Alle Kapitel von เกิดเป็นบุตรีตระกูลล้มละลาย ไฉนท่านอ๋องต้องเลือกข้าด้วย!: Kapitel 1 – Kapitel 10

17 Kapitel

บทที่ 1: กรงขังสีทองบนกองซากปรักหักพัง

ท่ามกลางกลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิที่ควรจะสดใส ทว่าบรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลอวี๋กลับอึมครึมราวกับถูกปกคลุมด้วยเมฆฝน อวี๋เซี่ยวซิน ยืนอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า นางมองเงาสะท้อนของดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ซีดจางไปตามกาลเวลา แม้เครื่องหน้าจะงดงามหมดจด ดวงตากลมโตสุกใสราวกับผลอิงเถา (เชอร์รี่) แต่แววตาคู่ที่เคยร่าเริงกลับฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด วันนี้คือวันที่ทางการส่งรถม้าขบวนใหญ่มาเพื่อรับเหล่าบุตรีจากตระกูลขุนนางและคหบดีไปเข้าพิธีคัดเลือก "พระชายา" ของ "รุ่ยอ๋อง" ท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจและขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาประดุจน้ำแข็งขั้วโลก "เซี่ยวซิน... พ่อขอโทษ" เสียงแหบพร่าของ อวี๋ฮั่น ผู้เป็นบิดาดังขึ้นที่หน้าประตู เขาคืออดีตคหบดีผู้มั่งคั่งที่ครั้งหนึ่งเคยใจกว้างประดุจมหาสมุทร ใครเดือดร้อนมาเขาก็หยิบยื่นเงินทองให้กู้ยืมโดยไม่เคยทวงถาม ใครลำบากเขาก็ช่วยค้ำประกันให้จนสุดท้ายความใจดีเหล่านั้นกลับกลายเป็นดาบสองคม คนที่เขาเคยช่วยต่างหันหลังให้ ทรัพย์สินถูกยึด บ้านหลังใหญ่ถูกขาย จนตอนนี้ต้องมาอาศัยอยู่ในเรือนเก่าๆ ท้ายเมือง "ท่านพ่ออย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ" เซี่ยวซินหันไปฉีกยิ้ม
Mehr lesen

บทที่ 2 ชาหนึ่งถ้วย...กวนใจหนึ่งคน

บรรยากาศภายในลานพิธีชงชาเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงถ่านในเตาไฟปะทุ อวี๋เซี่ยวซิน นั่งคุกเข่าอยู่หลังโต๊ะไม้เตี้ย มือของนางสั่นน้อยๆ ขณะคีบใบชาเข็มเงินลงในกา นางชำเลืองมองคุณหนูตระกูลอื่นที่กำลังร่ายรำท่าทางชงชาอย่างอ่อนช้อยราวกับนางสวรรค์ แต่สำหรับเซี่ยวซิน นางกลับกำลังวางแผน "ฆ่าตัวตายทางการเมือง" อย่างขะมักเขม้น‘หากข้าชงชาได้ห่วยแตกที่สุด ท่านอ๋องผู้พิถีพิถันย่อมต้องเขี่ยข้าทิ้งตั้งแต่วันแรก’ นางคิดในใจพลางแอบหยิบใบชากำใหญ่ใส่ลงไปเพิ่ม จนน้ำในกากลายเป็นสีเขียวเข้มข้นคล้ายน้ำในสระบัวเก่าๆเมื่อ รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน เสด็จมาหยุดตรงเบื้องหน้า กลิ่นอายความสูงศักดิ์และไอเย็นที่แผ่ออกมาทำเอาเซี่ยวซินแทบจะกลั้นหายใจ เขาไม่ได้มองเพียงถ้วยชา แต่กลับมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะอ่านความคิดซุกซนนั้นให้ทะลุปรุโปร่ง“น้ำชาของเจ้า... สีสันช่างแปลกตา” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังตรัสขึ้น“ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรีตระกูลที่ตกต่ำ ความรู้เรื่องพิธีการย่อมน้อยนิดเพคะ ชาถ้วยนี้ขมปร่าไร้รสหวาน ท่านอ๋องอย่าได้ทรงลิ้มลองให้ระคายพระชิวหาเลยเพคะ!” นางรีบดักคอ พร้อมทำหน้าเศร้าสร้อยอย่างเสแสร้งหรงเยี่ยนไม่
Mehr lesen

บทที่ 3: กับดักในอุทยาน และความจริงใต้แสงจันทร์

ค่ำคืนในวังรุ่ยอ๋องดูเงียบสงัดทว่ากลับเต็มไปด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำ หลังจากมื้อค่ำที่น่าอึดอัดใจผ่านพ้นไป อวี๋เซี่ยวซิน กลับมายังห้องพักที่จัดไว้สำหรับสตรีผู้เข้าคัดเลือก นางนั่งเหม่อมองดวงจันทร์ผ่านหน้าต่างพลางนึกถึงสายตาของ หรงเยี่ยน ที่ดูเหมือนจะมองทะลุทุกแผนการของนางไปเสียหมด ‘ท่านอ๋องผู้นั้นฉลาดเกินไป... หากข้ายังใช้วิธีเดิมๆ มีหวังได้กลายเป็นพระชายาจริงๆ แน่’ นางถอนหายใจยาว ความกดดันจากภาระครอบครัวที่บิดาผู้ใจดีเกินไปทำจนตระกูลล้มละลายยังคงหนักอึ้งอยู่ในอก เช้าวันรุ่งขึ้น บททดสอบที่สองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ กงกงประกาศให้เหล่าคุณหนูทั้งสิบคนแสดงทักษะ "การเย็บปักถักร้อย" ซึ่งถือเป็นงานฝีมือสำคัญของสตรีชั้นสูง โดยมีกติกาว่าทุกคนต้องปักผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปมงคลคนละหนึ่งผืนภายในเวลาสองชั่วยาม เซี่ยวซินนั่งลงประจำที่ นางหยิบเข็มและด้ายสีสันสดใสขึ้นมา แม้ปากจะบอกว่าตระกูลตกต่ำ แต่นางก็ได้รับการฝึกฝนวิชาจากท่านแม่มาอย่างดีเลิศ นางตั้งใจจะปักรูป "ดอกเหมยท่ามกลางหิมะ" ที่ดูเรียบง่ายทว่าแฝงด้วยความอดทน ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังสอดด้ายเส้นแรกเข้าไปในเนื้อผ้า นางกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ...
Mehr lesen

บทที่ 4: หมากกระดานสุดท้าย และหัวใจที่ถูกจองจำ

แสงทองของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านยอดหลังคากระเบื้องเคลือบในวังรุ่ยอ๋อง เป็นเช้าวันที่บรรยากาศตึงเครียดที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการคัดเลือก อวี๋เซี่ยวซิน นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกเงา ปล่อยให้นางกำนัลปรนนิบัติแต่งกายด้วยชุดพิธีการสีชมพูกลีบบัว ปักลวดลายเมฆามงคลอย่างประณีต แม้ใบหน้าจะถูกแต่งแต้มจนงดงามหยาดเยิ้ม แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววครุ่นคิดถึงคำขู่ของ หรงเยี่ยน เมื่อคืนนี้‘กบฏต่อราชสำนักงั้นหรือ... ท่านอ๋องผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ’ นางกัดริมฝีปากเบาๆ ในหัวพยายามประมวลผลทุกหมากที่นางเหลืออยู่ในมือเหล่าคุณหนูที่เหลือเพียงไม่กี่คนถูกนำตัวมายังศาลากลางน้ำที่ห้อมล้อมด้วยดอกบัวบานสะพรั่ง รุ่ยอ๋องประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์หอม ท่าทางนิ่งสงบจนดูน่าเกรงขาม วันนี้บททดสอบไม่ใช่เรื่องงานฝีมือหรือกิริยามารยาท แต่เป็นการ "โต้วาที" เพื่อแสดงทัศนคติในการบริหารจัดการวังหลัง“หากวังหลังเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่กุมอำนาจเก่า กับฝ่ายที่เข้ามาใหม่ เจ้าจะใช้วิธีใดจัดการเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของท่านอ๋อง?” กงกงประกาศโจทย์คุณหนูหลิน รีบเสนอตัวเป็นคนแรก “ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันจะใช้กฎระเบียบที่
Mehr lesen

บทที่ 5: ชายาป้ายแดง และชามธุรสอาบยาพิษ

กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยอบอวลไปทั่วตำหนักสัตตบงกช ซึ่งบัดนี้ได้รับการบูรณะใหม่จนงดงามสมเกียรติเพื่อเป็นที่พำนักของพระชายาเอก อวี๋เซี่ยวซิน นั่งอยู่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ นางมองภาพสะท้อนของตนเองในชุดพิธีการสีฟ้านกยูงปักดิ้นทองอร่าม บนศีรษะประดับด้วยรัดเกล้าหงส์คาบแก้วมณีระย้าที่ส่องประกายระยิบระยับ ทุกอย่างดูสูงศักดิ์และเพียบพร้อม ทว่าหัวใจของดรุณีน้อยกลับหนักอึ้ง​แม้จะโล่งใจที่บิดามารดาได้รับการคุ้มครองและหนี้สินก้อนโตของตระกูลอวี๋ถูกปัดเป่าไปด้วยอำนาจของ รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน แต่เซี่ยวซินก็รู้ดีว่าชีวิตหลังจากนี้เปรียบเสมือนการเดินบนสะพานไม้แผ่นเดียวข้ามเหวลึก​“พระชายาเพคะ...” ลู่เอ๋อร์ นางกำนัลคนสนิทที่รุ่ยอ๋องประทานมาให้ดูแลรีบก้าวเข้ามาทรุดกายคำนับ “เหล่าพระสนมชายารองและสตรีในวังหลังมารวมตัวกันที่โถงกลางเพื่อถวายพระพรแล้วเพคะ”​เซี่ยวซินสูดหายใจลึก แววตาที่เคยหม่นหมองแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบและเด็ดเดี่ยว “ข้าเข้าใจแล้ว... ไปกันเถอะ”​เมื่อเซี่ยวซินก้าวเข้าสู่โถงกลางที่โอ่อ่า สายตาคมจิกนับสิบคู่จากเหล่าสตรีที่นั่งเรียงรายตามลำดับยศก็พุ่งตรงมาที่นางทันที วังรุ่ยอ๋องแม้จะไม่มีพระชายาเอ
Mehr lesen

บทที่ 6: เงาเงียบในวังหลวง และดวงตาที่เคลือบแคลง

แสงจันทร์นวลตาที่เคยดูงดงามบัดนี้กลับให้ความรู้สึกหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ อวี๋เซี่ยวซิน นั่งนิ่งอยู่บนตั่งไม้ลวดลายหงส์ มือของนางยังคงกำเศษกระดาษจดหมายลับที่ขยำจนยับยู่ยี่ไว้แน่น ข้อความที่บอกว่าความล่มสลายของตระกูลอวี๋มิใช่เรื่องบังเอิญ และ รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน อาจมีส่วนรู้เห็น ดังก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำไปซ้ำมาราวกับเสียงระฆังเตือนภัย‘ท่านพ่อของข้าเป็นเพียงคหบดีที่ใจดีเกินไป หรือแท้จริงแล้วเขาตกเป็นหมากในกระดานอำนาจของใครบางคน... แล้วหรงเยี่ยนล่ะ? เขาเข้ามาช่วยข้าเพราะความถูกใจ หรือเพราะต้องการเก็บข้าไว้เป็นโล่กำบังร่องรอยความผิดกันแน่?’ ความระแวงเริ่มหยั่งรากลึกลงในใจของดรุณีน้อยนางรีบซ่อนจอยจดหมายนั้นไว้ใต้หมอนทันทีที่ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในตำหนัก“เซี่ยวซิน... เหตุใดเจ้าจึงยังไม่นอนอีก?” เสียงทุ้มต่ำของหรงเยี่ยนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเขาในชุดคลุมลำลองสีคราม เขาก้าวเข้ามาหาหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาทร ทว่าในสายตาของเซี่ยวซินในยามนี้ แววตาคู่นั้นกลับดูลึกลับจนน่ากลัว“หม่อมฉัน... กำลังรอท่านอ๋องอยู่เพคะ” นางแสร้งปั้นรอยยิ้มอ่อนหวาน ท่วงท่ากิริยาเรียบร้อยดั่งพระช
Mehr lesen

บทที่ 7: งานเลี้ยงล่ามังกร และหน้ากากขององค์ชายรอง

โถงจัดเลี้ยงพระราชทานในวังหลวงค่ำคืนนี้สว่างไสวไปด้วยแสงจากโคมไฟระย้าหลายร้อยดวง กลิ่นเหล้าหมักรสเลิศและอาหารคาวหวานโชยอบอวล เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเชื้อพระวงศ์ต่างแต่งกายเต็มยศมาร่วมงานเลี้ยงฉลองเทศกาลล่าสัตว์ประจำปี ทว่าสายตาทุกคู่กลับจับจ้องไปที่ประตูทางเข้า... รอคอยการปรากฏตัวของพระชายาเอกคนใหม่แห่งวังรุ่ยอ๋อง ผู้สยบข่าวลือเรื่องตระกูลล้มละลายลงได้อย่างราบคาบ “รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน และพระชายาเอก อวี๋เซี่ยวซิน เสด็จ!” เสียงประกาศของขันทีดังก้อง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคู่สามีภรรยาที่งดงามราวกับภาพวาด หรงเยี่ยนอยู่ในชุดพิธีการสีดำเข้มขรุขระทว่าสง่างาม ส่วนเซี่ยวซินสวมชุดผ้าไหมสีแดงชาดขับผิวขาวเนียน ใบหน้าหมดจดแต่งแต้มอย่างพอเหมาะ ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดเฉลียวไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ท่วงท่าการเดินของนางสง่างามจนไม่มีใครกล้าดูแคลนว่านางเคยเป็นสตรีตระกูลตกต่ำ หรงเยี่ยนกุมมือนุ่มของนางไว้แน่น เขากระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน “คนเสื้อคลุมสีม่วงที่นั่งอยู่ฝั่งซ้าย... นั่นคือ 'องค์ชายรอง หรงสี่'หมากตัวสำคัญของคืนนี้” เซี่ยวซินชำเลืองมองตาม สายตาของนางปะทะเข้ากับบุรุษวัยกลางคนที่ใ
Mehr lesen

บทที่ 8: พิษในเงาเหมันต์ และคมดาบที่บังตารัก

ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีอันมืดมิด เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านต้นท้อสวรรค์ในอุทยานหลวงทำให้บรรยากาศรอบตำหนักสัตตบงกชดูวังเวงขึ้นกว่าปกติ 'อวี๋เซี่ยวซิน' นั่งอยู่บนตั่งไม้ภายในห้องนอน นางพยายามข่มตาหลับทว่าหัวใจกลับเต้นรัวอย่างไม่มีสาเหตุ คำเตือนในจดหมายลับและความแค้นขององค์ชายรองหรงสี่ที่ถูกพังทลายลงในงานเลี้ยงเมื่อคืน ยังคงทำให้นางรู้สึกหวาดระแวง ข้างกายของนางในคืนนี้มี 'รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน' นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงกว้าง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสลัวๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่ดูอ่อนล้าจากการตรากตรำงานราชสำนัก เซี่ยวซินทอดสายตามองเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จากความเกลียดชังและอยากหนี บัดนี้กลับกลายเป็นความผูกพันและอยากร่วมมือกันสู้ ทว่า... ความสงบสุขมักสั้นเกินไปเสมอ ‘ฟุ่บ...’ เสียงแผ่วเบาราวกับฝีเท้าแมวดังขึ้นบนหลังคาตำหนัก ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเซี่ยวซินที่คุ้นชินกับการลอบสังเกตสิ่งรอบตัวทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นในความมืด นางหันไปมองหรงเยี่ยนและพบว่าเขาลืมตาขึ้นมาแล้วเช่นกัน แววตาของรุ่ยอ๋องในยามนี้ไม่มีความง่วงงุนหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเหี้ยมเกรียมประดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อม
Mehr lesen

บทที่ 9: แผนลวงกระดานเหล็ก และเหยื่อที่ฮุบเบ็ด

แสงตะวันสาดส่องผ่านหน้าต่างตำหนักสัตตบงกช บาดแผลที่ต้นแขนของอวี๋เซี่ยวซินได้รับการดูแลจากหมอหลวงอย่างดีจนเริ่มตกสะเก็ด ทว่าสิ่งที่ตื่นตัวยิ่งกว่าร่างกายคือปัญญาของนาง ดรุณีน้อยนั่งมองแผนผังเมืองหลวงและที่ตั้งของเหมืองแร่เหล็กทางใต้ที่ฉีกขาดจากม้วนตำราโบราณ พลางขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “พระชายาเพคะ... ท่านอ๋องเสด็จแล้วเพคะ” ลู่เอ๋อร์กระซิบทูลอย่างนอบน้อม หรงเยี่ยนก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดขุนนางเต็มยศสีดำปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆา ท่วงท่าดูสง่างามเฉียบคมดั่งเดิม ทว่าเมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับเซี่ยวซิน ความเคร่งขรึมนั้นก็มลายหายไป เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนคนสนิทแอบอมยิ้ม “บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่” เขาก้าวเข้ามาประชิด ทรุดกายลงนั่งข้างๆ พลางเชยคางนางขึ้นสำรวจใบหน้าเนียน “หม่อมฉันหายดีแล้วเพคะท่านอ๋อง แผลแค่นี้มิอาจหยุดหม่อมฉันจากการทวงแค้นให้ท่านพ่อได้หรอกเพคะ” เซี่ยวซินตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “ว่าแต่... เรื่องที่หม่อมฉันให้ท่านอ๋องเตรียมการไว้ ไปถึงไหนแล้วเพคะ?” หรงเยี่ยนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ดั่งพยัคฆ์รู้ทัน “ข้าสั่งให้ทหา
Mehr lesen

บทที่ 10: เงาหลังม่านมุก และกลลวงของจิ้งจอกเฒ่า

เสียงก่นด่าและโซ่ตรวนขององค์ชายรองหรงสี่ที่ถูกลากตัวออกไปจากจวนยังคงดังก้อง ทว่าความโล่งใจในอกของ อวี๋เซี่ยวซิน กลับอยู่ได้ไม่นาน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ ห้องหนังสือขององค์ชายรองที่ยามนี้กระจัดกระจายไปด้วยร่องรอยการตรวจค้นของทหารหลวง นางสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา... บนโต๊ะทำงานของหรงสี่มีถ้วยชาขลิบทองที่เพิ่งจะแห้งขอด แต่อุณหภูมิของถ้วยยังคงมีความอุ่นหลงเหลืออยู่บางเบา“ท่านอ๋องเพคะ...” เซี่ยวซินเอ่ยเสียงเบาพลางเดินไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาดม “ก่อนที่พวกเราและทหารหลวงจะมาถึงเพียงครู่เดียว... มีคนอื่นอยู่ที่นี่กับองค์ชายรองเพคะ และกลิ่นชานี้... มันคือ ‘ชาหลงจิ่งเกรดจักรพรรดิ’ ที่มีเพียงขุนนางระดับอัครเสนาบดีขวาขึ้นไปเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง”รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน ที่กำลังสั่งการองครักษ์เสื้อแพรชะงักไป เขาเดินเข้ามาใกล้พลางใช้นิ้วแตะคราบชาขึ้นมาพิเคราะห์ แววตาคมปลาบแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที“เจ้าตาไวและจมูกดีเสมอนะเซี่ยวซิน... ใช่แล้ว หรงสี่เป็นคนโง่เขลาและใจร้อน ลำพังเพียงปัญญาของมัน ไม่มีวันวางแผนฮุบเหมืองแร่เหล็กของพ่อเจ้าและปลอมแปลงตราประทับกองทัพของข้าได้อย่างแ
Mehr lesen
ZURÜCK
12
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status