แสงตะวันยามเย็นที่เคยสาดส่องความร้อนแรง บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีส้มอมแดงที่ทอดตัวยาวเหยียด พาดผ่านหน้าต่างกระจกบานเกล็ดของอาคารสโมสรฝึกซ้อมเทนนิสส่วนกลางแห่งมหานครปักกิ่ง เงาดำของต้นไม้ใหญ่ด้านนอกทอดทับลงบนพื้นกระเบื้องยางสีหม่น สร้างบรรยากาศที่ดูอึมครึมและเงียบเหงาจับจิตจับใจ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาครอบคลุมอาณาบริเวณหลังจากที่ฝูงชนและบรรดานักกีฬาต่างพากันแยกย้ายกลับไปจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งก็ดังสะท้อนขึ้นมาตามโถงทางเดินที่ทอดยาว มันเป็นเสียงฝีเท้าที่เชื่องช้า ลังเล และเต็มไปด้วยความหนักอึ้งประดุจกำลังแบกรับก้อนหินขนาดยักษ์เอาไว้บนบ่าชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ธุรการของสมาคมเทนนิสแห่งชาติ เดินกระหืดกระหอบมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องพักนักกีฬาหญิง ใบหน้าของเขาซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเลือดฝาด หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นตามไรผมและกรอบหน้า แม้ว่าอากาศภายในอาคารจะไม่ได้ร้อนอบอ้าวแต่อย่างใด สองมือของเขากำซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่มีตราประทับสีแดงสดของสมาคมเอาไว้แน่นจนกระดาษยับย่น เขาทำใจอยู่นานนับนาทีก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แล้วยกมือขึ้นเคาะบานประตู
Read more