جميع فصول : الفصل -الفصل 30

81 فصول

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (1)

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (1)ความขุ่นเคืองที่มีต่อระบบหายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น“สุดยอด! สุดยอดไปเลย! ผักพวกนี้กลายพันธุ์เป็นผักยักษ์แล้ว แบบนี้ฉันก็รวยแต้มแล้วล่ะสิ!”ในขณะที่เธอกำลังลูบคลำผิวหัวไชเท้ายักษ์อย่างหลงใหล จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงพูดคุยที่แฝงความจิกกัดก็ดังมาจากทางรั้วบ้าน“นี่แม่ดูสิคะ ป่านนี้ไป๋ซูเฉียวคงนั่งร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าแล้วมั้ง ปลูกผักอะไรก็ไม่ขึ้น ผลาญน้ำผลาญปุ๋ยไปเปล่า ๆ” เสียงแหลมปรี๊ดของฟางเวยหรือสะใภ้หยางดังขึ้นตามมาด้วยเสียงแค่นหัวเราะของป้าหวันลั่ว แม่สามีของหล่อน “หึ! ก็บอกแล้วว่านังซูเฉียวมันทำอะไรไม่เป็นหร๊อก วัน ๆ เอาแต่วิ่งไล่ตามจับผู้ชาย แล้วนี่ดูสิเมื่อเช้านี้เห็นมันลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยเตรียมยั่วยวนผู้ชาย งานการไม่เคยหยิบจับ สมน้ำหน้ามันเถอะ!”สองแม่ผัวลูกสะใภ้โผล่หน้าข้ามรั้วเตี้ย ๆ เข้ามาด้วยสีหน้าเย้ยหยัน เตรียมคำพูดเจ็บแสบมาถล่มซ้ำเต็มที่ เพราะเมื่อตอนเช้าตรู่พวกเธอเห็นแล้วว
اقرأ المزيد

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (2)

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (2)ตลอดสองข้างทางชาวบ้านที่เดินสวนมาต่างชะงักฝีเท้า สายตาจับจ้องไปยังกองภูเขาขนาดย่อมบนรถเข็น บางคนเผลออ้าปากค้างจนแมลงจะบินเข้าไปเต้นระบำได้อยู่แล้ว บางคนขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเห็นภาพหลอน สิ่งที่อยู่บนรถเข็นไม่ใช่ผักธรรมดา แต่มันคือหัวไชเท้าที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารผิดธรรมชาติ ผิวของหัวไชเท้าขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะ ใบสีเขียวสดกรอบตั้งชูชันรับกับแสงแดด สะท้อนประกายฉ่ำน้ำทำให้ดูสดใหม่จนน่าเหลือเชื่อไป๋ซูเฉียวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบา ไม่แยแสเสียงซุบซิบวิจารณ์ที่ดังเซ็งแซ่รอบกาย เธอรู้ดีว่าในยุคสมัยที่ผู้คนยังอดอยากปากแห้ง อาหารที่ดูอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ย่อมดึงดูดทั้งความสนใจและความริษยาของผู้คนได้ง่าย ๆ เมื่อมาถึงแผงประจำในตลาด เธอก็ไม่มัวรอช้ารีบลำเลียงผักยักษ์ลงวาง เพียงแค่หัวไชเท้าสองหัวก็กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งแผง"สวรรค์! นั่นมันหัวไชเท้าหรือท่อนไม้กันแน่?" เสียงอุทานของป้าข้างร้านดังขึ้น เรียกให้ฝูงชนเริ่มเข้ามามุงดูลุงเสียน
اقرأ المزيد

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (3)

บทที่ 10 จัดการกับหัวไชเท้ายักษ์ (3)"นั่นไป๋ซูเฉียวเหรอ?" เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือแววประหลาดใจ "ทำไม...ทำไมช่วงนี้หล่อนดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา ผิวพรรณดูผ่องใสมีน้ำมีนวล ไม่เหมือนคนที่กำลังลำบากเลย""จริงด้วย" เพื่อนอีกคนเอ่ยเสริม สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยคมคายของไป๋ซูเฉียวที่กำลังหัวเราะร่ากับลูกค้า "ดูหุ่นนั่นสิ เอวคอด สะโพกผาย ยิ่งดูยิ่งน่ามอง มิน่าล่ะ พวกผู้ชายในโรงงานถึงได้พูดถึงแต่ชื่อหล่อน...หลินอี เธอว่าเป็นไปได้ไหมที่ไป๋ซูเฉียวจะมีเคล็ดลับอะไร?"หลินอีกำชายเสื้อตัวเองแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ความรู้สึกร้อนรุ่มแผดเผาอยู่ในอก หากอิงตามบทบาทนางเอกผู้แสนดี เธอควรจะยินดีกับเพื่อนมนุษย์สิ ไม่ใช่มาอิจฉาตาร้อนอยู่แบบนี้ แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้นางเอกของเรื่องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข นั่นก็เพราะ บทบาทของผู้หญิงไร้ค่าหรือนางร้ายตัวประกอบอย่างไป๋ซูเฉียวเริ่มโดดเด่นขึ้นมาน่ะสิ หนำซ้ำหล่อนยังดูเจิดจรัสข้ามหน้าข้ามตาหลินอี ทั้งที่ความเป็นจริงหลินอีควรจะเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจเพียงหนึ่งเดียวสิ มันถึงจะถูก"ไม่รู้สิ คงจะเ
اقرأ المزيد

บทที่ 11 คืบหน้า (1)

บทที่ 11 คืบหน้า (1)เวลาเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ราวกับเข็มนาฬิกามรณะที่นับถอยหลังสู่วันแห่งความตาย อีกเพียง 5 วันเท่านั้น โลกใบนี้จะพลิกคว่ำคะมำหงาย ท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี และกลิ่นคาวเลือดจะมาแทนที่กลิ่นหอมของดอกไม้ แต่สำหรับไป๋ซูเฉียวในเวลานี้ สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าวันสิ้นโลก คือตัวเลขสีทองอร่ามที่ปรากฏบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า[ยอดคะแนนสะสม : 10,050 แต้ม] [ยินดีด้วย! โฮสต์อัปเกรดร้านค้าเป็น Level B (ปลดล็อกคลังอาวุธพื้นฐาน) สำเร็จ!] ไป๋ซูเฉียวคลี่ริมฝีปากยิ้มอย่างพึงพอใจ 2 วันที่ผ่านมา การออกล่าแต้มและโหมทำภารกิจอย่างหนัก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับหล่อน แต่ตอนนี้หล่อนก็ทำมันสำเร็จแล้ว หล่อนรู้สึกภูมิใจในตัวเองสุด ๆ จากดาราสาวตกอับในร่างนางร้ายยากจน ตอนนี้เธอกลายเป็นเศรษฐีหมื่นหยวน ในโลกของระบบห้างสรรพสินค้าหมื่นล้านเรียบร้อยแล้ว ไป๋ซูเฉียวใช้น้ำยาสีรุ้งกับผักทั้งแปลง และเก็บผักเหล่านั้นไปขายจนหมดเกลี้ยง ทำให้เธอได้คะแนนพิเศษจา
اقرأ المزيد

บทที่ 11 คืบหน้า (2)

บทที่ 11 คืบหน้า (2)เสียงสับมีดบนเขียงดัง ปัง ปัง ปัง อย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของเครื่องเทศ พริกหอม และซีอิ๊วชั้นดีที่เธอนำออกมาจากระบบ เริ่มอบอวลไปทั่วบ้านหลังนี้ มันขับไล่ความอ้างว้างและความเย็นชืดที่เคยปกคลุมบ้านหลังนี้ออกไปจนหมดสิ้นหนึ่งชั่วโมงต่อมา บนโต๊ะอาหารไม้ก็เต็มไปด้วยจานอาหารรสเลิศ มีเนื้อหมูตุ๋นน้ำแดง มีหมูสามชั้นตุ๋นซอสหวานสีสวยเป็นประกายวาววับ เนื้อหมูที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มนิ่มจนแทบละลายในปาก ปลากะพงนึ่งซีอิ๊วโรยขิงซอยส่งกลิ่นหอมกรุ่น และไข่ตุ๋นเนื้อเนียนดุจพุดดิ้งสองถ้วยใหญ่ทำให้เด็กชายเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงท้องไปหลายอึกแต่ทว่าไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูเอี๊ยดอ๊าด หลี่ลู่เฟิงก้าวเข้ามาในบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มดูองอาจแต่แฝงความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นพ่อบ้านของเขาไม่ได้กลับมาพร้อมกัน เพราะยังต้องไปซื้อของที่ตลาดเข้าบ้าน ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักดูเรียบเฉยเย็นชา ทว่าทันทีที่เขาได้กลิ่นอาหาร และเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นก็พล
اقرأ المزيد

บทที่ 12 เขย่าหัวใจพันเอกสุดหล่อ (1)

บทที่ 12 เขย่าหัวใจพันเอกสุดหล่อ (1)“คุณพ่อคร๊าบ อร่อยมากเลย” เสี่ยวเป่าพูดทั้งที่แก้มยังตุ่ย “น้าซูเฉียวใจดีจัง พ่ออย่าดุน้าเขาเลยนะ มีน้าซูเฉียวอยู่ด้วยพวกเราอิ่มท้องทุกวันเลย ผมชอบน้าซูเฉียวมากคร๊าบ”แม้แต่ต้าเป่าที่มักจะเงียบขรึม ยังพยักหน้าเห็นด้วยเบา ๆ หลี่ลู่เฟิงถอนหายใจยาว เขาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ มองหมูสามชั้นในจานด้วยแววตาไหวระริก ความรู้สึกสับสนตีตื้นขึ้นมาในอกหลินอี หญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าชอบ เธออ่อนหวาน น่าทะนุถนอม แต่ทุกครั้งที่เจอกัน หลินอีมักจะพูดถึงแต่เรื่องความลำบากของตัวเอง เรื่องของบทกวีหรือเรื่องงานในกองทัพที่เธอทำไม่ไหว เธอไม่เคยถามไถ่ว่าเขาหรือลูก ๆ กินอิ่มหรือไม่ แต่ทว่าไป๋ซูเฉียว ผู้หญิงปากร้ายที่ใคร ๆ ก็รังเกียจและไม่อยากคบหา เธอกลับเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมกับอาหารเต็มตะกร้า ทำให้ลูก ๆ ของเขายิ้มได้ ทำให้บ้านที่เย็นชืดมีชีวิตชีวา คำพูดของเธอยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่จางหาย“ฉันชอบเด็ก ๆ พวกเขาน่ารักน่าเอ็นดู และที่สำคัญกว่านั้น...”“ฉันช
اقرأ المزيد

บทที่ 12 เขย่าหัวใจพันเอกสุดหล่อ (2)

บทที่ 12 เขย่าหัวใจพันเอกสุดหล่อ (2)เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องทำลายความเงียบสงบของหมู่บ้านหงซิง รถจิ๊ปทหารสีเขียวเข้มแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังเก่าซอมซ่อของไป๋ซูเฉียวอย่างนิ่มนวล ฝุ่นตลบฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่ไม่อาจบดบังสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านที่เริ่มออกมามุงดูได้จ่าสิบเอกจื่อกง ผู้ช่วยคนสนิทของพันเอกหนุ่มรีบลงจากฝั่งคนขับมาเปิดประตูหลังให้คุณผู้หญิงคนสวยอย่างรู้งาน ไป๋ซูเฉียวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะหันกลับไปหาชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่นั่งหน้านิ่งอยู่เบาะหลัง โดยมีเจ้าก้อนแป้งสองก้อนนั่งประกบซ้ายขวาราวกับเป็นบอดิการ์ดตัวจิ๋วของเขา“ขอบคุณที่มาส่งนะคะผู้พันหลี่” ไป๋ซูเฉียวโน้มตัวลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่สายตากลับช้อนมองเขาอย่างสื่อความหมาย “อ้อ! แล้วอย่าลืมคิดถึงข้อเสนอของฉันล่ะ”“ข้อเสนอ? ข้อเสนออะไร?” หลี่ลู่เฟิงถามเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วไม่เข้าใจ“ก็… ฉันชอบผู้ชายแข็งแรงแบบคุณ ฉันอยากเป็นคุณแม่ของเด็ก ๆ ไว้พิ
اقرأ المزيد

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (1)

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (1)ครบ 9 วันพอดีที่วิญญาณของไป๋ซูเฉียวได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้บ่ายวันนี้ในหน้าต่างระบบของไป๋ซูเฉียวขึ้นตัวเลขสีแดงเถือกกะพริบเตือนถี่ ๆ ว่าเป็น ‘Day Zero’ หรือวันเริ่มต้นแห่งหายนะนั่นเอง บรรยากาศในค่ายทหารกองพล 701 และบรรยากาศในหมู่บ้านหงซิง อึมครึมผิดปกติ ท้องฟ้าวันนี้ดูหม่นหมองราวกับถูกฉาบด้วยสีเทาของขี้เถ้า ลมพัดแรงหอบเอาฝุ่นทรายปลิวว่อน ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านแทบไม่มีใครอยากโผล่หัวออกมาจากที่พักของตัวเองผิดกับไป๋ซูเฉียวที่ยืนอยู่กลางลานฝึกซ้อมหลังบ้าน ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นแปลงผักของหล่อน ความวุ่นวายภายนอกดูเหมือนจะเป็นเพียงฉากหลังเบลอ ๆ ที่ไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของหล่อนได้ฉึก! ฉึก! ฉึก!มีดสั้นสามเล่มพุ่งออกจากมือเรียวบางด้วยความเร็วสูง ปักเข้าที่เป้าไม้กระดานเก่า ๆ อย่างแม่นยำตรงจุดกึ่งกลาง เสียงใบมีดแหวกอากาศและกระแทกเนื้อไม้ดังก้อง ฟังดูน่าเกรงขามและสง่างามในเวลาเดียวกัน“ฟู่ว~” ไป๋ซูเฉี
اقرأ المزيد

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (2)

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (2)“ช่างเถอะ คุณจะห่วงหรือไม่ห่วงฉันก็ช่างเถอะ แค่รู้ไว้ว่าฉันห่วงคุณกับลูกมาก… ก็พอแล้ว” ไป๋ซูเฉียวเลิกทำตัวขี้อ้อน แต่เปลี่ยนมาทำเสียงเรียบนิ่งใส่เขาแทน ก่อนหน้านี้ที่หล่อนทำเป็นอ้อนใส่เขา ไม่ใช่เพราะหล่อนต้องการจะกวนประสาทเขา แต่หล่อนเห็นสีหน้าของเขาดูกังวลมากจริง ๆ หล่อนไม่อยากให้เขารู้สึกเครียดมากเกินไป หล่อนจึงพูดอ้อนออกไปอย่างนั้น“กลับเข้าไปในบ้าน! อย่าให้ผมต้องขึ้นเสียง” เป็นเขาที่ดุหล่อนอีกแล้ว แต่ก็เป็นหล่อนอีกเช่นเคยที่ดื้อดึงกับเขา“ไม่กลับค่ะ และฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้นด้วย ฉันจะอยู่กับคุณ” ไป๋ซูเฉียวพูดอย่างฉะฉานไม่โลเล หล่อนรู้ดีว่า! วันนี้คือวันแรกที่หายนะจะคืบคลานเข้ามาเยือน ดังนั้นหล่อนจะอยู่กับเขาเพื่อช่วยเหลือเขาในทุก ๆ ด้าน และเพื่อช่วยเขาดูแลลูก ๆ ให้ปลอดภัยด้วย“ไป๋ซูเฉียว! อย่าดื้อกับผม” คราวนี้ไม่ได้มีแค่เสียงเข้มที่ดุใส่ แต่ผู้พันหนุ่มยังชักสีหน้าใส่หล่อนอีกด้วยไป๋ซูเฉียวไม่ถือสาในท่าทางดุดันเด็ดขาดของเขา เพราะหล่อนเข้าใจดีว่าเขาค
اقرأ المزيد

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (3)

บทที่ 13 เผยธาตุแท้ (3)“ฉันกลัวค่ะ กลัวมาก ๆ ด้วย ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังอยากมีชีวิตรอด พี่หลี่คะ พี่ชอบฉันมานานแล้วไม่ใช่เหรอคะ นี่เป็นโอกาสเดียวที่พี่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าคนอย่างพี่ยอมทุ่มเททำเพื่อฉันได้มากขนาดไหน ถ้าฉันได้เห็นความตั้งใจของพี่แล้ว ไม่แน่ว่า… ฉันอาจเปลี่ยนใจจากพี่เจี๋ยแล้วหันมาคบหากับพี่ก็ได้นะคะ”หลินอีพูดไปพลาง ก็บีบน้ำตาไปพลาง ผิดกับไป๋ซูเฉียวที่ยืนมองอยู่เฉย ๆ และแทบจะโก่งคออ้วกออกมาต่อหน้าต่อตาของหล่อนเลยก็ว่าได้และในจังหวะนั้นเอง เจ้าก้อนแป้งสองก้อน ต้าเป่าและเสี่ยวเป่าที่บังคับให้จ่าสิบเอกจื่อกงพาขับรถจักรยานยนต์มาส่งที่นี่ ก็วิ่งปรูดเข้ามาหาคนเป็นพ่อจากทางด้านหลังโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง แต่ทว่าเด็กน้อยสองคนก็พลันสะดุ้งโหยงเพราะตกใจเสียงดุดันของคุณพ่อ“ที่ผ่านมา! ผมพิสูจน์ตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยถูกเลือกเลยสักครั้ง ดังนั้นคุณเลิกบีบน้ำตาได้แล้ว! เพราะต่อให้คุณบีบน้ำตาจนตายอยู่ตรงนี้ มันก็เปลี่ยนความตั้งใจของผมไม่ได้!” หลี่ลู่เฟิงพูดเสียงดังฟังชัด พร้อมกับสลัด
اقرأ المزيد
السابق
123456
...
9
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status