เหลียนเฟยเองก็ยิ้มแย้มเฉิดฉันเช่นกัน ผายมืออย่างอ่อนโยนเปี่ยมไมตรี “ไม่ต้องมากพิธี ข้าคิดว่าดีเหลือเกิน เชิญนั่งลงก่อน” ว่าพลางหันมาสั่งนางกำนัลคนสนิทเสียงนุ่ม “ซ่งกูกู ปรนนิบัติรินชา”“เพคะ พระสนม”สตรีสูงศักดิ์ยังคงแย้มยิ้มละมุนละไมน้ำเสียงน่าฟัง “เช้านี้เพิ่งได้รับพระราชทานชาบรรณาการมาพอดี หวังว่าแม่นางกัวจะชอบ”“เป็นวาสนาของหม่อมฉันแล้วเพคะ” กัวรั่วหลานเดินมานั่งลงตรงข้ามกับพระสนมเหลียนเฟยบัดนี้ หลินซิงเยียนคล้ายกลายร่างเป็นหนูตัวเล็กจ้อย นางทำความเคารพเจ้าของตำหนักเสร็จก็คอยเดินตามต้อยๆ อยู่ด้านหลังมารดา ประหนึ่งกุลสตรีในห้องหอที่แท้จริง มิได้ปั้นเสริมเติมแต่งหรือพยายามทำเฉกแรกเริ่ม นางไม่ได้นั่ง เพียงยืนเยื้องด้านหลังมารดาอย่างสงบเสงี่ยมหลังจากดื่มชาผ่อนคลายครู่หนึ่ง เหลียนเฟยจึงเอ่ย “ยามนี้มีแค่พวกเรา แม่นางน้อยเพียงหนึ่งเดียวภายในห้อง ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนอีกแล้วกระมัง?”ภายในห้องรับรองยามนี้มีเพียงสี่คนคือเหลียนเฟย กัวรั่วหลาน หลินซิงเยียน และซ่งกูกูแม่นางน้อยหนึ่งเดียวที่ว่าย่อมเป็นหลินซิงเยียน นางรีบคุกเข่ากล่าวแนะนำตัวเสียงอ่อนอย่างยอมรับผิด ไม่คิดบิดเบื
閱讀更多