All Chapters of เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s: Chapter 91 - Chapter 100

115 Chapters

บทที่ 77 คุณหนูครับ

กลางเดือนมกราคม ปี 1974 สอบกลางภาคก่อนปิดเทอม เสิ่นเฟยฟางหยุดทำการสอนพิเศษให้กับนักเรียนในโรงเรียน โดยที่แจ้งกับครูใหญ่ว่าการสอบครั้งนี้มันสำคัญกับเธอมาก การเจียดเวลาอ่านหนังสือให้คนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ“พี่จวิน ฉันยกน้องสาวของฉันให้พี่เลยค่ะ เรียนมัธยมหลายปี ต้องเดินเท้าจากบ้านมาโรงเรียนหลายชั่วโมง แต่พอพี่กลับมาทำงานในกองทัพ ฉันก็ไม่เคยต้องได้เดินไปกลับอีก”เสิ่นเฟยเสียนแทบยกน้องสาวใส่ให้กับโม่ตงจวิน ปกติต้องตื่นตั้งแต่เช้าและนอนให้เร็วเพื่อไม่ให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป“ผมจะให้คุณหนูของผมเดินไกลขนาดนี้ได้ยังไงครับ?” โม่ตงจวินเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเสิ่นเฟยฟางยกมือขึ้นตีไหล่ของเขา “พูดมาก ความจริงฉันเดินเองได้นะ แต่เป็นนายต่างหากที่ไม่ยอมให้เดินเองน่ะ”เสิ่นจิ้งเอ่อร์นั่งอยู่ข้าง ๆ เสิ่นเฟยเสียน เขาอ้าปากหาว “ให้พี่จวินมาคอยรับส่งพวกเราเถอะ ฉันเดินเหนื่อยมาก แต่ก็ยังดีกว่าหาเช่าบ้านอยู่”“อีกไม่กี่เดือ นจะจบแล้ว คงไม่ได้เดินไกลหรอก”“เห็นว่าครูใหญ่ทาบทามฟางฟางให้เป็นครูสอนพิเศษให้กับโรงเรียน ฟางฟางได้ตอบตกลงไปหรือยัง เงินเดือนที่ได้รับคุ้มไหม”เสิ่นเฟยฟางมองออกนอกหน้าต่างรถยนต์ ม
Read more

บทที่ 78 ผ่อนเปรอ

เวลาล่วงเลยเข้าสู่กลางปี เสิ่นเฟยฟางพร้อมเสิ่นจิ้งเอ่อร์ เสิ่นเฟยเสียน เรียนจบมัธยมปลาย งานเลี้ยงไม่อาจจัดยิ่งใหญ่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นงานเลี้ยงจบมัธยมปลายของเสิ่นเฟยฟาง ครอบครัวของโม่ตงจวิน ฮวาเจียเฉิง เจิ้งหยูเชา และหวังเย่มาร่วมด้วย รวมกับคนในบ้าน และทีมทหารก็นับว่าเกือบร้อยคน วันนั้นคนทั้งงานต่างรับรู้กันทั่วว่าเสิ่นเฟยเจินกับเจิ้งหยูเชากำลังคบหากัน บ้านเจิ้งถึงขั้นถามเรื่องหมั้นหมาย แต่เสิ่นเฟยเจินมองว่าไม่อยากมีพันธะ รอให้แต่งงานทีเดียวไปเลย การคบหาอย่างเปิดเผยทำให้ทุกคนร่วมแสดงความยินดี พวกเขารู้จักกันมานานแล้ว การคบหาย่อมไม่ใช่เรื่องที่ตกใจสักเท่าไรและมีการพูดถึงงานหลังจากเรียนจบ เสิ่นจิ้งเอ่อร์ไปทำงานในสหกรณ์กับพี่สาว เสิ่นเฟยเสียนเป็นแพทย์ฝึกหัดมาสองปี ทำให้หล่อนตัดสินใจเข้าร่วมเป็นแพทย์ผู้ช่วยในกองทัพกับเสิ่นจิ้งเหวินส่วนเสิ่นเฟยฟางมีความตั้งใจจะเป็นครูประถมกับเสิ่นเฟยเจิน ก่อนหน้านี้หญิงสาวเคยเข้าไปสมัครเอาไว้ก่อนเรียนจบ รวมถึงมีผลงานสอนพิเศษให้กับนักเรียนมัธยมหลายคน ทำให้โรงเรียนประถมรับเสิ่นเฟยฟางไปเป็นครูผู้ช่วย เงินเดือนเพียง 20 ส่วนเท่านั้น น้
Read more

บทที่ 79 สิ้นสุดการรอคอย

ปี 1976 มีประกาศเรื่องเปิดท่าเรืออย่างเป็นทางการในปี 1977 ทำให้ปีนี้เหล่าพ่อค้า แม่ค้าต้องจองร้านค้า ตึกพาณิชย์เริ่มสร้างเสร็จกันหมดแล้ว เจ้าของร้านเก่าสามารถซื้อหรือเช่าได้ก่อนคนอื่น ให้เข้าไปทำเรื่อง ส่วนคนใหม่ต้องรอให้คนเก่าจับจองก่อน นี่เป็นข้อตกลงตั้งแต่ประกาศปิดท่าเรือหลายปีก่อน ทำให้คนในตลาดไม่ได้ลุกฮือมาประท้วงเรื่องปิดตลาดในช่วงนั้น นั่นหมายความว่าเสิ่นเฟยฟางมีเวลาเพียงหนึ่งปีในการวางแผน ปีหน้าต้องสอบเกาเข่าและปี 1978 ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัย เธอรู้ดีว่าพี่น้องบ้านเสิ่นต้องสอบติดมหาวิทยาลัยแน่ ๆ เสิ่นกวงผิงมองเอกสารการซื้อขายด้วยความหนักอึ้ง “พวกเราจะแน่ใจได้ยังไง ว่าการกลับมาขายรอบนี้จะขายได้เหมือนแต่ก่อน เป็นเวลา 10 ปีแล้วนะ ที่พวกเราไม่ได้ขายขนมน่ะ” แม้เชื่อใจลูกสาวแต่การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ลูกสาวคนเล็กเคยเล่าให้ฟังว่าตลาดจะเปิดพร้อมฟื้นฟูการสอบเกาเข่า เวลานี้พวกเขาต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย เสิ่นเฟยฟางมองหน้าพ่อของเธอและบอกว่า “ทุกคนรอเปิดการค้าขายที่นี่ตลอด พ่อไม่เชื่อการวางแผนของฉันเหรอคะ? อีกอย่างเงินที่ฉันค้า
Read more

บทที่ 80 ใกล้ถึงจุดหมาย

ต้นปี 1977 อาคารพาณิชย์โอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของเสิ่นกวงผิง ตามที่ทุกคนปรึกษากันตอนนี้คนที่มีตำแหน่งในกองทัพคือเขา อีกอย่างเสิ่นกวงผิงเป็นคนดำเนินทุกอย่างจะได้ง่ายต่อการติดต่อด้วย อาคารพาณิชย์ถูกตกแต่งจนเสร็จหมดแล้ว วันนี้พี่น้องบ้านเสิ่นที่ทยอยลาออกจากงานของตัวเองมาช่วยกันทำความสะอาด และรับสมัครพนักงานที่กำลังหางาน หลายคนสนิทกับคนอื่นก็ให้ลองมาสมัครงาน เสิ่นเฟยฟางเป็นคนคัดคน นอกจากพี่น้องบ้านเสิ่น สะใภ้ทั้งสามของบ้านแล้ว ว่าที่ลูกเขยของบ้านสี่ทั้งสี่คนก็มาช่วยด้วย กลายเป็นว่าที่ร้านมีคนช่วยเยอะมาก เสิ่นเฟยเสียนตกลงคบหากับฮวาเจียเฉิงยังไม่ถึงเดือน แต่ทุกคนยังได้ยินเสียงสองคนนี้ทะเลาะกันอยู่เสมอ และไม่มีคนห้ามแล้ว “พี่เจ็ด” เสิ่นเฟยฟางเรียกพี่สาวที่กำลังกวาดใบไม้ด้านหลังให้เข้ามาหา “พี่มีความคิดเห็นยังไงบ้าง ถ้าจะขยายสาขาไปมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียนด้วย” เสิ่นเฟยเย่มองแผนการของน้องสาวคร่าว ๆ หล่อนคิดอย่างรวดเร็ว “พี่คิดว่าพวกเราต้องดูก่อนว่าใครเรียนที่ไหนบ้าง” “อืม เป็นอย่างนั้น” หวังเย่โผล่หน้าเข้ามา “พี่เฟยเย่ครับ ข้าง
Read more

บทที่ 81 ตำนานที่ไม่ใช่แค่ตำนาน

ตลาดในท่าเรือไห่หนานเปิดอย่างเป็นทางการหลังจากปิดตลาดไปถึง 11 ปี ผู้ชายบ้านเสิ่นที่เป็นทหารต่างลางานครึ่งวันมาช่วยเปิดร้าน มีการจัดระเบียบคิวอย่างรวดเร็ว พนักงานหน้าร้านหลายคนทั้งบ้านเสิ่นคอยช่วยกันถึงอย่างนั้นเมื่อได้ยินว่าขนมหวานบ้านเสิ่นกลับมาเปิดร้านขนมอีกครั้ง ลูกค้าประจำหลายคนต่างมาต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอกินขนมในตำนาน“ฮึก ฮือออ”เสิ่นเฟยฟางเงยหน้าขึ้นไปมองลูกค้าที่ร้องไห้ออกมา สีหน้าตกใจ “พี่สาว พี่ร้องไห้ทำไมเหรอคะ?”หญิงสาวในชุดทำงานรีบเช็ดน้ำตาบอก “ร้องไห้เพราะจะได้กินขนมหวานบ้านเสิ่นเหมือนแต่ก่อนไง”“พี่สาวเคยมาซื้อเหรอ”เหมือนหญิงสาวกลัวว่าเจ้าของร้านจะไม่เชื่อ หล่อนยกบัตรคิวเก่าที่เก็บเอาไว้อย่างดีขึ้นมาปึกใหญ่ สีหน้ายิ้มแย้ม“ตอนนั้นฉันยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้ทำงาน เลยซื้อกินได้วันละนิดเดียว แต่ตอนนี้ฉันมีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว!”เสิ่นเฟยฟางยิ้มกว้าง “ว้าว! ตามข้อตกลงเงื่อนไขการเปิดร้านวันแรกที่เคยประกาศออกไป ลูกค้าเก่าที่เก็บบัตรคิวเอาไว้ แถมฟรีหนึ่งชิ้น พี่สาวเป็นคนแรกที่นำมาแลกฉันให้สองชิ้นเลยค่ะ”“ขอบคุณ”เพื่อกระตุ้นยอดขายในวันแรก เสิ่นเฟยฟา
Read more

บทที่ 82 ฟื้นฟูการสอบเกาเข่า

ปี 1977 ช่วงปลายเดือนตุลาคม ข่าวฟื้นฟูการสอบเกาเข่าถูกกระจายไปตามโทรทัศน์และวิทยุ ผู้คนที่อยู่ใกล้หรือใช้เปิดตอนทำงานต่างตื่นตัวรีบวิ่งไปร้านขายหนังสือ โรงเรียน และร้านเครื่องเขียนเต็มไปด้วยเหล่ายุวชนที่ถูกส่งออกจากเมืองใหญ่เพื่อพัฒนาชนบทพวกเขาต้องการกลับไปเมืองใหญ่อีกครั้งตั้งแต่ถูกส่งมา แต่ถ้าไม่มีคำสั่งหรือคนในเมืองใหญ่คอยช่วยเหลือ ก็ไม่อาจกลับไปเองได้ การที่จะกลับไปได้ในเวลานี้ก็คือการสอบเกาเข่าให้ผ่านโรงเรียนประถมข้างกองทัพวุ่นวายมาก ครูใหญ่ประกาศไม่ให้ยุวชนเข้าไปก่อกวนเด็กนักเรียน กลายเป็นว่าพวกเขาโกรธเคืองมากกว่าเดิมจนกระทั่งกองทัพไห่หนานมีมติลงมาคุ้มครองโรงเรียน ร้านหนังสือ ความวุ่ยวายจึงลดลงมาก แต่กลายเป็นว่าพวกเขาตบตีกันแย่งหนังสือแทน หนังสือเล่มเดียวมีค่ามากกว่าธัญพืชหนึ่งเดือน ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายคนขอเพียงมีธัญพืชดีกว่าหนังสือ“โชคดีว่าน้องสิบคัดลอกหนังสือพวกนั้นให้ตลอดตั้งแต่เข้าโรงเรียนประถมจนเรียนจบ พวกเราเลยไม่ต้องแย่งหนังสือกับยุวชนพวกนั้น” เสิ่นจิ้งหนานใช้มือลูบอกตอนเห็นคนเหล่านั้นชกต่อยกันเพื่อเอาหนังสือเล่มหนึ่งหนังสือในโรงเรียนทุกเล่มผ่านมือเสิ่นเฟ
Read more

บทที่ 83 จดหมายตอบรับ

สอบเกาเข่าช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ผู้เข้าสอบจำนวนมากมีร่างกายที่ผอมมากเพื่ออ่านหนังสือสอบพวกเขาอ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย อาหารที่รับประทานในแต่ละวันสำหรับบ้านทั่วไปเป็นเพียงแผ่นแป้งแข็ง ๆ แม้แต่พี่น้องบ้านเสิ่นที่เตรียมตัวกันอย่างดี บำรุงร่างกาย ยังผอมลงมากในช่วงเวลาหนึ่งเดือนทุกคนมีเวลาพักผ่อนและเตรียมตัวเตรียมใจหนึ่งเดือน เนื่องจากนี้คือการฟื้นฟูการสอบเกาเข่าในรอบ 11 ปี ทำให้ผลสอบไม่ได้ออกมาเป็นคะแนน แต่จะเป็นสอบผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้นอีกอย่างหนึ่งพวกเขาไม่สามารถรู้คะแนนสอบของตัวเองได้เลย หลังสอบเสร็จทุกคนต่างต้องเลือกมหาวิทยาลัยและส่งจดหมายสมัครไป หากสอบผ่านช่วงกลางเดือนมกราคมจะได้รับจดหมายตอบรับ แต่ถ้าสอบไม่ผ่านก็จะไม่ได้รับพี่น้องบ้านเสิ่นตั้งแต่เข้าสู่วันที่ 10 มกราคม ปี 1978 ต่างมานั่งรอจดหมายตอบรับอย่างใจจดใจจ่อ มหาวิทยาลัยที่พวกเขาเลือกอันดับแรกคือมหาวิทยาลัยที่อยากเข้าเรียน ส่วนมหาวิทยาลัยชั้นนำก็คือมหาวิทยาลัยอันดับรองลงมามือของอี้เฟยเฟยสั่นเทาเล็กน้อยตอนหยิบเมล็ดแตงโมมาแกะ สายตาจดจ่ออยู่ที่ประตูจวนอย่างไม่เป็นอันทำอะไร ตอนที่ลมพัดและประตูสั่นทำให
Read more

บทที่ 84 การเดินทางครั้งใหม่

งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นที่จวนตระกูลเสิ่น นอกจากคนสนิทที่มาร่วมงานแล้ว ยังมีพนักงานที่ร้านขนมหวานบ้านเสิ่น ญาติพี่น้อง รวมถึงทหารทีมอื่นที่ค่อนข้างสนิทกันด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยชวนมาเลยก็ตาม แต่นี่เป็นเรื่องดีของบ้านเสิ่น เสิ่นเฟยฟางนับดูรวม ๆ แล้ว ถ้าต้องจ่ายเงินเองใช้ไม่น้อยกว่า 300 หยวน แต่ความจริงใช้ไม่ได้เยอะมาก เนื่องจากเนื้อสัตว์นำออกมาจากในมิติ ธัญพืชอีก ที่หาไม่ได้คือเครื่องปรุงอย่างเช่นเกลือ และบางอย่างยังหมักและเก็บไว้ในมิติอีก หลังจากงานเลี้ยงจบลงเสิ่นเฟยฟางใช้เวลาที่เหลืออยู่บ้านในการเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ระหว่างไปเรียนเซี่ยงไฮ้ เสิ่นเฟยฟางคิดว่าจะไม่กลับมาไห่หนานจนกว่าจะเรียนจบ ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญก็ไม่อยากกลับมาบ่อย ไม่อย่างนั้นคงมีการคิดถึง “ก่อนเริ่มทำขนมต้องมั่นใจว่าภายในห้องทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ใครมาก่อนเริ่มงานตรงเวลาให้ทำความสะอาดห้องก่อน วันนั้นใครเป็นคนทำให้เขียนเอาไว้ ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและร้านขนมหวาน บ้านเสิ่นจะเพิ่มเงินขยันให้ด้วย” วันนี้เสิ่นเฟยฟางโผล่มาที่ร้านขนมหวานบ้านเสิ่นพร้อมกำชับทีมทำขนมหวาน โดยมีผูซีหลินเป็นหัวหน้
Read more

บทที่ 85 นครเซี่ยงไฮ้

นครเซี่ยงไฮ้กับกรุงปักกิ่งใช้รถไฟคนละสาย ตอนเท้าเหยียบแผ่นดินใหญ่พี่น้องบ้านเสิ่นจึงพากันเช่าโรงแรมอยู่สองห้อง เพื่อนอนพักเอาแรง แต่ความจริงคือพาทั้งหกคนเข้าไปพักในมิติ แม้ปากจะบอกว่าเป็นโรงแรมแต่สภาพแย่มาก อีกอย่างคือต้องการใช้เวลาด้วยกันเพิ่มอีกวัน ทำให้ตอนเช้าต้องรีบไปซื้อตั๋วรถไฟก่อนออกเดินทางไปคนละทาง โชคดีว่าพี่น้องบ้านเสิ่นแยกกันไปเรียนแต่ละมหาวิทยาลัยมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง อย่างน้อยจะได้ดูแลกันได้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นอกจากสี่สาวที่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ยังมีเสิ่นจิ้งเหวินที่เรียนแพทย์เหมือนกับเสิ่นเฟยเสียน ทำให้ทั้งสองได้สนิทกันขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก เรียนด้วยกันจะได้พึ่งพาอาศัยกันด้วย “พี่ชายต้องไปหอพักผู้ชาย ให้พวกเราไปส่งไหมคะ?” เสิ่นจิ้งเหวินหันมามองน้องสาวคนเล็กพลางส่ายหน้า “พาน้องสิบไปพักผ่อนเถอะ หน้าแดง ๆ เหมือนจะไม่สบาย” เสิ่นเฟยเสียนตาโตหันมาใช้มือทาบหน้าผากของน้องสาว “ไม่สบายจริง ๆ ด้วย พวกเราไปพักกันเถอะ ตอนเย็นค่อยมาเจอกันที่นี่ เอ๋? อาจารย์จะให้พบหรือเปล่า งั้นไปรอทางเข้าโรงอาหารกลางนะ” “พาน้องสาวไปพักผ่อนเถ
Read more

บทที่ 86 เปิดภาคเรียน

มหาวิทยาลัยไม่เหมือนตอนเรียนประถมหรือมัธยมแล้ว เสิ่นเฟยฟางกับเสิ่นเฟยเย่ไปนั่งรอในห้องเรียนก่อนอาจารย์เข้าสอนถึงสามสิบนาที พออาจารย์คนแรกเข้าสอนไม่ได้พูดอะไรมาก ทำเพียงแนะนำการเรียนของภาคเรียนนี้ และสิ่งที่ต้องเรียนตลอดหลายปี แต่ว่าอาจารย์ท่านที่สองพอเข้าห้องก็สอนเลย อาจารย์บอกว่าเข้ามหาวิทยาลัยถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ต้องมีการแนะนำบทเรียนเหมือนตอนมัธยม แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อหาในวันแรกไม่ได้เยอะอย่างที่คิด เสิ่นเฟยฟางจึงพอยิ้มได้บ้างตอนเรียนวิชาถัดไป “ฉันเสิ่นเฟยเย่ และนี่เสิ่นเฟยฟางน้องสาวแท้ ๆ ของฉันเอง” เสิ่นเฟยเย่ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่สองคนที่เข้ามาทักทาย “เป็นพี่น้องเหรอ? ถึงว่าทำไมหน้าคล้ายกัน ฉันซ่งจื่อเวย ส่วนนี่เหลียวอี้หนิง หล่อนเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง อายุพวกเราน่าจะพอ ๆ กันไหม” เหลียวอี้หนิงบอก “ฉันอายุ 23 ปีค่ะ” “ฉัน 24 ปี” ซ่งจื่อเวยคว้าแขนเสิ่นเฟยเย่ไปเขย่า “พวกเราอายุเท่ากันเลยนะ! ทำไมโชคเข้าข้างฉันขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไปทักคนอายุกว่า กลับถูกต่อว่า เฮ้อ แล้วเฟยฟางล่ะ อายุเท่าอี้หนิงหรือเปล่า” เสิ่
Read more
PREV
1
...
789101112
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status