All Chapters of ทะลุมิติ ไปวาดการ์ตูนวายในราชวงศ์เวิน: Chapter 41 - Chapter 50

60 Chapters

บทที่ 38 หักหลังหัวใจจักรพรรดิ

           หลายชั่วยามก่อน (ยามอิ๋น)          ใต้แสงเชิงเทียนที่ส่องวูบไหวอยู่ในห้องเสพงานศิลป์ตำหนักจื้อหยวน หลังฉากกั้นไหมปักลายมังกรห้ากรงเล็บ เสิ่นลู่ประทับอยู่ข้างโต๊ะเตี้ยไม้ดำตัวโปรด   พระหัตถ์ถือถ้วยชาหยกดำค้างอยู่กลางอากาศ ไอร้อนของมันบางลงเรื่อย ๆ ขณะใช้ความคิด          “ฝ่าบาท... หากว่าที่ฮองเฮาตื่นมาแล้วดึงดันจะไปพบฉีซือสวี่ จะให้ทำเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ...” กงกงหลินเอ่ยแผ่ว แต่ชัดเจนตรงไปตรงมาในห้วงรัตติกาลสงบ          เสิ่นลู่มองชาสีเหลืองทองในถ้วยหยกที่นิ่งสงบ          “ก็ให้นางไปพบ... แล้วคอยจับตาดู”          พระองค์ตอบไปตามแบบที่ควร หาใช่ว่าไม่ไว้ใจนาง แต่ก็ทรงรู้ว่านางกุมความลับบางอย่างไว้ ถึงได้ถูกหมายปลิดชีพถึงสองครา------          ห้วงเวลาปัจจุบัน
Read more

บทที่ 39 ความลับที่ค่อย ๆ แง้มเปิด

               เปี้ยนเตี้ยนของตำหนักอินเทียนกง           “เสด็จแม่... ทรงคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้...”           ท่ามกลางกลิ่นกำยานอ่อนและกลิ่นไม้จันทน์เก่า เสิ่นลู่นั่งประทับต่อหน้าพระพักตร์พระมารดาอย่างเสมอกัน  มีเพียงโต๊ะไม้เตี้ยขาโค้งสลักลายประณีต กั้นระหว่างทั้งสองพระองค์ไว้ประหนึ่งรอการถกเถียง           “เจ้าทำทีเหมือนขอความเห็น แต่ที่จริง... เจ้าเพียงขออนุญาตและเปรยสถานการณ์ให้แม่ฟัง บอกแม่มาตามตรงดีกว่า...ว่าสืบอะไรได้แล้วบ้าง”           ไทเฮามิได้แย้มสรวล พระนางทรงเย็นสงบประหนึ่งผิวน้ำนิ่ง พระขนงเรียวโค้งดั่งเส้นวาดพู่กันยกขึ้น ดวงเนตรมองตรงยังโอรสด้วยความเป็นห่วง           “อย่างที่เล่าไป บัดนี้ข้าขังเปี่ยวตี้สวี่
Read more

บทที่ 40 โต๊ะร่างเงา

           คฤหบดีสถานตระกูลเหลียง          ซูอิ่นหยิบบันทึกออกมาจากหีบไม้ใต้เตียงในห้องนอนของซูจินทันทีที่มาถึง นางมองทองในหีบและถอนใจบาง ๆ แต่ก็ปิดมันลงไป เมื่อเศรษฐกิจกลับเป็นเรื่องรองในยามนี้          “ทองหยวนเป่าในยามนี้ก็ไร้ค่า หากเกิดสงครามขึ้นมา มีแต่ชีวิตเท่านั้นแหละที่สำคัญ”          ซูอิ่นถอนใจและจ้องสมุดบันทึกเจ้าปัญหาอยู่บนเตียงแสงเทียนวูบไหว นางลองใช้ปลายนิ้วลูบเบา ๆ ที่ขอบกระดาษที่บวมพองและแข็งกระด้างจากการโดนน้ำแล้วแห้งกรัง หลายหน้าที่ไม่อาจอ่านเพราะติดกันแน่น แต่นางก็หวังว่าจะมีเบาะแสในนั้นเพื่อช่วยเสิ่นลู่ได้          “ติดกันขนาดนี้ หากเป็นยุคสมัยใหม่ล่ะก็นะก็คงจะใช้โต๊ะดรา...” นางบ่นอุบและชะงัก แต่ก็ตาเบิกโพลงทันที อย่างนึกออก          นางวิ่
Read more

บทที่ 41 แผลเก่า

           ตุบ!          “ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ~”          ซูอิ่นรับกล่องไฟประดิษฐ์จากบ่าวด้วยสองมือ ดันเลื่อนเข้าไปในรถม้า ก่อนใบหน้าหวานจะมุดเข้าไปในม่านแพรด้วยรอยยิ้มแฉ่ง ซึ่งเสียงหัวเราะเล่นลิ้นของซูอิ่นก็ทำให้ฮ่องเต้ที่ประทับขรึมอยู่ภายในชะงักแวบหนึ่ง          จักรพรรดิทอดพระเนตรกล่องประหลาด พระขนงยกขึ้น แต่ก็ทรงเก็บความสงสัยไว้โดยไม่ปริปากตรัสถาม          “ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ” บ่าวสองคนนอกรถม้าคุกเข่าลงพร้อมกัน          เสิ่นลู่ก็เปิดม่านออกไป          “กลับไปได้แล้ว ไม่ต้องมากพิธี” พระเนตรคมปรายมองพวกนางอย่างไม่ใส่พระทัยนัก พวกบ่าวได้ยินเสียงทุ้มนั้นก็เงยหน้าลอบมองประมุขของแผ่นดินเสี้ยวอึดใจ ก่อนจะก้มหน้าจนปลายคางติดอก รีบเดินกลับเข้าไปในจวนอย่างดี๊ด๊า    &
Read more

บทที่ 42 เม็ดหมากซึ่งไร้นามเรียก

            “เพิ่งรู้ว่าฝ่าบาททำแผลเป็น” อวี้ซีเอ่ยเสียงเรียบ          “แค่เทยาลงไปมันจะไปยากอะไร”          “กระหม่อมทำเองก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” ถ้อยคำแสนสุภาพ แต่ชัดเจนจนเป็นเหมือนเส้นแบ่งกั้นระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสอง          เสิ่นลู่เลื่อนถาดยาไปใกล้อีกฝ่ายโดยไม่ตรัสเพิ่ม          อวี้ซีค้อมศีรษะเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปแกะผ้าพันแผลเก่าออกเองด้วยความคล่องแคล่ว เมื่อดึงผ้าออกจากผิวหนัง เสียงเสียดสีเบา ๆ ดังให้ได้ยิน แต่เขากลับไม่แสดงสีหน้าว่าเจ็บแต่อย่างใด          ไม่นานกงกงหลินก็ยกกะละมังน้ำอุ่นเข้ามาวาง ไอน้ำบาง ๆ ลอยขึ้นในห้องขังเย็นเฉียบ อวี้ซีจุ่มผ้าผืนบางลงในน้ำ และยกขึ้นซับล้างแผล ท่ามกลางการประทับนั่งจ้องนิ่ง ๆ ของเสิ่นลู่          “แผลลึกแต่มิโดนเส้นโลหิตใหญ่หรือเส้นประสาทหลัก... นั่นเป็นก
Read more

บทที่ 43 ผู้เล่นนอกกระดานหมาก

          แก็ก~แก็ก~         ซูอิ่นสะดุ้งตัวโหยงเมื่อได้ยินเสียงจากหลังบานหน้าต่างฉลุลายดอกเหมย เงาของคน ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้า         เมื่อภาพชัดขึ้นนางจึงตั้งสติได้         “ฝ่าบาท...”         ร่างบางเอ่ยเสียงเบา         เบื้องหน้าคือภาพของเสิ่นลู่ ประทับอยู่เหนือขอบหน้าต่างชั้นสามของตำหนักจื่ออวี่กง ทรงทอดพระเนตรมองนางกลับมาด้วยสีพระพักตร์แสนสงบ แต่กลับดูเหนื่อยล้าไม่ต่างไปจากนางที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก------         ไม่ถึงครึ่งเค่อถัดมา         “เสวยชาอุ่น ๆ ก่อนเพคะ”         ซูอิ่นยกชาอู่หลงมาจากชั้นหนึ่งเพื่อถวายฮ่องเต้ มือเรียวเ
Read more

บทที่ 44 คำสั่งก่อนฟ้าสาง

“ทำไมเจ้าถึงช่วยข้าออกมา” อวี้ซีตวัดสายตาตกที่เศร้าหมองไปยังจางถิงคัง ขณะนั่งลงที่ขอบเตียง ภายโรงเตี๊ยมเล็กแห่งนั้น จางถิงคังค่อย ๆ จุดไฟในห้องพอให้สลัว ใต้โรงเตี๊ยมที่ตั้งอยู่เป็นเอกเทศ ไม่ชิดกับอาคารใด มันโดดเดี่ยว แต่ก็สะดวกพอที่จะหนีได้รอบทิศทาง พวกเขาจึงเพียงแค่รอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อจะหลบหนี “เป็นหน้าที่ของข้าขอรับคุณชาย” จางถิงคังตอบอย่างกว้าง ๆ “ตอนที่ข้าถูกจับ เจ้าน่าจะอยู่นอกวัง แล้วเหตุใดจึงตัดสินใจกลับเข้าไป เจ้าไม่คิดว่าการเข้าไปในวังอีกครั้งจะทำให้เสียแผนใหญ่หรือไง” อวี้ซีถามถึงเหตุผลอย่างใจเย็น และทั้งไม่เห็นด้วยกับความโง่เขลา วันก่อน... อวี้ซีให้คนกลุ่มหนึ่งไปดักโจมตีฮ่องเต้แห่งแคว้นเซิ่งเวินที่รัศมีรอบนอกเมืองหลวงเพื่อถ่วงเวลา แล้วส่งคนอีกกลุ่มโจมตีฝั่งของกงกงหลินและคุณหนูเหลียงที่ไปกับตัวเขายังหุบเขาจงซื่อเซวียน เพื่อต้องการจัดการเหลียงซูจินและปิดบังตัวตนในฐานะชาวแคว้นซวี่โจวต่อไป โดยจะผลักความผิดให้กลุ่มกบฏเลี่ยซา แต่นึกไม่ถึงว่า กงกงหลินจะรอบคอบส่งข่าวให้ฮ่องเต้ก่อนแล้ว แทนที่ฮ่องเต้จะเสด็จกลับวังจึงไหวตัว
Read more

บทที่ 45 ชนวนศึก

          กลิ่นชื้นของดินและคราบสนิมเหล็กเข้มข้นขึ้นตามระดับความลึกที่เกาเฉิงซูก้าวผ่านลงไปสู่ คุกศิลาทมิฬ สถานที่ลึกลับนอกกำแพงเมืองเซวียนซาน ที่แม้แต่ขุนนางกรมอาญาก็อาจไม่เคยได้ยินชื่อเสียง ...ตลอดหลายชั่วอายุคน ที่ลับแห่งนี้มิได้กักขังนักโทษทั่วไป แต่เป็นกรงขังสำหรับบุคคลอันตรายต่อแผ่นดินแคว้นเซิ่งเวินโดยเฉพาะ โดยส่วนหนึ่งของห้องที่เรียงรายไปในความมืดมิดนี้ ก็ยังมีห้องเฉพาะสำหรับชันสูตรศพ และบัดนี้มันก็ได้เรียงรายไปด้วยร่างไร้ชีวิตของเหล่านักฆ่าที่โจมตีขบวนเสด็จ         เสียงรองเท้าบู๊ตกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะเนิบช้า เกาเฉิงซูผลักบานประตูไม้หนาและหนักเข้าไปสู่ห้องเล็กแห่งนั้น ที่อยู่ในชั้นใต้ดินลึกลงไปเป็นชั้นที่สอง แสงจากโคมน้ำมันเก่า ๆ พาดเหนือร่างบนแท่นหินเหล่านั้น         เกาเฉิงซูเลิกแขนเสื้อสีดำหนาขึ้นทีละข้าง ตรวจสอบร่างหนึ่ง ตั้งแต่ปลายนิ้วด้าน ต่อด้วยต้นแขนเพื่อมองหาตำหนิต่าง ๆ ไล่ดูลำตัว น่องขาของศพ และหยุดลงที่ส่วนสุดท้ายของร่างกาย&nbs
Read more

บทที่ 46 บุกก่อน

           “หยุดก่อน!” ทหารยามของค่ายเลี่ยซายกหอกขึ้นขวางทาง เมื่อเสิ่นลู่และองครักษ์เงาเดินไปถึงหน้าประตูค่าย ใต้ไฟคบเพลิงหน้าประตูส่องสว่างเป็นวงกว้าง เสิ่นลู่แฝงอยู่ในเงาด้านหลัง ปล่อยให้องครักษ์เป็นฝ่ายออกหน้า          เกาเฉิงซูยกป้ายไม้สลักอักษร ‘เลี่ยซา’ ขึ้นให้ทหารเฝ้าปากทางเข้าดูทันที ทหารเลี่ยซาเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเป่าซาหงที่ดูคุ้นตาที่สุด          “พวกเขากลับมาพร้อมกับขบวนอาวุธเมื่อครู่ แต่แยกตัวออกไปฉี่” เป่าซาหงก้าวไปครึ่งก้าว          ทหารยามอีกคนฟังแล้วก็ทำหน้าเหยเก          “ใช่พวกเรายืนฉี่กันอยู่ แล้วก็เจอเขา เลยเดินกลับมาพร้อมกัน” เกาเฉิงซูเก็บป้ายเข้าไปในอก แล้วแสร้งถอนหายใจด้วยท่าทีสบาย ๆ          “อะไรนะ? ออกไปฉี่ทีเดียวกันทั้งห้าคนเลยเรอะ” ทหารยามเพ่งพินิจ       
Read more

บทที่ 47 คำสั่งลับพยัคฆ์ขาว การแทรกซึมของหกต่อสี่พัน

            หลินลั่วจู่หยิบป้ายคำสั่งทองคำอักษรหวงลิ่ง 皇令 จากสาบเสื้อแพร ชูขึ้นพร้อมจดหมายที่เขียนกำกับเอาไว้ว่าด่วนที่สุดในมือ        เมื่อพวกทหารเฝ้ายามฝ่ายพยัคฆ์ขาวเห็นเช่นนั้นก็รีบเปิดประตูให้ทันที หลินลั่วจู่กระโดดขึ้นหลังม้า และควบต่อเข้าไปภายใน          “ท่าน หลู่หู่อัน โปรดรับราชโองการลับ”          หลินลั่วจู่แหวกม่านหน้าเข้าไปในกระโจมเสียงดัง พรึ่บ ทหารหน่วยพยัคฆ์ขาวในกระโจมทั้งห้านายเห็นผู้มาเยือนถือป้ายทองคำก็ชะงักไปเล็กน้อย และรีบคุกเข่าทันที          “กระหม่อมหลู่หู่อันพ่ะย่ะค่ะ” แม้ไม่เห็นม้วนราชโองการ แต่เห็นป้ายคำสั่งทองก็เข้าใจได้ว่าเป็นเหตุการณ์เร่งด่วน          “นี่คือพระบัญชาลับแห่งโอรสสวรรค์! นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลู่หู่อันจงรับตำแหน่ง ‘แม่ทัพรักษาก
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status