เสียงของชิงเจี้ยนดังแว่วมาน้ำเสียงของเขายังคงเปี่ยมด้วยความเคารพนบนอบเช่นเคยเสื้อผ้าของเจียงโย่วหนิงฉีกขาดวิ่นจนไม่เหลือชิ้นดี ทั่วร่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ นางจำต้องเอนซบอยู่ในอ้อมอกของเขาด้วยสีหน้าอิดโรยเมื่อได้ยินเสียงของชิงเจี้ยน นางก็สะดุ้งตกใจ พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขาจ้าวหยวนเช่อย่ำยีนางอยู่ครึ่งค่อนวัน ชิงเจี้ยนที่อยู่ด้านนอก ไม่รู้ว่าจะได้ยินสิ่งใดไปบ้างหรือไม่?“อย่าขยับ”จ้าวหยวนเช่อคล้ายจะดับโทสะลงแล้ว น้ำเสียงจึงกลับมาเยียบเย็นดังเดิมเขาหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่ถูกโยนทิ้งไว้ด้านข้างมาห่อหุ้มกายนางไว้แน่นหนา ก่อนจะช้อนตัวอุ้มนางขึ้นมาเจียงโย่วหนิงรู้สึกอับอายจนมิกล้าสู้หน้าผู้ใด นางขดตัวด้วยความอัปยศ ซุกซ่อนเรือนร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไว้ในเสื้อคลุมของเขา มิกล้าแม้แต่จะส่งเสียงขยับเขยื้อนจ้าวหยวนเช่อหลุบตาลงมองร่างเล็กที่ขดตัวกลมอยู่ในอ้อมแขน แววตาของเขาอ่อนแสงลงไม่น้อยชิงหลิวที่ยืนอยู่ข้างรถม้าเห็นภาพนั้น จึงใช้ไหล่กระทุ้งฟู่อวี้ที่อยู่ข้าง ๆ“ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณคุณหนู พวกเรารอดตายแล้ว”อารมณ์ของนายท่านดูดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด บางทีเมื่อ
Leer más