All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 111 - Chapter 120

242 Chapters

บทที่ 111

หลินซีอินอดสงสัยไม่ได้ว่า เผยมู่เหยี่ยไปพูดอะไรกับเผยเย่าไห่หรือเปล่า เขาถึงได้โทรมาหาเธอแบบนี้ แต่เธอก็ไม่อาจรู้ได้ ทว่าที่ผ่านมาเผยเย่าไห่ก็ดีกับเธอมาโดยตลอด แถมตอนที่เธอบอกว่าจะย้ายออกมา เขาก็ไม่ได้ขัดขวางหรือทำให้เธอลำบากใจเลยสักนิด ดังนั้นคำขอร้องของเขาในเวลานี้จึงถือว่าสมเหตุสมผลมาก หลินซีอินจึงไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี เผยเย่าไห่พูดเสริมขึ้นอีกว่า: “อีกอย่าง ช่วงตรุษจีนยังมีงานอีกตั้งหลายอย่างที่หนูต้องช่วยแม่ของอวิ๋นชิงจัดการนะ”หลินซีอินจึงจำใจตอบรับ: “ถ้าอย่างนั้น... ขอหนูกลับช้าไปอีกสักสองสามวันนะคะ” เผยเย่าไห่ย้ำ: “อย่างช้าที่สุดก็ต้องกลับมาภายในวันที่ยี่สิบแปดล่ะ” “ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”หลินซีอินหลุบตาลง รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย ทว่าทว่าพอก้มลงมองหน้าท้องของตัวเอง เธอก็กลับมาอารมณ์ดีขึ้นในพริบตา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมา มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องอย่างทะนุถนอม อาหารมื้อเที่ยงเป็นของที่เพื่อนของเซียวรั่วอีนำมาส่งให้ เป็นกับข้าวสามอย่างและซุปหนึ่งถ้วย ปริมาณไม่มากนัก พอให้หลินซีอินอิ่มกำลังดี อีกทั้งยังสอบถามรสชาติที่ชอบไว้ล่วงหน้าแล้ว อาหารที่ทำออกมาจึงถู
Read more

บทที่ 112

ซีอิน ไม่รู้หรอกว่าแม่แกน่ะดีใจแค่ไหน แถมยังบอกอีกว่าพวกแกใกล้จะย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหญ่กันแล้ว!” ตอนนั้นเผยมู่เหยี่ยเดินตามหลังเธอมาเพียงไม่กี่ก้าว คำพูดเหล่านั้นเขาต้องได้ยินอย่างชัดเจนแน่ ๆ หลินซีอินรู้สึกอับอายจนแทบทนไม่ไหว อยากจะหาที่แทรกแผ่นดินหนีเสียให้พ้น นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความน่าอับอายที่ครอบครัวฝั่งตัวเองยัดเยียดให้ต่อหน้าเผยมู่เหยี่ย ทว่าจนถึงตอนนี้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ท่าทีของคนในบ้านที่มีต่อเผยมู่เหยี่ยก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าเขาอยู่ดี อาหารเลิศรสที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะนั้นอุดมสมบูรณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงเพราะวันนี้เผยมู่เหยี่ยจะมา รอยยิ้มของหลินอี้หมิงแฝงความจงใจประจบประแจง ลู่เสวี่ยเหมยก็พูดจาด้วยท่าทีระมัดระวัง ส่วนหลินจื่อหาวก็ยิ่งประจบสอพลออย่างออกนอกหน้า หัวใจของหลินซีอินราวกับถูกกดทับอยู่ในตรอกที่มืดมิด อึดอัดเสียจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก เมื่อหันไปมองรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของเผยมู่เหยี่ย เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงความตลกร้าย ในใจของเผยมู่เหยี่ย คงกำลังเยาะเย้ยเธออยู่สินะ? เยาะเย้ยคนทั้งครอบครัวของเธอ แต
Read more

บทที่ 113

หลินซีอินสะดุ้งตกใจ หันไปมองปฏิกิริยาของเผยมู่เหยี่ยตามสัญชาตญาณ สายตาของเผยมู่เหยี่ยทอดมองมาที่ใบหน้าของเธอ ก่อนจะหันไปยิ้มบาง ๆ ให้กับลู่เสวี่ยเหมย: “ช่วงนี้เรายังไม่มีแพลนจะมีลูกครับ” หากหลินซีอินไม่ได้กำลังตั้งครรภ์อยู่ ในเวลานี้เธอคงจะรู้สึกขอบคุณเผยมู่เหยี่ยที่ช่วยพูดแก้สถานการณ์ให้ ทว่า... เธอกำลังท้องอยู่ สามีของเธอกลับไปบอกคนอื่นว่าพวกเขาไม่มีแผนที่จะมีลูก ช่างตลกร้ายสิ้นดี ระหว่างทางกลับ หลินซีอินเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เมื่อเผยมู่เหยี่ยขับรถมาส่งเธอที่ใต้ตึก เธอเอ่ยคำว่าขอบคุณออกไปอย่างแกน ๆ ราวกับหุ่นยนต์ แล้วผลักประตูลงจากรถ ระหว่างที่ยืนรอลิฟต์ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างกาย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก พอเดินเข้าลิฟต์ เงาร่างสายหนึ่งก็ทาบทับลงมาตรงหน้า พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นจาง ๆ ที่ลอยมาเตะจมูก หลินซีอินถึงเพิ่งได้สติ เธอช้อนตาขึ้นมองก่อนจะเอ่ยอย่างประหลาดใจ: “คุณตามฉันมาทำไมคะ? ไหนบอกว่ามีธุระไง?” ตอนอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เขาใช้ข้ออ้างว่ามีธุระต้องไปจัดการ เพื่อพาหลินซีอินปลีกตัวออกมา “อืม มีธุระ” เผยมู่เห
Read more

บทที่ 114

ลักษณะนิสัยที่ดูขัดแย้งแต่กลับกลมกลืนกันอย่างลงตัวนี้เอง ที่หล่อหลอมให้เผยมู่เหยี่ยเป็นผู้ชายที่ทั้งมีเสน่ห์และหล่อเหลาจับใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตาฝาดไปเองหรือเปล่า แต่หลินซีอินกลับมองเห็นร่องรอยของความประหลาดใจและเจ็บปวดเจืออยู่ในแววตาคู่นั้นของเขา ตลกน่า... คนอย่างเขาเนี่ยนะจะมีเรื่องให้ต้องเจ็บปวด? หลินซีอินรู้สึกราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายได้เปรียบในการปะทะคารมกับเผยมู่เหยี่ยทว่าชัยชนะในครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสะใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ภายในใจของเธอกลับยิ่งว้าวุ่น สับสน และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันไปหมด เดิมทีก็ตั้งใจจะหย่าอยู่แล้ว หลังจากนั้นเธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่เด็กที่มาเกิดอย่างกะทันหันคนนี้กลับทำลายแผนการทั้งหมดของเธอจนป่นปี้ ใช่ เธอตัดใจทิ้งเด็กคนนี้ไม่ลง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมลืมอดีตที่บาดหมาง และยอมรับพ่อของเด็กได้ เผยมู่เหยี่ยได้เหยียบย่ำขีดจำกัดความอดทนของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เขาไม่ได้รักเธอ ในชีวิตแต่งงานที่ผ่านมา เขาสามารถกลั่นแกล้ง หยามเกียรติ และพูดจาถากถางเธอสารพัด ซึ่งเธอก็สมควรโดนแล้ว... เพรา
Read more

บทที่ 115

ทว่าพอเปิดประตูออกไป คนที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับเป็นเผยมู่เหยี่ยเธอประหลาดใจมาก หลังจากที่สาดคำพูดเหล่านั้นใส่เขาไปเมื่อคืนจนเขายอมกลับไปแต่โดยดี เธอคิดว่าอย่างน้อยในช่วงนี้คงจะไม่ได้เห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีก “คุณมาทำไมอีก?” น้ำเสียงของหลินซีอินบ่งบอกถึงความระอาและรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด เผยมู่เหยี่ยไม่พูดไม่จา เขาถือวิสาสะหิ้วข้าวของเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในห้อง หลินซีอินสู้แรงเขาไม่ได้ หากคิดจะใช้กำลังเข้าขวางก็คงรังแต่จะล้มเหลว เรื่องที่ควรพูดเธอก็พูดไปหมดแล้วเมื่อวาน หากเขาเก็บไปใส่ใจ วันนี้ก็คงไม่โผล่มาให้เห็นหน้า เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยคิดจะให้เกียรติเธอเลย นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามอำเภอใจตัวเองเสมอ หลินซีอินเดินกลับมาขดตัวอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เมินหน้าหนีราวกับว่าเขาไร้ตัวตน แต่ใครจะไปคิดว่าเผยมู่เหยี่ยจะเดินเข้าครัวไป เขาเอาวัตถุดิบติดมือมาด้วยส่วนหนึ่ง และหยิบข้าวของบางอย่างออกมาจากตู้เย็นของเธอ ถึงหลินซีอินจะไม่ได้หันไปมอง แต่ด้วยขนาดห้องที่เล็กแคบเพียงนี้ แค่ฟังจากเสียงก็เดาออกแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่... ซึ่งมันทำให้เธอไม่สามารถสงบจิตสงบใจได้เ
Read more

บทที่ 116

“อาหารที่ผมทำ อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกเดลิเวอรีล่ะมั้ง” เผยมู่เหยี่ยขมวดคิ้ว: “กินของพวกนั้นบ่อย ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพคุณนะ” “ฉันกลัวคุณจะวางยาพิษฉันน่ะสิ” “หลินซีอิน!” เมื่อได้ยินน้ำเสียงเจือความกรุ่นโกรธของเขา หลินซีอินก็เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง:“เรากำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จะทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์ชีวิตคู่นี้อยู่อย่างนั้นเหรอ? เผยมู่เหยี่ย คุณสู้บอกฉันมาตรง ๆ ไม่ดีกว่าหรือไงว่า เพื่อบริษัทแล้วผมยังไม่อยากหย่า ทำแบบนั้นฉันยังจะรู้สึกนับถือคุณเสียกว่าอีก” “ผมไม่อยากหย่า” เผยมู่เหยี่ยเอ่ยปาก: “แต่ไม่ใช่เพราะเรื่องบริษัท” หัวใจของหลินซีอินกระตุกวูบ: “อะไรนะ?” “หลินซีอิน...” เขาเอ่ยชื่อเธอ ทว่าสายตากลับเบือนไปทางอื่น: “เราไม่หย่ากัน แล้วมาเริ่มต้นใหม่... จะได้ไหม” ไม่หย่า? แล้วเริ่มต้นใหม่เนี่ยนะ? เขาพูดบ้าอะไรของเขา? หลินซีอินแทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไปแล้ว เผยมู่เหยี่ยหมายความว่ายังไง ทะเลาะกับหมิงชิงหว่านมางั้นสิ ถึงได้วิ่งโร่มาง้อเธอ? หลินซีอินคิดหาคำอธิบายอื่นไม่ออก เธอถึงกับแค่นหัวเราะออกมา: “คุณทะเลาะกับหมิงชิงหว่านมาเหรอ” “ชิงหว่าน
Read more

บทที่ 117

หลินซีอินเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังโกหก และเมื่อเหลือบมองผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ ก็พอจะเดาเหตุผลได้ไม่ยาก เธอคลี่ยิ้มพลางเอ่ย: “ไม่เป็นไรหรอก พอดีฉันมีนัด วันนี้คงไม่ได้คุยกันต่อนะ” ชวีจิงโยวจำใจต้องโบกมือลาอย่างอ้อยอิ่ง: “ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกันโอกาสหน้านะคะพี่สาว ที่บอกว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน ตอนนี้พอจะระบุวันเวลาได้ไหมคะ” หลินซีอินปรายตามองชายหนุ่มด้านหลังอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า: “ไว้หลังปีใหม่ก็แล้วกัน ช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่งน่ะ” ชวีจิงโยวเดินจากไปพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดาย ทว่าก่อนจากไป ผู้ชายคนนั้นกลับมองหลินซีอินด้วยสายตาที่มีความหมายแฝงเร้น หลินซีอินรีบละสายตา แล้วหันหลังเดินจากไปทันที เธอเดินเล่นในสวนสาธารณะใจกลางเมืองอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ก็ได้รับสายจากเซียวรั่วอีที่โทรมาชวนไปทานมื้อค่ำด้วยกัน “มีร้านอาหารเพื่อสุขภาพเปิดใหม่ ฉันจะพาเธอไปบำรุงสักหน่อย!” หลินซีอินตกปากรับคำ เมื่อดูเวลาแล้วเห็นว่ายังเช้าอยู่จึงไม่ได้เร่งรีบอะไร เธอเดินเล่นต่ออีกสักยี่สิบนาที ก่อนจะขับรถตรงไปยังจุดหมาย ทว่าบนถนนดันมีอุบัติเหตุจนทำให้รถติด กว่าเธอ
Read more

บทที่ 118

“นั่นสิ” เซียวรั่วอีพูดต่อ: “ถ้าอยากได้ผู้ชายล่ะก็ ตามโฮสต์คลับมีผู้ชายเกรดพรีเมียมตั้งเยอะแยะ อยากได้ซิกซ์แพ็กก็มี อยากได้หน้าหล่อ ๆ ก็จัดให้ได้ จ่ายเงินนิดหน่อยก็ซื้อความสุขได้แล้ว ไม่เห็นต้องทนฝืนตัวเองเลย” “คือว่า...” หลินซีอินถอนหายใจ: “แบบนั้นไม่ไหวมั้ง ฉันกลัวเธอติดโรค” เซียวรั่วอีมองกองกระดูกในจานข้าง ๆ เพื่อนสาวแล้วพยักพเยิดหน้าถาม: “เมื่อตอนกลางวันเธอไม่ได้กินข้าวมาหรือไง” “กินแล้ว แต่ตอนนี้มันหิวนี่นา” หลินซีอินตอบ: “ร้านนี้รสชาติไม่เลวเลยนะเนี่ย” ทำเอาเธอเจริญอาหารสุด ๆ เซียวรั่วอีบอก: “เพื่อนของเพื่อนฉันเปิดร้านนี้น่ะ ฉันเลยพาเธอมาช่วยอุดหนุนไงล่ะ” เมื่อหลินซีอินกินอิ่มหนำสำราญ เธอก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วเอ่ยขึ้น: “ฉันท้อง” “ใช่มั้ยล่ะ รสชาติไม่เลวเลย...” เซียวรั่วอีเบิกตากว้างขึ้นทันควัน จ้องมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ: “เมื่อกี้... ฉันหูแว่วไปเองหรือเปล่า” “อะไรกัน” หลินซีอินมองเพื่อนยิ้ม ๆ: “เธอได้ยินว่าอะไรล่ะ” เซียวรั่วอีชักจะสงสัยหูตัวเองขึ้นมาจริง ๆ: “ฉันเหมือนจะได้ยินเธอพูดว่า... เธอท้อง...” “ใช่” เซียวรั่วอีชะงักอึ้งไป วินาทีต่อมาก็ผุดลุกข
Read more

บทที่ 119

เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของเผยเย่าไห่ ก็ทำเอาหลินซีอินนอนแทบไม่หลับทั้งคืน เธอไม่อยากกลับไปบ้านตระกูลเผย ไม่อยากนอนห้องเดียวกับเผยมู่เหยี่ย และยิ่งไม่อยากเห็นหน้าหมิงชิงหว่าน ยิ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์ อารมณ์ก็เลยอ่อนไหวง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เวลามีเรื่องให้ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ เธอทนได้ก็ทนมาตลอด ตัวเธอเองยอมลำบากน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เธอทำใจไม่ได้หรอกที่จะให้ลูกต้องมาพลอยรับเคราะห์ทนรองรับอารมณ์ใครไปด้วย แต่พอลองคิดดูอีกที ยังไงเธอก็กำลังจะหย่าอยู่แล้ว ทำไมต้องยอมให้ตัวเองถูกรังแกด้วยล่ะ? ถึงตอนนั้นเธอจะงัดข้อกับหมิงชิงหว่านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ไม่แน่ว่าพอเผยมู่เหยี่ยมาเห็นเข้า แล้วกลัวว่าเธอจะรังแกหมิงชิงหว่านของเขา เขาอาจจะยิ่งเร่งเดินเรื่องหย่าให้เร็วขึ้นก็ได้ พอคิดได้แบบนี้ การกลับไปบ้านตระกูลเผยก็ดูเหมือนจะเป็นผลดีกับเธอเหมือนกัน หลินซีอินจึงมีแรงฮึดขึ้นมาทันที ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น วันรุ่งขึ้นเธอก็ยังมัวแต่อิดออดไม่อยากไปอยู่ดี กว่าจะยอมเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังแล้วมุ่งหน้าไปบ้านตระกูลเผย เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่าย ตอนที่เธอไปถึง ทั้งโจ
Read more

บทที่ 120

“พี่มู่เหยี่ย กลับมาแล้วเหรอคะ!” หมิงชิงหว่านที่นั่งอยู่ข้างเผยอวิ๋นชิงเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม: “พวกเรากำลังรอทานข้าวพร้อมพี่อยู่เลยค่ะ” “ซีอินล่ะ?” เผยมู่เหยี่ยเอ่ยถามขณะเดินเข้ามา พลางถอดเสื้อโค้ทและปลดกระดุมข้อมือไปด้วย โจวอวี้ซู่พูดแทรกขึ้น: “พอกลับมาก็ขึ้นห้องไปเลย พ่อแกยังไม่ทันได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าขึ้นไปทำอะไรอยู่ข้างบน ไม่มีมารยาทเอาซะเลย...” ประโยคท้าย ๆ เสียงของเธอค่อย ๆ แผ่วลง เผยมู่เหยี่ยเพียงแค่ปรายตามองเธอเรียบ ๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาวขึ้นบันไดไป โจวอวี้ซู่ถึงกับหุบปากฉับ ไม่กล้าปริปากอะไรต่อ ช่วงนี้เผยมู่เหยี่ยยิ่งทำตัวเย็นชาขึ้นทุกวัน ถึงเขาจะไม่ค่อยพูดอะไรเหมือนเดิม แต่สายตาที่ใช้มองคนอื่นนั้นน่ากลัวราวกับจะฆ่ากันให้ตายโจวอวี้ซู่จึงไม่กล้าเข้าไปตอแยเขา เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน ชายหนุ่มไม่ได้เคาะประตู เขากดลูกบิดแล้วเปิดเข้าไปทันที ฤดูหนาวท้องฟ้ามืดเร็ว ตอนนี้ยังไม่ทันจะหกโมงเย็น ด้านนอกก็มืดสลัวไปหมดแล้ว ภายในห้องนอนไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงสว่างจากโถงทางเดินที่สาดส่องเข้ามา ทำให้เขามองเห็นก้อนผ้าห่มที่นูนขึ้นมาเป็นรูปร่างคนบนเตียง... หลินซีอินกำลัง
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status