جميع فصول : الفصل -الفصل 30

60 فصول

บทที่ 18 คำสารภาพจากคนร้าย

               จวนตระกูลมู่อาบไปด้วยแสงจันทร์ยามราตรี           ภายหลังคืนฟ้าเรียงดาวที่ดูเงียบสงบ... ทว่า ภายในห้องทำงานของแม่ทัพมู่ แม่ทัพใหญ่กลับยืนพิงหน้าต่าง ทอดสายตาไปยังวังหลวงที่ไกลออกไป ดวงตาที่เคยดุดันฉายความซับซ้อนและน่ากลัว           “หนอย...เวินเสิ่นลู่ ครองราชย์เพียงแค่สามปี ก็กล้าหยามข้าที่อยู่รับใช้แผ่นดินมาตั้งแต่รัชกาลก่อน คิดว่ามงกุฎที่สวมอยู่หนักได้เพียงไหนกัน” มู่จวินหลัวขยำ แผ่นราชโองการในมือด้วยความเกรี้ยวโกรธ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในท้องพระโรง           ฮ่องเต้แต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพ ‘ฝ่ายขวา’ ในท้องพระโรง ทั้งยังแจ้งถึงโครงการคัดเลือกแม่ทัพ ‘ฝ่ายซ้าย’ จากทหารคลื่นลูกใหม่ในเร็ววันด้วย           ‘แม่ทัพฝ่ายขวา’ ช่างเป็นเกียรติยศที่ฟังดูดี!         &nb
اقرأ المزيد

บทที่ 19 เสียงหัวเราะของหินผา

           “จื่อโม่รึ...”          สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามังกรหลวงอย่างเขา... ไม่ใช่ภาพภาพหมิ่นเบื้องสูงแบบที่คาดไว้แต่แรก ในภาพนั้น...          ฮ่องเต้เสิ่นลู่ประทับยืนนิ่งราวกับขุนเขาในฉลองพระองค์สีแดงสดในการแต่งกายที่ไม่สมบูรณ์ดี ทอดมองต่ำลงไปยังร่างโปร่งของสวี่อวี้ซีที่กำลังจัดแต่งรัดพระองค์สีทอง...          ใบพระพักตร์เรียบเฉยหรี่พระเนตรมอง          เสิ่นลู่แขวนภาพนั้นขึ้นผนังในห้องเสพงานศิลป์ เคียงข้างกับภาพวาดของบุตรีตระกูลเหลียงในค่ำคืนฟ้าเรียงดาว และเทียบกัน          ก่อนจะทรงพระสรวล          “ฮะ...ฮะ...ฮะ... เล่นอะไรของนางกันนี่ ปลอมชื่อเสียด้วย” น้ำพระอัสสุชลไหลออกจากหางดวงเนตร ราวกับเด็กหนุ่มที่ไร้กังวล เมื่อมันก็เกินจะทนไหว ทรงประทับใจในความไร้สาระของอีกคน เสียจนอยากรู้ว่ามันจะไปได้ไกลเพียงใด        &nbs
اقرأ المزيد

บทที่ 20 จะดีอยู่แล้วนะ

           หลังฉากกั้นขนาดใหญ่ไม้สลัก ซูอิ่นทิ้งตัวแช่กายในอ่างด้วยความรู้สึกปั่นป่วน นางส่ายหน้าไปมาซ้ำๆ ขณะปล่อยปลายคางจุ่มลงไปในน้ำร้อนอุณหภูมิพอเหมาะ          “ไม่จริงใช่ไหม บอกข้ามาทีว่าไม่จริง….” ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยไร้จุดหมาย          น้ำตาคลอบาง ๆ ปริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา ปนเปไปกับรอยเครื่องสำอางที่ยังล้างไม่หมด          และรอยยิ้มผุดก็ขึ้นที่มุมปาก          “ข้าจะรวยแล้วววว!!!!! กรี๊ดดดด~!!!” กายเนียนขาวลุกขึ้นจากน้ำในสภาพที่เปลือยเปล่า ควันขาวที่ลอยคลุ้งปกปิดเรือนร่างของนางไว้อย่างมิดชิด          นางลุกขึ้นเต้นเซ็กซี่ราวกับว่า ตนกำลังอยู่ในผับใจกลางทองหล่อของยุคหน้า!          สาเหตุนั่นก็เพราะข่าวจากร้าน กวงโม
اقرأ المزيد

บทที่ 21 ตำหนักสีม่วง : จื่ออวี่กง

               “จริงรึกัวซ่างซู[1]...ฝ่าบาทแต่งตั้งว่าที่ฮองเฮาอย่างเป็นทางการแล้วอย่างงั้นรึ...” มู่จวินหลัวส่ายหน้าเป็นการใหญ่ เมื่อได้ทราบข่าวจากปากเสนาบดีกระทรวงกลาโหม           ณ จวนของแม่ทัพมู่ เสนาบดีกัวซิงเกาได้มาเยือนผู้ร่วมอุดมการทันทีเมื่อรู้ข่าวล่าสุด           “ใช่แล้ว! ไม่มีการหารือในท้องพระโรงใด ๆ แถมยังประกาศหน้าถนนอย่างรีบร้อนราวกลัวใครจะแย่งชิง ทรงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดคัดค้าน ทั้งให้ชาวบ้านเป็นพยานแทนขุนนาง ช่างน่าขันสิ้นดี” กัวซิงเกาหัวแสยะ เขาไม่อาจจะเชื่อเลยว่าฮ่องเต้ผู้เสพแต่งานศิลป์ ที่ขึ้นครองราชย์แบบติ๋ม ๆ เงียบ ๆ มาหลายปี จู่ ๆ จะแสดงท่าทีร้ายกาจออกมา           “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีทีท่า ทั้งที่เรื่องคุณหนูตระกูลเหลียงเป็นว่าทีฮองเฮาเป็นสัญญาปากเปล่ามานานโข?” แม่ทัพฝ่ายขวายังคงรู้สึกแปลกใจ แม้ก่อน
اقرأ المزيد

บทที่ 22 ย่องเบา

           “ข้าไปเจอนางได้หรือยัง” ในที่สุดพระโอษฐ์ก็หลุดความในพระทัย          แต่กงกงหลินหน้าหยกที่ยืนเบื้องข้างกลับส่ายหน้า          “ตามหลักแล้ว ยังไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ต้องรอสักสองวัน เพราะเพิ่งจะประทานแต่งตั้ง จะถูกครหาเอาพ่ะย่ะค่ะ ...อีกทั้ง ทางฝ่ายว่าที่ฮองเฮาก็ต้องเรียนรู้ในการวางตัวเช่นกัน...”          กงกงหลินอธิบายตามข้อราชพิธี          “แล้วทำไมสวี่อวี้ซีไปได้”          ทรงตวัดพระหัตถ์ชี้ไปยังตำหนักม่วง ที่ยังเห็นเปี่ยวตี้ของพระองค์คุยกับว่าที่ฮองเฮาไม่เลิก          “ท่านฉีซือสวี่ไปได้พ่ะย่ะค่ะ ไม่มีข้อห้าม แต่ของพระองค์มีบัญญัติห้ามไว้ เพราะใครเห็นก็จะไม่งาม”          ซึ่งคำตอบของกงกงฟังดูไม่ค่อยเข้าพระกรรณ          “....” เสิ่นลู่ไม่ตรัสคำใดอีก แต่คิ้วโก่งดั่งขุนเขานั้นกลับเลิก
اقرأ المزيد

บทที่ 23 ปั่นประสาท

           “กรี๊ดดดดดด~!!!!!” ซูอิ่นลุกตื่นขึ้นจากฝันร้าย เสียงกรีดร้องแหวกความเงียบยามเช้ามืดไกลก้องออกไปในตำหนักสีม่วงอ่อนหวาน          เหงื่อท่วมกายราวกับได้วิ่งรอบวังมาก็ไม่ปาน ขณะที่เสียงกลองยามดังบอกเวลาจะต้องตื่นพอดิบพอดี          “ถึงเวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ”          นางกำนัลในชุดสีเขียวอ่อนอมเทาเอ่ยเบาข้าง ๆ  ขณะกำลังยกกะละมังล้างหน้ามาวางให้ ซูอิ่นยกมือบางขึ้นปาดเหงื่อ และหันไปมองนอกหน้าต่าง แสงยามเช้าส่องผ่านเข้ามาอย่างอ่อนโยน แต่ก็ทำให้นางตระหนักถึงสิ่งที่เป็นความจริงของโชคชะตา          ‘เฮือก ข้ายังอยู่ในวังหลวงเหรอเนี่ย...’-- ----          หลังแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ เครื่องประดับหนัก ๆ ก็ปักเต็มศีรษะของนาง พร้อม ๆ กับชุดที่กรุยกรายราวกับจะไปร่ายรำ          ซูอิ่นถูกพาไปยังห้องเสวยและ
اقرأ المزيد

บทที่ 24 โครงการสอบยุทธพิทักษ์

                      การประชุมเช้าในอีกสองวันให้หลัง          “นี่คือคำสั่งจัดตั้ง โครงการสอบยุทธพิทักษ์คัดมันสมองแห่งราชทัพ เพื่อเฟ้นหาหัวกะทิด้านการทหาร! พวกเจ้าจงฟังให้ดี!...”          ฝ่าบาทผู้ทรงสง่าเหนือบัลลังก์ทองบัญชาต่อหน้าท้องพระโรง          อวี้ซีที่นั่งอยู่เบื้องล่างฝั่งซ้ายของบัลลังก์หรี่ตาลงเล็กน้อยในพระบัญชาที่ประกาศขึ้นมา อย่างที่ไม่ปล่อยให้ผู้ใดได้เตรียมใจล่วงหน้า และไม่สนใจสายตาแข็งกร้าวของขุนนางหัวเก่า          มันไม่เคยถูกเกริ่นมาก่อนในการประชุมก่อนหน้านี้ หรือมีการร่วมวางแผนกับขุนนางคนใด แม้แต่อวี้ซี แต่กลับประกาศออกมาหลังทำการอย่างลับ ๆ          “...รับสมัครสอบทุกชนชั้นเริ่มจากหนึ่งพันนาย ไม่คัดเส้นสาย ทดสอบตั้งแต่ก
اقرأ المزيد

บทที่ 25 ชวนออกเดท

                         “นี่คือโรงเลี้ยงนกหลวง”           จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ~           ฮ่องเต้เสิ่นลู่ทรงลากว่าที่ฮองเฮาไปถึงโรงเลี้ยงนก           ลานกว้างล้อมตาข่ายไหมสีเงิน มีต้นหลิว ไผ่ และหินประดับจัดเป็นภูมิทัศน์ย่อม ๆ น้ำตกเล็กไหลเอื่อยผ่านกลางลาน และแดดเที่ยงวันส่องผ่านใบไม้เป็นเงาระยับบนพื้นหญ้า พรั่งพร้อมไปด้วยนกสีสดจำนวนมากเกาะกิ่งไม้ส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่ขาด           ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ไม่ไกลจากตำหนักจื่ออวี่กงในระยะเดินได้           “ขอบพระทัยที่ทรงพามาเที่ยวชมเพคะ... ทรงเจ็บมือหรือไม่”           น้ำเสียงของร่างบ
اقرأ المزيد

บทที่ 26 โล่กำบัง

            พอก้าวพ้นเขตประตูวัง บรรยากาศโดยรอบพลันก็เปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง            หน้าวังหลวงตอนนี้ถูกกดดันด้วยกองชายฉกรรจ์ที่มาต่อแถวรับสมัครสอบยุทธพิทักษ์จนแทบหายใจไม่ออก          หน้าตาของคนเหล่านั้นเคร่งขรึม บ้างมีรอยแผลเป็นข้างแก้ม บ้างยืนนิ่งเช่นรูปปั้นหินแกะสลัก ซึ่งขัดกับเหล่าบัณฑิตหน้าใสจากสำนักศึกษา ที่อวี้ซีเกณฑ์มาทำหน้าที่ฝ่ายทะเบียนแทนหน่วยของกระทรวงกลาโหมอย่างดูน่าขัน          เมื่อรถม้าของฮ่องเต้เคลื่อนออกจากตัววัง วนไปจอดในร่มเงาใต้ต้นหลิวใหญ่ต้นหนึ่ง          เสิ่นลู่ก็เปิดม่านออกไปมองดูอย่างไม่ชักชวนนาง ก็ทำให้ซูอิ่นเบะปากออกมาอย่างใคร่รู้          ‘อยากเห็นบ้างจังเลย~’ ซูอิ่นนึกเช่นนั้น แล้วขยับก้นเข้าไปนั่งฝั่งเดียวกับฮ่องเต้          ชึบ ชึบ~
اقرأ المزيد

บทที่ 27 ภาพวาดเหนือแผ่นหลัง

           “เป็นห่วงเขาขนาดต้องเป็นลมเลยรึ”          จักรพรรดิเสิ่นลู่จิ้มหน้าผากของว่าที่ฮองเฮาที่นอนนิ่งอย่างทองไม่รู้ร้อนภายในตำหนักจื่ออวี่กง          เกลี่ยปอยผมที่ปรกดวงหน้าเนียนละเอียดดุจหยกขาวเบา ๆ นางดูเปราะบางจนพระองค์หวั่นพระทัย ในยามหลับใหลไร้จริตซุกซนเช่นนี้ ช่างน่าเอ็นดูเสียจนทำให้ลืมความขุ่นข้องเคืองโกรธก่อนหน้านี้ไปเกือบหมดสิ้น          เสิ่นลู่พินิจริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เผยอน้อย ๆ อย่างไม่กล้าแม้แต่จะพระปัสสาสะแรง เพราะเกรงว่านางผู้ยิ่งใหญ่ต้องตื่นขึ้นมา          วินาทีนั้น พระองค์เหลือบมองรอบตำหนักราวกับกลัวใครเห็น จากนั้นจึงก้มลงเร็ว ๆ          จุ๊บ!          เสียงจุมพิตลั่นเบาดั่งสายลม เร็วเพียงกะพริบตา          “...อึก...” เ
اقرأ المزيد
السابق
123456
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status