All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 141 - Chapter 150

246 Chapters

บทที่ 141

ทันทีที่เธอทรงตัวได้มั่น รถคันหนึ่งก็แล่นฉิวผ่านหลังไปอย่างรวดเร็ว หญิงสาวยังคงใจหายวาบ ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความหวาดหวั่นไม่หาย เธอหันไปมองฉือเทียนหลิน ชายหนุ่มล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง เชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางยังคงหยิ่งยโสอวดดีไม่เปลี่ยน หลินซีอินเอ่ยปากอย่างจริงใจ: “ขอบคุณนะ”ฉือเทียนหลินแค่นเสียงหยัน “ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามขนาดนี้ เดินถนนไม่รู้จักชิดริมหรือไง” หลินซีอินปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลเผย เธอก็นอนพักกลางวันตามปกติ เดิมทีเธอก็ไม่คิดจะเอาเด็กคนนี้ออกอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ แต่อาการแพ้ท้องที่สตรีมีครรภ์ส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน เธอกลับไม่มีเลยสักนิด เธอจึงยิ่งรู้สึกรักใคร่และผูกพันกับลูกในท้องคนนี้มากขึ้นไปอีก เด็กดีที่อยู่ในท้องแม่ ว่านอนสอนง่ายไม่ทรมานคนเป็นแม่แบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่รัก? ระหว่างที่หลับสนิท จู่ ๆ หลินซีอินก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก คล้ายมีหินก้อนใหญ่มากดทับที่หน้าอก ซ้ำยังมีคนมาปิดปากเธอเอาไว้ เธอออกแรงดิ้นรนสุดกำลัง วินาทีต่อมาก็เบิกตาโพลง เผยมู่เหยี่ยกำลังทาบทับอยู่บนร่างของเธอ แ
Read more

บทที่ 142

เผยมู่เหยี่ยยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าของเขาตึงเครียด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น “คุณจะไปไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ สายตาที่ทอดมองหลินซีอินก็ดูลึกล้ำและเย็นชาไม่แพ้กัน น้ำเสียงของหลินซีอินสั่นเครือ: “เผย... เผยมู่เหยี่ย…” “กลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขาจ้องมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็แค่นหัวเราะออกมา: “หลินซีอิน ผมน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?” อารมณ์ของหลินซีอินเมื่อครู่นี้เรียกได้ว่าพลิกผันอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปาทานไปเองหรือเปล่า แต่ตอนนี้เธอรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยขึ้นมานิด ๆ จะไม่ให้เธอกลัวได้ยังไง? เผยมู่เหยี่ยในตอนนั้น ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกครอบงำด้วยความต้องการทางกายเท่านั้น หลินซีอินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามยืดแผ่นหลังให้ตรง: “เผยมู่เหยี่ย ใช้แต่พละกำลังกับความป่าเถื่อนทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิง คุณไม่คิดว่าตัวเองน่ากลัวบ้างเหรอ?”“ทำไมไม่หาสาเหตุที่ตัวเธอเองบ้างล่ะ? ผมเป็นผู้ชายนะ ไม่ใช่พระ” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยยังคงเย็นเยียบ: “และคุณก็เป็นภรรยาของผม” “เรา…” “อย่าพูดว่าเรากำลังจะหย่ากัน เพราะตอนนี้เรายังเป็นสามีภรรยากันอยู่” “ต่อให้เป็นสามีภรรยากัน ถ้าคุณมีความ
Read more

บทที่ 143

เธอไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายแทรกซ้อนขึ้นมาก่อนการหย่าร้างจริง ๆ รีบรับมือฉือเทียนหลินให้จบ ๆ ไปเสียที จะได้หมดเรื่องกวนใจไปอีกเปราะหนึ่ง อันที่จริง เธอพอจะเดาออกว่าฉือเทียนหลินจงใจเข้าหาเธอเพราะอะไร เขาไม่ถูกกับเผยมู่เหยี่ย หากหลินซีอินมีท่าทีสนิทสนมกับฉือเทียนหลิน เผยมู่เหยี่ยคงชักสีหน้าไม่พอใจแน่ ๆ ไม่ว่าเขาจะชอบหลินซีอินหรือไม่ก็ตาม ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ย่อมต้องห่วงหน้าตาและศักดิ์ศรีของตัวเองทั้งนั้น โลเคชันที่ฉือเทียนหลินส่งมาให้คือไพรเวตคลับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าไพรเวตคลับหรูระดับไฮเอนด์ในเมืองไห่เฉิงไม่ได้มีแค่ที่นี่ที่เดียว แต่หลินซีอินจำได้ว่า เผยมู่เหยี่ยก็เคยมาที่คลับแห่งนี้เหมือนกัน ว่ากันว่าที่นี่คือแหล่งผลาญเงินชั้นดี บางคนสามารถโปรยเงินทิ้งเป็นล้านได้ภายในชั่วข้ามคืน แม้หลินซีอินจะแต่งงานกับเผยมู่เหยี่ยแล้ว แต่วิถีชีวิตของเธอกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย เผยมู่เหยี่ยไม่เคยพาเธอไปช้อปปิ้งล้างผลาญ และไม่เคยซื้อคฤหาสน์หรือเกาะส่วนตัวให้เธอ วิถีชีวิตแบบสะใภ้เศรษฐี ยังคงเป็นเรื่องไกลตัวเธอมากอยู่ดี เธอจึงไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมบางคนถึงสามารถผลาญเงินมูลค่าเท่
Read more

บทที่ 144

“อยากให้ผมช่วยไหมล่ะ?” “ช่วยอะไร?” “ช่วยเรียกเงินจากเผยมู่เหยี่ยให้เธอเพิ่มไง” หลินซีอินส่ายหน้า: “ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้น” ฉือเทียนหลินชะงักไปครู่หนึ่ง นึกว่าตัวเองหูฝาด “อะไรนะ?” “ฉันจะออกไปแต่ตัว” หลินซีอินตอบ: “ของพวกนั้นมันไม่ใช่ของฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” “คุณมันโง่...” คำด่าที่เหลือมันระคายหูเกินไป ฉือเทียนหลินจึงกลืนมันลงคอไป เขาแค่นหัวเราะ:“สมองคุณมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย? แต่งงานกับเผยมู่เหยี่ยมาตั้งหลายปี พอหย่ากลับไม่เรียกร้องเงินสักแดงเดียว ทำไม จะยอมให้เขานอนด้วยฟรี ๆ หรือไง?” หลินซีอินลุกพรวด ไม่พูดอะไรสักคำแล้วก้าวขาเดินหนีไปทันที ฉือเทียนหลินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองปากพล่อยพูดผิดไป จึงรีบลุกขึ้นวิ่งตาม หลินซีอินเปิดประตูออกไปแล้ว แต่ฉือเทียนหลินที่ตามมาด้านหลังอาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูง เอื้อมมือไปดันประตูปิดลงอีกครั้ง หลินซีอินหันขวับมาตวาดลั่น: “คุณจะทำอะไร!” มือของฉือเทียนหลินยังคงยันอยู่กับบานประตู ท่าทางแบบนี้มองเผิน ๆ เหมือนหลินซีอินกำลังถูกเขากักตัวไว้ในวงแขน แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่ามันดูไม่ค่อยเข้าที จึงลดแขนลงแล้วยกมือขึ้นมาลูบจมูกตัวเองอย่า
Read more

บทที่ 145

“คิดซะว่าคบเพื่อนเพิ่มอีกคนเถอะน่า ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นเลย” ฉือเทียนหลินดึงแขนเสื้อเธอ กึ่งลากกึ่งจูงพาไปที่โต๊ะอาหาร: “ลองชิมซุปไก่ร้านนี้ดูสิ อร่อยมากเลยนะ” พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น หลินซีอินก็รู้สึกหิวขึ้นมาตงิด ๆ ทันที ฉือเทียนหลินเห็นเธอมีท่าทีสนใจ จึงหยิบเมนูอาหารปั๊มฟอยล์ทองส่งให้: “ลองดูสิว่าอยากทานอะไร” หลินซีอินก็ไม่เกรงใจ สั่งเมนูโปรดของตัวเองไปสองอย่าง เมื่อเห็นว่าเธอพอแค่นั้น ฉือเทียนหลินก็เป็นฝ่ายสั่งเพิ่มไปอีกสี่ห้าอย่าง หลินซีอินถามขึ้นว่า: “มีคนอื่นมาเพิ่มอีกเหรอคะ” ฉือเทียนหลินย้อนถาม: “ทำไมล่ะ หรือว่าคุณมีกำลังเสริม?” “ถ้ามีแค่เราสองคน สั่งมาเยอะขนาดนี้กินไม่หมดหรอกค่ะ” “กินไม่หมดก็เหลือทิ้งไว้สิ” ฉือเทียนหลินตอบสบาย ๆ: “อาหารพวกนี้รสชาติดีทีเดียว ผมแค่อยากให้คุณลองชิมดู” “เหลือก็เสียของสิคะ” หลินซีอินแย้ง: “สั่งแค่สามอย่างก็พอแล้ว” “ไม่ต้องมาช่วยผมประหยัดหรอก...” “ไม่ได้ช่วยประหยัดค่ะ” หลินซีอินพูดต่อ: “แต่เรากินไม่หมดจริง ๆ แล้วจะกินทิ้งกินขว้างทำไมคะ” “ไม่เห็นต้องมาเถียงกันเรื่องนี้เลยนะ” ฉือเทียนหลินขมวดคิ้ว: “ปกติผมกินข้าวคนเดียวก็สั่ง
Read more

บทที่ 146

ตอนนี้หลินซีอินรู้แล้วว่าที่ประจำที่เขาหมายถึงคือที่ไหน เธอเอ่ยถาม: “ถ้าไปนั่งเล่น จะนับว่าเป็นการเจอกันครั้งที่สามหรือเปล่า?” ฉือเทียนหลินตอบกลับ: “ฝันไปเถอะ” “งั้นก็ไม่ไป” หลินซีอินหาววอดเล็ก ๆ: “ฉันง่วงแล้ว จะกลับไปนอน”“เธอนี่มันหมูชัด ๆ กินอิ่มก็นอนเลยนะ”“ยุ่งน่า” ตั้งแต่เปิดอกคุยกัน หลินซีอินก็เลิกเก๊กและปล่อยตัวตามสบายเต็มที่ เพราะรู้ดีว่ายังไงฉือเทียนหลินก็ทำอะไรเธอไม่ได้อยู่แล้ว: “ฉันกลับล่ะนะ” “งั้นก็อยู่ต่ออีกหน่อยสิ”หลินซีอินถามเขา: “ประธานฉือคะ ธุรกิจคุณก็ออกจะใหญ่โต ทำไมถึงดูว่างขนาดนี้เนี่ย?” ฉือเทียนหลินตอบ: “ก็เพราะผมไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์น่ะสิ จ่ายเงินจ้างตั้งมากมาย ถ้าผมยังต้องมานั่งเหนื่อยสายตัวแทบขาดอีก แล้วจะจ้างมาทำไมล่ะ?”พอนึกไปถึงเผยมู่เหยี่ยที่วัน ๆ เอาแต่ปั่นงานเป็นระวิงจนนายกรัฐมนตรียังต้องชิดซ้าย หลินซีอินก็รู้สึกว่านิสัยแบบฉือเทียนหลินก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็คงไม่ตายเพราะทำงานหนักจนเกินไป ฉือเทียนหลินพูดขึ้นอีก: “คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”“ทำอะไรคะ?”“ก็เรื่องที่ไม่ยอมรับเงินหมอนั่นไง” ฉือเทียนหลินพูดต่อ: “ถึงผมจะไม่รู้ว่าพวกคุณหย่ากัน
Read more

บทที่ 147

หลินซีอินพูดขึ้น: “เอาไว้พ้นข้อตกลงเดิมพันหนึ่งเดือนนี้ไปก่อนค่อยว่ากันเถอะค่ะ” “ผมว่าคืนนี้เราก็คุยกันถูกคอดีนะ ยังไงก็นับว่าเป็นเพื่อนกันได้แล้วไม่ใช่หรือไง”หลินซีอินปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แต่ทุกอย่างล้วนกระจ่างแจ้งโดยไม่ต้องเอ่ยคำ ฉือเทียนหลินรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างแรง เขาเลิกคิ้วถาม: “มาตรฐานการคบเพื่อนของคุณคืออะไรกันแน่? ขนาดผมคุณยังไม่เข้าตา นี่กะจะหาเทวดาที่ไหนมาเป็นเพื่อนหรือไง” “ถ้ามาตรฐานการคบเพื่อนของฉันคือความรวย ประธานฉือก็คงเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันมีนั่นแหละค่ะ” “พอเลย ไม่ต้องพูดแล้ว ที่คุณพูดมามันหมายความว่านอกจากรวยแล้ว ผมก็ไม่มีดีอะไรเลยใช่มั้ยล่ะ” “ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย”“คุณหมายความแบบนั้นแหละ อย่าคิดว่าผมโง่จนฟังไม่ออกนะ”หลินซีอินนึกอยากจะหัวเราะออกมาดื้อ ๆ ฉือเทียนหลินตีหน้าขรึม ทั้งที่ใบหน้ายังหล่อเหลา: “คิดไม่ถึงเลยนะว่าพวกนักวิจัยอย่างคุณจะปากคอเราะร้ายขนาดนี้!” “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ดูท่าแล้วเราคงไม่เหมาะจะเป็นเพื่อนกันหรอกค่ะ” “เพื่อจะสลัดผมให้พ้น คุณนี่งัดมาใช้ทุกวิถีทางเลยนะ” อันที่จริงหลินซีอินไม่ได้หมา
Read more

บทที่ 148

ฉือเทียนหลินเดาะลิ้นจิ๊จ๊ะอย่างนึกอารมณ์ดี เอ่ยรำพึงว่า: “โชคดีนะที่คุณจะหย่า ไม่ได้การล่ะ รอให้ถึงวันหย่าเมื่อไหร่ ผมจะเลี้ยงข้าวฉลองให้คุณเอง ตกลงกันก่อนนะว่ามื้อนั้นจะไม่นับรวมในสี่ครั้งที่เราตกลงกันไว้” ถ้าได้หย่ากันจริง ๆ หลินซีอินก็คิดว่าตัวเองคงจะรู้สึกยินดีไม่น้อยเหมือนกัน อย่างน้อยก็ถือว่าได้หลุดพ้นเสียที เธอตอบกลับไปว่า: “ตกลง”เมื่อหลินซีอินกลับมาถึงบ้านตระกูลเผยแล้วไม่พบเผยมู่เหยี่ย เธอก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก หวังว่าก่อนจะถึงวันหย่า เขาจะรักษาคำพูดและไม่กลับมาค้างที่นี่อีก เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสอง หลินซีอินแวะกลับไปที่บ้านของตัวเองหนหนึ่ง ร่างกายของหลินอี้หมิงยังคงอ่อนแอ แต่สีหน้าท่าทางกลับดูสดใสขึ้นไม่น้อย ส่วนลู่เสวี่ยเหมยพอเห็นว่าเธอกลับมาเพียงลำพัง สีหน้าก็ฉายแววไม่พอใจนัก ทางด้านหลินจื่อหาวกลับกำลังหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ดูราวกับว่าเขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่ออนาคตจริง ๆ หลินซีอินซื้อพวกของบำรุงและผลไม้มาฝาก เธออยู่พูดคุยได้ไม่นานก็ขอตัวกลับโดยอ้างว่ายังมีธุระต้องไปทำต่อ เธอต้องแวะไปเอาของที่สถาบันวิจัย และช่วงบ่ายยังมี
Read more

บทที่ 149

วันรุ่งขึ้นคือวันส่งท้ายปีเก่า วันนี้ที่บ้านไม่มีแขก คนรับใช้ต่างก็พากันลางานหยุดพักผ่อน ตอนที่หลินซีอินเดินลงมาข้างล่าง โจวอวี้ซู่และหมิงชิงหว่านกำลังง่วนอยู่ในห้องครัว หลินซีอินตื่นขึ้นมาเพราะความหิว ทว่าพอลงมาถึง อาหารเช้ากลับยังไม่เสร็จ สำหรับมื้อค่ำวันสิ้นปี ทางภัตตาคารจะจัดส่งมาให้ที่บ้าน แต่มื้อเช้ากับมื้อเที่ยงต้องจัดการกันเอาเอง หลินซีอินทำอาหารไม่เป็นเลยสักนิด ตั้งแต่เด็กเธอมีผลการเรียนดีเยี่ยม ลู่เสวี่ยเหมยผู้เป็นแม่จึงไม่เคยคิดจะให้ลูกสาวเฉียดกรายเข้าครัว ประโยคที่แม่พร่ำบอกเธอมากที่สุดก็คือไปอ่านหนังสือเถอะดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องงานครัวแล้ว หลินซีอินจึงไม่ประสีประสาเลยแม้แต่น้อย เมื่อโจวอวี้ซู่หันมาเห็นเธอ สีหน้าก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที: “ยังรู้จักตื่นอีกเหรอ! ชิงหว่านลุกมาเตรียมอาหารเช้าตั้งแต่เช้าตรู่ คนเป็นพี่สะใภ้อย่างเธอเอาแต่ทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบมาช่วยงานอีก!” หลินซีอินรู้ดีว่าแม่สามีไม่ชอบขี้หน้าตน หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงยอมทนกลืนความขมขื่นลงคอ ทว่าตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนทนให้ตัวเองอึดอัดอีกต่อไปแล้ว เธอจึงตอบกลับไปตรง ๆ ว่า: “ฉันทำอาหารไม่เป็นค่ะ
Read more

บทที่ 150

ทว่าหมิงชิงหว่านกลับเรียกเธอเอาไว้: “เราคุยกันหน่อยเถอะ”หลินซีอินไม่คิดว่าพวกเธอมีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกัน เธอจึงถามออกไป: “มีธุระอะไร?”หมิงชิงหว่านตอบ: “คุยเรื่อง...เด็กในท้องของเธอไง”สองมือของหลินซีอินยกขึ้นมากุมหน้าท้องน้อยของตัวเองไว้โดยสัญชาตญาณ สีหน้าของหมิงชิงหว่านดูไม่สบอารมณ์นัก: “นั่งลงสิ” หลินซีอินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมาไม้ไหน อีกอย่าง หมิงชิงหว่านหมายความว่ายังไง? หล่อนรู้แล้วเหรอว่าเธอท้อง?ไปรู้มาได้ยังไงกัน? หลินซีอินทิ้งตัวลงนั่ง นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย: “เธอต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” หมิงชิงหว่านถามอย่างไม่อ้อมค้อม: “กี่เดือนแล้วล่ะ?” หลินซีอินเงียบ ไม่ยอมตอบ หมิงชิงหว่านแค่นยิ้ม: “เธอท้องแล้วไม่ใช่หรือไง?”“เธอรู้ได้ยังไง?” ไม่รอให้หมิงชิงหว่านตอบ หลินซีอินก็นึกปะติดปะต่อเรื่องราวในช่วงหลายวันที่ผ่านมาได้ เธอจึงพูดโพล่งออกไป: “เธอเดาเอาไว้สินะ แล้วก็มาหยั่งเชิงฉันเพื่อความแน่ใจ” หมิงชิงหว่านพยักหน้ารับ: “เรื่องที่เธอท้อง ทำไมถึงไม่บอกพี่มู่เหยี่ยล่ะ หรือเพราะรู้ตัวดีว่าพี่มู่เหยี่ยไม่ได้รักเธอ และเขาก็ไม่ได้ต้องการเด็กคนนี้เลยสักนิด?”
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status