All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 101 - Chapter 110

242 Chapters

บทที่ 101

หลินซีอินโกรธแทบคลั่ง แต่เธอก็รู้ดีว่าท่าทีของเผยมู่เหยี่ยเป็นแบบนี้ เขาคงไม่ยอมกลับไปแน่ ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่มีทางยอมนอนเตียงเดียวกับเขาเด็ดขาด ทว่าเสื้อผ้าของเผยมู่เหยี่ยที่เปียกปอน ทำเอาโซฟาเปียกชุ่มไปหมด เดิมทีหลินซีอินก็เหนื่อยล้ามากพอแล้ว พอไม่มีที่นอนก็ยิ่งพาลให้อารมณ์เสีย เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวตัวข้าง ๆ กะว่าจะทนนอนหลับไปทั้งอย่างนี้สักคืน แต่พอเธอเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ทันไร เผยมู่เหยี่ยก็เดินออกมาจากห้องนอน: “คุณทำอะไรน่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” “คุณยึดเตียงฉันไปแล้ว จะให้ฉันไปนอนที่ไหนล่ะ” เผยมู่เหยี่ยยืนอยู่ข้างโซฟา ทอดสายตามองเธอจากมุมสูง: “เดี๋ยวนี้คุณ... ถึงขั้นไม่อยากนอนเตียงเดียวกับผมแล้วเหรอ” “เรากำลังจะหย่ากันแล้ว” “แต่ก็ยังไม่ได้หย่า” “ฉันไม่อยากนอนเตียงเดียวกับคุณ” หลินซีอินช้อนตาขึ้นมองเขา: “เมื่อก่อนก็ไม่อยาก ตอนนี้ยิ่งไม่อยากเข้าไปใหญ่” เผยมู่เหยี่ยเอาแต่มองจ้องเธออยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรอีก หลินซีอินเบือนหน้าหนี: “คืนนี้ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้เช้าคุณก็ให้คนเอาเสื้อผ้ามาส่งแล้วกัน” พูดจบเธอก็หลับตาลง ไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับเขาอีก ทว่าวินาท
Read more

บทที่ 102

ข้างหูกลับยิ่งรู้สึกจั๊กจี้ หญิงสาวครางอู้อี้ในลำคออย่างไม่รู้ตัว พลางยกมือขึ้นหมายจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปง ทว่าวินาทีต่อมา กลับรู้สึกถึงน้ำหนักที่ทาบทับลงมาบนร่าง เธอยังไม่ทันได้ลืมตา ก็ถูกใครบางคนประกบจูบลงมาเสียแล้ว เผยมู่เหยี่ยบดเบียดริมฝีปากของเธอ ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวพันหยอกเย้าอย่างดูดดื่ม ถ้าทำขนาดนี้แล้วยังไม่ตื่น หลินซีอินก็คงเป็นหมูแล้วล่ะ เธอประท้วงเสียงอู้อี้ในลำคอ สองมือรีบยกขึ้นผลักไหล่หนา ทว่ากลับถูกเผยมู่เหยี่ยรวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนอย่างหนัก จนเขาต้องยอมผละออก: “ถ้าคุณยังดิ้นอีก มันจะไม่จบแค่จูบแน่” เมื่อเห็นว่าหลินซีอินยอมสงบนิ่งแล้ว เขาถึงได้ประทับจูบลงไปอีกครั้ง หลินซีอินไม่อาจขัดขืน แต่เธอก็ไม่มีทางให้ความร่วมมืออย่างเด็ดขาดเช่นกัน เดิมทีเธอคิดว่าจูบนี้คงดำเนินไปอีกเนิ่นนาน เผลอ ๆ เผยมู่เหยี่ยอาจจะตบะแตกทำมิดีมิร้ายเธอด้วยซ้ำ แต่ใครจะไปรู้ ผ่านไปเพียงครู่เดียว เขาก็ยอมผละออกจากร่างบาง ชายหนุ่มตวัดสายตามองเธออย่างคาดโทษทีหนึ่ง ก่อนจะลุกจากเตียงตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป ตามมาด้วยเสียงน้ำไหล นี
Read more

บทที่ 103

เวลานี้ เผยมู่เหยี่ยยังไม่ได้สวมเสื้อ เขาเปลือยท่อนบน ท่อนล่างพันเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเอาไว้ เมื่อขยับตัวเสียดสีไปมาเช่นนี้ ปมผ้าเช็ดตัวจึงเริ่มคลายออก หลินซีอินก้มหน้าลงไปมอง พลันรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาทันที หญิงสาวเอื้อมมือไปยันแผงอกของชายหนุ่มเอาไว้: “เผยมู่เหยี่ย!”สัมผัสจากแผงอกภายใต้ฝ่ามือของเธอก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน เธอราวกับถูกของร้อนลวก รีบชักมือกลับอย่างลุกลี้ลุกลน จากนั้นก็เตรียมจะลุกขึ้น ทว่าเผยมู่เหยี่ยกลับรวบเอวเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับเขยื้อน แม้จะเป็นฤดูหนาว ทว่านี่คือภายในบ้านที่มีเครื่องทำความร้อน ชุดลำลองของหลินซีอินแม้จะดูมิดชิด ทว่าเนื้อผ้ากลับบางเบา ไออุ่นจากฝ่ามือของเผยมู่เหยี่ยแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ทาบทับลงบนผิวบริเวณเอวคอดของหลินซีอินจนรู้สึกร้อนผ่าว “คุณจะทำอะไร!” น้ำเสียงของหลินซีอินทวีความกรุ่นโกรธ: “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” “เมื่อวานบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าวันนี้เราจะคุยเรื่องข้อตกลงการหย่ากัน” น้ำเสียงเนิบนาบไม่สะทกสะท้านของชายหนุ่ม ทำให้หลินซีอินฟังแล้วรู้สึกระคายหูเป็นอย่างยิ่ง ทำไมไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรืออยู่ที่ไหน เขาก็มักจะดูสง่างา
Read more

บทที่ 104

ผ้าเช็ดตัวของเผยมู่เหยี่ยหลุดลุ่ยไปตั้งนานแล้ว พอเขาลุกขึ้นยืนแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับไม่ได้ใส่อะไรเลย เขายืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนอยู่ตรงหน้าหลินซีอิน “จะเขินทำไม” เผยมู่เหยี่ยจัดการผูกผ้าเช็ดตัวกลับเข้าที่อย่างใจเย็น “ใช่ว่าไม่เคยเห็นเสียหน่อย” หลินซีอินไม่ได้อยากจะเขินอายเลยสักนิด แต่เธอก็ควบคุมสีหน้าตัวเองไม่ได้เลย เผยมู่เหยี่ยก้าวขาเดินไปทางห้องครัว จังหวะที่เดินผ่านร่างบาง เขาก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูเธอว่า: “ไม่ใช่แค่เคยเห็นนะ แต่เคยจับด้วย... ไม่ใช่หรือไง”ตู้ม! หลินซีอินรู้สึกเหมือนสมองตัวเองกำลังจะระเบิด ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ๊ย! พูดจบเผยมู่เหยี่ยก็เดินเข้าครัวไปค้นตู้เย็น ก่อนจะบ่นด้วยน้ำเสียงขัดใจ: “ตู้เย็นคุณจะโล่งเกินไปแล้วนะ”ว่าแล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเลขาหลินซีอินสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยปาก: “อย่าลืมให้เขาเอาเสื้อผ้ามาให้คุณด้วยล่ะ” เผยมู่เหยี่ยจึงกรอกเสียงลงไปในสาย: “เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันสักสองสามชุดด้วย” สองสามชุด? หมายความว่ายังไง? หลินซีอินตวัดสายตาขวับไปมองอย่างเอาเรื่อง คิดจะมาค้างที่นี่งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! เลขาของเขามาถึงอย่างรวดเร็ว เ
Read more

บทที่ 105

หลินซีอินพูดขึ้นมาตรง ๆ ว่า: “ฉันไม่มีความคิดเห็นหรือข้อโต้แย้งอะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่ต้องการเงินของคุณด้วย หุ้น ทรัพย์สิน รถยนต์ หรือเครื่องประดับ ฉันไม่เอาอะไรเลย ฉันว่าหนังสือหย่าฉบับนี้น่าจะร่างได้ไม่ยากนะคะ” “มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก” เผยมู่เหยี่ยขยับจัดกระดุมข้อมือให้เข้าที่ ก่อนจะสวมเสื้อคลุมทับ: “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ตอนเย็นผมจะมารับคุณออกไปทานข้าว”หลินซีอินมองเขาโดยไม่พูดอะไร จู่ ๆ เผยมู่เหยี่ยก็ก้าวเข้ามาหา ก้มหน้าลงจุมพิตที่หน้าผากของเธอแผ่วเบา: “รอผมกลับมานะ” เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว หลินซีอินยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม เนิ่นนานกว่าจะเรียกสติกลับคืนมาได้ เผยมู่เหยี่ย...บ้าไปแล้วหรือไง? หรือว่าไปโดนใครกระตุ้นต่อมอะไรเข้า? ไม่อย่างนั้นจะอธิบายพฤติกรรมผิดปกติพวกนี้ของเขาได้อย่างไร? บ่ายวันนี้หลินซีอินยังต้องไปที่โรงงาน ช่วงหลายวันมานี้ ถังอี่เซินถามเธอทุกวันว่าจะเข้าไปไหม แต่เธอก็ปฏิเสธไปตลอด ความจริงคือเธอไม่อยากไปพร้อมกับถังอี่เซิน เมื่อวานเธอยังจงใจกำชับอาจารย์ไว้เป็นพิเศษด้วยว่า อย่าบอกเรื่องที่เธอหย่าให้ถังอี่เซินรู้ เพียงแต่เรื่องนี้...เกรงว่าค
Read more

บทที่ 106

เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เผยมู่เหยี่ยจึงก้มลงมองเธอ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนเบา ๆ พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลินซีอินลืมตาขึ้นก็พบกับความมืดมิดรอบด้าน เธอคลำหาโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว บนหน้าจอมีสายที่ไม่ได้รับอยู่หลายสาย และทั้งหมดล้วนเป็นสายจากเผยมู่เหยี่ยเธอรีบโทรกลับไปหาเขาทันที สัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้งก็ไม่มีคนรับ ทว่าเธอกลับได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นแทน หญิงสาวสะดุ้งตกใจ รีบกระโดดลงจากเตียง ทว่ายังไม่ทันจะยืนให้มั่น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” หลินซีอินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เผยมู่เหยี่ยหลุบตามองเธอ: “ผมเคาะประตู คุณเป็นคนมาเปิดให้ แล้วคุณก็กลับไปหลับต่อ” “ฉันลืมไปเลย…” หลินซีอินตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ: “ฉันคงงัวเงียจัด ว่าแต่...คุณมาทำไม?”เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว: “ก็คุยกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน?”“นี่มันสองทุ่มกว่าแล้วนะคะ…” หลินซีอินไม่ได้อยากร่วมโต๊ะกับเขาเลยสักนิด:“คุณรีบกลับไปเถอะ”“อยากกินอะไรล่ะ?” เผยมู่เหยี่ยถามต่อ: “เดี๋ยวผมให้คนจองห้องอาหารให้”“ไม่กินค่ะ”
Read more

บทที่ 107

ประการแรก ดูเหมือนว่าพักหลังมานี้เธอจะชักกล้าต่อกรกับเผยมู่เหยี่ยมากขึ้นทุกที ใครมอบความกล้าให้เธอกันนะ? ประการที่สอง ช่วงสองสามวันมานี้เธออารมณ์อ่อนไหวมากจนผิดปกติ เมื่อก่อนเธอไม่เคยเป็นแบบนี้เลย แถมยังกินเก่ง แล้วก็เอาแต่ง่วงนอน... นึกดูสิ เมื่อวานเธอกินข้าวไปตั้งสองชาม แถมยังฟาดซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานไปอีกค่อนจาน วันนี้ก็ยังหลับเป็นตายอีก ถึงหลินซีอินจะยังไม่เคยมีลูก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องพื้นฐานของร่างกายพวกนี้ อาการทั้งหมดทั้งมวลนี้... ฟังดูเหมือนคนกำลังตั้งครรภ์ไม่มีผิด ท้องงั้นเหรอ? หญิงสาวตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด เธอถึงค่อย ๆ ก้มหน้าลงและเอื้อมมือไปลูบหน้าท้องของตัวเองเบา ๆ ท้องจริง ๆ น่ะเหรอ? ในนี้... มีลูกของเธอกับเผยมู่เหยี่ยอย่างนั้นหรือ? หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ได้รู้ข่าวนี้ เธอคงจะดีใจจนเนื้อเต้น ต่อให้หัวใจของเผยมู่เหยี่ยจะเย็นชาสลักน้ำแข็งเพียงใด แต่การมีลูกก็ถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับเธอ ดีไม่ดี... เด็กคนนี้อาจจะกลายเป็นสายใยรักที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาเอาไว้ได้ ทว่าต
Read more

บทที่ 108

หลินซีอินค่อย ๆ กินไข่ต้มไปพลาง วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองอย่างมีสติไปพลาง ตอนนี้เธอตั้งครรภ์แล้ว ทางเลือกแรกคือไม่เก็บเด็กคนนี้ไว้ แล้วเดินหน้าหย่ากับเผยมู่เหยี่ยตามเดิม หากเธอเลือกยุติการตั้งครรภ์ ก็จะไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเด็กคนนี้เคยมีตัวตนอยู่บนโลก ทุกอย่างจะยังคงดำเนินต่อไปตามแผนการเดิม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางชีวิตของเธอ หรือทางเลือกที่สอง เธอเก็บเด็กคนนี้ไว้ แต่ไม่บอกให้เผยมู่เหยี่ยรู้ และเป็นฝ่ายเลี้ยงดูเขาให้เติบโตขึ้นมาเพียงลำพัง เธอตัดใจจากเผยมู่เหยี่ยอย่างเด็ดขาดแล้ว จึงไม่อยากใช้ลูกมาเป็นเครื่องมือผูกมัดเขาไว้ เพราะหากคนสองคนต้องทนอยู่ด้วยกันเพียงเพราะลูก ชีวิตคู่แบบนั้นก็คงไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี หลินซีอินรู้ใจตัวเองดีว่า เธอไม่มีทางเอาเด็กคนนี้ออกเด็ดขาด ทว่าเมื่อเพิ่งผ่านเหตุการณ์ในลิฟต์มาหมาด ๆ ประกอบกับได้ดูฉากหนึ่งในละครโทรทัศน์ ความคิดที่อยากจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังก็พลันสั่นคลอน แล้ว... เธอควรจะทำอย่างไรดีล่ะ? หญิงสาวรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด แต่ไม่นานความง่วงงุนก็จู่โจม เธอจึงผล็อยหลับไปอีกครั้ง เช้าวันรุ่งขึ้น เธอรู้สึกตัวตื่นเพราะเสีย
Read more

บทที่ 109

หลินซีอินเอ่ยขึ้น: “กลับไปคราวนี้ แม่น่าจะพูดเรื่องที่หลินจื่อหาวอยากสอบข้าราชการนะ” “ผมรู้แล้ว” หลินซีอินตกใจมาก: “คุณรู้ได้ยังไง? แม่ฉันบอกคุณเหรอ?” “หลินจื่อหาวเป็นคนบอกผมเอง” หลินซีอินโกรธจัด: “แล้วเขาพูดอะไรอีก?” “ก็แค่ถามว่าผมรู้จักใครบ้างไหม ให้ช่วยฝากฝังเส้นสายให้หน่อย” “ห้ามนะ!” หลินซีอินโมโหจนแทบจะบ้าตาย: “คุณไม่ได้ตกลงใช่ไหม?” เผยมู่เหยี่ยนิ่งเงียบ ก่อนหน้านี้หลินซีอินยังสงสัยอยู่เลยว่า ทำไมพักนี้ตัวเองถึงได้อารมณ์ร้อนนัก แถมยังอ่อนไหวและขี้ระแวงไปหมด ตอนนี้เธอรู้คำตอบแล้ว เป็นเพราะเธอท้องนั่นเอง อย่างเช่นตอนนี้ เธอรู้สึกได้เลยว่ามีไฟโทสะพุ่งพล่านขึ้นมาในอก “เผยมู่เหยี่ย! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” หลินซีอินกัดฟันพูด: “ฉันเคยบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าห้ามไปยุ่งเรื่องของเขาอีก!” “แต่เขาเป็นน้องชายคุณนะ” “เขาไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของฉัน! อีกอย่าง เรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว คุณกับเขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีก!” “แล้วคุณอยากให้ผมทำยังไง?” “ฉันพูดแล้วคุณจะฟังเหรอ?” หลินซีอินรู้สึกเหนื่อยใจจริง ๆ: “ฉันเคยบอกไปแล้ว ว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไร คุณก็ไม่ต้องไปฟัง ไ
Read more

บทที่ 110

ช่วงบ่ายหลินซีอินเดินทางไปที่โรงงานเคมี เธอติดต่อผู้รับผิดชอบงานที่หน้าประตู ก่อนจะส่งมอบเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ให้เขา ผู้รับผิดชอบพอใจมาก: “อาจารย์หลินครับ หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกนะครับ” ตอนแรกที่มีคนแนะนำหลินซีอินให้มารับงานนี้ อีกฝ่ายไม่คิดด้วยซ้ำว่าเธอจะทำผลงานออกมาได้ดี แถมยังมีท่าทีเย่อหยิ่งใส่เธอด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับยิ้มแย้มแจ่มใส ซ้ำยังแฝงความนอบน้อมอยู่หลายส่วน นั่นก็เพราะหลินซีอินมีฝีมือของจริง งานอื่นอาจจะใช้เส้นสายกันได้ แต่ในแวดวงสายวิชาชีพ ความสามารถเท่านั้นคือเครื่องพิสูจน์ เมื่ออีกฝ่ายจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงาม หลินซีอินจึงยิ้มรับ: “ต้องมีโอกาสนั้นแน่นอนค่ะ ขอบคุณที่ดูแลกันนะคะ” เธอออกจากโรงงานเคมีแล้วมุ่งหน้ากลับบ้านทันที จากนั้นก็ต่อสายหาเซียวรั่วอี“อีอี ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อย”เซียวรั่วอีเพิ่งกลับจากต่างประเทศได้ไม่กี่วัน พอเดินสายพบปะญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเสร็จก็ลุยงานต่อทันที ช่วงนี้จึงยุ่งหัวหมุน “ว่ามาสิ เรื่องอะไรล่ะ” “ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอมีเพื่อนคนหนึ่งที่รับทำอาหารส่งตามสั่งใช่ไหม แบบที่ลูกค้าสั่งเมนูแล้วไปส่งให้ถึง
Read more
PREV
1
...
910111213
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status