เข้าสู่ระบบการมีคู่หมั้นคู่หมาย ชีวิตช่างวุ่นวาย หาความสงบสุขมิได้ *** เพราะต้องการช่วยพี่สาวจัดการกำจัดคู่หมั้นเจ้าชู้ให้พ้นทาง นางจึงพลาดพลั้งไปกับความสัมพันธ์ที่ยากจะปฏิเสธ ทั้งที่แน่ใจว่าเราไม่รู้จักกันและไม่มีเหตุใดต้องสานสัมพันธ์ต่อจากวันนั้น ทว่ายิ่งหนีเหมือนยิ่งเจอ ยิ่งปฏิเสธยิ่งกลายเป็นพัวพันไร้หนทางให้เอ่ยปากไม่ยอมรับ "เจ้าไม่ใช่สตรีที่ขืนใจข้าวันนั้นจริงหรือ?" "ไม่ใช่แน่นอน ท่านจำคนผิดแล้ว" "เช่นนั้นเจ้าเป็นใครอย่าบอกว่าคือน้องสาวฝาแฝด" หญิงสาวอึ้ง หากบอกว่าใช่นั่นคือยอมรับ หากบอกว่าไม่นั่นคือใส่ร้ายพี่สาวตัวเองชัดๆ แย่แล้ว... ชายหนุ่มไม่สนอาการบื้อใบ้ จะใช่หรือไม่ นางตรงหน้าย่อมไม่ผิดตัว "เจ้าต้องรับผิดชอบข้าตลอดชีวิต..."
ดูเพิ่มเติม***ABOUT THE BOOK***
The Elf King & I is a romance/humor/fantasy fiction set in the fictional world called Aldous (+ a few more) and the real world, USA.
The relationships of the characters are:
- BxB for main couples.
- BxG for others.
This story is bound to have some silly events to depict comedy scenes for a good-time laugh. Nevertheless, though the story may start light-themed at first, it is recommended to brace yourself for a heavy plot in the future.
***ABOUT ME***
There is nothing much to say about me. But one thing that I want to specify is that I am NOT a native English speaker. Therefore, please forgive any mistakes or grammatical errors) if you happen to find them.
I am not on social media 24/7, but I am quite active with Instagram. You can find me on:
1. INSTAGRAM: @stellakmary
2. TWITTER: @stellakmary
3. FACEBOOK: Stella KMary)
***ABOUT THE COVER***
Thank you instagram user @puppeshirouotome, my lovely readner and an amazing artist, who draw this picture for me when you know I want an illustration as a cover. :) Thank you very much. It's nice knowing you.
Thank you for choosing this story. I hope you have fun reading.
Have a nice day, and take care. :)
ทางฝั่งตรงข้าม พระชายารัชทายาทรับฟังขันทีด้วยท่าทีนิ่งสงบก่อนพยักหน้ารับยิ้มๆ หาได้รู้สึกอันใดไม่กลับเป็นหลินซิงเยียนเองที่ตื่นตกใจ“จะดีหรือเพคะ ท่านไม่เสียใจ ไม่นึกโมโหเลยหรือ?”คนถูกถามส่ายหน้าเนิบช้า “ข้ากับรัชทายาท พวกเราเป็นแค่สหายวัยเยาว์ที่บังเอิญหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ไม่มีความรักแบบชายหญิง มีเพียงทำหน้าที่ให้ดี ข้ามอบทายาทมังกรให้เขา ส่วนเขามอบฐานะมั่นคงให้ข้า”หลินซิงเยียนนิ่วหน้า “มีเช่นนี้ด้วยหรือเพคะ”พระชายารัชทายาทหัวเราะให้กับความใสซื่อนั้น “น้องสะใภ้ เจ้าไม่เคยเจอก็ใช่ว่าไม่มีหรอกนะ เอาเถอะ เช่นนี้ ข้าขอแนะนำเจ้าดีกว่า ข้าคิดว่าเจ้าควรปรึกษาน้องสี่ หาฤกษ์ดีวันดีทูลขอฝ่าบาทเรื่องรางวัลพระราชทานจากการชนะศึกเป็นการอวยยศอ๋องแยกจวนไปนอกรั้ววังจึงจะดี”ดวงตาหลินซิงเยียนสว่างวาบ นึกอยากกอดพี่สะใภ้แล้วหอมแก้มสักฟอดเหลือเกินงานเลี้ยงจบลงที่องค์รัชทายาททรงรับอนุชายาเข้าตำหนักบูรพาทั้งหมด นับเป็นการจัดงานเลี้ยงเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าหลายคนจะนึกเสียดายตำหนักองค์ชายสี่ก็ตามทางฝ่ายหลินซิงเยียนกับเจิ้งจื่อหมิงนั้นพวกเขาปรึกษา
งานเลี้ยงในพระราชวังถูกจัดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในฐานะพระชายาเอก หลินซิงเยียนย่อมติดตามเจิ้งจื่อหมิงมาด้วยกันแม้จะเป็นสามีภรรยา แต่ตามธรรมเนียมต้องนั่งแยกชายหญิง หลินซิงเยียนจึงถูกจัดให้นั่งกับพระชายารัชทายาท ซึ่งฝั่งตรงข้ามของพวกนางคือองค์ชายสี่กับรัชทายาทนั่นเองข่าวว่าองค์ชายรองนั้นสิ้นพระชนม์ตั้งแต่วัยเยาว์ ส่วนองค์ชายสามร่างกายอ่อนแอต้องเก็บตัวรักษาตลอดปี องค์ชายห้าองค์ชายหกยังทรงมีพระชนมายุน้อยยิ่งนักดังนั้นตอนที่เกิดเรื่องใส่ร้าย หลายคนจึงหลงเชื่อ เรื่องแย่งชิงอำนาจระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์ชายสี่แต่ยามนี้ทุกอย่างล้วนคลี่คลายลงจนหมดสิ้นแล้วหลินซิงเยียนสังเกตได้ว่าพี่น้องสูงศักดิ์สองคนนั้น เจรจาพาทีพูดคุยต่อคำกันด้วยดี ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นตามพิธีการอันเคร่งครัดฮ่องเต้ทรงเสด็จเข้ามาพร้อมฮองเฮาและพระสนม ทุกคนหยุดดื่มกินเพื่อลุกขึ้นทำความเคารพโอรสสวรรค์ จากนั้นเมื่อได้รับพระราชนุญาตให้นั่งลงดื่มกินตามสบาย บรรยากาศจึงกลับมาเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์อันรื่นรมดุจเดิมวันนี้มีการแสดงของคุณหนูจากสกุลขุนนางต่างๆ สตรีแต่ละคนทั้งงดงามสูงส่งแลดูไม่ธรรมดา เห็นได้ชัดว่า
ครั้นเห็นพี่สาวขมวดคิ้วนิ่วหน้าทำท่าครุ่นคิดปานนั้น หลินจิ้นเหยียนที่มองออกจึงกล่าวเสียงเศร้า “หากพี่รองออกมาไม่ได้ก็เป็นไรขอรับ ข้าหลับกลางวันมากหน่อยก็ดี เวลาจะได้เดินเร็วขึ้นหน่อย”หลินซิงเยียนเคาะหน้าผากเล็กเบาๆ อย่างหมั่นไส้“เด็กโง่ ข้ากำลังคิดว่าหากมอบป้ายหยกของตำหนักให้เจ้าเอาไว้พกพาเพื่อเข้าไปหาข้าโดยสะดวกแล้ว ยังต้องส่งองครักษ์คอยคุ้มกันเจ้าตอนเดินทางมาหาข้ากี่คนต่างหาก”“หา...” หลินจิ้นเหยียนตาโต “ข้าจะได้เข้าวังหรือ”หญิงสาวพยักหน้ายิ้ม “ข้าอาจออกมาไม่ได้ทุกวัน แต่เจ้าเข้าไปหาข้าได้ทุกวันเลยนะ”“เย้! พี่รองใจดีที่สุดเลย”เด็กชายให้รู้สึกลิงโลดยิ่งนัก จึงกระโดดโลดเต้นจนเตียงหักดังโครม“...”เจ้าหมูน้อยตัวอ้วน แรงเยอะจริงเชียว...ทุกวันหลังจากนั้นยามเช้าตรู่ สตรีผู้หนึ่งยืนส่งสามีอย่างอารมณ์ดียิ่งยวด“ท่านตั้งใจทำงานไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าผู้เป็นภรรยาจะดูแลตำหนักแห่งนี้แทนเจ้าของเช่นท่านอย่างดียิ่งเจ้าค่ะ” หลินซิงเยียนเอ่ยกับเจิ้งจื่อหมิงเสียงอ่อนเสียงหวานชายหนุ่มถามยิ้มๆ “นัดหมายบุรุษอื่นทำเรื่องซุกซนก็บอกมาเถอะ”คนเป็นภรรยาย่นจมูก “รู้ทันตลอด”เมื่อขออนุญาตและยืนส่งสามีผู้เ
เด็กน้อยเบิกตากลมโต กำลังจะจับมืออยู่แล้วเชียว แต่พอได้ยินแบบนั้น ใครจะกล้าเล่า!ทว่าท้ายที่สุด หลินจิ้นเหยียนก็ยื่นมือน้อยๆ ออกมา แล้วจับมือหลินซิงเยียนไว้แน่น“พี่หญิงรอง! ใช่พี่จริงๆ”“ใช่น่ะสิ ผีตนใดจะงดงามปานนี้”น้ำตาที่ปริ่มๆ พลันพร่างพรู เด็กน้อยพลันร้องไห้โฮ ดีใจเป็นที่สุด“พี่รอง ในที่สุดท่านก็มา...”หลินซิงเยียนแย้มยิ้มอ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่เคยยิ้ม“พี่มาแล้ว น้องเล็ก...”หลินซิงเยียนดึงตัวหลินจิ้นเหยียนเข้ามากอดแนบอก เด็กชายร้องไห้ ซุกซบในอก ลำตัวสั่นเทา แต่ปากพร่ำบอก“ข้าไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ร้องไห้ สุภาพบุรุษไม่ร้องไห้”หนุ่มน้อยอยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ ไม่ไหวหลินจิ้นเหยียนขุดรูหนูแห่งนี้เอาไว้สำหรับหลบตัวซ่อนอยู่กับความเงียบเหงา เผื่อว่าความคับแคบของที่นี่จะช่วยบรรเทาความวังเวงภายในหัวใจดวงน้อยๆแต่บัดนี้มีพี่หญิงแล้ว เขาไม่เปล่าเปลี่ยวเดียวดายอีกเดิมทีมีเพียงพี่หญิงใหญ่ที่ใส่ใจเขาอย่างแท้จริง ทว่าบัดนี้ พี่หญิงใหญ่ไม่อยู่แล้ว ส่วนพี่หญิงรอง เขาไม่กล้าเข้าใกล้เท่าใด เพราะพวกเราห่างหายไปนานหลายปี ตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์จึงห่างเหิน
ร่างบางล้มลง แสร้งสลบเพื่อตรึงสถานการณ์“ใครก็ได้ ไปตามท่านหมอเร็วเข้า”“เจ้าค่ะๆ”จวนหลินพลันวุ่นวาย ทว่าท่ามกลางเสียงโกลาหล หลินหานเจ๋อที่นั่งเงียบงันอย่างมิกล้ามีปากเสียงมานานค่อยๆ เอ่ยขึ้นอย่างระแวดระวังอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า“ใต้เท้าลู่ ข้าในฐานะบิดาขอกล่าวสักคำ ในเมื่อบุตรสาวของข้าไม่ยอมถึงเพี
“ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ฮูหยินใหญ่ ข้าทำใจมิได้ ข้าไม่อาจยอมรับความอัปยศนี้ได้เจ้าค่ะ”จบคำพลันก้มหน้าซบมือตัวเองร้องไห้ต่อ ยังไม่ลืมแง้มนิ้วมือแอบเหลือบมองหวังว่าจะได้ผลเสียที ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วนะ!ทว่ามิคาด ผู้อาวุโสทุกคนกลับมองหน้ากันไปมา ท่าทางอึดอัดอย่างคนมิกล้าพูดจาแม้สักคำ ก่อนจะหันไปมอง
ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงสวมเสื้อผ้า แล้วเดินออกมาแง้มประตูห้องแอบมอง จึงเห็นเป็นสตรีชุดสีชมพูอีกครานางคือคุณหนูใหญ่หลินคนนั้นดวงตาบุรุษหรี่แคบขณะแอบฟัง“เล่อเจิน...เล่อเจิน ข้า...นางๆ เฮ้อ...ข้าอธิบายได้ เจ้าช่วยฟังข้าสักคำ ข้ากับนาง...”“ไม่จำเป็น พี่ลู่อวิ้น ท่านไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งสิ้น ข้าเสียใ
บนเตียงนอน ม่านมุ้งผ้าห่มปลิวว่อนสำหรับบุรุษหนุ่มแน่นเลือดลมในกายย่อมพลุ่งพล่านได้อย่างรวดเร็วเกินยั้ง มิอาจโทษสตรีผู้จุดไฟราคะไม่ดูเวลา แต่ต้องโทษที่บุรุษมิอาจดับเพลิงปรารถนา อันเกิดจากสัญชาตญาณดิบที่หื่นกระหายโดยธรรมชาติเจิ้งจื่อหมิงทั้งจูบทั้งดูดอย่างดุดัน ขบเม้มไร้ปราณี ก่อนเคลื่อนใบหน้าคมคาย


















ความคิดเห็น