All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 151 - Chapter 160

246 Chapters

บทที่ 151

“ไม่ใช่หรอก” หลินซีอินเอ่ย: “ฉันกำลังจะหย่า สัญญาหย่าก็เตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว พ้นช่วงปีใหม่เมื่อไหร่เราก็จะไปทำเรื่องกัน” “จริงเหรอ?” หลินซีอินพยักหน้า: “จริงสิ” “ฉันกับเผยอวิ๋นชิงแต่งงานกันตามข้อตกลง” จู่ ๆ หมิงชิงหว่านก็โพล่งขึ้นมา: “เราเป็นแค่สามีภรรยาในนาม เขาไม่เคยแตะต้องตัวฉัน เขารู้ดีว่าคนที่ฉันชอบคือพี่มู่เหยี่ย และเขาก็ไม่กล้าแตะต้องฉันด้วย” หลินซีอินขมวดคิ้ว ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง หมิงชิงหว่านพูดต่อ: “พี่มู่เหยี่ยไม่ยอมให้ฉันหมั้นกับเขา แต่ฉันอยากอยู่ใกล้พี่เขานี่นา ฉันไม่มีวิธีอื่นแล้ว...” หลินซีอินยิ้มบาง ๆ หมิงชิงหว่านกล่าวอีกว่า: “พี่มู่เหยี่ยตามใจฉันมาตลอด ไม่ว่าฉันจะทำอะไร เขาก็ยอมทั้งนั้นแหละ” หลินซีอินไม่อยากทนฟังอีกต่อไป เธอจึงเอ่ยแทรกขึ้น: “เรื่องพวกนั้นฉันไม่สนใจหรอก ขอแค่เธอเก็บเรื่องของฉันเป็นความลับก็พอ” “ที่ฉันเล่าเรื่องพวกนี้ให้เธอฟัง ไม่ได้ตั้งใจจะอวดอะไรหรอกนะ เธออาจจะคิดว่าฉันอวด แต่ความดีที่พี่มู่เหยี่ยมีให้ฉัน มันก็แค่เรื่องปกติในชีวิตประจำวันของฉันเท่านั้น ฉันแค่อยากให้เธอรู้ไว้ว่า นอกจากตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ตระกูลเผยแล้ว ตัวเธอก็ไม่มีอ
Read more

บทที่ 152

ตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ แขกเหรื่อที่มาเยือนตระกูลเผยเพื่ออวยพรเทศกาลตรุษจีนก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ด้วยฐานะระดับตระกูลเผย ผู้ที่สามารถมาเยือนถึงคฤหาสน์ได้ หากไม่ร่ำรวยล้นฟ้าก็ต้องมีอำนาจล้นมือ ยิ่งเป็นเทศกาลสำคัญตามประเพณีอย่างตรุษจีนด้วยแล้ว แขกส่วนใหญ่จึงมักเป็นผู้นำตระกูลหรือผู้กุมอำนาจบริหาร ซึ่งส่วนมากจะอยู่ในวัยห้าสิบหกสิบปีทั้งสิ้น ผู้ที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างเผยมู่เหยี่ยนั้น ถือว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย หลินซีอินพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นสะใภ้ตระกูลเผยที่สง่างามและวางตัวได้อย่างเหมาะสม ในวันที่สามของเทศกาล เดิมทีหลินซีอินตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำในตอนเช้า เธอกลับพบรอยเลือดสีน้ำตาลจาง ๆ บนกางเกงชั้นใน หญิงสาวหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจจนแทบยืนไม่อยู่ ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้? เธอรีบสวมเสื้อผ้าแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างร้อนรน ชั้นล่างไร้เงาผู้คน แต่เธอก็ไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ ทำได้เพียงรีบพุ่งตัวออกไปสตาร์ตรถ หญิงสาวต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายครั้ง กว่าจะรวบรวมสติขับรถออกไปได้ ตลอดเส้นทาง
Read more

บทที่ 153

เขาต่อสายไปอีกเบอร์หนึ่งอย่างรวดเร็ว ปลายสายดังเพียงครั้งเดียวก็กดรับ: “พี่เขย!” เผยมู่เหยี่ยถามขึ้น "วันนี้อาของนายจะไปโรงพยาบาลหรือเปล่า" “ใช่ครับ!” หลินจื่อหาวบอก: “พี่สาวผมบอกพี่แล้วเหรอ” ข้อนิ้วที่กำโทรศัพท์ของเผยมู่เหยี่ยซีดขาวลงเล็กน้อย: “อืม ฉันรู้แล้ว” หลินจื่อหาวได้ยินอีกฝ่ายชิงวางสายไปเสียดื้อ ๆ ก็ยังคงงุนงง เผยมู่เหยี่ยรู้เรื่องอะไรล่ะนั่น? เผยมู่เหยี่ยเลิกวิ่งจ็อกกิ้งแล้วเดินกลับเข้าบ้าน สาวใช้ที่กลับมาทำงานตามปกติกำลังจัดเตรียมมื้อเช้าอยู่พอดี เผยเย่าไห่บอกเขา: “ซีอินยังไม่ลงมาเลย แกขึ้นไปตามเธอมาลงมากินข้าวสิ”เผยมู่เหยี่ยที่กำลังจะขึ้นไปอาบน้ำตอบกลับ: “เธอไปโรงพยาบาลแล้วครับ วันนี้พ่อเธอมีตรวจร่างกายตามนัด” เผยเย่าไห่พยักหน้า: “อย่างนั้นหรอกเหรอ แล้วทำไมแกไม่ตามไปดูหน่อยล่ะ ยังไงซะแกก็เป็นลูกเขยบ้านเขานะ” “ไม่ไปครับ” เผยเย่าไห่ขมวดคิ้ว: “ไอ้ลูกคนนี้นี่ ลูกเขยก็เหมือนลูกชายครึ่งคน ซีอินเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไปโรงพยาบาลเผื่อมีเรื่องฉุกเฉินอะไร แกจะได้คอยช่วยจัดการได้ไง” เผยมู่เหยี่ยเดินขึ้นชั้นบนไปเงียบ ๆ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขาก็ล
Read more

บทที่ 154

ชายหนุ่มดึงบุหรี่มวนนั้นออกจากริมฝีปากเธอ เอามาสูบเองอึกหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้น: “ใคร ๆ ก็บอกว่าผู้ชายพอเสร็จกิจก็ไร้เยื่อใย ฉันว่าเธอต่างหากที่เป็นแบบนั้น” “ฮั่วเซียนหยาง” เซียวรั่วอีขมวดคิ้วมองเขา: “เมื่อคืนฉันขอร้องให้คุณมาหาหรือไง?” “เปล่า ผมหน้าด้านตามเธอมาเองแหละ” ผู้ชายที่อยู่ข้างกายเธอตอนนี้ คือฮั่วเซียนหยางนั่นเอง เซียวรั่วอีผลักเขาออก สวมเสื้อผ้าของตัวเองกลับเข้าไปอย่างไม่แคร์สายตาใคร จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือขึ้นมา ล้วงเอาเงินสดปึกหนึ่งปาใส่เขา: “ค่าตอบแทน” ธนบัตรแต่ละใบปลิวว่อนร่วงหล่นลงบนตัวชายหนุ่ม ฮั่วเซียนหยางหยิบขึ้นมาใบหนึ่งอย่างไม่ยี่หระพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ: “ค่าตัวผมมีแค่นี้เองเหรอ?” เซียวรั่วอีแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอปรายตามองเขาแวบหนึ่ง: “คุณจะมีค่าตัวเท่าไหร่ฉันไม่สน แต่ฉันมีงบแค่นี้แหละ ถ้าคิดว่าเสียราคา คราวหน้าก็อย่าเสนอหน้ามาอีก” พูดจบเธอก็เดินจากไปทันที ฮั่วเซียนหยางขบฝีปากล่าง ก่อนจะแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง เขาสบถคำหยาบออกมาคำหนึ่ง แต่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาเก็บเงินสดพวกนั้นขึ้นมาแต่โดยดี แล้วจึงเริ่มสวมเสื้อผ้า เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
Read more

บทที่ 155

หลินซีอินตกใจจนหน้าถอดสี เธอรีบซ่อนใบตรวจที่ยังไม่ทันได้เก็บไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณ สายตาที่เธอมองเผยมู่เหยี่ยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แพขนตางอนสั่นระริกน้อย ๆ เผยมู่เหยี่ยแทบจะไม่เคยเห็นเธอในมุมนี้มาก่อน ในความทรงจำของเขา หลินซีอินเป็นคนเย็นชาและหยิ่งทะนงมาตลอด เธอมีความสันโดษและเฉียบขาดอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเด็กผู้หญิงสายวิทย์ ทว่าตอนนี้ เธอที่อยู่ตรงหน้าเขากลับลุกลี้ลุกลนราวกับลูกกระต่ายน้อยหลงทางที่กำลังถูกหมาป่าจ้องตะครุบ เผยมู่เหยี่ยจ้องเธอเขม็ง: “เอาออกมา” หลินซีอินรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรแสดงอาการลุกลี้ลุกลนขนาดนี้ แต่เธออยากหย่าใจจะขาด ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ดีว่า เด็กในท้องไม่ได้เป็นของเธอแค่คนเดียว แต่เขาเป็นลูกของเผยมู่เหยี่ยด้วย หากเผยมู่เหยี่ยรู้เรื่องนี้ การหย่าร้างย่อมได้รับผลกระทบ ต่อให้สุดท้ายจะหย่ากันได้สำเร็จ เผยมู่เหยี่ยก็ไม่มีทางยอมให้เธอพาเด็กคนนี้ไปด้วยเด็ดขาด เผยมู่เหยี่ยมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง? ทำไมถึงบังเอิญมาเห็นเธอเข้าพอดีแบบนี้? หลินซีอินยังแอบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่า บางทีเผยมู่เหยี่ยอาจจะไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้นก็ได้มั้ง? เธอพยายามส
Read more

บทที่ 156

เธอไม่ได้พูดอะไร มีเพียงเสียงขยับจัดข้าวของดังกุกกัก และเสียงกระดาษเสียดสีกันเบา ๆ เผยมู่เหยี่ยหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอหันมามอง หลินซีอินยื่นเอกสารที่รวบรวมเสร็จแล้วส่งให้เขา: “ตอนมาตรวจครั้งแรก อายุครรภ์หกสัปดาห์ ตอนนี้แปดสัปดาห์แล้ว เมื่อเช้ามีเลือดออกนิดหน่อย ฉันก็เลยมาตรวจที่โรงพยาบาล แต่หมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่จัดยามาให้สองสามกล่อง” เผยมู่เหยี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปรับใบรายงานผลการตรวจพวกนั้นมา หลินซีอินสังเกตเห็นว่ามือของเขากำลังสั่น บรายงานผลการตรวจแค่ไม่กี่หน้า ความจริงแล้วไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมายนัก ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเฉพาะทางที่คนทั่วไปดูไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ท้ายที่สุด สายตาของเผยมู่เหยี่ยก็ไปหยุดอยู่ตรงใบอัลตราซาวนด์ ถึงจะบอกว่าเป็นอัลตราซาวนด์แบบสี แต่ภาพที่ออกมาก็ดำทะมึนไปหมด ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเด็กอยู่ตรงไหน ทว่าผลสรุปด้านล่างกลับระบุเอาไว้ชัดเจนว่า พบถุงตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก อายุครรภ์หกสัปดาห์ เผยมู่เหยี่ยจ้องมองตัวอักษรไม่กี่คำนั้นอยู่นานเนิ่นนาน หลินซีอินรอแล้วรอเล่า เขาก็ยังคงนิ่งเงียบไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จนเธอทนไม่ไหวต้องเอ่ย
Read more

บทที่ 157

“หิวเหรอ?” “ผมสังเกตว่าช่วงนี้คุณกินจุขึ้นเยอะเลยนะ” หลินซีอินตวัดสายตามองเขาด้วยความประหลาดใจ เผยมู่เหยี่ยเนี่ยนะ... มาสนใจว่าเธอกินไปมากน้อยแค่ไหน? คนที่เขาควรจะใส่ใจ น่าจะเป็นหมิงชิงหว่านไม่ใช่หรือไง? “อยากกินอะไรล่ะ” น้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยดึงสติเธอให้กลับมา หลินซีอินร้อง “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป: “อะไรก็ได้ ฉันไม่เรื่องมากหรอก” “เสี่ยวหลงเปาไหม?” หลินซีอินชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงได้พูดขึ้นว่า: “ของกินบนโลกนี้ ไม่ได้มีแค่เสี่ยวหลงเปาสักหน่อย” เผยมู่เหยี่ยเองก็เงียบไปหลายวินาที กว่าจะเอ่ยต่อ: “แต่ผมรู้ว่าสิ่งที่คุณอยากกิน... มีแค่เสี่ยวหลงเปานี่” หลินซีอินทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ฤดูหนาวมองไปทางไหนก็ดูอ้างว้างหดหู่ไปเสียหมด แม้แต่แนวพุ่มไม้ริมทางก็ยังกลายเป็นสีเทาหม่น เธอพูดขึ้นว่า: “หาร้านแถวนี้กินก็พอแล้วล่ะ” เผยมู่เหยี่ยออกรถ พาเธอไปที่ร้านอาหารส่วนตัวในละแวกนั้น เวลานี้ยังค่อนข้างเช้า ในร้านจึงแทบไม่มีคนเลย หลังจากทั้งสองเข้ามาในห้องส่วนตัว บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา เธอช้อนตาขึ้นมองเขาอยู่หลายครั้ง และพบว
Read more

บทที่ 158

หลินซีอินเพิ่งจะตื่นนอน ท่าทียังดูงัวเงียและสับสนอยู่บ้าง เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พักให้สติกลับมาครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น: “เรายังมีอะไรต้องคุยกันอีกงั้นเหรอคะ” “ไม่หย่า” เผยมู่เหยี่ยเอ่ยเสียงเรียบ: “ถ้าไม่มีอะไรจะคุย งั้นผมก็จะบอกคุณตรง ๆ ตรงนี้เลยว่า ผมไม่มีทางยอมหย่า” “ลูกไม่ใช่กาวใจที่จะมาประสานรอยร้าวในชีวิตคู่ของเราได้หรอกนะคะ” หลินซีอินวิเคราะห์ตามความเป็นจริง: “และเราก็ไม่ควรทิ้งความสุขทั้งชีวิตของตัวเอง เพียงเพราะลูกด้วย”“ที่ว่าทิ้งความสุขทั้งชีวิตเพื่อลูก... มันหมายความว่ายังไง” “ก็หมายความว่า…” หลินซีอินช้อนตาขึ้นมองเขา: “คุณไม่ได้รักฉัน และฉันก็ไม่ได้รักคุณ ถ้าเราไม่หย่ากัน ต่างคนต่างก็ไปตามหารักแท้ของตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่เรียกว่ายอมทิ้งชีวิตตัวเอง แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” “ผมยอมทิ้งได้” เผยมู่เหยี่ยสวนกลับ: “เรื่องแค่นี้สำหรับผมมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย” หลินซีอินได้แต่แค่นยิ้มบาง ๆ ก็แน่ล่ะสิ... หมิงชิงหว่านก็วนเวียนอยู่ใต้จมูกเขาแค่นี้ ต่อให้ทั้งสองคนจะแอบลักลอบคบชู้กันไปตลอดชีวิตก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามายุ่ง เขาถึงได้กล้าพูดเต็มปากว่ามันไม่ได้ยากเย็นอ
Read more

บทที่ 159

“เดี๋ยวผมไปส่ง” “ไม่ต้องค่ะ” หลินซีอินแต่งตัวเรียบร้อยแล้วมายืนขวางเขาอยู่ที่ประตู: “ไม่จำเป็นจริง ๆ” พูดจบเธอก็ผลักประตูออกไป แล้วเอื้อมมือดึงประตูปิดตามหลังอย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดดังปัง หยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวของเผยมู่เหยี่ย“พี่มู่เหยี่ย!” หมิงชิงหว่านเดินเข้ามา: “พวกพี่... ทะเลาะกันเหรอคะ?” เผยมู่เหยี่ยไม่ตอบอะไร เขายืนนิ่งอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดไป หมิงชิงหว่านขมวดคิ้ว นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย? เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความหาหลินซีอินทันที มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นอีก และก็เป็นอย่างที่เธอคิด หลินซีอินเองก็ไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นอีกเช่นกันแต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า เผยมู่เหยี่ยจะรู้เรื่องที่เธอท้องเข้าจนได้ หลินซีอินเรียกใช้บริการรถรับส่ง ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ เธอไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลย จนกระทั่งมาถึงสถานที่นัดหมายกับเซียวรั่วอีไว้ เธอถึงเพิ่งตอบกลับข้อความของหมิงชิงหว่านว่า: “เผยมู่เหยี่ยรู้เรื่องที่ฉันท้องแล้ว เพราะเห็นแก่ลูก เขาเลยไม่อยากหย่า เธอช่วยเกลี้ยกล่อมเขาหน่อยนะ”
Read more

บทที่ 160

ฮั่วเซียนหยางปรายตามองเขา: “คนโสดตั้งแต่เกิดอย่างนาย มีหน้ามาสั่งสอนเรื่องความรักของฉันด้วยเหรอ” “ฮั่วเซียนหยาง!” ฉือเทียนหลินโกรธจนหน้าแดง: “ลองพูดอีกคำสิ!” ฮั่วเซียนหยางสาวเท้าเดินเข้าไปด้านใน: “ก็นายมาว่าฉันก่อนทำไมล่ะ” อันที่จริงสองคนนี้เถียงกันไปก็เท่านั้น เอาเข้าจริงก็พอกันทั้งคู่ เหมือนไก่อ่อนจิกตีกันเองซะมากกว่า ฉือเทียนหลินไม่เคยมีความรัก ซ้ำยังไม่เคยแอบชอบผู้หญิงคนไหนด้วยซ้ำ ฮั่วเซียนหยางดีกว่าหน่อย แต่พอมีความรักครั้งแรก ก็ดันมาตกม้าตายให้กับเซียวรั่วอี แล้วแบบนี้ใครมันจะไปเก่งกว่าใครได้ล่ะ? เดิมทีทั้งสองจองห้องส่วนตัวเอาไว้ แต่ฮั่วเซียนหยางอยากสร้างความ “บังเอิญ” ให้ได้เจอกับเซียวรั่วอี สุดท้ายเลยเปลี่ยนมานั่งตรงโถงใกล้ประตูทางเข้าแทน แบบนี้ไม่ว่าใครจะเดินออกจากร้าน เขาก็จะมองเห็นได้ทันที เซียวรั่วอียังไม่รู้ตัวเลยว่าสองคนนั้นก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกัน เธอกำลังช่วยหลินซีอินออกความเห็น: “ถ้าไม่เวิร์กก็ยื่นคำขาดไปเลย ว่าเธอต้องการหย่า ถ้าเขาไม่ยอมหย่า เธอก็จะเอาเด็กออก!” “วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผลหรอก” หลินซีอินตอบ: “อีกอย่าง... ฉันก็ทำไม่ลงด้วย” “ก็แค่แกล้
Read more
PREV
1
...
1415161718
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status