All Chapters of ระบบบังคับให้ข้าตามง้อ (สามี) ทั้งสี่!: Chapter 1 - Chapter 10

47 Chapters

บทที่ 2: ข้ออ้างที่ไร้ผล

บทที่ 2: ข้ออ้างที่ไร้ผล2...1...คมดาบตวัดวาบลงมาโดยไม่คิดจะฟังคำอธิบายใด ๆ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ข้าวหอมกลืนคำแก้ตัวลงคอ แล้วหลับตาปี๋แผดเสียงร้องออกไปสุดแรงเกิด“เจ้าไม่รักข้าแล้วหรือ!”ขวับ! กึก!คมดาบที่อาบย้อมด้วยจิตสังหารหยุดชะงักค้าง ห่างจากผิวคอระหงไปเพียงแค่เสี้ยวเล็บ!สายลมจากแรงเหวี่ยงดาบพัดผ่านใบหน้าจนแสบผิว ข้าวหอมค่อย ๆ ปรือตาขึ้น มองใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้สั่นระริกไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด“รักอย่างนั้นรึ...”ไป๋หู่แค่นหัวเราะในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่แหบแห้ง ขมขื่น และร้าวราน นัยน์ตาสีอำพันแดงก่ำขณะจ้องมองสตรีตรงหน้า“เจ้ากล้าดียังไงมาทวงถามหาความรัก... ทั้งที่เจ้าเป็นคนบดขยี้มันลงกับมือตัวเอง!”เขาตวาดลั่น คมดาบในมือสั่นไหวตามแรงอารมณ์“เจ้าลวงข้าไปติดค่ายกลมาร ผลักข้าเข้าไปท่ามกลางฝูงอสูรเพื่อให้พวกมันรุมฉีกเนื้อข้าทั้งเป็น! ข้าต้องเฉือนแขนตัวเองทิ้งเพื่อคลานออกมาจากนรกที่เจ้าสร้างขึ้น! ตลอดสามเดือนที่ข้าต้องนอนซมทนพิษมารกัดกินกระดูก... เจ้ายังกล้าพ่นคำว่ารักออกมาจากปากอีกหรือ!”หยาดน้ำตาของข้าวหอมร่วงเผาะ ความรู้สึกผิดและเวทนาบุรุษต
Read more

บทที่ 3: กล่องของขวัญอนาถา

บทที่ 3: กล่องของขวัญอนาถาตูม!ร่างของข้าวหอมถูกเหวี่ยงลงไปในแอ่งน้ำขังที่เย็นเฉียบทะลุถึงกระดูก น้ำขุ่นคลั่กส่งกลิ่นเหม็นอับระดับที่แมลงสาบยังต้องเบือนหน้าหนี ระดับน้ำสูงปริ่มเอวทันทีที่เธอยันกายลุกขึ้นยืนแกรก... แกรก...ทหารยามลากโซ่ตรวนเหล็กเส้นเขื่องสนิมเขรอะมาล็อกข้อมือและข้อเท้าของเธอไว้ โซ่ถูกตรึงเข้ากับห่วงเหล็กบนผนังหิน ทิ้งระยะความยาวไว้พอให้ขยับตัวได้ในระยะแคบ ๆ ก่อนที่ทหารทั้งสองจะเดินจากไปโดยไม่ลืมทิ้งสายตาสมเพชเวทนาเอาไว้“หนาว... หนาวเป็นบ้าเลย!”ข้าวหอมกอดอกแน่น ฟันกระทบกันดังกึก ๆ อุณหภูมิน้ำในคุกใต้ดินแทบแตะจุดเยือกแข็ง อาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเปียกลู่แนบเนื้อ ยิ่งทวีความหนาวเหน็บจนทรมาน เธอพยายามลากโซ่พาตัวเองไปปีนขึ้นนั่งบนชะง่อนหินแคบ ๆ ที่โผล่พ้นน้ำ เพื่อลดการสัมผัสกับความเย็นนี่มันเกมจีบหนุ่มหรือเกมเซอร์ไววัลเอาชีวิตรอดกันแน่เนี่ย!?ติ๊ง!หน้าต่างโฮโลแกรมเด้งขึ้นมาตรงหน้า พร้อมไอคอนรูปกล่องของขวัญสีแดง[ระบบกอบกู้ฮาเร็ม]สถานะปัจจุบัน: ติดสถานะ [หนาวสั่นรุนแรง] (HP ลดลง 1% ทุก 5 นาที)ภารกิจหลักบทที่ 1: ละลายน้ำแข็งในใจแม่ทัพพยัคฆ์เควสฉุกเฉิน: แก้ไขสภาวะอุณหภูมิร
Read more

บทที่ 4: ปานดอกบัวกับพยัคฆ์สิ้นฤทธิ์

บทที่ 4: ปานดอกบัวกับพยัคฆ์สิ้นฤทธิ์ภายในคุกน้ำใต้ดินอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำกระทบแอ่งน้ำขังดังก้องเป็นจังหวะ สลับกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวผู้ถูกจองจำ ข้าวหอมข่มตานิ่ง เอนแผ่นหลังพิงผนังหินเย็นเยียบ เธอโคจรพลังจากสกิลติดตัว [เพลิงวิญญาณโอสถ] ให้แผ่ซ่านไปทั่วร่างเพื่อรักษาระดับพลังชีวิต (HP)เวลานี้ สัญลักษณ์รูปดอกบัวเพลิงสีทองสว่างไสวเรืองรองอยู่กลางหน้าผากมน แสงสีทองอบอุ่นช่วยขับไล่ความมืดมิดและไอชื้นอันหนาวเหน็บให้เจือจางลง ในขณะที่สติของเธอกำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังสะท้อนก้องลงมาจากบันไดหินไป๋หู่ก้าวลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ลมหายใจของเขาหอบถี่ บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ขวากำเริบหนักจนเลือดสีคล้ำซึมทะลุผ้าพันแผลออกมาเป็นวงกว้าง เขาไม่อาจข่มตาหลับลงได้ ความแค้นและความเจ็บปวดร้าวรานสุมแน่นในอกจนต้องลงมาดูให้เห็นกับตา... ว่าสตรีใจอำมหิตที่ทำลายชีวิตเขา กำลังทุกข์ทรมานเจียนตายอยู่ในน้ำครำอย่างสาสมหรือไม่!ทว่า ทันทีที่สายตาของแม่ทัพหนุ่มปะทะเข้ากับร่างบางบนชะง่อนหิน ร่างสูงใหญ่ก็พลันชะงักงันราวกับถูกสาป!ท่ามกลางไอหมอกจาง ๆ แสงสีทองสุกสว่างทอประก
Read more

บทที่ 5: ป้อนยาแนบชิด

บทที่ 5: ป้อนยาแนบชิดสิบนาที... เวลากำลังนับถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง!ข้าวหอมกัดฟันกรอด ใช้ไหล่บางพยุงร่างอันหนักอึ้งของแม่ทัพพยัคฆ์ขาวเอาไว้ เธอเพ่งสมาธิเรียก [ช่องเก็บของ] ขึ้นมากลางอากาศ นิ้วเรียวกดเลือกเข็มเงินขนาดย่อมออกมาอย่างรวดเร็วหญิงสาวขยับตัวดันร่างของไป๋หู่ให้พิงกำแพงหินชื้นแฉะไว้ชั่วคราว ก่อนจะใช้ปลายเข็มเงินสอดเข้าไปในรูกุญแจโซ่ตรวนที่ตรึงข้อมือและข้อเท้าของตนเองอย่างคล่องแคล่วแกรก!เสียงสลักเหล็กดีดตัวออก โซ่เส้นหนาร่วงหล่นลงน้ำเสียงดังจ๋อม ทันทีที่ได้รับอิสรภาพ ข้าวหอมก็รีบปรี่เข้าไปหาคนเจ็บ เธอปลดสายรัดเกราะเหล็กที่แตกหักและฉีกสาบเสื้อเปื้อนเลือดของเขาออก เพื่อดูแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ขวาให้ถนัดตาเลือดสีดำคล้ำปนฟองฟอดส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง ประกอบกับเสียงแจ้งเตือนของระบบ เธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ ‘พิษมาร’ ดีบัฟสายคำสาปสุดโหดที่จะกัดกินกระดูกและเนื้อเยื่อให้เน่าเปื่อยไปเรื่อย ๆ!ข้าวหอมเปิดช่องเก็บของอีกครั้งแล้วหยิบ 'โอสถสมานแผลระดับต้น (เกรด F)' ออกมา เม็ดยาสีน้ำตาลทึบดูไร้ราคาปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ หากให้กินเข้าไปตรง ๆ คงไม่อาจต้านทานพิษมารระดับนี้ได้แน่ ทว่าเธอมีสกิลของแพท
Read more

บทที่ 6: คัตซีนลับที่กลายเป็นจริง

บทที่ 6: คัตซีนลับที่กลายเป็นจริงแสงอรุณแรกสาดส่องผ่านช่องลูกกรงเหล็กแคบ ๆ ลงมากระทบพื้นหินในคุกใต้ดินอันเย็นเยียบคิ้วเข้มของแม่ทัพพยัคฆ์ขาวขมวดมุ่นเข้าหากัน ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ไป๋หู่กะพริบตาเพื่อปรับการมองเห็น สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเบาสบายของร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์ ความเจ็บปวดทรมานราวกับถูกไฟนรกแผดเผาที่หัวไหล่ขวามลายหายไปจนสิ้น เมื่อก้มลงสำรวจก็พบว่าบาดแผลฉกรรจ์สมานตัวปิดสนิทจนเหลือเพียงรอยแผลเป็นสีจาง ไม่มีร่องรอยของเลือดสีดำคล้ำหรือพิษมารตกค้างอยู่อีกเลยทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงยิ่งกว่าการรอดพ้นจากความตาย คือไออุ่นนุ่มนิ่มที่ซุกซบอยู่แนบแผงอกไป๋หู่หลุบสายตาลงมองร่างบางในชุดผ้าไหมเปียกชื้น หญิงสาวกำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนซ้ายของเขา ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินอยู่ตรงปลายคาง ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวจากการเค้นพลังวิญญาณเกินขีดจำกัดเริ่มมีสีเลือดฝาด สัญลักษณ์ดอกบัวเพลิงโอสถที่กลางหน้าผากไม่ได้เปล่งแสงสีทองแล้ว ทว่ามันยังคงประทับเป็นลวดลายดอกบัวสีชาดงดงามดั่งจิตรกรเอกตวัดพู่กันวาดไว้ บ่งบอกว่าปราณวิญญาณกำเนิดของนางฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์นัยน์ตาสีอำพั
Read more

บทที่ 7: อ่างน้ำที่ร้อนระอุ

หลังจากชำระล้างคราบสกปรกและกลิ่นอับชื้นในคุกน้ำออกไปจนหมดสิ้น ข้าวหอมก็สวมชุดผ้าไหมสีกลีบบัวที่ทหารจัดเตรียมไว้ให้ เนื้อผ้านุ่มเบาสบายและมีขนาดพอดีตัวอย่างน่าประหลาด บ่งบอกถึงความใส่ใจของคนที่สั่งการหญิงสาวก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้ฉลุลาย เส้นผมสีดำขลับที่ยังชื้นหมาดปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง เมื่อเดินมาถึงห้องโถงด้านนอก เธอก็พบว่าไป๋หู่กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ชายหนุ่มผลัดเปลี่ยนชุดเกราะที่แตกหักออกแล้ว บัดนี้เขาสวมเพียงชุดคลุมตัวหลวมสีเข้มที่แหวกอกกว้าง เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยแผลเป็นเรียบเนียนตรงหัวไหล่ขวานัยน์ตาสีอำพันทอดมองร่างบอบบางที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำ ผิวพรรณผุดผ่องมีเลือดฝาด ขจัดคราบสตรีผู้โหดเหี้ยมและเย็นชาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาออกไปจนหมดสิ้น ไป๋หู่แย้มยิ้มบางเบา เลื่อนชามอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปตรงหน้าเธอ“มากินสิ เจ้าแช่น้ำเย็นมาทั้งคืน ร่างกายต้องการความอบอุ่น” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดข้าวหอมทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มองดูอาหารหน้าตาน่ากินสามสี่อย่างบนโต๊ะ ท้องก็เริ่มประท้วงขึ้นมาทันที เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาหมายจะคีบเนื้อตุ๋นเข้าปาก ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็น
Read more

บทที่ 8: ลูกอ้อนของพยัคฆ์ร้าย

เสียงน้ำในอ่างไม้กระเพื่อมไหวสาดกระเซ็น ลมหายใจร้อนระอุของคนทั้งสองสอดประสานจนแทบแยกไม่ออก รสจูบดุดันที่เริ่มต้นด้วยความหึงหวง ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและเว้าวอน ปลายลิ้นร้อนของไป๋หู่กวาดต้อนชิมความหวานจากโพรงปากเล็กอย่างหิวกระหาย ราวกับคนรอนแรมกลางทะเลทรายที่เพิ่งพบบ่อน้ำทิพย์บริสุทธิ์“อื้อ...”ข้าวหอมครางประท้วงในลำคอเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ สองมือเล็กเปลี่ยนมาทาบดันแผงอกแกร่งของเขาเอาไว้ หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดเบี่ยงใบหน้าหลบ ริมฝีปากร้อนผ่าวจึงเลื่อนไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอแทน“ปะ... ไป๋หู่ หยุดก่อน...” ข้าวหอมหอบหายใจถี่ พวงแก้มใสแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู “ทหารยามยังเฝ้าอยู่ข้างนอก... อีกอย่าง ข้ายังอาบน้ำให้ท่านไม่เสร็จเลยนะ”เธอพยายามเรียกสติ แม้ในเกมจะเคยเห็นคัตซีนวาบหวามมานับไม่ถ้วน แต่พอต้องมาสัมผัสเนื้อแนบเนื้อในชีวิตจริง ที่มีทั้งอุณหภูมิร้อนผ่าวและเสียงหัวใจเต้นรัวแรงเช่นนี้ เกมเมอร์สาวก็อดไม่ได้ที่จะขวยเขินจนทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกขัดจังหวะ แม่ทัพพยัคฆ์ขาวก็ชะงักลง เขายอมผละใบหน้าออกมา แต่นัยน์ตาสีอำพันที่เคยวาววับด้วยไฟปรารถนากลับหม่นแสงลงอย่างเ
Read more

บทที่ 9: เสือร้ายที่ไม่รู้จักอิ่ม

แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านม่านไหมผืนหนาเข้ามาภายในห้องนอนอันโอ่โถง กลิ่นอายความหวานล้ำที่อบอวลต่อเนื่องมาจากห้องอาบน้ำยังคงไม่จางหายข้าวหอมขยับกายภายใต้ผ้าห่มแพรผืนหนา รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งและความร้อนผ่าวที่ทาบทับอยู่รอบเอวคอด เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็สบเข้ากับดวงตาสีอำพันคมกริบที่กำลังทอดมองเธออยู่ก่อนแล้วไป๋หู่นอนตะแคงพิงศีรษะกับหมอน เฝ้ามองภรรยาตัวน้อยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลุ่มหลง ท่อนแขนแกร่งเพียงข้างเดียวรั้งร่างของเธอให้เบียดชิดเข้าหาแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่น“ตื่นแล้วหรือ... ยอดรักของข้า”น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ ส่งผลให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวระทึกใบหน้าหวานแดงวาบทันควันเมื่อภาพความเร่าร้อนในอ่างน้ำเมื่อครู่ ที่ถูกเขาอุ้มลอยหวือมาสานต่อจนเตียงสะเทือน ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว เธอก้มมองเรือนร่างของตนเองที่โผล่พ้นชายผ้าห่ม ร่องรอยสีกุหลาบกระจายอยู่ทั่วเนินอกอวบอิ่มและลำคอระหง เป็นหลักฐานชั้นดีว่าพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้หิวกระหายและเอาแต่ใจเพียงใด“ท่าน... จ้องข้าเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว” เธอถามเสียงอ้อมแอ้ม พยายามจะยันกายลุกขึ้นเพื่อเข้าเรื่อง “ไป๋หู่ ข้ามีเร
Read more

บทที่ 10: เสียงคัดค้านจากผู้ภักดี

บรรยากาศภายในห้องโถงบัญชาการของค่ายพยัคฆ์ขาวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหนักอึ้ง ราวกับมีเมฆดำทะมึนลอยปกคลุมไป๋หู่นั่งอย่างองอาจอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักในตำแหน่งประธาน แม้บัดนี้เขาจะเหลือแขนซ้ายเพียงข้างเดียว และสวมเพียงชุดคลุมลำลองสีเข้ม ทว่ากลิ่นอายความน่าเกรงขามดั่งราชันแห่งขุนเขาก็ยังคงแผ่ซ่าน กดทับผู้ใต้บังคับบัญชาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเบื้องหน้าของเขาคือ ‘มู่เฉิง’ และ ‘ต้าไห่’ สองรองแม่ทัพคู่ใจที่ร่วมกรำศึกเคียงบ่าเคียงไหล่กันมานับร้อยสมรภูมิ บัดนี้ยอดขุนพลทั้งสองกำลังคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและสับสนระคนปวดร้าว หลังจากได้ยินแผนการเดินทางล่าสุดจากปากผู้เป็นนาย“ท่านแม่ทัพ! ยอดเขาเหมันต์นิรันดร์เป็นแดนเร้นลับที่อันตรายยิ่งนัก เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายและพายุหิมะกลืนวิญญาณ เหตุใดท่านจึงต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงที่นั่นอีกขอรับ!” มู่เฉิง รองแม่ทัพฝ่ายซ้ายเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ข้าไม่ได้จะเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ข้าจะไปนำ ‘เมล็ดบัวหิมะเก้าสวรรค์’ มาสร้างแขนขวาของข้าขึ้นมาใหม่ต่างหาก” ไป๋หู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นัยน์ตาสีอำพันทอประกายเด็ดเดี่ยว “เฟิ่งหลินบอกข้
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status