All Chapters of พันธกาลเร้นรัก: Chapter 31 - Chapter 40

100 Chapters

บทที่ 31

นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงถือโคมไฟแล้วหันหลังวิ่งออกไปจากตรอกผู้ใดจะรู้ว่าด้านหน้าจะปรากฏคนอีกผู้หนึ่งถือโคมไฟด้วยเหมือนกันทางด้านหน้าและด้านหลังถูกปิดตาย ต่อให้นางมีปีกก็หนีได้ยากเจียงโย่วหนิงแนบแผ่นหลังติดกำแพง ข่มความกลัวเอาไว้ในใจ พยายามควบคุมความสั่นเทาที่อยู่ในน้ำเสียง “พี่ชายทั้งสอง ปิ่นเงินกับเหรียญทองแดงในมือของข้าให้พวกท่านหมดเลย...”ขณะพูดนางก็รีบดึงปิ่นเงินออกจากมวยผมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบถุงเงินส่งไปในถุงเงินไม่ได้มีเงินเท่าใดนัก นางคุ้นชินกับการซ่อนเงินเอาไว้ จะสบายใจยิ่งกว่า“พวกข้าสองคนจับตามองเจ้ามานานมากแล้ว เจ้าคิดว่าเพื่อเงินเพียงเท่านี้งั้นหรือ?”คนที่อยู่ตรงข้ามรับของไป โยนเล่นแบบไม่ใส่ใจ พลางส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างประสงค์ร้ายเสียงเหรียญทองแดงกระทบกันบาดหูเจียงโย่วหนิงนางสังเกตรูปร่างของทั้งสองคน บีบบังคับตนเองให้ตั้งสติ ใคร่ครวญว่าจะวิ่งหนีไปทางใดจึงจะมีโอกาสมากกว่าสองคนที่อยู่ตรงหน้าประชิดเข้ามาเรื่อย ๆ นางจะมัวแต่คิดอีกไม่ได้แล้ว จึงย่อตัวลงแล้ววิ่งออกมาจากช่องว่าง สุดท้ายเลือกที่จะย้อนกลับทางเก่าตอนนี้ที่โรงหมอน่าจะไม่ยังคนอยู่“แม่นา
Read more

บทที่ 32

เลือดทั่วทั้งร่างของเจียงโย่วหนิงราวกับแข็งตัวอย่างไรอย่างนั้น ในสมองส่งเสียงอื้ออึง รู้สึกแค่ว่าฟ้าถล่มลงมาแล้ว เรื่องที่นางมาช่วยที่โรงหมอถูกพบเข้าเสียแล้ว!เพื่อศักดิ์ศรีของจวนเจิ้นกั๋วกง จ้าวหยวนเช่อคงจะไม่ปล่อยให้นางออกมาทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้วในมือของนางยังคงยุ่งอยู่ต่อไป ปลายนิ้วสั่นเทา อย่างไรก็ผูกปมสุดท้ายนั่นไม่ “มานี่”จ้าวหยวนเช่อไม่สนใจเซี่ยหวยอวี่ สายตามองไปที่เจียงโย่วหนิง หว่างคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชาราวกับแช่ด้วยน้ำแข็งเจียงโย่วหนิงกลืนน้ำลายอย่างประหม่า สุดท้ายยังไม่ได้ยืนขึ้นเซี่ยหวยอวี่บาดเจ็บเพราะช่วยนาง นางควรพันแผลให้เขาจนเสร็จนางเม้มริมฝีปากจนซีดขาว ยังคงผูกปมนั้นต่อไป“อาหนิง เขาเป็นใคร”เซี่ยหวยอวี่เอียงศีรษะ นัยน์ตาดอกท้อฉายแววขบขันสะท้อนภาพใบหน้าซีดขาวของนาง“เป็นพี่ชายของข้า...”เจียงโย่วหนิงตอบเสียงแผ่วเพียงครึ่งประโยค ข้อมือก็พลันบีบแน่นจ้าวหยวนเช่อคว้าจับข้อมือของนางผ่านแขนเสื้อนางยังไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกเขาดึงลุกขึ้น สองเท้าถอยหลังอย่างต่อเนื่อง โซเซไปหลายก้าว ถูกจ้าวหยวนเช่อดึงไปไว้ที่ข้างกายเรี่ยวแรงมหาศาลของเขาบีบจนข้อ
Read more

บทที่ 33

นางเม้มริมฝีปาก เซื่องซึมไม่พูดอันใดตระกูลใหญ่เช่นจวนเจิ้นกั๋วกง เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุตรสาวในเรือนนั้นล้ำค่า จึงจะไม่แพร่งพรายชื่อของบุตรสาวออกไปโดยง่ายแต่นางไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆลึกลงไปในใจของนางรู้สึกว่าตนเองเป็นแค่สตรีธรรมดาผู้หนึ่งที่ไม่อาจธรรมดาไปได้กว่านี้อีกแล้ว ยามอยู่ข้างนอก ผู้อื่นถามนางว่าให้เรียกขานเช่นไร นางล้วนบอกชื่อของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้อย่างไรเสีย นางก็ไม่ใช่คุณหนูอันใดจ้าวหยวนเช่อถามเรื่องนี้ คงเพราะรังเกียจที่นางไม่ปฏิบัติตามกฎนางไม่คิดจะอธิบายกับเขาเช่นเดียวกันเขาเป็นบุตรของสวรรค์ ไม่มีทางและไม่จำเป็นต้องเข้าใจความคิดของนางเขาแค่ต้องการให้นางไม่กระทบกับชื่อเสียงของจวนเจิ้นกั๋วกง ไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูอวิ๋นชิงเท่านั้นเอง“พูดมา!”จ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้ว นัยน์ตาดำขลับฉายแววเคืองโกรธเจียงโย่วหนิงสะดุ้ง ทันใดนั้นท้องก็ร้อง “จ๊อก ๆ” ขึ้นมาสองทีเมื่อเห็นจ้าวหยวนเช่อขมวดคิ้วมุ่น หน้าก็แดงซ่านขึ้นมาทันที ก้มหน้างุดอย่างกระอักกระอ่วน พลางเอามือกุมท้องเอาไว้งานเลี้ยงเมื่อตอนกลางวัน นางได้กินไปแค่ไม่กี่คำ ยามบ่ายก็ยุ่งวุ่นวายตลอดจนฟ้ามืด ไ
Read more

บทที่ 34

เจียงโย่วหนิงกะพริบนัยน์ตาสีดำขลับ เขาไม่ได้จะกินข้าวเย็นคนเดียวหรอกหรือ?จ้าวหยวนเช่อเลิกม่านขึ้นที่ด้านนอกรอนางนางทำได้เพียงเดินตามเขาลงจากรถม้าเท่านั้นจ้าวหยวนเช่อพานางตรงเข้าไปในห้องปีกชั้นสองภายในห้องวางอ่างน้ำแข็งเอาไว้จึงเย็นสบายอาหารบนโต๊ะถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเจียงโย่วหนิงเหลือบมอง มีอิงเถาเชื่อมที่เปรี้ยวอมหวาน วุ้นขาหมูใสสีอำพันสดชื่น หมูสามชั้นตุ๋น เนื้อและมันสลับชั้นกันสวยงามสีสันมันวาวอาหารเจ็ดแปดอย่าง ส่วนใหญ่เป็นรสหวานที่นางชื่นชอบ เห็นแล้วก็ยิ่งหิวมากขึ้นอาหารพวกนี้จ้าวหยวนเช่อน่าจะให้คนสั่งไปส่ง ๆ รสชาติอาหารที่ชอบ เหมือนกับภาพลักษณ์ภายนอกที่บริสุทธิ์และมักน้อยของเขา ไม่มีอาหารที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ กินอันใดล้วนแต่กินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้เลือกกินเลยจ้าวหยวนเช่อนั่งลง แล้วส่งตะเกียบให้นางอย่างเป็นธรรมชาติมากเจียงโย่วหนิงนั่งลงอย่างระมัดระวังตัว ยกถ้วยเล็กขึ้นมาแล้วพุ้ยข้าวคำเล็ก ๆ เข้าปากนี่เป็นครั้งแรกที่นางกับเขากินข้าวด้วยกันตามลำพัง หลังจากที่เขากลับมานางคิดแค่เพียงกินให้อิ่มโดยเร็วแล้วจากไปเท่านั้นอยู่ ๆ ในถ้วยก็มีสามชั้น
Read more

บทที่ 35

จ้าวหยวนเช่อนำเข้าไปในห้องหนังสือเจียงโย่วหนิงเดินตามไป ยืนอยู่ที่หน้าประตูภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหมึกจาง ๆ ชั้นวางหนังสือสูงขนาบอยู่ทั้งสองด้าน บนโต๊ะหนังสือไม้จันทน์แดงวางตำราอยู่หลายเล่ม และยังมีเอกสารราชการวางซ้อนกันอยู่หนึ่งปึกพู่กันขนหมาป่า แท่นฝนหมึกตวนซี กระถางกำยานทองแดงลายซวนหนี ตั้งวางห่าง ๆ กันไม่วุ่นวายและมีรสนิยมจ้าวหยวนเช่อผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไปเจียงโย่วหนิงไม่ได้เดินตามเข้าไปอย่างรู้กาลเทศะ และรออยู่ที่เดิมอย่างสงบนางรู้ว่าภายในห้องตำราของจ้าวหยวนเช่อยังมีห้องเล็กอีกห้อง นางรู้จักเจียมตน สถานที่นั้นส่วนตัวมากเกินไป ไม่ใช่สถานที่ที่นางจะย่างเท้าเข้าไปได้หลังจากนั้นสักครู่ จ้าวหยวนเช่อก็เดินออกมา สายตาเย็นเยียบมองมาที่นาง“มานี่”เขานั่งลงที่หน้าโต๊ะหนังสือ หลุบตาพลางพลิกเปิดตำราที่อยู่ในมือเจียงโย่วหนิงเหลือบมองเขาอย่างรวดเร็ว คิดอยู่ชั่วครู่ ตั้งใจไม่ปิดประตู แบบนี้จ้าวหยวนเช่อจะได้ไม่ทำอันใดรุ่มร่ามกับนางนางมักรู้สึกว่าเขาเหมือนกับอาจารย์ที่จะตรวจการบ้านนาง นักเรียนที่ไม่มีการเตรียมตัวใด ๆ อย่างนาง ไม่มีความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับเขาแม้แต่
Read more

บทที่ 36

แม้ว่าเงินในมือของนางยังมีไม่มากพอ แต่ไม่ช้าก็เร็วต้องมีวันนี้อย่างแน่นอน ย้ายออกไปล่วงหน้า แม้จะลำบากบ้าง แต่ใช่ว่าจะใช้ชีวิตไม่ได้ทันทีที่สิ้นเสียง อยู่ ๆ เอวของนางก็ถูกรัดแน่น อ้อมกอดที่แกร่งดั่งเหล็กของจ้าวหยวนเช่อโอบรอบเอวนางได้ด้วยมือเดียว วินาทีต่อมา ร่างทั้งร่างของนางก็ล้มไปทางด้านหลังนางไม่ได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย และก็ไม่มีที่ว่างให้ขัดขืน นางล้มลงในอ้อมกอดที่แข็งแรงของจ้าวหยวนเช่ออย่างแรง กลิ่นโกฐชฎามังสีที่สดชื่นห่อหุ้มนางไว้อย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนก นางไม่ทันได้ไตร่ตรองอันใด กลัวแต่เพียงว่าจะล้มลงไปเท่านั้น จึงใช้แขนเรียวบางโอบรอบคอเขาโดยสัญชาตญาณมือใหญ่ข้างหนึ่งของจ้าวหยวนเช่อวางลงบนต้นคอของนาง บังคับให้นางเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเจียงโย่วหนิงถูกบังคับให้มองเขาด้วยใบหน้าซีดเผือด ใบหน้าที่สง่างามสูงส่งของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม เปลือกตาบาง ๆ เลิกขึ้น ดวงตาสีดำขลับเรียวยาวที่แหลมคมราวกับใบมีด แทงตรง ๆ เข้าไปในหัวใจของนางขนตางอนยาวของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง หลุบตาลงอย่างลนลานเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของเขา ผ่านไปชั่วครู่ถึงได้รู้สึกตัวว่าตนเองกำลังนั่งตะแคงในอ้อมแขนของเขา
Read more

บทที่ 37

“เด็กคนนี้นี่ อยู่ข้างในทำไมไม่ส่งเสียงเล่า? แม่ก็นึกว่าเจ้าไม่อยู่”น้ำเสียงนางหานตัดพ้อเจียงโย่วหนิงฟังออกว่านางอยู่ข้างโต๊ะหนังสือนี่เอง จึงไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย พยายามปรับลมหายใจที่กระชั้นถี่ให้กลับมาสม่ำเสมอ“ท่านแม่เชิญนั่งก่อน”จ้าวหยวนเช่อไม่แสดงอารมณ์เวลาพูดเหมือนเช่นเคยเจียงโย่วหนิงหลับตา ในที่สุดลมหายใจก็ค่อย ๆ คงที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าจ้าวหยวนเช่อสงบนิ่งตลอดเวลาได้อย่างไร หากเปลี่ยนเป็นนางที่อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับนางหานเช่นนี้ เกรงว่าคงเป็นลมไปเลยเป็นแน่“เชิญฮูหยินดื่มชาขอรับ”ชิงเจี้ยนเป็นคนนำน้ำชาเข้ามา“เรื่องที่องค์หญิงจิ้งเหอถูกโบยยี่สิบไม้ ข้าได้ยินมาหมดแล้ว”นางหานจิบชาอึกหนึ่งแล้วเอ่ยปาก“นางสมควรได้รับ”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อเยียบเย็นลง“นางอวดดีจนเคยชิน มีหรือจะเคยเสียเปรียบเช่นนี้? เจ้าไม่ควรไปยั่วโมโหนาง”นางหานถอนหายใจ“นางไม่แน่ว่าจะกล้ามายั่วโมโหข้า”จ้าวหยวนเช่อไม่ค่อยใส่ใจมากนักเจียงโย่วหนิงฟังก็เข้าใจ องค์หญิงจิ้งเหอวางยาจ้าวหยวนเช่อในงานเลี้ยงช่วงกลางวัน พอตกบ่ายเจ้าหยวนเช่อจึงไปทูลฟ้องต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้องค์
Read more

บทที่ 38

เจียงโย่วหนิงจิตใจว้าวุ่น หดหัวของตัวเองไปข้างหลังโดยสัญชาตญาณในลมหายใจล้วนเป็นกลิ่นโกฐชฎามังสีที่สดชื่นจากตัวของเขา อากาศภายใต้ชายเสื้อราวกับร้อนยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้นางหายใจไม่ออกใต้โต๊ะหนังสือมีพื้นที่แค่นิดเดียวเท่านั้น ต่อให้นางจะหดกายถอยหนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นของที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นว่าตัวเองวุ่นวายจนเหงื่อท่วมสีแดงระเรื่อตรงปลายหูของจ้าวหยวนเช่อลามเลียไปจนถึงสองแก้ม เม้มริมฝีปากปรับจังหวะการหายใจที่กระชั้นให้เป็นปกติมือข้างหนึ่งละจากตำราอย่างแนบเนียน แล้วกดไปยังศีรษะที่อยู่ไม่สุขของนางอย่างเบามือเจียงโย่วหนิงแข็งทื่อไปชั่วขณะเขากำลังตักเตือนนาง? หรือว่ารำคาญนาง?นางเดาความคิดของเขาไม่ได้ จึงไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า“อวี้เหิง ไยหน้าของเจ้าถึงแดงขนาดนี้? ไม่สบายงั้นหรือ? ต้องการให้หมอมาดูอาการหรือไม่?”นางหานขมวดคิ้วพลางพิจารณาจ้าวหยวนเช่อ เตรียมจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงนางเลื่อนเก้าอี้ลุกขึ้น ก็ตกใจเสียจนขนลุกไปทั้งตัว ในมือกำกางเกงผ้าไหมสีขาวงาช้างของจ้าวหยวนเช่อไว้แน่นเมื่อครู่นี้นางหานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะหนังสือ
Read more

บทที่ 39

ทว่าจ้าวหยวนเช่อมีความคิดเป็นของตนเองมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยังพูดคำไหนคำนั้น สุดท้ายยังต้องฟังเขาอยู่ดี“ท่านพ่อเปลี่ยนพระประสงค์ของฝ่าบาทได้หรือไม่ขอรับ?”น้ำเสียงของจ้าวหยวนเช่อไม่ไหวติงแม้แต่น้อย“ย่อมไม่ได้อยู่แล้ว แต่ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับเจ้า ตอนเอ่ยถึงเรื่องการแต่งงานจึงเหลือทางเลือกไว้ให้เจ้า หากเจ้าไม่ยินยอม ฝ่าบาทคงจะไม่บีบบังคับเจ้าหรอกกระมัง?”นางหานยังคงไม่ยอม“ใกล้ชิดฮ่องเต้เสมือนอยู่กับพยัคฆ์ร้าย วันนี้ให้ความสำคัญ พรุ่งนี้อาจชิงชังก็เป็นได้ ท่านแม่จะรู้ได้เช่นไรว่าทางถอยที่ฝ่าบาททรงเว้นไว้ให้มิใช่การหยั่งเชิง?”จ้าวหยวนเช่อถามกลับเสียงทุ้มเจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปากแน่น จิกกลางฝ่ามือจนเจ็บฝ่าบาทโปรดปรานเขา แน่นอนว่าคงจะไม่บังคับเขางานแต่งงานที่เขาไม่เต็มใจ ไม่มีผู้ใดสามารถบังคับได้ ต่อให้เป็นฝ่าบาท ก็ย่อมไว้หน้าเขาอยู่หลายส่วนเขาตกลงแต่งงานกับซูอวิ๋นชิง ไม่ใช่ฝ่าบาทดึงดันจะพระราชทานสมรสให้ แต่เพราะเขาต้องการเขาอยากอยู่ด้วยกันกับซูอวิ๋นชิง“ที่เจ้าพูดก็ถูก” นางหานเห็นพ้องอย่างจนใจ แล้วกล่าวว่า “ช่วงสองสามวันนี้จวนในเมืองหลวงของหวยหนานอ๋องกำลังปรับปรุง ซูอวิ๋
Read more

บทที่ 40

นางกลั้นเสียงสะอื้นไว้ เอ่ยออกมาทีละคำ นางไม่กล้ากะพริบตา เพราะกลัวว่าหยาดน้ำตาจะร่วงหล่นลงมา ความขมขื่นในใจเอ่อล้นออกมาอย่างช้า ๆ แต่ถูกนางฝืนกดลงไปอีกครั้งก็แตกหักกันไปเช่นนี้เถิด เจ็บปวดเพียงชั่วครู่ดีกว่าเจ็บปวดยาวนาน นับจากนี้ไปเขาก็แค่เดินไปตามทางที่สว่างไสวของเขาและเบื้องหน้าของนาง มีเพียงสะพานไม้ซุงมาโดยตลอดเดิมทีก็ไม่ใช่คนร่วมทางเดินเดียวกันตั้งแต่แรก“ข้าฟังไม่ชัด เจ้าลองพูดดูอีกครั้งสิ?”จ้าวหยวนเช่อจับคางของนางไว้ บังคับให้นางเงยหน้ามามองเขานัยน์ตาของเขาแดงก่ำ แววตาเด็ดขาดราวกับคมมีด หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา ริมฝีปากเม้มจนกลายเป็นเส้นตรงเป็นคนที่เปิดเผยความรู้สึกต่อผู้อื่นน้อยมาก บนใบหน้าปรากฏร่องรอยของความโกรธที่หาได้ยากยิ่ง“ข้าบอกว่านับแต่นี้ท่านกับข้าไม่มีสิ่งใดติดค้างกัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป”เจียงโย่วหนิงขึ้นเสียง สองมือของนางกำข้อมือของเขาเอาไว้ หมายจะผลักมือที่กำลังบีบคางของตนเองออกไปพูดชัดเจนจนหมดแล้ว ถึงเวลาที่นางควรไปเสียทีวินาทีต่อมา ทั้งร่างของนางก็ถูกยกขึ้น จากนั้นก็หล่นลงมา ด้านล่างคือโต๊ะหนังสือที่แข็งกระด้างนางดีดตัวขึ้นอย่างตื่น
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status