้อีกต่อไป เขาจึงต้องออกไปขี่ม้าแทนแต่เฉินจื่อเฮ่าก็เลือกที่จะขี่ม้าเดินขนาบข้างหน้าต่างของรถม้าที่เฉินเป่าหนิงนั่งอยู่ เพื่อที่เขาจะได้คอยระวังภัยให้แก่น้องสาว และสามารถพูดคุยกับนางในยามที่เขารู้สึกเบื่อ การขี่ม้าเช่นนี้เป็นเวลาสองวันจึงทำให้เฉินจื่อเฮ่าและเจิ้งลิ่วซีสนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว“เป่าหนิง ขบวนรถม้าถึงจวนของพวกเราแล้ว รอให้คนเปิดประตูใหญ่ด้านหน้าให้ขบวนรถม้าเข้าไปด้านในก่อน เจ้าก็จะได้พักผ่อนแล้ว อดทนอีกสักนิดเท่านั้น”เฉินจื่อเฮ่าส่งเสียงบอกน้องสาว เพราะขั้นตอนการเข้าประตูเมืองหลวงค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย เฉินเป่าหนิงที่นั่งอยู่ในรถม้าเป็นเวลานานจึงเริ่มบ่นว่านางนั่งเหมื่อย
last updateLast Updated : 2026-05-11
Read more

บทที่ 62 มีเมตตามากเกินไป

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลเฉิน เซวียนจ้งเหยียนทำได้แค่เพียงยืนมองดูคู่หมั้นของตนเองอยู่ห่างๆ เพราะในยามนี้เขาเป็นเพียงแค่แขกคนหนึ่งของจวนตระกูลเฉินเท่านั้น แม้เขาจะรู้สึกไม่พอใจท่าทางของเฉินฟู่ฟางที่มีต่อเฉินเป่าหนิงมากเพียงใดแต่ก็ไม่อาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืิอก้าวก่ายเรื่องของจวนตระกูลเฉินได้ ท่านหญิงหย่งอันหันมาพูดกับเซวียนจ้งเหยียนด้วยสีหน้าฝาดเฝื่อนเล็กน้อย “ทำให้จ้งเหยียต้องมาเห็นเรื่องน่าขายหน้าของตระกูลเฉินเสียแล้ว” “ท่านน้าหญิงอย่าได้คิดมากเรื่องที่เกิดขึ้นหลานย่อมเข้าใจทุกอย่างได้ดี ทุกบ้านย่อมมีเรื่องราวที่ไม่อยากจะให้คนนอกได้รับรับรู้ แต่ในอีกไม่นานข้าจะไม่ใช่คนนอกของครอบครัวตระกูลเฉินอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงอยากจะขอพูดกับท่านน้าเขยฟังสักประโยค” “พูดมาเถิด” เฉินเอินปั๋วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากบอกหลินชินอ๋องว่าเจ้าไม่ต้องพูด คนผู้นี้ก็ยังจะพูดอยู่ดี ที่เอ่ยขอเป็นเพียงการพูดขออนุญาตตามมารยาทเท่านั้น “ท่านน้าเขย คำว่าอายุน้อยไม่ใช่ข้ออ้างของคนที่ทำความผิด เพราะทำผิดไปเพียงหนึ่งครั้งเรื่องทุกอย่างย่อมยากที่จะแก้ไข เรื่องนี้ท่านน้าเขยน่าจะรู้ซึ้ง
last updateLast Updated : 2026-05-12
Read more

บทที่ 63 นางเป็นน้องสาวของข้า

หลังจากที่เฉินเป่าหนิงสอบสวนจนได้รายชื่อของบ่าวที่อยู่ในห้องตำราของเฉินเอินปั๋วออกมา 4คน บ่าวและสาวใช้ในเรือนเหมันต์อีก5 คน บ่าวและแม่ครัวในโรงครัวอีก 4 คน บ่าวและสาวใช้ในเรือนฮุ่ยฟาง12 คนซึ่งเฉินเป่าหนิงได้สั่งโบยทำโทษคนเหล่านี้และเตรียมขายคนเหล่านี้ทิ้งทั้งหมด ยกเว้นปิงซวี่ที่ถูกโบยอย่างหนักแล้ว สั่งให้กักขังนางเอาไว้อย่างแน่นหนาเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เฉินเป่าหนิงก็เดินไปหาบิดาและมารดาที่เรือนเหมันต์พร้อมกับเฉินจื่อเฮ่า ซึ่งในห้องโถงของเรือนเหมันต์มีเฉินจื่ออี้นั่งจิบชารอฟังผลอยู่ที่นี่ด้วย“ท่านพ่อท่านแม่ เมื่อครู่น้องสาวช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ปิงซวี่ผู้นั้นแม้จะโดนโบยไปสามสิบที จนแผ่นหลังของนางมีแต่เลือดนางก็ยังคงปากแข็งอยู่ดี เอาแต่พูดว่า ‘ข้าจะปกป้องคุณหนูเล็กชั่วชีวิต’ ”เฉินจื่อเฮ่าเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ทุกคนฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น‘แล้วน้องสาวก็เอ่ยถามสาวใช้ผู้นั้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ‘ปิงซวี่ เจ้าคิดว่าชีวิตของเจ้ามีค่าในสายตาของคุณหนูเล็กของเจ้าสักเท่าไหร่กันเชียว เจ้าปกป้องนางด้วยชีวิต แต่คุณหนูเล็กของเจ้าเพียงแค่คุกเข่าปกป้องเจ้าเพียงครู่เดียวเท่านั้น มันคุ้
last updateLast Updated : 2026-05-12
Read more

บทที่ 64 ชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินฟู่ฟาง

เฉินจื่ออี้มองดูน้องสาวและน้องชายเข้าข้างกัน ในหัวใจของเขาพลันสั่นไหว เป็นเพราะน้องทั้งสองคนนี้คนหนึ่งเป็นชายอีกคนเป็นหญิงดังนั้นจึงทำให้ผู้อื่นต่างหลงลืมไปบ้างว่าสองคนนี้เป็นฝาแฝดกัน มีเหตการณ์บางอย่างในวัยเด็กที่ทุกคนลืมไปแล้วแต่ทว่าเขานั้นไม่เคยลืมแต่เขาไม่ลืมและจำได้ว่าในวัยเด็ก น้องของเขาสองคนนี้ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา มีเพียงตอนเด็กที่ทั้งคู่มีอายุห้าปี เฉินเป่าหนิงป่วยหนักจนเกือบจะเสียชีวิต ในยามนั้นเขาจึงได้ดูแลเฉินจื่อเฮ่าอย่างใกล้ชิดแทนผู้เป็นบิดาและมารดา เมื่อน้องสาวหายป่วยเฉินจื่อเฮ่ากลับโวยวายร้องไห้ว่าเฉินเป่าหนิงได้จากไปแล้วในปีนั้นเฉินเป่าหนิงเมื่อหายจากเจ็บป่วยก็กลายเด็กสาวผู้อ่อนแอและเงียบขรึม ภายในปีนั้นตระกูลเฉินสูญเสียท่านปู่ไปบรรยากาศจึงเป็นไปด้วยความเงียบเหงา จึงไม่มีใครสนใจคำพูดของเด็กน้อยอย่างเฉินจื่อเฮ่า แม้แต่ตัวเขาเองก็เปลี่ยนเป้าหมายจากที่เคยฝึกวิชากระบี่กับท่านปู่ ก็เปลี่ยนใจมาร่ำเรียนวิชาแพทย์เพื่อรักษาคนแทนเมื่อนึกถึงท่าร่ายรำกระบี่ของเฉินเป่าหนิงอีกครั้งหัวใจของเขาพลันสั่นไหว เฉินเอินปั๋วเป็นผู้ใช้วิชาดาบเก่งกาจในวิชาทวนและล้ำลึกในวิชายิงธนู แต่ตระกู
last updateLast Updated : 2026-05-13
Read more

บทที่ 65 ตัวตายตัวแทน

เมื่อได้รับคำพูดยืนยันอีกครั้งว่าเฉินฟู่ฟางไม่ใช่บุตรสาวของสามีที่ถือกำเนิดมาจากสตรีนางอื่น หัวใจที่ขมวดเป็นปมของท่านหญิงหย่งอันพลันคลี่คลายออกแต่ทว่าท่านหญิงหย่งอันยังคงไว้มาดเมื่ออยู่ต่อหน้าของผู้เป็นสามี นางจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“คำพูดของคนหลอกลวง ผู้ใดเล่าจะอยากโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนโกหกมีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งที่สองและที่สามตามมา ข้าอยู่เป็นฮูหยินของท่านมานานหลายปีย่อมรู้นิสัยของท่านดีเป็นที่สุด เรื่องที่ท่านเล่ามีจุดน่าสงสัยมากมาย ไม่ได้เล่าให้กระจ่างแบบเมื่อครู่ แล้วใครจะอยากเชื่อลมปากที่กล่าวเท็จของท่านกัน เห็นแก่ที่หลังจากทำพิธีเสร็จหนิงเอ๋อร์จึงหายป่วย ท่านพ่อสามีพูดกับพวกเราว่า เด็กผู้นี้ได้รับดวงวิญญาณส่วนหนึ่งของหนิงเอ๋อร์ไปแบกรับเอาไว้ พวกเราจะต้องดูแลนางให้ดี ข้าจึงไม่ปฏิเสธเมื่อพ่อสามีขอให้นางใช้ชื่อสกุลของตระกูลเฉิน”คราวนี้เป็นท่านหญิงหย่งอันเป็นผู้เปิดปากเล่าแทนว่า “ในเมื่อเด็กคนนั้นถูกเลี้ยงอยู่นอกจวน แม่จึงพอจะยอมรับเรื่องนี้ได้บ้าง แต่ทว่าเมื่อหนิงเอ๋อร์อายุได้หกขวบทำการตรวจสอบพลังแล้วพบว่าไร้เส้นลมปราณ พ่อของเจ้าจึงได้พาเฉินฟู่ฟางเข้ามาอยู่ในจวนเพื
last updateLast Updated : 2026-05-13
Read more

บทที่ 66 ปิงซวี่

เรือนฮุ่ยฟางในยามนี้ดูวังเวงเป็นอย่างมาก เพราะสาวใช้ในเรือนนี้ล้วนแต่ถูกสับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เฉินฟู่ฟางมองดูใบหน้าแปลกตาของสาวใช้ที่ช่วยรินชาให้นางด้วยสายตาเคร่งขรึม เมื่อนางยกชาขึ้นมาจิบน้ำชาร้อนลวกปากจนทำให้นางสะดุ้ง และเขวี้ยงปาถ้วยน้ำชาร้อนๆ ทิ้งใส่สาวใช้อย่างอารมณ์เสียทันที“โอ้ย! เจ้ายกน้ำชาที่ร้อนจัดเช่นนี้มาให้ข้าดื่มได้อย่างไร”“บ่าว…บ่าวขอโทษเจ้าค่ะ” สาวใช้คุกเข่าลงกับพื้นในยามนี้น้ำชาที่ร้อนจัดกำลังเปียกอยู่ที่ชุดด้านหน้าของนาง แต่นางกลับไม่กล้าแม้แต่จะปัดเสื้อที่มีน้ำชาร้อนจัดอยู่ให้พ้นออกอย่างตัว ทำเพียงกัดฟันอดทนปล่อยให้น้ำชาร้อนลวกผิวที่แสนบอบบางของตนอยู่อย่างนั้น“ช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง พวกเจ้าทั้งหมดรีบออกไปให้พ้นสายตาของข้าเดี๋ยวนี้”เฉินฟู่ฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว คนของนางที่เลี้ยงดูมานานเป็นปี ในยามนี้ถูกทำโทษและเตรียมนำไปขายทิ้งทั้งหมด ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเฉินเอินปั๋วที่เคยเอ็นดูนางใยามนี้กลับเมินเฉยในยามที่นางเอ่ยร้องเรียกเขา“หึ คนตระกูลเฉิน…ข้าไม่ยอมแพ้เพียงแค่นี้แน่” เฉินฟู่ฟางพูดขึ้นด้วยความแค้นใจในใจของเฉินฟู่ฟางมีแต่ความเคียดแค้นและพยายามคิดว่า
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more

บทที่ 67 คำตำหนิของเสด็จยาย

เฉินเป่าหนิงแต่งตัวงดงามประณีต เครื่องประดับบนตัวมีราคาล้ำค่า แค่ปิ่นปักผมสามสี่อันบนหัว เฉินเป่าหนิงก็รู้ว่าถ้านางนำไปขายย่อมมีราคาพอที่จะซื้อบ้านหลังหนึงในเมืองหลวงได้แล้ววันนี้ท่านหญิงหย่งอันตัดสินใจพาบุตรชายและบุตรสาวเข้าวังครบทั้งสามคน ปกติบุรุษไปเยือนวังหลังไม่ได้ แต่ซย่าไทเฮามีอาการประชวร หลานชายทั้งสองอย่างเฉินจื่ออี้และเฉินจื่อเฮ่าสมควรไปคำนับเยี่ยมเยือนเรื่องนี้จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยตำหนิซย่าไทเฮาส่งหลี่มัวมัวออกมาต้อนรับคนตระกูลเฉินที่หน้าประตูวังด้วยตนเอง ดังนั้นการเข้าวังหลวงของตระกูลเฉินเป็นไปด้วยความราบรื่นตระกูลเฉินให้ความสำคัญกับเฉินเป่าหนิงมาก เห็นได้จากขบวนผู้ติดตามเฉินเป่าหนิงเป็นคุณหนูสูงศักดิ์มีสาวใช้คนสนิทติดตามสี่คนและสาวใช้คุ้มกันอีกแปดคนดังนั้นจึงขบวนคนของตระกูลเฉินจึงยิ่งใหญ่มาก ทุกคนในวังหลวงจึงรู้ข่าวเรื่องที่ว่าซย่าไทเฮาทรงเปิดพระตำหนัโซ่วอันหนิงเพื่อต้อนรับบุญสาวบุญธรรมและหลานชายหลานสาวที่มาจากจวนตระกูลเฉินซย่าไทเฮานั่งตัวตรงสายพระเนตรมองดูทุกคนคำนับพระนางด้วยแววตาสำรวจ ในชีวิตนี้เดิมทีซย่าไทเฮาเคยคิดว่า พระนางประทับอาศัยอยู่ในวังใหญ่โตหรูหรา สวมใส่อาภ
last updateLast Updated : 2026-05-14
Read more

บทที่ 68 เหล่าคุณหนูในเมืองหลวง

ซย่าไทเฮาปีนี้มีอายุย่างเข้าหกสิบปี แต่ยังคงมีเค้าความงดงามคงอยู่บนพระพัตก์ เพียงแต่ปีนี้พระวรกายที่เคยตั้งตรงกับเริ่มโค้งงอมากขึ้น เนื่องจากเจ็บป่วยมานานหลายเดือนความชราบนใบหน้าจึงยิ่งมองเห็นชัดมากขึ้นท่านหญิงหย่งอันมองซย่าไทเฮาด้วยแววตาเศร้าสร้อยเล็กน้อย ดังนั้นแม้จะอยากรั้งตัวบุตรสาวให้อยู่กับตนให้นานมากว่านี้อีกสักหน่อย แต่ก็ต้องยอมทำตามพระทัยของซย่าไทเฮาพระนางจะได้หมดห่วง“เสด็จยายของเจ้าเป็นห่วงเจ้าถึงเพียงนี้ หนิงเอ๋อร์ยังไม่รีบขอบพระทัยเสด็จยายของเจ้าอีก”“ขอบพระทัยเสด็จยายเพคะ”แม้ในใจส่วนหนึ่งจะคิดอยากยืดเวลาการแต่งงานออกไป เพราะก่อนหน้านี้นางยังตั้งใจว่าจะคิดหาวิธีถอนหมั้นหรือหลบหนีจากตัวร้ายอย่างหลินชินอ๋องให้ได้แต่เมื่อเฉินเป่าหนิงได้ใกล้ชิดกับเซวียนจ้งเหยียน ในใจจึงรับรู้ว่าคนผู้นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายตามที่เคยเข้าใจ เขาแม้จะมีสีหน้าเย็นชาแต่ก็มีมุมที่อ่อนโยน ยิ่งการลอบสังหารครั้งหลังมานี้เขาถึงกลับยอมบาดเจ็บเพื่อช่วยเหลือนางความต่อต้านในใจยิ่งลดน้อยลงความคิดเริ่มแรกที่จะถอนหมั้นและไม่ยอมแต่งกับเซวียนจ้งเหยียนจึงค่อยๆ สลายไป เฉินเป่าหนิงจึงไม่มีท่าทางต่อต้านในยามที่ซย่าไทเ
last updateLast Updated : 2026-05-15
Read more

บทที่ 69 รู้สึกสงสัย

จวนตระกูลเฉินวุ่นวายเสียงดังเพราะกำลังเตรียมจัดงานมงคล อีกสามวันเฉินเอินปั๋วเตรียมจัดพิธีปักปิ่นให้แก่เฉินฟู่ฟาง ตามคำเตือนของเฉินเป่าหนิง และยังส่งคนไปรับอนุฟู่ผู้นั้นกลับมาที่จวนอีกด้วยเฉินเป่าหนิงถอนหายใจและทำความเข้าใจในตัวบิดาและมารดาของตนเอง คนทั้งคู่ไม่ใช่คนโง่แต่ก็มีแง่มุมที่อ่อนแอ ดังนั้นในบทละครทั้งสองคนจึงได้เสียชีวิตอย่างโง่เง่าเช่นนั้นในสายตาของคนอ่านบทอย่างนางเฉินเอินปั๋วเป็นคนฉลาดเก่งทั้งบุ๋นและบู๋ แต่ไม่ชื่นชอบการตื่นเช้าไปทำงานตกเย็นกลับบ้านแบบคนในราชสำนัก มีความสุขในเรื่องการกินการท่องเที่ยวแต่ก็ไม่ใช่บุรุษมากรักหลายใจ ไม่ได้ชอบชมหญิงงามแต่ชอบอยู่กับคนที่ทำให้เขาสบายใจ เป็นคนโหดเหี้ยมสำหรับผู้ที่มีความผิด แต่คนไม่ได้ทำผิดเขากลับแยกแยะชัดเจนฟู่ลี่จีสำหรับเฉินเอินปั๋วเป็นความอัปยศอย่างหนึ่งในชีวิตของเขาที่ไม่อยากเอ่ยถึง แม้ในใจเขาอยากจะฆ่าสตรีผู้นี้ทิ้งไป แต่เมื่อคิดว่านางก็เป็นเพียงหมากของผู้อื่นไม่ได้มีความผิดอะไร เฉินเอินปั๋วจึงเลี้ยงดูนางเอาไว้เพราะเห็นแก่สายเลือดซย่าที่ยังอยู่ในตัวของนางท่านหญิงหย่งอันไม่ได้รู้สึกดีต่อน้องสาวต่างมารดาอย่างฟู่ลี่จี่ บิดามารดาเส
last updateLast Updated : 2026-05-15
Read more

บทที่ 70 ชายแก่

เฉินเป่าหนิงนั่งฟังพี่ชายคนรองและสหายกำลังพูดคุยกัน เปลี่ยนจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งโดยที่หาสาระอะไรไม่ได้ด้วยรอยิ้ม และมองเจิ้งลิ่วซีด้วยแววตาชื่นชมเพราะแต่ละคำพูดของนางอาจจะฟังดูเติ้นเขิน แต่เฉินเป่าหนิงกลับชอบฟังถ้อยคำไม่ซับซ้อนตรงไปตรงมาเช่นนี้ เจิ้งลิ่วซีสมกับเป็นางเอกนิยายของเรื่อง นางดึงดูดคนรอบข้างให้ชื่นชอบนางอย่างจริงใจคราวแรกคิดสงสัยว่าเหตุใดเฉินเป่าหนิงคนเก่าจึงไม่คบค้ากับเจิ้งลิ่วซีเป็นสหาย แต่เมื่อคิดทบทวนแล้ว เฉินเป่าหนิงจึงพอเข้าใจ นางผู้นั้นเป็นคนป่วยที่เก็บตัวอยู่ในเรือนมีสิ่งผ่อนคลายเป็นการปลูกต้นไม้และชื่นชมดอกไม้ ไม่สนใจวรยุทธ์ฝึกฝนใช้พลังยุทธ์เนื่องจากไม่มีพลังลมปราณในขณะที่เจิ้งลิ่วซีเป็นดั่งม้าพยศชอบคนที่พูดคุยสนุกสนาน ชอบขี่ม้าฝึกซ้อมวิชาความรู้ เป็นเพราะนางมีพลังลมปราณระดับสูง ดูอย่างในตอนนี้ที่ถึงกับท้าประลองฝีมือกับเฉินจื่อเฮ่าแล้ว“พี่ซีซีมาที่นี่เหตุใดจึงไม่ชวนคุณหนูสี่และคุณหนูห้าตระกูลเจิ้งมาเที่ยวที่นี่ด้วยล่ะเจ้าค่ะ”เฉินเป่าหนิงเอ่ยถามถึงเจิ้งซื่อเหนียงและเจิ้งอู่อิ๋น ทั้งคู่เป็นบุตรสาวนายท่านรองเจิ้ง เมื่อวานไปชมสวนดอกไม้และได้พูดคุยด้วยกันอ
last updateLast Updated : 2026-05-16
Read more
PREV
1
...
56789
...
14
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status