บททั้งหมดของ เกิดเป็นบุตรีตระกูลล้มละลาย ไฉนท่านอ๋องต้องเลือกข้าด้วย!: บทที่ 11 - บทที่ 17

17

บทที่ 12: ธงรบโบกสะบัด และเงาตามตัวของแม่ทัพใหญ่

เสียงกองรบดังก้องกังวานไปทั่วลานหน้าวังหลวง ทหารม้านับหมื่นนายในชุดเกาะเหล็กสีดำสนิทตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความหึกเหิมและตึงเครียด รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน ในชุดแม่ทัพใหญ่เต็มยศ ผ้าคลุมหลังสีแดงโลหิตสบัดพริ้วตามแรงลม ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนปะรำพิธีเพื่อรับเหล้าศึกจากพระหัตถ์ของฮ่องเต้ที่พึ่งฟื้นไข้ ทว่าในหัวใจของแม่ทัพไร้พ่ายยามนี้ กลับมีความกังวลสายหนึ่งเกาะกุมอยู่...เขาหันมองกลับไปยังทิศทางของวังรุ่ยอ๋อง สายตาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ 'เซี่ยวซิน... เจ้าร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากการปรุงยา แผ่นดินทางแดนชายใต้ทั้งหนาวเหน็บและอันตราย ข้าจำเป็นต้องทิ้งเจ้าไว้ที่นี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง' หรงเยี่ยนิดในวใจพลางกระดกเหล้าศึกรวดเดียวจนหมดจอกก่อนตะโกนลั่น "ออกเดินทาง! มุ่งหน้าสู่แดนใต้ ชำระแค้นแคว้นฉี!""เฮ้!!!" เสียงโห่ร้องของทหารนับหมื่นดังก้องฟ้ากองทัพเคลื่อนตัวดังสายน้ำทมิฬมุ่งหน้าออกจากประตูวังหลวงสามวันต่อมา...กองทัพหลวงเคลื่อนผ่านหุบเขาชันมุ่งสู่ที่ราบสูงแดนใต้ การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากเส้นทางทุรกันดารและเริ่มมีลมหนาวพัดผ่าน หร
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13: กลลวงควันอัคคี และพระชายาสู้ชีวิต

ค่ำคืนบนยอดเขาซานหนานเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมหนาวที่พัดผ่านซากศพของมอสังหารแคว้นฉีที่นอนเกลื่อนกลาด รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน รีบเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วหันกลับมาสำรวจร่างกายของ อวี๋เซี่ยวซิน ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบนิ่งยามอยู่ต่อหน้าแม่ทัพนับหมื่น ยามนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "เซี่ยวซิน! เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไ่ม่? พวกมันแตะต้องเจ้าตรงไหน!" หรงเยี่ยนจับไหล่บางพลิกซ้ายขวา สายตาไล่เช็กตั้งแต่หัวจรดเท้า เซี่ยวซินที่ยังแอบอึ้งกับความโหดดิบของสวามี ค่อยๆกลืนน้ำลายแล้วยิ้มแห้ง "หม่อมฉัน...หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะท่านอ๋อง เลือดพวกนี้...เลือดของมือสังหารทั้งนั้นเลยเพคะ ไม่ใช่ของหม่อมฉันสักหยดเดียว" เมื่อเห็นว่าชายารักไม่เป็นอะไร หรงเยี่ยนก็ดึงนางเข้าไปกอดแน่นจนหน้าอกบางเบียดชิดกับแผ่นอกแกร่งใต้ชุดเกราะ "เจ้าช่างทำข้าหัวใจจะวาย...ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าห่างสายตาข้า! " "เพคะๆ หม่อมฉันสำนึกผิดแล้ว" เซี่ยวซินตบหลังสามีเบาๆ พลางนึกในใจ 'ก็คนมันอยากช่วยนี่นา' ทว่าดวงตากลมโตของนางกลับเหลือบไปเห็นแผนผังค่ายทหารและตราสัญลกษณ์ที่ตกอยู่ข้างศพหัวหน้ามือสังหาร นางรีบผละออกแล้วก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14: โลหิตล้างบัลลังก์และพยานรักสายเลือดมังกร

แสงตะเกียงน้ำมันในกระโจมที่พักส่วนตัวของแม่ทัพใหญ่ส่องสว่างรำไร รุ่ยอ๋อง หรงเยี่ยน เดินวนเวียนไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความกังวลจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ สายตาจับจ้องไปยังท่านหมอหลวงอาวุโสประจำกองทัพที่กำลังวางนิ้วมือสั่นเทาลงบนข้อมือบางของ อวี๋เซี่ยวซิน เพื่อตรวจชีพจรเซี่ยวซินที่นอนอยู่บนเตียงสนามได้แต่แอบขำท่าทีเหมือนเสือติดจั่นของสามี นางรู้สึกเวียนหัวและเหม็นกลิ่นเหล้าศึกจนทนไม่ไหว แต่ในใจลึกๆแอบคาดเดาถึงสาเหตุไว้แล้ว "เรียนรุ่ยอ๋อง...ยินดีด้วยพะยะค่ะ!ยินดีด้วย!" หมอหลวงรีบชักมือกลับแล้วคุกเข่ากราบราบนิ่ง ใบหน้าฉลาดเต็มไปด้วยรอยยิ้มปิติ "ชีพจรของพระชายาเอกหมุนวดั่งมุกกลิ้งบนจานหยก นี่คือ 'ชีพจรท้ายมังกร (ชีพจรตั้งครรภ์) พะยะค่ะ! พระชายาทรงตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนกว่าแล้วพะยะค่ะ!" "เจ้าว่าอะไรนะ..." หรงเยี่ยนยืนอึ้งหน้าเหวอไปชั่วครู่ แม่ทัพผู้ไร้พ่ายที่เคยเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสนโดยไม่กระพริบตา บัดนี้กลับทำตัวไม่ถูก เขาถลาเข้าไปคุกเข่าข้างเตียง กุมมือเซี่ยวซินไว้แน่น ดวงตาคมสั่นระริกด้วยความดีใจล้นอก "เซี่ยวซิน...เจ้า...เจ้ากำลังจะมีลูกให้ข้า? ข้ากำลังจะมีล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15 : มงกุฎหงส์เชียงมังกรและอนาคตที่เบิกบาน (ตอนจบ)

ท้องฟ้าวังหลวงในเช้าวันนี้แจ่มใสไร้เมฆหมอก เสียงระฆังเงินและระฆังทองดังกังวาลแว่วมาจากยอดหอคำหลวงถึง 9 ครั้ง เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงวันมงคลที่แผ่นดินต้าโจวรอคอย ถนนสายหลักทุกสายถูกโรยด้วยกลีบดอกไม้หลากสี ราษฎรนับหมื่นต่างพากันมาเฝ้ารอรับเสด็จเต็ม 2 ฝั่งทางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ภายในตำหนักบูรพา...อวี๋เซี่ยวซิน ในชุดพิธีการ 'ไท่จื่อเฟย' สีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ฟ้าสยายปีกด้วยเส้นไหมทองคำระยิบระยับกำลังยืนนิ่งให้ลู่เอ๋อร์และเหล่านางกำนัลช่วยกันจัดแจงสวมมงกุฎหงส์ทองคำฝังมุกราตรีเก้าเม็ด ซึ่งมีน้ำหนักไม่น้อยเลยทีเดียว " พระชายา...เอ้ย! ไท่จื่อเฟยของหม่อมฉันงดงามที่สุดในใต้หล้าเลยเพคะ " ลู่เอ๋อร์เอ่ยพลางปาดน้ำตาแห่งความปิติ ตระกูลอวี๋ที่เคยล้มละลายหนีหนี้ในวันนั้น ใครจะคิดว่าคุณหนูของนางจะก้าวมาไกลถึงเพียงนี้ เซี่ยวซินมองเงาตัวเองในกระจกทองเหลืองแล้วยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นรูปหน้าท้องที่ยามนี้เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์ที่ย่างเข้าสู่เดือนที่ 5 "เจ้าตัวเล็ก...วันนี้เจ้าต้องเข้าพิธีใหญ่พร้อมแม่ อย่าดื้อรั้นกลางท้องพระโรงเชียวนะ " นางกระซิบกับลูกในท้องด้วยความเอ็นดู 'หมับ..'
อ่านเพิ่มเติม

ตอนพิเศษตอนที่ 1:เมื่อฝาแฝดหงส์-มังกร ป่วนสำนักศึกษาหลวง

เสียงนกร้องจิบจับยามเช้าเหนือวังหลวงช่างแสนสดใส ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักบูรพายามนี้กลับวุ่นวายดังศึกสงครามย่อยๆ ไม่ใช่เพราะมีกบฏฝ่ายใดบุกโจมตี แต่เป็นเพราะวันแรกของการเข้าเรียน 'สำนักศึกษาหลวง'ของสองแฝดแห่งวังบูรพาได้มาถึงแล้ว! "หรงเจิ่น! เจ้าหยุดกินซาลาเปาลูกที่ 4 เดี๋ยวนี้แล้วไปใส่สายคาดเอว! หรงเซี่ยน!เจ้าแอบเอาเบ็ดตกปลาไปซ่อนไว้ในแขนเสื้อคัมภีร์อีกแล้วใช่ไหม!" เสียงหวานทรงพลังของ ไท่จื่อเฟย อวี๋เซี่ยวซิน ดังก้องมาแต่ไกล ยามนี้นางในวัยยี่สิบปลายๆ ยังคงงดงามสะคราญตา ทว่าฝีปากและพลังทำลายล้างในการคุมลูกทวีคูณขึ้นหลายเท่า หญิงสาวท้าวสะเอวมอง ‘ผลผลิต’ ทั้งสองของตนด้วยความกุมขมับองค์ชายใหญ่ หรงเจิ่น วัยหกขวบ ผู้มีใบหน้าคมคาย ถอดแบบถอดพิมพ์มาจากไท่จื่อหรงเยี่ยนราวกับแกะ ดวงตาเรียวรีดุดัน ท่าทางองอาจเกินเด็ก ยามนี้กำลังเคี้ยวซาลาเปาแก้มตุ่ย พยัคฆ์น้อยผู้เงียบขรึมแต่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจรีบกลืนซาลาเปาลงคอแล้วคุกเข่ารับผิดอย่างนอบน้อม “ท่านแม่... ลูกเพียงแต่กลัวว่ากองทัพเดินด้วยท้อง หากศิษย์พี่ในสำนักศึกษาแย่งอาหาร ลูกจะได้มีแรงปกป้องน้องรองพะยะค่ะ”“ข้ออ้าง!” เซี่ยวซินตบหน้าผากตนเอง ก่อน
อ่านเพิ่มเติม

ตอนพิเศษตอนที่ 2: วิกฤตการณ์สมุนไพรและคดีลักลอบขโมยปลาหลีฮื้อ

2 ปีต่อมา...28 เติบโตขึ้นเป็นเด็กวัย 8 ขวบที่เฉลียวฉลาดทวีคูณ หรงเจิ่นเริ่มเข้าฝึกปรือวรยุทธกับหรงเยี่ยนอย่างจริงจัง ร่างกายของเขาเริ่มสูงใหญ่ แข็งแกร่งและมีฝีมือก้าวกระโดดจนแม่ทัพหลายคนยังต้องทึ่ง ส่วนหรงเซียน บัดนี้กลายเป็น 'ผู้นำตลาดมืด' ในสำนักศึกษาหลวง นางนำระบบฝากเงินและระบบสลากออมทรัพย์ตระกูลอวี๋มาประยุกต์ใช้กับบรรดาเด็กๆ จนมีเงินเก็บในคลังส่วนตัวนับร้อยตำลึง! ทว่า...ความแสบของหรงเซียนยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น วันหนึ่ง ณ พระราชวังต้องห้าม ฮ่องเต้ผู้ชราภาพทรงมีอาการประชวรด้วยโรคเบื่ออาหารและบรรทมไม่หลับ หมอหลวงต่างพากันจัดยาบำรุงรสขมหม้อใหญ่ถวาย ทว่า...ฮ่องเต้กลับไม่ยอมเสวยจนร่างกายเริ่มซูบผอม สร้างความกังวลใจให้แก่หรงเยี่ยนและเซี่ยวซินยิ่งนัก "ท่านแม่เพคะ...ข้ารู้วิธีรักษาเสด็จปู่แล้วเพคะ!" หรงเซียนวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องทรงงานของเซี่ยวซิน เซี่ยวซินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีภาษี "เซียนเอ๋อร์...เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าจะเอาพริกไทยป่าไปให้เสด็จปู่กิน? เสด็จปู่ป่วยอยู่นะลูก" “ไม่ใช่เพคะ!” หรงเซียนยืดอก “ในตำราแพทย์โบราณของตระกูลอวี๋กล่าวไว้ว่า ‘ปลาหลีฮื้อทองคำเก้าเกล็ด’ ที่เลี้ยงใ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนพิเศษตอนที่ 3: หมากกระดานสุดท้ายของรัชทายาทน้อย และความสุขที่ยั่งยืน

วันเวลาผันผ่านดั่งไวสายน้ำหลาก... ยามนี้ สองแฝดแห่งวังบูรพาเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาววัยสิบห้าปีเต็ม องค์ชายใหญ่ หรงเจิ่น ได้รับการสถาปนาเป็น ‘รุ่ยอ๋องน้อย’ ควบตำแหน่งแม่ทัพหน้าคุมกองทัพม้าเหล็กทมิฬ รูปโฉมหล่อเหลาดุดันประดุจบิดาในอดีต เป็นที่หมายปองของสตรีทั่ววังหลวง ทว่าเขากลับสนใจเพียงแต่การฝึกรบและศึกสงคราม ส่วน องค์หญิงรอง หรงเซียน บัดนี้กลายเป็นสตรีงามสะพรั่งผู้คุมระบบเศรษฐกิจและการคลังเบื้องหลังของแผ่นดินต้าโจวร่วมกับท่านตาอวี๋ฮั่น ความฉลาดของนางทำให้ไม่มีขุนนางคนใดกล้าโกงกินแม้แต่ตำลึงเดียวทว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่ง เพราะฮ่องเต้ผู้ชราภาพได้ทรงสละราชบัลลังก์เพื่อไปพักผ่อน ณ พระราชวังฤดูร้อน และยามนี้... ไท่จื่อ หรงเยี่ยน กำลังจะเข้าพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็น ‘ฮ่องเต้หรงเยี่ยน’ อย่างเป็นทางการ และ อวี๋เซี่ยวซิน จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ‘ฮองเฮาคู่บัลลังก์’ มารดาแห่งแผ่นดิน!ในห้องประกอบพิธี... สองแฝดในชุดพิธีการเต็มยศยืนมองบิดามารดาด้วยรอยยิ้ม“พี่ใหญ่... ท่านพ่อกับท่านแม่ผ่านอะไรมามากมายเหลือเกินนะเพคะ จากสตรีตระกูลล้มละลาย สู่ฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่” หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status