All Chapters of เดินทางข้ามเวลาไปเป็นคุณหนูชนบทยุค 60s: Chapter 81 - Chapter 90

115 Chapters

บทที่ 67 การชิงรางวัล

การแข่งขันตอบโต้ไม่ได้ง่าย แต่ถ้าอีกทีมไร้สมองก็อีกเรื่อง ทีมของเสิ่นเฟยฟางเอาชนะทีมอวี้อย่างง่ายดาย แม้แต่เซียวม่านอวี้ยังไม่ทันได้ตั้งสติก็ถูกพาลงจากเวทีแล้ว แต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นในทีมหรือนอกทีมกลับไม่ได้มีท่าทางของการแปลกใจ เสิ่นเฟยฟางมีความสงสัยในใจ สุดท้ายจึงพูดออกมาตอนอยู่กับกลุ่มพี่ ๆ “ฉันยังไม่ทันได้แสดงฝีมือเลยนะ นี่คือชนะแล้วเหรอ?” คนอื่นชะงัก เสิ่นเฟยซินหันมามองน้องสาวด้วยความอึ้ง พวกหล่อนเครียดกันมาหลายวันด้วยซ้ำ “ปกติถ้าจำไม่ผิดแข่งกันทีมละหลายนาทีมาก ๆ กติกาการแข่งจะจบลงก็คือตอนครูประกาศผู้ชนะ” “กินข้าวเสร็จพวกเรามาดูการแข่งขันกันอีกได้ไหม” เสิ่นเฟยฟางอยากเก็บประสบการณ์สักหน่อย “เผื่อว่ามีทีมหินจะได้หาทางเอาชนะเอาไว้” “เอาสิ” แต่ละคนนำปิ่นโตที่ถือมาจากบ้านวางลงบนพื้น ปูเสื่อลงที่ประจำ จากนั้นนั่งล้อมรอบกินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย แม้มีคนมองแต่ว่าบ้านเสิ่นชินแล้ว อีกอย่างอาหารที่บ้านอร่อยกว่าซื้อกินข้าวนอกมาก แถมเดือนหนึ่งค่าอาหารของที่บ้านมีแค่เครื่องปรุงเท่านั้น จ่ายเดือนละไม่ถึง 10 หยวนด้วยซ้ำ กินข้
Read more

บทที่ 68 เลี้ยงส่ง

ปี 1970 มีการรับสมัครทหารเพิ่ม บ้านเสิ่นผู้ชายเริ่มมีเงินเดือนมากกว่าแต่ก่อน และมีคนในสังกัดของตัวเอง แต่พวกเขายังเป็นคนของทีมมือปราบโจว ส่วนผู้หญิงจากที่ถูกพ่อครัวเก่าแก่ดูแคลน ตอนนี้กลายเป็นน้องสาวสุดที่รักแทน เพราะเสิ่นกวงลี่กับน้องสะใภ้ทนงาน พวกหล่อนไม่เคยปริปากบ่นเมื่อได้รับมอบหมายงานที่หนัก และยังอยู่ช่วยจนงานเรียบร้อยค่อยกลับบ้าน ไม่เหมือนพ่อครัวคนอื่นที่เห็นแก่ตัว ชอบมีปากเสียง ปีนี้เสิ่นจิ้งรุ่ย เสิ่นเฟยซิน และอี้เฟยเฟยเรียนจบมัธยมปลาย ไม่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนในอดีต ทำให้ต้องหางานทำ เสิ่นจิ้งรุ่ยเห็นว่ากองทัพรับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ หลังไปสมัครได้ไม่กี่วันเขาก็ได้งานทำทันที เสิ่นเฟยซินไปสมัครทำงานในสหกรณ์เพื่อขายของ ซึ่งด้วยบุคลิกและเพิ่งเรียนจบแต่มีประสบการณ์ทำงานจึงทำงานทันที อี้เฟยเฟยไม่มีอะไรที่ชอบทำเป็นพิเศษ ทำให้หล่อนขอไปเป็นทำกับแม่และน้าสะใภ้ทั้งสาม รับหน้าที่เป็นผู้ซื้อวัตถุดิบ ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ยังคงเรียนหนังสือเหมือนเดิม โดยเฉพาะเสิ่นเฟยเจินกับเสิ่นจิ้งเหวิน ปีนี้ทั้งคู่เรียนมัธยมชั้นปีสุดท
Read more

บทที่ 69 เพื่อนประถม

คนย้ายไปปักกิ่งก็ย้ายไปปักกิ่ง คนที่มีหน้าที่ทำอะไรก็ไปทำของตัวเอง เสิ่นเฟยฟางกับพี่น้องต่างคนต่างทำงาน และยังคงเรียนหนังสือเหมือนปกติ อี้เฟยเฟยแม้เรียนจบแล้ว แต่ยังคงช่วยงานในครัวของกองทัพ ไม่ได้ตามแม่ไปอย่างที่เคยพูดเอาไว้ วันนี้คณะครูในโรงเรียนไปอบรมทำให้โรงเรียนประกาศหยุดหนึ่งวัน เสิ่นเฟยฟางได้ยินแม่ของเธอบอกว่าต้องทำอาหารให้กับทหารและแขกที่มาเพิ่มเยอะกว่าปกติ เนื่องจากมีทหารอีกกองทัพมาสานสัมพันธ์ รวมถึงฝึกซ้อมเพื่อออกทำภารกิจมากมาย เสิ่นเฟยฟางเลยคิดว่าจะไปช่วยงานแม่ในกองทัพสักหน่อย วันนี้กลับมาถึงบ้านจะได้ไม่เหนื่อยมาก เสิ่นเฟยฟางพร้อมพี่น้องอีกสี่คนหลังอาบน้ำและจัดการธุระของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เดินเข้าไปในกองทัพและตรงไปโรงอาหาร ที่ด้านหลังมีครัวสำหรับทำอาหารของกองทัพ โจวเหม่ยฮุ่ยกลับจากไปเข้าห้องน้ำ เห็นลูกสาวกับหลานชายพอดี “อ้าว วันนี้เป็นวันพักผ่อนของพวกลูกนี่ ทำไมถึงพากันมาล่ะ” เสิ่นจิ้งหนานบอก “ผมมาช่วยงานครับ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขาที่มาช่วยแม่ทำงาน โดยที่ไม่ได้รับเงินหรือคูปอง เป็นการช่วยเฉย ๆ และได้ทำการขออนุ
Read more

บทที่ 70 นักเรียนต้นแบบ

หลายครั้งที่เสิ่นเฟยฟางเข้าไปนอนที่บ้านในมิติหลังให้พ่อกับลุงสร้างเอาไว้ เพราะข้างในสามารถปรับเวลาได้ และเสิ่นเฟยฟางมีงานให้ทำมากมาย เธอยังคงส่งหนังสือให้พี่ ๆ คนละเล่มทุกเดือน ส่วนตัวเองไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ ในเมื่อเธอเขียนให้ทุกคน ก็ได้รับความรู้อยู่แล้ว เสิ่นเฟยฟางมองข้าวสาลีที่ถูกเก็บเกี่ยวและเก็บไว้จนเต็มยุ้งฉาง แม้ว่าสร้างเพิ่มมากเท่าไรมันก็ยังไม่พอ ทุกอย่างในมิติอุดมสมบูรณ์ ทั้งเนื้อสัตว์ ธัญพืช และน้ำในมิติที่นำออกมาให้ทุกคนดื่มทุกวัน แม้มีการนำออกไปขายแต่ยังมีเต็มมิติ “จะเอาไปขายเหรอ?” “ทีแรกฉันอยากให้พ่อกับลุงนำไปขายเอง แต่ถ้านำออกไปจะเป็นที่สังเกต และคนอื่นคงเห็นแน่ ๆ เพราะแบบนั้นฉันเลยอยากไปขายเอง พวกเราขายได้เท่าที่อยากขาย ไม่ต้องกลับมาเอาบ่อยด้วย” ของในมิติถูกนำไปขายเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้เพราะโจวชิงแต่งเข้าบ้าน เสิ่นเฟยฟางยังไม่กล้าเปิดเผย ทำให้เธอไม่บอกเขา การค้าขายหยุดชะงัก แถมตอนนี้รายได้ที่บ้านจำกัด ต้องหาเอาไว้ให้มากตอนไปเรียนมหาวิทยาลัยจะได้ไม่กังวล เสิ่นกวงเหยียนบอกหลานสาว “สัปดาห์หน้าค่อยไปได้ไหม ช่วงนี้ลุงสามคิดว
Read more

บทที่ 71 เหยียบย่ำ

หน้าอาคารเรียนเสิ่นเฟยฟางยืนเผชิญหน้ากับเซียวม่านอวี้ ข้างกายของเธอไม่มีพี่น้องคนอื่น และรอบกายของเซียวม่านอวี้มีเพื่อนของหล่อนตามมาด้วย เด็กสาวกลอกตามองหล่อน “ถึงแม้พ่อของฉันไม่ได้เลื่อนเป็นนายพลแต่ก็ยังมีรถยนต์ประจำตำแหน่งให้ใช้ ไม่เหมือนคนแถวนี้ได้แต่ปากดีไปวัน ๆ สุดท้ายก็เป็นแค่ลูกคนจนเหมือนเดิม” เสิ่นเฟยฟางหรี่ตามองหน้าหล่อนอย่างโง่งม “แหม เรียนด้วยกันตั้งหลายปียังเหมือนเดิมอยู่เลยนะ ก่อนหน้านี้ฉันมองข้ามเพราะเห็นว่ายังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้ฉันว่าไม่ใช่เด็กแต่คงเป็นสันดานไปแล้ว” “เซียวม่านอวี้ เธอจะปล่อยให้หล่อนกล่าวหาไม่ได้” “ฉันรู้ ไม่ต้องสอน” เซียวม่านอวี้หันไปบอกเพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์ “เมื่อวานยังเห็นเดินกลับบ้านอยู่เลย ไม่เหมือนฉันมีรถยนต์คอยรับส่ง” “เหมือนจะมีคนไม่รู้ข่าว” เสิ่นเฟยฟางเหยียดยิ้มให้คนที่คอยเหยียบย่ำคนอื่น “พ่อของฉันแม้เป็นพันโทแต่เวลานี้เขาก็คือหัวหน้ากลุ่มมือปราบแล้ว รถยนต์ประจำทีมมีทั้งหมด 2 คัน ก็อยู่ที่บ้านของฉันหมด แต่ฉันไม่ได้ให้คนมาคอยรับส่งเพราะนั้นคือรถทหารของกองทัพ!” ก่อนหน้านี้ในทีมมีรถทหารสาม
Read more

บทที่ 72 ภาพบาดใจ

“เสี่ยวจวิน!” เสิ่นเฟยฟางตะโกนเรียกชายหนุ่มในชุดลำลองของโรงเรียนนายร้อย ใบหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอรีบเดินไปหาเขาทันทีเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าโรงเรียน สีหน้าของเสิ่นเฟยฟางมีความแปลกใจ “ฟางฟาง” โม่ตงจวินยืนพิงหน้ากระโปรงหน้ารถยนต์ที่ไม่ใช่รถทหารคันเก่า รถประจำตำแหน่งของพ่อมันเก่ามาก จึงถูกส่งต่อไปยังทีมที่ต้องการใช้ “รถยนต์ของใครเหรอ” “แน่นอนว่าต้องเป็นของตระกูลโม่อยู่แล้ว” “ร่ำรวยจริง ๆ” เสิ่นเฟยฟางพึมพำ “ทำไมวันนี้ถึงกลับมาล่ะ ไม่ใช่ว่าจะกลับมาอีกตอนเรียนจบเหรอ เหลือแค่อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง” ถึงแม้จะเหลืออีกแค่ปีเดียวแต่โม่ตงจวินทำใจไม่ได้จริง ๆ “ตอนแรกคิดเอาไว้แบบนั้น แต่ฟางฟางก็รู้ว่าพอไม่ได้เห็นหน้าเธอแล้วกินข้าวไม่ลง” เสิ่นเฟยฟางหัวเราะก่อนหันไปหาพี่ชายและพี่สาวด้วยรอยยิ้ม และเอ่ยแซว “วันนี้พวกเราไม่ต้องเดินกลับบ้านแล้ว” “อะไรนะ? แล้วนายมาคนเดียว จะให้พวกเราไปกับนายนี่นะ” เสิ่นจิ้งเหวินตาโต ด้วยความที่เขาโตกว่าโม่ตงจวินกลับยังขับไม่ได้ “พี่เหวินจะกลัวอะไ
Read more

บทที่ 73 ยอมแพ้

เหมือนกับว่าโม่ตงจวินกลับมาบ้านเพื่อมาคอยรับส่งเสิ่นเฟยฟางไปโรงเรียน เขากลับมาบ้านสี่วัน ถ้าไม่นับวันแรกที่เดินไปโรงเรียนเองก็คือไม่เคยได้ไปกลับโรงเรียนเองเลย วันนี้ก็เหมือนกันตอนพี่น้องคนอื่นเข้าโรงเรียนไปแล้ว เสิ่นเฟยฟางก็ยังคงยืนคุยกับโม่ตงจวินที่หน้าโรงเรียนด้วยรอยยิ้ม “ไม่กลับเหรอ” โม่ตงจวินลังเลแต่สุดท้ายก็บอก “พรุ่งนี้จะกลับแล้ว วันนี้ตอนกลางวันขอมากินข้าวด้วยได้ไหม? สัญญาว่าจะไม่วุ่นวาย” เขานึกถึงตอนเรียนโรงเรียนประถม ทุกกลางวันเขากับเพื่อนจะมานั่งกินข้าวกับพี่น้องบ้านเสิ่น และวันนี้เขาเห็นฟางฟางถือปิ่นโตมาด้วย “ได้สิ” ที่โรงเรียนไม่ได้เข้มงวดเท่าโรงเรียนประถม คนนอกสามารถเข้าออกได้ และโม่ตงจวินเคยเข้าออกโรงเรียนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเสิ่นเฟยฟางก็ยังไม่ไว้ใจ จึงเอาบัตรผู้ปกครองของตัวเองออกมาให้เขา “เผื่อเข้าไม่ได้” “อืม” ทั้งสองแยกทางกันไป เสิ่นเฟยฟางเข้าไปในโรงเรียน ส่วนโม่ตงจวินรอให้ฟางฟางของเขาเข้าไปข้างในก่อน ไม่นานนักมีผู้ชายในชุดดูดีเดินเข้าไปหา พูดบางอย่างที่ทำให้โม่ตงจวินขมวดคิ้ว
Read more

บทที่ 74 กลับมาทำหน้าที่

โม่ตงจวินกลับไปเรียนให้จบส่วนเสิ่นเฟยฟาง ไม่ถูกเซียวม่านอวี้ก่อกวนอีก ได้ยินว่าหล่อนไปดูตัวกับทหารคนหนึ่ง ทำให้เสิ่นเฟยฟางส่ายหน้าให้กับหล่อน ในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมแพ้แล้ว พอไม่มีคนมาก่อกวนแต่ชีวิตของเสิ่นเฟยฟางยังวุ่นวายเหมือนเดิม หลังจากตอบรับคำขอของครูใหญ่ไม่กี่วัน เสิ่นเฟยฟางได้รับคำตอบว่าช่วงเวลาพักกลางวันครึ่งหลังจะให้เธอช่วยสอนหนังสือเพื่อนกับรุ่นน้อง ทำให้เสิ่นเฟยฟางไปกินข้าวกับพี่ชาย พี่สาว เหมือนกับทุกวัน ต่างกันตรงที่เปลี่ยนสถานที่นั่นก็คือมากินข้าวหน้าห้องเรียน พอถึงเวลาก็เข้าไปสอน โดยที่มีผู้ช่วยเป็นพี่ ๆ คนที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นรุ่นน้อง มีเพื่อนไม่กี่คนที่เรียนห้องเดียวกับเสิ่นเฟยฟางและรุ่นพี่ที่สนิทกัน อย่างเช่นสองพี่น้องโจว เพื่อนของเสิ่นจิ้งหนานกับเสิ่นเฟยเย่ แต่ถึงอย่างนั้นคนก็ไม่ได้เยอะเท่าที่ควร เสิ่นเฟยฟางไม่ได้น้อยใจและยังบอกอีกว่าคนน้อยยิ่งดีจะได้ให้คำปรึกษาได้ถูก ใครมีข้อสงสัยตรงไหนให้ถาม ห้านาทีสุดท้ายในการสอนเสิ่นเฟยฟางจะตอบคำถามและสั่งงานให้ลองไปทำดู เพียงเดือนแรกไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นักเรียนที่ผลการเรียนแย่กลาย
Read more

บทที่ 75 คนของเขา

หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันงานเลี้ยงผู้หญิงบ้านเสิ่นลางานในครัว นายพลอาวุโสโม่เป็นคนรับรองเนื่องจากบ้านเสิ่นต้องทำอาหาร ทำขนมหวาน นอกจากวัตถุดิบที่กองทัพหาให้ ค่าจ้างที่ได้รับก็คุ้มค่า ความจริงต่อให้ไม่ให้ค่าจ้าง บ้านเสิ่นยินดีทำให้ไม่คิดค่าแรงด้วยซ้ำ นอกจากพวกอาหารแล้วยังมีการตัดเย็บชุดด้วย ยังดีว่าผู้ชายพวกเขามีชุดทหาร และคนที่ทำงานในกองทัพต้องใส่ชุดประจำตำแหน่ง อย่างเช่นเสิ่นจิ้งรุ่ยกับเสิ่นเฟยเย่ พวกเขาสวมชุดที่ทางกองทัพมีให้ใส่ ส่วนคนอื่น ๆ ช่วยกันตัดเย็บชุดเอง เป็นชุดที่เป็นระเบียบ เรียบร้อย เหมาะแก่การใส่ออกงาน คนที่อยู่บ้านอย่างสองผู้เฒ่าจะไปร่วมงานเช่นกัน จึงถูกสั่งให้อยู่นิ่ง ๆ เสิ่นเฟยฟางพาเสิ่นจิ้งเอ่อร์กับเสิ่นเฟยเสียนเข้าไปในมิติ จดรายชื่ออาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่ม เหล้าที่มักเอาไว้ถูกส่งไปให้โม่ตงจวินก่อน เพื่อให้เขาจะได้เตรียมตัวต้อนรับแขกก่อนหน้านั้น บ้านเสิ่นวุ่นวายอยู่หลายวัน เสิ่นเฟยฟางเองก่อนงานเลี้ยงเธอหยุดสอนพิเศษให้คนในโรงเรียนก่อนสองวัน เพื่อให้เต็มที่กับอย่างอื่น และจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป รวมถึงยังลาเรียนพรุ่งนี้เอาไว้ด้วย ย
Read more

บทที่ 76 ขโมยปลา

พอกลุ่มของโม่ตงจวินกลับมาทำงานในกองทัพ ความสนุกเหมือนตอนที่เรียนประถมก็กลับมาให้คิดถึง หลังพวกเขาทำงานเรียบร้อยก็จะมาเล่นที่จวนตระกูลเสิ่นก่อน โดยที่มีโม่ตงจวินไปรับส่งพี่น้องบ้านเสิ่นที่เรียนหนังสือ จากนั้นทุกคนจะมานั่งทำอะไรกินที่จวนทุกวัน โดยที่กลุ่มของโมตงจวินเป็นคนซื้อของมา บางวันพวกเขาให้เงินเสิ่นเฟยฟางเป็นคนจัดการ เสิ่นกวงผิงยืนอยู่ชาญเรือน มองออกมาทางประตูจวน เห็นลูกสาวทั้งสี่คนนั่งหัวเราะ บางทีก็หยอกเล่นกับผู้ชายสี่คน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกเหมือนมีอะไรจิกกัดในอก “เสือพวกนี้จะมาขโมยปลาของฉันแล้ว” เห็นกันมาตั้งแต่เล็กแล้วยังไง ลูกสาวของเขาเพิ่งโตกันด้วยซ้ำ โจวเหม่ยฮุ่ยหัวเราะ “แต่ก่อนพวกเราก็แบบนี้ไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างหนุ่ม ๆ พวกเราเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก รู้จักนิสัยแต่ละคนดี นี่ยิ่งดีกว่าให้พวกหล่อนไปเจอคนอื่น” สำหรับคนเป็นแม่แล้วโจวเหม่ยฮุ่ยขอเพียงให้ลูกสาวมีความสุข การได้แต่งงานกับคนที่รักต่อให้ทุกข์แค่ไหนก็มีความสุขได้ อีกอย่างลูกสาวแต่ละคนใช่ว่าจะปล่อยให้คนอื่นมารังแกตัวเอง “โธ่ ภรรยาครับ ผมรู้ดีว่าเด็กหนุ่มพว
Read more
PREV
1
...
789101112
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status