Alle Kapitel von องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า: Kapitel 71 – Kapitel 80

239 Kapitel

บทที่ 70 ได้แมวมาเป็นทาส!

เฟิ่งเหยียนยืนมองเส้นสายสีส้มที่กระโจนลงจากหน้าต่างชั้นเจ็ดอีกครั้ง เหตุการณ์ทับซ้อนกับเรื่องราวเมื่อคืนวานอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่คงต่างไปเพียงว่าคืนนี้ ไม่มีพวกนางตนใดออกไปไล่ล่าตามจับเขาอีกแล้ว“เสียใจหรือที่ปล่อยเขาไป?” เสียงทุ้มของอิงชิงอวี่ดังขึ้นข้างกาย“เปล่าหรอก อาอวี่... ข้าเพียงแต่รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมก็เท่านั้น” นางถอนใจยาว “เหตุใดผู้ที่ตั้งใจทำดีกลับต้องถูกเหยียบย่ำเพียงเพราะสายพันธุ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด”อิงชิงอวี่ทอดสายตามองออกไปไกล ใช้ตานกจดจ้องติดตามร่างสีส้มที่กระโดดขึ้นลงไปตามหลังคาเรือนทางทิศใต้“อาเหยียน... ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนใจดีมีเมตตา แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องทราบคือทุกเผ่า ทุกสังคมล้วนมีกฎเกณฑ์และค่านิยมของมัน อย่างที่โลกแห่งนี้ ทั่วทั้งเก้าเผ่า เผ่าหงส์ของท่านนั้นสูงศักดิ์ที่สุด ไม่อาจมีผู้ใดมาล้มล้างความเชื่อนี้ได้”“ที่นี่ก็เช่นกัน เผ่ากรงเล็บมีความเชื่อ มีชนชั้นที่ปลูกฝังอยู่ในสายเลือด... สัญชาตญาณมาอย่างช้านาน มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านเพียงผู้เดียวจะสามารถพลิกคว่ำ ให้ทุก
Mehr lesen

บทที่ 71 สหายร่วมเดินทางตนที่สอง

ล้อรถม้าคันหรูบดเบียดไปตามเส้นทางจากเผ่ากรงเล็บมุ่งหน้าสู่ทิศใต้ เพื่อเข้าสู่เขตแดนของเผ่าอาชา เจ้าแห่งทุ่งกว้าง... ที่ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งวันบรรยากาศภายในรถม้าคันเขื่องดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อสมาชิกที่เคยมีเพียงสี่ตน บัดนี้กลับเพิ่มมาเป็นห้าชีวิตที่ดูจะเบียดเสียดกันทั้งพื้นที่และอารมณ์ความรู้สึกเสวียนม่อไห่ยังคงรักษามาดบัณฑิตผู้คงแก่เรียน เขานั่งตัวตรงหลังพิงผนังรถม้า สองมือประคองตำราปลุกสายเลือดโบราณเล่มเก่าขึ้นมาอ่าน พลางทำความเข้าใจ ก่อนที่จะเรียบเรียงออกมาใหม่ด้วยลายเส้นอย่างตั้งใจ ราวกับเสียงกุกกักของล้อรถไม่มีผลต่อสมาธิของเต่าหนุ่มแม้แต่น้อยส่วนที่พื้นรถม้าฝั่งหนึ่ง ไป๋จิ่วถิงนอนแหมะพลิกตัวหนีไปอีกทางสะบัดหางใส่สิ่งมีชีวิตสีส้มที่มันยังไม่ค่อยวางใจนัก หลังจากที่กัดกับเฉินโม่ไปแล้วสองยก... ยกแรกคือตอนที่เสวียนม่อไห่แจกของว่าง และอีกยกคืออาหารกลางวัน...หลังจากอิ่มท้อง เจ้าหมาน้อยก็หลับตาพริ้ม แต่หูยังคอยกระดิกฟังทุกความเคลื่อนไหวของคู่อริทางสายเลือดทว่าผู้ที่ดูสงบนิ่งแต่ในใจรัวเป็นกลองรบมากที่สุดเห็นจะเป็นเฉินโม่ อดีตขโมยหนุ่ม ที่บ
Mehr lesen

บทที่ 72 ถึงเผ่าอาชาแล้ว

“แหม... เข้ากันดีเป็นนกเป็นเต่าเลยนะ เฮอะ!” เฟิ่งเหยียนอดมองค้อนสองบุรุษที่หัวเราะพรืดออกมาเบา ๆ อย่างเสียไม่ได้ “เจ้าก็ด้วย อาไห่ หากมิใช่เพราะข้าใส่ใจเรื่องของเจ้าหรือ เจ้าจึงได้มานั่งที่ตรงนี้”“ข้ามิได้ว่าอะไรท่านเลยนะ” เสวียนม่อไห่ยักไหล่แบมือ “ข้าจึงได้บอกว่าท่านสามารถใส่ใจทุกเรื่องได้อย่างเต็มที่เลย ข้าพร้อมสนับสนุนท่านอยู่แล้ว!”เฟิ่งเหยียนเถียงสู้ไม่ได้จึงสะบัดหน้าพรืดออกไปมองทิวทัศน์ที่นอกหน้าต่างแทน ก่อนจะสังเกตว่ารถม้าเริ่มชะลอความเร็วลงพร้อมกับเสียงกู่ร้องของฝูงม้าที่แว่วมาตามลม ก่อนที่อาชาสารถีของเสวียนม่อไห่จะตะโกนบอกเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ถึงเผ่าอาชาแล้วขอรับ ทุกท่าน!”สิ้นเสียงนั้น เฉินโม่ที่แสร้งหลับก็สะดุ้งตัวโยน ส่วนไป๋จิ่วถิงก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนหูตั้งทันที!ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากสถาปัตยกรรมศิลาแวววาวสะท้อนแสงจันทร์ของเผ่ากรงเล็บ กลายเป็นความเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาของเผ่าอาชา ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรมอันกว้างขวา
Mehr lesen

บทที่ 73 ท่านหัวหน้าเผ่าต้องการพบ

สภาพบ้านเมือง ณ ดินแดนแห่งนี้นับว่าแตกต่างจากความหรูหราอึกทึกของเผ่าก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง ที่นี่แทบจะไร้ร่องรอยหรือเงาของคนต่างเผ่าพันธุ์อาคารบ้านเรือนรวมถึงร้านค้าส่วนใหญ่ที่ตั้งเรียงรายล้วนถูกก่อร่างสร้างขึ้นมาจากไม้ซุงหนาหนัก ท่อนไม้ซุงขนาดใหญ่โตหนาหนักดูมั่นคงแข็งแรงทนทาน ทรงหลังคาถูกมุงด้วยฟางข้าวสาลีหนาแน่นหลายชั้น เพื่อกันแดดกันฝนแบบเรียบง่าย ไม่มีการประดับประดาตกแต่งด้วยอัญมณีหรือแพรพรรณล้ำค่าบรรดาร้านรวงสองข้างทางเดินที่ทอดตัวยาวสุดสายตา หากมิใช่ร้านรวงที่เปิดร้านขายพืชพรรณธัญพืชและเมล็ดข้าวสาลีแห้งปึกใหญ่ ก็มักจะเป็นโรงตีเหล็กของช่างตีดาบยอดฝีมือที่คอยส่งเสียงค้อนเหล็กกล้ากระทบเข้ากับทั่งรองรับดังกังวานเป็นจังหวะจะโคนหนักแน่น เคร้ง! เคร้ง! ลอยมาตามลมเป็นระยะ ๆสอดประสานเข้ากับเสียงร้องตะโกนก้องทักทายปราศรัยอย่างจริงใจ เต็มไปด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่นแบบฉบับชาวบ้านชนบทผู้นิยมความเรียบง่าย จริงใจ และไร้ซึ่งจริตมารยาปรุงแต่งใด ๆ ทั้งสิ้นลุงหม่าพารถม้าคันเขื่องเลี้ยวเข้าสู่ลานดินกว้างหน้าอาคารไม้สองชั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเด่นเป็นสง่าอยู่กลางย่านชุมช
Mehr lesen

บทที่ 74 หัวหน้าเผ่าอาชา

ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวผ่านทุ่งดอกหญ้าที่พลิ้วไหวตามแรงลม จนมาหยุดนิ่งเบื้องหน้าเรือนเฉ่าอวิ๋น เรือนไม้ที่สร้างขึ้นอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ กลิ่นหอมจาง ๆ ของพรรณพฤกษาและไอดินที่สะอาดสะอ้าน ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางดูจะเบาบางลงในทันทีทันใดนั้น ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมสีเขียวใบมะกอกขลิบทองอร่ามดูสง่างามก็ก้าวออกมาจากโถงเรือนมู่ซั่ว หัวหน้าเผ่าอาชาผู้มีรูปลักษณ์ผิดจากที่เฟิ่งเหยียนจินตนาการไว้มาก เขาหาใช่ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนบ้าพลัง แต่กลับเป็นบุรุษหนุ่มมาดบัณฑิต ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบดุจหยกสลัก แววตาแฝงความเฉลียวฉลาด ทว่าอบอุ่นดุจแสงตะวันยามเช้า เขาประสานมือคารวะด้วยท่วงท่าที่ไร้ที่ติ“ยินดีต้อนรับสู่เผ่าอาชาขอรับ องค์หญิง... การเดินทางล่วงเข้าสู่ถิ่นกันดารของข้าเช่นนี้ ลำบากท่านแล้ว”“ท่านหัวหน้าเผ่ามู่ซั่วให้เกียรติเกินไปแล้ว ข้าเพียงเดินทางผ่านมา มิได้ลำบากแต่อย่างใด” เฟิ่งเหยียนรีบประสานมือรับอย่างมีมารยาท ก่อนจะยิ้มจาง “อีกอย่าง... ข้าเองก็มิได้เป็นองค์หญิงอีกต่อไปแล้ว”มู่ซั่วร้องโอ้แผ่วเบา ก่อนจะก้มศีรษะข
Mehr lesen

บทที่ 75 เที่ยวเล่นที่สนามม้า

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสีทองฉาบไล้ไปทั่วทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของเผ่าอาชา ลมพัดเอากลิ่นหอมสะอาดของยอดหญ้าและไอดินมาชวนให้สดชื่น รถม้าลากด้วยม้าศึกขนสีนิลสี่ตัวมาจอดรอรับพวกนางถึงหน้าเรือนเฉ่าอวิ๋นมู่ซั่วก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มละไม แต่แฝงความภาคภูมิใจในแววตา “เช้าที่อากาศปลอดโปร่งเช่นนี้ ข้าจะพาทุกท่านไปชมลานประลองหั่วถี!”เฟิ่งเหยียนเลิกคิ้วด้วยความสนใจ ...ลานประลองหั่วถี?มู่ซั่วยังไม่กล่าวอธิบายสิ่งใด ก็ได้เชื้อเชิญทุกตนให้ขึ้นรถม้าตรงไปยังที่แห่งนั้น เมื่อรถม้าหยุดลง สิ่งแรกที่ปะทะโสตประสาทไม่ใช่ความร้อนจากเปลวแดด แต่เป็นมวลพลังงานที่พลุ่งพล่าน จนอากาศรอบด้านดูสั่นไหวและร้อนระอุด้วยกลิ่นไอปราณของเหล่าอาชานับร้อยที่กำลังควบตะบึง แรงสั่นสะเทือนจากกีบเท้าที่กระทบพื้นดินดังรัวดุจเสียงกลองศึกที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวนี่มันสนามม้านี่! เฟิ่งเหยียนร้องด้วยความตื่นตาตื่นใจ!ก็จริง! ในโลกสัตว์อสูรแบบนี้ ที่เผ่าอาชาก็ต้องมีสนามแข่งม้าสิ!ในระหว่างที่เฟิ่งเหยียนก้าวลงจากรถม้าด้วยความตื่นตะลึง ตามมาด้วยตนอื่น ๆ ไป๋จิ่วถิงที่เคยร่าเริงก
Mehr lesen

บทที่ 76 ซิกแพคเกรดพรีเมียม

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณแตรเขาสัตว์ก็ดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่านักรบอาชาที่ลงสู่สนามหลายสิบชีวิตเฟิ่งเหยียนถึงกับตาค้าง เมื่อเห็นเหล่านักรบหนุ่มที่เปลือยกายท่อนบน อวดมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามดุจประติมากรรมหินสลัก ผิวพรรณของพวกเขาเป็นสีทองแดงเข้มสะท้อนแสงแดดแลดูสุขภาพดี กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ขยับเขยื้อนตามจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นยิ่งไปกว่านั้น เส้นผมของพวกเขาถูกปล่อยให้ยาวสลวยพลิ้วไหวไปตามแรงลม นุ่มสลวยและเงางามราวกับขนจากแผงคอม้าชั้นเลิศ รูปลักษณ์ของพวกเขาช่างดูองอาจ ล่ำสัน ช่วงขาที่ยาวสมส่วนส่งเสริมให้ท่วงท่าดูสง่างามจนไม่อาจละสายตาอื้อหื้อ... ซิกแพคเกรดพรีเมียมทั้งนั้นเลย...อยากเอามือไปลูบจัง!เฟิ่งเหยียนมองดูแผงอกล่ำ ๆ และซิกแพคแน่น ๆ เหล่านั้นด้วยอาการตาละห้อย ปากอ้าค้างน้อย ๆ ราวกับลืมหายใจ จู่ ๆ ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้านางอย่างรวดเร็วหงส์สาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไล่ตามมือเจ้าของผ้าผืนนั้น ...อาอวี่?“ขอบใจนะ อาอวี่...” เฟิ่งเหยียนรับผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อตามไรผม “อากาศที่นี่ มันร
Mehr lesen

บทที่ 77 นึกว่าจะได้สหายเดินทางเพิ่ม

แสงตะวันที่เคยเจิดจ้าในลานประลองหั่วถีเริ่มคล้อยต่ำลง เปลี่ยนผืนฟ้าให้กลายเป็นสีเหลืองทองหม่นสลับม่วงคราม บรรยากาศแห่งความพลุ่งพล่านในสนามม้าค่อย ๆ มอดดับลงทิ้งไว้เพียงรอยเกือกม้าบนผืนทรายมู่ซั่วทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ด้วยการนำขบวนกลับสู่เรือนเฉ่าอวิ๋นอย่างเป็นระเบียบ แสงตะเกียงน้ำมันสลัวเริ่มถูกจุดขึ้นตามทางเดินไม้ สร้างบรรยากาศที่สงบเงียบซุกซบในอกของธรรมชาติอย่างแท้จริงเมื่อกลับมาถึงโถงรับรอง มู่ซั่วจึงเชิญทุกคนร่วมโต๊ะอาหารอีกครั้ง ทว่าไป๋จิ่วถิงที่ยังคงขดตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของอิงชิงอวี่ มันซุกจมูกลงกับสาบเสื้อของอินทรีหนุ่มไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาใคร เฟิ่งเหยียนเห็นท่าไม่ดีจึงหันไปเอ่ยกับมู่ซั่วด้วยน้ำเสียงเกรงใจ“ท่านหัวหน้าเผ่า... ข้าต้องขออภัยที่ดูเหมือนสามีของข้าจะยังพักผ่อนไม่เพียงพอ” นางปั้นหน้ายิ้มบาง ๆ อย่างนุ่มนวล “ข้าขอรบกวนท่านช่วยจัดแบ่งอาหารไปให้เขาและเจ้าแมวที่รออยู่ในห้องพักได้หรือไม่?”มู่ซั่วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอย่างเข้าใจ “ท่านเฟิ่งเหยียน อย่าได้เกรงใจไปเลย ประเดี๋ยว ข้าจะสั่งให้บ่าวรับใช้จัดหาอาหารร
Mehr lesen

บทที่ 78 ถูกโจรดักปล้น!

แสงแดดในช่วงเที่ยงวันของการเดินทางในวันที่สามเริ่มแผดจ้าลงบนหลังคารถม้า ทว่าความร้อนระอุกลับถูกเจือจางด้วยไอเย็นแปลกประหลาดที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากผืนดินเบื้องหน้าทัศนียภาพรอบกายแปรเปลี่ยนจากทุ่งหญ้ากว้างขวางของเผ่าอาชา กลายเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนที่ปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ และป่าดิบชื้นที่พรรณไม้เลื้อยพันเกี่ยวกันอย่างหนาตาภายในรถม้า เฟิ่งเหยียนนั่งเอนกายพลางพัดวีเบา ๆ ความสงบเงียบของเส้นทาง ทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัวจนต้องหาเรื่องสนทนา “อาไห่... หากเราผ่านยอดเขาหน้านี้ไปก็จะเป็นเขตของเผ่าเกล็ดทมิฬแล้วใช่ไหม? เจ้าพอจะรู้อันใดเกี่ยวกับเผ่านี้บ้างรึ?”เสวียนม่อไห่ละสายตาจากตำราปลุกสายเลือดโบราณในมือ ก่อนจะเงยหน้าครุ่นคิด “เผ่าเกล็ดทมิฬ... นับว่ามีความแตกต่างจากเผ่าอื่นอยู่มากนัก พวกเขามิได้อาศัยอยู่บนเรือนไม้เช่นเรา ทว่าอาศัยอยู่ในถ้ำศิลาลึกเข้าไปในภูเขาที่เต็มไปด้วยโตรกผาและลำธารใต้ดิน”“เผ่าเกล็ดทมิฬโดดเด่นเรื่องการฝึกปราณที่ละเอียดอ่อนด้วยการจำศีล เพื่อให้บรรลุสายเลือดโบราณเป็นมังกรที่สามารถเหยียบเมฆาและทะยานข้ามขอบฟ้าได้ในที่สุด&
Mehr lesen

บทที่ 79 จับนังผู้หญิงนั่น! (CW: เลือดและความรุนแรง)

สิ้นเสียงตะโกนอย่างเสียขวัญของลุงหม่า รถม้าก็กระชากตัวอย่างรุนแรงจนทุกคนเสียหลัก ลุงหม่าร้องลั่น ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนสลัดบังเหียนแล้ววิ่งหนีเตลิดเข้าหาพงหญ้าทึบทิ้งให้ผู้โดยสารทั้งห้าต้องเผชิญกับเงาทมิฬที่ทะยานมาจากหน้าผาสูงชัน เสียงฝีเท้าสัตว์นับสิบโอบล้อมรถม้าไว้ทุกทิศทางดุจฝูงหมาป่าที่เจอเหยื่ออันโอชะกลุ่มโจรลึกลับในชุดดำมิดชิดโพกผ้าคลุมหัว อำพรางหูและใบหน้าจนมองไม่ออกว่าเป็นเผ่าพันธุ์ใด พวกมันดูเพรียวบางคล้ายเผ่าปักษา แต่กลับมีความดุดันอาวุธครบมือ“หากไม่อยากตาย! ก็จงส่งของล้ำค่ามาให้หมด!” เสียงตะโกนกร้าวแหบพร่าดังขึ้นจากหัวหน้าโจรที่ก้าวเข้ามาประชิดภายในรถม้า ลมหายใจของทุกตนหอบกระชั้น เมื่อตระหนักได้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด!อิงชิงอวี่ลุกพรึบขึ้นเป็นคนแรก แววตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร“อาเหยียน อยู่ในนี้ อย่าพึ่งออกไป!” เขาหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ปลุกขวัญที่กำลังเตลิดของทุกตน ก่อนจะหันไปหาเสวียนม่อไห่ “อาไห่ อาวุธ!”เสวียนม่อไห่ไม่รอช้า สะบัดมือเรียกอาวุ
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
678910
...
24
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status