登入การมีคู่หมั้นคู่หมาย ชีวิตช่างวุ่นวาย หาความสงบสุขมิได้ *** เพราะต้องการช่วยพี่สาวจัดการกำจัดคู่หมั้นเจ้าชู้ให้พ้นทาง นางจึงพลาดพลั้งไปกับความสัมพันธ์ที่ยากจะปฏิเสธ ทั้งที่แน่ใจว่าเราไม่รู้จักกันและไม่มีเหตุใดต้องสานสัมพันธ์ต่อจากวันนั้น ทว่ายิ่งหนีเหมือนยิ่งเจอ ยิ่งปฏิเสธยิ่งกลายเป็นพัวพันไร้หนทางให้เอ่ยปากไม่ยอมรับ "เจ้าไม่ใช่สตรีที่ขืนใจข้าวันนั้นจริงหรือ?" "ไม่ใช่แน่นอน ท่านจำคนผิดแล้ว" "เช่นนั้นเจ้าเป็นใครอย่าบอกว่าคือน้องสาวฝาแฝด" หญิงสาวอึ้ง หากบอกว่าใช่นั่นคือยอมรับ หากบอกว่าไม่นั่นคือใส่ร้ายพี่สาวตัวเองชัดๆ แย่แล้ว... ชายหนุ่มไม่สนอาการบื้อใบ้ จะใช่หรือไม่ นางตรงหน้าย่อมไม่ผิดตัว "เจ้าต้องรับผิดชอบข้าตลอดชีวิต..."
查看更多ทางฝั่งตรงข้าม พระชายารัชทายาทรับฟังขันทีด้วยท่าทีนิ่งสงบก่อนพยักหน้ารับยิ้มๆ หาได้รู้สึกอันใดไม่กลับเป็นหลินซิงเยียนเองที่ตื่นตกใจ“จะดีหรือเพคะ ท่านไม่เสียใจ ไม่นึกโมโหเลยหรือ?”คนถูกถามส่ายหน้าเนิบช้า “ข้ากับรัชทายาท พวกเราเป็นแค่สหายวัยเยาว์ที่บังเอิญหมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ไม่มีความรักแบบชายหญิง มีเพียงทำหน้าที่ให้ดี ข้ามอบทายาทมังกรให้เขา ส่วนเขามอบฐานะมั่นคงให้ข้า”หลินซิงเยียนนิ่วหน้า “มีเช่นนี้ด้วยหรือเพคะ”พระชายารัชทายาทหัวเราะให้กับความใสซื่อนั้น “น้องสะใภ้ เจ้าไม่เคยเจอก็ใช่ว่าไม่มีหรอกนะ เอาเถอะ เช่นนี้ ข้าขอแนะนำเจ้าดีกว่า ข้าคิดว่าเจ้าควรปรึกษาน้องสี่ หาฤกษ์ดีวันดีทูลขอฝ่าบาทเรื่องรางวัลพระราชทานจากการชนะศึกเป็นการอวยยศอ๋องแยกจวนไปนอกรั้ววังจึงจะดี”ดวงตาหลินซิงเยียนสว่างวาบ นึกอยากกอดพี่สะใภ้แล้วหอมแก้มสักฟอดเหลือเกินงานเลี้ยงจบลงที่องค์รัชทายาททรงรับอนุชายาเข้าตำหนักบูรพาทั้งหมด นับเป็นการจัดงานเลี้ยงเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าหลายคนจะนึกเสียดายตำหนักองค์ชายสี่ก็ตามทางฝ่ายหลินซิงเยียนกับเจิ้งจื่อหมิงนั้นพวกเขาปรึกษา
งานเลี้ยงในพระราชวังถูกจัดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ในฐานะพระชายาเอก หลินซิงเยียนย่อมติดตามเจิ้งจื่อหมิงมาด้วยกันแม้จะเป็นสามีภรรยา แต่ตามธรรมเนียมต้องนั่งแยกชายหญิง หลินซิงเยียนจึงถูกจัดให้นั่งกับพระชายารัชทายาท ซึ่งฝั่งตรงข้ามของพวกนางคือองค์ชายสี่กับรัชทายาทนั่นเองข่าวว่าองค์ชายรองนั้นสิ้นพระชนม์ตั้งแต่วัยเยาว์ ส่วนองค์ชายสามร่างกายอ่อนแอต้องเก็บตัวรักษาตลอดปี องค์ชายห้าองค์ชายหกยังทรงมีพระชนมายุน้อยยิ่งนักดังนั้นตอนที่เกิดเรื่องใส่ร้าย หลายคนจึงหลงเชื่อ เรื่องแย่งชิงอำนาจระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์ชายสี่แต่ยามนี้ทุกอย่างล้วนคลี่คลายลงจนหมดสิ้นแล้วหลินซิงเยียนสังเกตได้ว่าพี่น้องสูงศักดิ์สองคนนั้น เจรจาพาทีพูดคุยต่อคำกันด้วยดี ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลงานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นตามพิธีการอันเคร่งครัดฮ่องเต้ทรงเสด็จเข้ามาพร้อมฮองเฮาและพระสนม ทุกคนหยุดดื่มกินเพื่อลุกขึ้นทำความเคารพโอรสสวรรค์ จากนั้นเมื่อได้รับพระราชนุญาตให้นั่งลงดื่มกินตามสบาย บรรยากาศจึงกลับมาเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์อันรื่นรมดุจเดิมวันนี้มีการแสดงของคุณหนูจากสกุลขุนนางต่างๆ สตรีแต่ละคนทั้งงดงามสูงส่งแลดูไม่ธรรมดา เห็นได้ชัดว่า
ครั้นเห็นพี่สาวขมวดคิ้วนิ่วหน้าทำท่าครุ่นคิดปานนั้น หลินจิ้นเหยียนที่มองออกจึงกล่าวเสียงเศร้า “หากพี่รองออกมาไม่ได้ก็เป็นไรขอรับ ข้าหลับกลางวันมากหน่อยก็ดี เวลาจะได้เดินเร็วขึ้นหน่อย”หลินซิงเยียนเคาะหน้าผากเล็กเบาๆ อย่างหมั่นไส้“เด็กโง่ ข้ากำลังคิดว่าหากมอบป้ายหยกของตำหนักให้เจ้าเอาไว้พกพาเพื่อเข้าไปหาข้าโดยสะดวกแล้ว ยังต้องส่งองครักษ์คอยคุ้มกันเจ้าตอนเดินทางมาหาข้ากี่คนต่างหาก”“หา...” หลินจิ้นเหยียนตาโต “ข้าจะได้เข้าวังหรือ”หญิงสาวพยักหน้ายิ้ม “ข้าอาจออกมาไม่ได้ทุกวัน แต่เจ้าเข้าไปหาข้าได้ทุกวันเลยนะ”“เย้! พี่รองใจดีที่สุดเลย”เด็กชายให้รู้สึกลิงโลดยิ่งนัก จึงกระโดดโลดเต้นจนเตียงหักดังโครม“...”เจ้าหมูน้อยตัวอ้วน แรงเยอะจริงเชียว...ทุกวันหลังจากนั้นยามเช้าตรู่ สตรีผู้หนึ่งยืนส่งสามีอย่างอารมณ์ดียิ่งยวด“ท่านตั้งใจทำงานไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าผู้เป็นภรรยาจะดูแลตำหนักแห่งนี้แทนเจ้าของเช่นท่านอย่างดียิ่งเจ้าค่ะ” หลินซิงเยียนเอ่ยกับเจิ้งจื่อหมิงเสียงอ่อนเสียงหวานชายหนุ่มถามยิ้มๆ “นัดหมายบุรุษอื่นทำเรื่องซุกซนก็บอกมาเถอะ”คนเป็นภรรยาย่นจมูก “รู้ทันตลอด”เมื่อขออนุญาตและยืนส่งสามีผู้เ
เด็กน้อยเบิกตากลมโต กำลังจะจับมืออยู่แล้วเชียว แต่พอได้ยินแบบนั้น ใครจะกล้าเล่า!ทว่าท้ายที่สุด หลินจิ้นเหยียนก็ยื่นมือน้อยๆ ออกมา แล้วจับมือหลินซิงเยียนไว้แน่น“พี่หญิงรอง! ใช่พี่จริงๆ”“ใช่น่ะสิ ผีตนใดจะงดงามปานนี้”น้ำตาที่ปริ่มๆ พลันพร่างพรู เด็กน้อยพลันร้องไห้โฮ ดีใจเป็นที่สุด“พี่รอง ในที่สุดท่านก็มา...”หลินซิงเยียนแย้มยิ้มอ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่เคยยิ้ม“พี่มาแล้ว น้องเล็ก...”หลินซิงเยียนดึงตัวหลินจิ้นเหยียนเข้ามากอดแนบอก เด็กชายร้องไห้ ซุกซบในอก ลำตัวสั่นเทา แต่ปากพร่ำบอก“ข้าไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ร้องไห้ สุภาพบุรุษไม่ร้องไห้”หนุ่มน้อยอยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ ไม่ไหวหลินจิ้นเหยียนขุดรูหนูแห่งนี้เอาไว้สำหรับหลบตัวซ่อนอยู่กับความเงียบเหงา เผื่อว่าความคับแคบของที่นี่จะช่วยบรรเทาความวังเวงภายในหัวใจดวงน้อยๆแต่บัดนี้มีพี่หญิงแล้ว เขาไม่เปล่าเปลี่ยวเดียวดายอีกเดิมทีมีเพียงพี่หญิงใหญ่ที่ใส่ใจเขาอย่างแท้จริง ทว่าบัดนี้ พี่หญิงใหญ่ไม่อยู่แล้ว ส่วนพี่หญิงรอง เขาไม่กล้าเข้าใกล้เท่าใด เพราะพวกเราห่างหายไปนานหลายปี ตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์จึงห่างเหิน
คำนำนักเขียนสวัสดีนักอ่านที่รักทุกท่าน พบกับนิยายเซตอีกแล้ว นิยายเรื่องสองบุปผานี้เป็นแนวรักโรแมนติกเหมือนเดิม เป็นเรื่องราวของสองพี่น้องฝาแฝดที่ต้องเติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่ตัดขาดแยกทางอย่างไม่หวนกลับคนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงกลายเป็นสตรีดีงาม ส่วนอีกคนไปอยู่ในยุทธจักรกลายเป็นสตรีดิบเถื่อน
นางคือบุปผา ให้ความรู้สึกแสบตา เปรียบดั่งทิวา เบิกฟ้าสาดแสงร้อนแรงยิ่งกว่าวสันต์ เปรียบประดุจดวงตะวันให้ค่ำคืนเหมันต์ มิต้องเหน็บหนาวถึงคราวชิดใกล้ มิอาจลาร้างไม่มีคราใดไม่แพ้ทางเพราะนางคือคนของใจตั้งแต่วันแรกที่พบพานย้อนความจากเล่มเสน่หาบุปผารัตติกาล“องค์ชายสี่ผู้นั้นเป็นบุรุษที่ไม่ควรเก
“ท่านไร้เหตุผลเกินไป ข้าไม่คุยด้วยแล้ว”ความอกุศลชนิดนี้ต่อให้หน้าด้านไร้ยางอายปานใด นางให้รู้สึกหมดความอดทนจะฟังจริงๆหวังว่าพี่หญิงคงไม่คิดแบบเดียวกันจากที่ไม่เคยคิดอันใดยามนี้หลินซิงเยียนเริ่มคิดมาก นางเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงไปหมายตีจาก นึกอยากไปหาพี่สาว หากพี่รู้ข่าวอาจคิดเหลวไหลเช่นกัน นางต้องไปอ
บุรุษผู้หนึ่งรับมือกระบวนท่าชั่วร้ายอย่างเยือกเย็น ช่างเป็นภาพที่น่าสะพรึงหาใดเปรียบทั้งงดงามและน่ากริ่งเกรงอย่างไร้ขอบเขต แลดูแล้วให้ความรู้สึกถึงมารหนุ่มผู้ไร้ซึ่งสันติต่อโลกาสง่าผ่าเผยเทียมเทพนักรบบนฟ้าที่ลดตัวลงมาหยอกเย้าผู้คนบนผืนพนาหลินซิงเยียนพลันหรี่ตา นางชอบที่สุดคือการต่อสู้ ยิ่งได้เจอ












評論