All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 131 - Chapter 140

246 Chapters

บทที่ 131

หลินซีอินรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เธอจึงเอ่ยถามไปว่า: “มีเรื่องอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้หรือคะ?” ทว่าฮั่วเซียนหยางกลับนิ่งเงียบไป หลินซีอินเองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร หญิงสาวเพียงแต่หลุบตาลงมองลวดลายบนผ้าปูโต๊ะไปพลาง ๆ ครู่ต่อมา ฮั่วเซียนหยางถึงยอมเปิดปาก: “เรื่องของผมกับอีอี... คุณรู้เรื่องไหมครับ?” หลินซีอินช้อนตาขึ้นมองเขา: “คุณกับอีอี... มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ?”“เธอไม่ได้เล่าให้คุณฟังสินะครับ” หลินซีอินส่ายหน้า: “ไม่ได้เล่าค่ะ” ถึงแม้เพื่อนจะไม่ได้เล่าให้ฟัง แต่หลินซีอินก็พอจะสัมผัสได้ว่าระหว่างเซียวรั่วอีกับฮั่วเซียนหยาง จะต้องมีอะไรบางอย่างไม่ธรรมดาแน่ ๆ ฮั่วเซียนหยางเอ่ยขึ้น: “ผมคิดว่าเธอจะบอกคุณเสียอีก” หลินซีอินกล่าวตอบ: “ทนายฮั่วคะ เรื่องของคุณกับอีอี ฉันไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายหรอกนะคะ ในเมื่ออีอีไม่ได้เล่าให้ฉันฟัง ฉันก็คิดว่า…” “เธอไม่ได้เล่า แต่ผมอยากจะบอกคุณครับ” ฮั่วเซียนหยางสบตาเธอเช่นกัน: “หรือว่า... คุณแค่มองผมเป็นทนายความ เป็นแค่เครื่องมือในการฟ้องหย่าของคุณ แต่ไม่ได้มองผมเป็นเพื่อนคนหนึ่งเลย” ทั้งคู่เพิ่งจะเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง หากจะเรียกว่าเพื่อนก็คงดูฝืนใจไ
Read more

บทที่ 132

ฮั่วเซียนหยางรู้นิสัยของฉือเทียนหลินดีว่าเขาเป็นคนยังไง เขาตอบรับว่า: “ได้ เรื่องนี้ฉันจัดการให้เอง” อันที่จริงทั้งสองคนไม่ได้สนิทสนมกันนัก และไม่ได้กะจะไปกินข้าวด้วยกันตั้งแต่แรก คุยธุระเสร็จจึงแยกย้ายกันไป พอขึ้นรถปุ๊บ ฮั่วเซียนหยางก็ต่อสายหาฉือเทียนหลินทันที: “วัน ๆ นายหัดทำตัวเป็นชิ้นเป็นอันบ้างได้ไหม!” ปลายสายอย่างฉือเทียนหลินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก: “ฉันไปทำอะไรให้อีกเนี่ย? ถึงนายจะเป็นพี่ แต่จะมาด่ากันลอย ๆ ไม่มีสาเหตุแบบนี้ไม่ได้นะ!” “ฉันเคยปรักปรำนายหรือไง? ขอถามหน่อยเถอะ เรื่องที่หลินซีอินหย่า นายไปแส่หาเรื่องอะไรด้วย? แล้วอีกอย่าง นายไปสนิทกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่? ว่างจัดจนไม่มีอะไรทำแล้วใช่ไหม!”ฉือเทียนหลินแค่นเสียงเหอะ: “ยัยนั่นไปฟ้องนายล่ะสิ? ความสามารถอื่นไม่มี เก่งแต่เรื่องฟ้องชาวบ้านนี่แหละ!” ฮั่วเซียนหยางนวดขมับด้วยความปวดหัว: “นายอย่าไปรังควานเขา เข้าใจไหม? แล้วก็เรื่องหย่า... ห้ามเอาไปแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด” “ฉันไม่ได้ว่างขนาดจะไปป่าวประกาศเรื่องยัยนั่นหย่าไปทั่วหรอกนะ” ฉือเทียนหลินเถียง: “ว่าแต่นายเอาตาข้างไหนมาดูว่าฉันไปหาเรื่องเธอ? ฉันต่างหากที่ต้อ
Read more

บทที่ 133

เซียวรั่วอีไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย: “เขานี่สรรหาสารพัดวิธีมาใช้จริง ๆ เธอไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ยังไงฉันกับเขาก็ไม่มีทางเป็นไปได้” “ทำไมล่ะ?” หลินซีอินถามอย่างแปลกใจ: “ฉันว่าเขาก็ดูโอเคเลยนะ ฐานะก็เหมาะสมกัน แถมตัวเขาเองก็เพียบพร้อมจะตายไป” “เรื่องของความรู้สึกน่ะ มันไม่มีเหตุผลอะไรมากมายหรอก” เซียวรั่วอีตอบ: “แค่ไม่คลิกกันก็เท่านั้น” เจอคำตอบนี้เข้าไป หลินซีอินก็ถึงกับจนปัญญา แต่เธอก็ยังอยากช่วยพูดเปิดทางให้ฮั่วเซียนหยางอีกสักหน่อย: “คุณลุงคุณป้าก็คอยเร่งให้เธอมีแฟนอยู่ตลอดไม่ใช่เหรอ? เธอลองแกล้งคบเพื่อปัดรำคาญพวกท่านไปก่อนก็ได้นี่นา” ปากบอกว่าแกล้งคบเพื่อปัดรำคาญ แต่ความจริงแล้ว หลินซีอินแค่อยากให้เซียวรั่วอีลองเปิดโอกาสให้ฮั่วเซียนหยางดูสักครั้ง “ฉันกลัวหมอนั่นจะมาตื๊อไม่เลิกน่ะสิ” เซียวรั่วอีว่า: “เขาเป็นถึงทนายเชียวนะ เรื่องหาข้ออ้างแก้ต่างให้ตัวเองน่ะเก่งเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ” “นี่จะไม่ยอมให้โอกาสเขาเลยสักนิดจริง ๆ เหรอ?” เซียวรั่วอีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ: “เคยให้ไปแล้ว แต่เขาไม่เห็นค่าเอง” หลินซีอินชะงักไป เซียวรั่วอีพูดต่อ: “เธอไม่ต้องไปบอกเรื่องนี้กับเขานะ ถ้าเ
Read more

บทที่ 134

แจกันลายครามทรงโบราณสูงท่วมหัวตรงหน้าประตูถูก หมิงชิงหว่านเผลอชนเข้าจนล้มลงมาแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เสียงดังสนั่นนั่นทำเอาหลินซีอินตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ วินาทีนั้นเธอได้แต่ตื่นตระหนก ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวแรงไม่เป็นจังหวะ ตัวเธอจะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ แต่เธอหวาดกลัวว่าเด็กในท้องจะเป็นอันตราย โชคดีที่เป็นแค่การตื่นตูมไปเองเท่านั้น เสียงของหมิงชิงหว่านดังขึ้น: “พี่ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?” หลินซีอินถึงเพิ่งเรียกสติกลับมาได้ เธอส่ายหน้าพร้อมกับใบหน้าที่ยังคงซีดเผือด: “ไม่เป็นไร” สายตาของหมิงชิงหว่านละไปจากหน้าท้องของเธอ และไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หลินซีอินเดินเลี่ยงเศษกระเบื้องบนพื้นอย่างระมัดระวัง แล้วรีบจ้ำอ้าวขึ้นไปชั้นบน เมื่อขึ้นมาถึงห้องและอยู่กับความเงียบสงบ เธอถึงเพิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แจกันใบใหญ่ขนาดนั้น หมิงชิงหว่านต้องไม่ระวังตัวเบอร์ไหน หรือต้องออกแรงมากแค่ไหนกันถึงจะชนมันจนล้มคว่ำได้ แต่ถ้าจะบอกว่าเธอจงใจผลักแจกันให้ล้มเพื่อหวังจะฟาดใส่เธอ มันก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ เพราะแจกันใบเบ้อเริ่มเป็นเป้าสายตาขนาดนั้น แค่ขยับนิดเดียวหลินซีอินก็ต้องรู้ตัวแล้ว
Read more

บทที่ 135

หลินซีอินหลุบตาลง ทำไมล่ะ นี่เขารู้สึกสงสารขึ้นมาแล้วเหรอ? หมิงชิงหว่านยิ้มพลางกล่าว: “แค่นี้ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ยังไงฉันก็ว่างอยู่แล้ว เอาล่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกในครัวให้นะคะ”หมิงชิงหว่านเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมที่ยังคงลอยอวลมาแตะจมูกของหลินซีอิน ไม่รู้ว่าประโคมน้ำหอมมามากแค่ไหน เผยมู่เหยี่ยเริ่มถอดเสื้อผ้าออก เปลี่ยนเป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้าน แล้วทรุดตัวลงนั่งแนบชิดหลินซีอิน เขาถามขึ้น: “ทำไมไม่ไปนั่งที่ห้องทำงานล่ะ”หลินซีอินตอบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า: “ไม่สะดวกค่ะ” เพราะยังไงนั่นก็เป็นพื้นที่ทำงานของเผยมู่เหยี่ย เธอยังจำได้ดีว่าตอนที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ ตอนอยู่ที่บ้านทะเลเมฆ เธอเคยไปตามเขาที่ห้องทำงานเพื่อมากินข้าว พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นเผยมู่เหยี่ยรีบเอาแฟ้มเอกสารปิดทับของในมือไว้ เธอไม่เห็นว่ามันคืออะไร แต่ก็ชัดเจนว่าในห้องทำงานนั้น มีบางอย่างที่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้มอง นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในห้องทำงานของเผยมู่เหยี่ยอีกเลย “มีอะไรไม่สะดวกกัน” เผยมู่เหยี่ยพูดจบก็เอื้อมมือมาสวมกอดเธออย่างกะทันหัน หลินซีอินถึงกับชะงัก
Read more

บทที่ 136

เธอยังพูดไม่ทันจบ เผยมู่เหยี่ยก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “ถ้าอยากมีหลานนัก ก็ให้อวิ๋นชิงเป็นคนมีสิ” สิ้นคำพูดของเขา หมิงชิงหว่านก็วางชามข้าวลงพลางร้องปรามเสียงขุ่น: “พี่มู่เหยี่ย!”หลินซีอินอดแปลกใจไม่ได้ว่าที่เผยมู่เหยี่ยพูดแบบนี้...เขาตั้งใจประชด หรือแฝงความหมายอะไรกันแน่? เขามีใจให้หมิงชิงหว่าน หากหย่าขาดจากเธอเมื่อไหร่ ร้อยทั้งร้อยเขาก็คงลงเอยกับหมิงชิงหว่านอยู่ดี ถึงอย่างไรเผยอวิ๋นชิงก็เป็นแค่น้องชายต่างมารดา ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ก็ระหองระแหงกันอยู่แล้ว การแย่งคู่หมั้นของน้องชายมา คงไม่ได้ทำให้คนอย่างเผยมู่เหยี่ยรู้สึกผิดบาปอะไรหรอก ที่พูดว่าให้เผยอวิ๋นชิงมีลูก คงเป็นแค่คำพูดประชดประชันเท่านั้นแหละ หลินซีอินก้มหน้าก้มตาสงบปากสงบคำ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักแอะ เอาแต่กินข้าวของตัวเองไปเงียบ ๆ “พี่มู่เหยี่ยคะ ทำไมพวกพี่ถึงไม่อยากมีลูกล่ะคะ แล้วถ้าพี่ซีอินเกิดพลาดท้องขึ้นมาจะทำยังไง?” คำถามของหมิงชิงหว่านทำให้หลินซีอินเงยหน้าขึ้นมาทันที และหันไปมองเผยมู่เหยี่ยโดยสัญชาตญาณ หากเป็นคนอื่นมาเซ้าซี้เรื่องนี้ เผยมู่เหยี่ยคงระเบิดอารมณ์ใส่ไปแล้ว แต่คนที่ถา
Read more

บทที่ 137

หลินซีอินไม่คิดจะตอบคำถามที่เต็มไปด้วยการยั่วยุและหลุมพรางนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าหมิงชิงหว่านไม่อยากปล่อยเธอไปง่าย ๆ แบบนี้ หมิงชิงหว่านพูดขึ้นว่า: “เธอจะคอยตามตื๊อพี่มู่เหยี่ยไปเพื่ออะไรกัน เขารักเธอเสียที่ไหนล่ะ คนที่ไม่ถูกรักต่างหากที่เป็นมือที่สาม หลินซีอิน ถือซะว่าฉันขอร้องเถอะนะ ปล่อยเขาไปเถอะ” หลินซีอินรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นมากจริง ๆ เพราะตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดพรรค์นี้ จิตใจของเธอกลับสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นใด ๆ เธอตอบกลับไปว่า: “แล้วยังไงล่ะ เราสองคนเป็นสามีภรรยากัน มีทะเบียนสมรส และมีกฎหมายคุ้มครอง” ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเจ็บปวด ทว่ายังสามารถตอกกลับได้อย่างเจ็บแสบ สีหน้าของหมิงชิงหว่านดูแย่ลงถนัดตา: “ใช่สิ แล้วยังไงล่ะ ถึงยังไงเธอก็ไม่มีวันได้หัวใจของเขาอยู่ดี” หลินซีอินถอนหายใจ ตัดสินใจเห็นแก่ลูกในท้อง จึงไม่ถือสาหาความหมิงชิงหว่าน เธอเอ่ยว่า: “แทนที่จะมาพูดเรื่องพวกนี้กับฉันตรงนี้ สู้เธอไปหาเผยมู่เหยี่ยดีกว่าไหม” “ไปหาพี่มู่เหยี่ยทำไม” “เธอก็บอกเขาไปสิว่าฉันไม่ได้รักเขา ฉันอยากจะจบการแต่งงานที่เหลือเพียงแต่ชื่อนี้ให้เร็วที่สุด ขอให้เขาเมตตาปล่อยฉัน
Read more

บทที่ 138

กว่าเธอจะตื่นนอนและลงมาข้างล่าง คนบ้านตระกูลเผยก็เตรียมตัวทานมื้อค่ำกันแล้ว มื้อเที่ยงหลินซีอินไม่ได้ทานอะไร ตอนนี้จึงรู้สึกหิวจริง ๆ มื้อค่ำเธอเลยทานไปไม่น้อย เผยมู่เหยี่ยยังไม่กลับมา ได้ยินว่าเขาติดงานเลี้ยงรับรอง หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินซีอินก็ออกไปเดินเล่นที่สวนตามลำพัง เธอคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะบังเอิญเจอฉือเทียนหลินเข้าอีกแล้ว เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี ทว่าฉือเทียนหลินกลับพูดขึ้นว่า: “ยัยขี้ฟ้อง เชื่อไหมว่าผมจะตามคุณเข้าไปถึงในบ้านตระกูลเผยเลย” หลินซีอินเหลืออด หันขวับกลับไปมองเขา น้ำเสียงเจือความกรุ่นโกรธ: “คุณจะเอายังไงกันแน่?” “ก็คุณมาหาเรื่องผมก่อนไม่ใช่หรือไง” ฉือเทียนหลินพูด: “คุณไม่ได้ไปฟ้องฮั่วเซียนหยางก่อนหรอกเหรอ” “ฉันไม่ได้ฟ้อง” หลินซีอินเถียง: “ฉันก็แค่อยากจะรักษาระยะห่างจากคุณ”“คุณนี่มันใจร้ายจริง ๆ ผมอุตส่าห์อยากผูกมิตรด้วย แต่คุณกลับอยากตีตัวออกห่างผมเนี่ยนะ”“ทำไมการที่คุณอยากเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันต้องยอมเป็นเพื่อนคุณด้วยล่ะ?” หลินซีอินพูด: “ฉันไม่อยากเป็น”เธอไม่ได้รู้สึกถูกชะตากับฉือเทียนหลินเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่แค่เพราะเผยมู่เหยี่ยกับฉือเท
Read more

บทที่ 139

หลินซีอินรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาจริง ๆ เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปเผลอขัดใจตัวซวยคนนี้เข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉือเทียนหลินมองสีหน้าของเธอแล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง: “ว่าไง สนใจมาพนันกับผมสักตั้งไหมล่ะ? ไม่แน่ว่าคุณอาจจะชนะก็ได้นะ” หลินซีอินจนปัญญาแล้วจริง ๆ: “พนันอะไร?” “ไปมาหาสู่กับผมตามปกติ อย่าปฏิเสธผมให้มันมากนัก” ฉือเทียนหลินมองเธอพลางชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว: “หนึ่งเดือน ขอเวลาแค่หนึ่งเดือน ถ้าคุณยังยอมรับผมเป็นเพื่อนไม่ได้ ต่อไปผมก็จะไม่มาวอแวกับคุณอีก” หนึ่งเดือน... หลินซีอินครุ่นคิดในใจก่อนจะเอ่ยถาม: “แล้วในหนึ่งเดือนนี้ คุณอยากจะทำอะไร? จะให้ฉันให้ความร่วมมือยังไง?” “คุยกับคนฉลาดนี่มันสบายใจจริง ๆ” ฉือเทียนหลินหัวเราะร่วน: “ผมไม่ขอให้คุณมาเจอผมทุกวันหรอก แค่มากินข้าวเป็นเพื่อนผมอาทิตย์ละครั้ง เป็นไง?”“ก็หมายความว่า ถ้าฉันกินข้าวเป็นเพื่อนคุณสี่ครั้ง แล้วหลังจากนั้นพบว่าฉันก็ยังรับคุณเป็นเพื่อนไม่ได้ คุณก็จะไม่มาวุ่นวายกับฉันอีกใช่ไหม?”“จะสรุปแบบนั้นก็ไม่ผิด” ฉือเทียนหลินถามย้ำ: “จะพนันไหมล่ะ?” “คุณพูดคำไหนคำนั้นนะ?”“ยังไงผมก็เป็นลูกผู้ชาย” ฉือเทียนหลินขมวดคิ้ว: “ลูกผู้ช
Read more

บทที่ 140

ฮั่วเซียนหยางทนไม่ไหวอีกต่อไป: “นี่นายประสาทหรือเปล่าเนี่ย?” ฉือเทียนหลินสวนกลับ: “นายนั่นแหละที่ประสาท! ฉันจะทำอะไรมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย? ฉันแค่จะคบเพื่อนใหม่ นายยังจะมาคอยป่วนอีก!” เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนทำท่าจะเปิดศึกกันอีกรอบ เซียวรั่วอีก็ลุกพรวดขึ้นแล้วเอื้อมมือไปคว้าแขนหลินซีอิน: “พวกเราไปกันเถอะ” ฮั่วเซียนหยางลุกพรวดตามขึ้นมาทันที ฉือเทียนหลินพูดลอยหน้าลอยตา: “เอาสิ จะไปก็ไป แต่ถ้าเดินออกไปตอนนี้ ถือว่าอาหารมื้อนี้เป็นโมฆะนะ” ฮั่วเซียนหยางชี้หน้าเขา: “นายจะไม่จบใช่ไหม?” หลินซีอินรั้งแขนเซียวรั่วอีไว้: “กินข้าวกันก่อนเถอะ” พร้อมกับส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้เพื่อนช่วยห้ามทัพฮั่วเซียนหยางที ท้ายที่สุด ทั้งสี่คนก็ยอมสงบศึกและเริ่มลงมือทานอาหาร เซียวรั่วอีเปิดบทสนทนา: “พวกคุณมีอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันดีกว่าค่ะ ทะเลาะกันไปก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ประธานฉือคะ คุณเองก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ทำไมถึงยังทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้ล่ะคะ” ฉือเทียนหลินหัวเราะเบา ๆ: “คุณคิดว่าผมอยากเอาแต่ใจงั้นเหรอ? ผมอยากผูกมิตรกับเธอ แต่เธอไม่ยอมให้ความร่วมมือเอาเสียเลย ถ้าผมไม่เล่นบทเอาแต่ใจสักหน่อย ก็คง
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status