All Chapters of ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Chapter 161 - Chapter 170

246 Chapters

บทที่ 161

หลินซีอินยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เซียวรั่วอีก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า: “ทำไมถึงเป็นคุณอีกแล้วเนี่ย? แล้วก็บอกไปแล้วไงว่าอย่ามาเรียกหร่วนหร่วนของพวกเราแบบนี้”“ชื่อคนเราก็มีไว้ให้เรียกไม่ใช่หรือไง” ฉือเทียนหลินถลึงตาใส่หญิงสาว: “นี่มันเรื่องของฉันกับหร่วนหร่วน ถึงคิวคุณมาสอดตั้งแต่เมื่อไหร่?”ฮั่วเซียนหยางผลักฉือเทียนหลินไปทีหนึ่ง: “พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย” ฉือเทียนหลินแค่นเสียงฮึดฮัด: “ก็ฉันจะพูดแบบเนี้ย!” หลินซีอินพยักหน้าให้ฮั่วเซียนหยางพลางส่งยิ้มทักทาย: “ทนายฮั่ว พวกคุณก็มาทานข้าวเหมือนกันเหรอคะ” ฮั่วเซียนหยางละสายตาจากเซียวรั่วอี หันมายิ้มให้หลินซีอิน: “ครับ บังเอิญจริง ๆ”ใบหน้าของเซียวรั่วอีฉายแววรำคาญใจเล็กน้อย: “พวกฉันกินเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะ บ๊ายบาย”“พวกเราก็อิ่มแล้วเหมือนกัน” ฉือเทียนหลินรีบพูด: “ไปด้วยกันเลยสิ!”เซียวรั่วอีตอกกลับทันควัน: “ไปด้วยกันอะไรล่ะ พวกฉันจะกลับบ้านแล้ว” “อย่าเพิ่งสิ นี่มันเพิ่งจะกี่โมงเอง” ฉือเทียนหลินตื๊อต่อ: “เดี๋ยวพาไปเที่ยวต่อเอาไหม”เซียวรั่วอีหันขวับไปหาฮั่วเซียนหยาง: “นี่! ช่วยจัดการเพื่อนคุณหน่อยสิ!” ฮั่วเซียนหยางเองก็อยากใช้เวลาอยู่กับ
Read more

บทที่ 162

ทว่าเมื่อสวรรค์เปิดประตูให้คุณบานหนึ่ง ย่อมต้องปิดหน้าต่างลงอีกบานหนึ่งเสมอ เซียวรั่วอีเป็นคนที่ดูแลตัวเองไม่เป็นเอาเสียเลย เธอทำกับข้าวเป็น ทำงานบ้านได้ แต่กลับดูแลตัวเองได้ไม่ดีนัก นั่นก็เพราะเธอทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงาน ตลอดทาง ผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่เบาะหลังไม่ได้ปริปากพูดอะไรกันเลย เมื่อมาส่งหลินซีอินถึงที่ ทันทีที่รถจอด ฉือเทียนหลินก็ก้าวลงจากรถ หลินซีอินลงตามมาติด ๆ ก่อนจะโน้มตัวไปพูดผ่านหน้าต่างรถว่า: “อีอี ขากลับขับรถดี ๆ นะ” เซียวรั่วอีโบกมือให้เธอ: “รู้แล้วน่า รีบเข้าบ้านเถอะ ข้างนอกมันหนาว” มองดูหลินซีอินกับฉือเทียนหลินเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยปากกับผู้ชายที่อยู่เบาะหลังว่า: “ลงไปได้แล้ว” ในขณะเดียวกัน หลินซีอินที่กำลังเดินไปทางคฤหาสน์ก็หันไปพูดกับฉือเทียนหลินว่า: “คุณไปก่อนเลย” เธอไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าสะใภ้ของตระกูลเผยอย่างเธอ กลับมาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับศัตรูคู่อาฆาตของเผยมู่เหยี่ยในเขตหมู่บ้านกลางดึกของฤดูหนาวแบบนี้ ใครที่ไม่รู้คงคิดว่าเป็นคู่รักมาเดินเล่นกันเสียอีก ฉือเทียนหลินหยุดเดิน เขาทอดสายตามองเธอ: “การเจอกันวันนี้ไม่นับรวมอยู่ในข้อตกล
Read more

บทที่ 163

จากนั้น รถหรูของเผยมู่เหยี่ยก็ค่อย ๆ แล่นลับหายไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน หลินซีอินถึงได้หมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน หมิงชิงหว่านยังคงยืนอยู่ตรงลานบ้าน พอเห็นหลินซีอิน เธอก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อย: “ธะ...เธอ กลับมาแล้วเหรอ” หลินซีอินตอบรับในลำคอ ก่อนเอ่ยถาม: “เธอคุยเรื่องนั้นกับเผยมู่เหยี่ยแล้วหรือยัง” หมิงชิงหว่านมีท่าทีตอบสนองเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด: “คุยเรื่องอะไร” “เรื่องที่ฉันจะหย่ากับเขาไง” “อ้อ…” หมิงชิงหว่านส่ายหน้า: “ฉันยังไม่ทันได้พูดเลย แต่ว่านะ…”“แต่ว่าอะไร” หมิงชิงหว่านมองหน้าเธอ: “เธอรู้ไหมว่าทำไมพี่มู่เหยี่ย... ถึงไม่อยากหย่ากับเธอหลังจากที่รู้ว่าเธอท้อง”“เพราะเขาต้องการเด็กคนนี้”หมิงชิงหว่านยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า: “จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่หรอกนะ” หลินซีอินขมวดคิ้วแปลกใจ: “ถ้าอย่างนั้นเพราะอะไรล่ะ”“เพราะ... ก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกเขาว่าฉันกลัวเจ็บ ไม่อยากมีลูก เขาก็บอกว่าไม่อยากมีก็ไม่ต้องมี ถึงเวลาเขาจะหาคนมาอุ้มท้องแทนฉันเอง นึกไม่ถึงเลยนะว่าเธอจะท้องขึ้นมาพอดี”หลินซีอินชะงักงันไปหลายวินาที เธอคิดมาตลอดว่าหัวใจของตัวเองนั้นสวมเกราะเหล
Read more

บทที่ 164

เมื่อเรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้ หลินซีอินก็หมดอารมณ์จะเสแสร้งเล่นละครวันคืนอันสงบสุขในบ้านตระกูลเผยอีกต่อไปแล้ว เธอทิ้งหมิงชิงหว่านเอาไว้ แล้วเดินตรงเข้าไปหาเผยเย่าไห่หากในบ้านหลังนี้ยังมีคนปกติหลงเหลืออยู่สักคน ก็คงจะเป็นเผยเย่าไห่นี่แหละ เขาไม่มีความเย่อหยิ่งจองหองที่ติดตัวมาแต่เกิดเหมือนพวกตระกูลผู้ดีมีเงินทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับหลินซีอินแล้ว เขายังเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ใจดีและมีเมตตามากคนหนึ่ง เขากำลังวาดภาพอยู่ในห้องทำงานหลังจากหลินซีอินเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป เธอก็เอ่ยปากตรง ๆ ว่า: “คุณพ่อคะ มีเรื่องหนึ่งหนูอยากให้คุณพ่อช่วยค่ะ” เผยเย่าไห่วางพู่กันลง: “นั่งลงก่อนสิ ค่อย ๆ คุยกัน” หลินซีอินเล่าเรื่องที่ตัวเองตั้งครรภ์ให้เขาฟัง ก่อนจะพูดต่อว่า: “ถึงหนูจะท้อง แต่เรื่องนี้ก็จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจหย่าของหนูค่ะ” เผยเย่าไห่ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา: “นี่เป็นเหลนคนแรกของตระกูลเผย ถ้าพ่อของฉันยังอยู่ ท่านคงต้องดีใจมากแน่ ๆ” หลินซีอินแย้ง: “อาจจะไม่ใช่หลานชายก็ได้นะคะ” “หญิงหรือชายก็ไม่สำคัญหรอก” เผยเย่าไห่บอก: “ยังไงก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้มีแค่คนเดียวอ
Read more

บทที่ 165

“โปรเจกต์พวกนี้ต้องแย่งกันมาทั้งนั้นแหละ” หลินซีอินพูด: “อาจารย์เองก็ลำบากเหมือนกัน” “เอาเถอะ งั้นเธอดูแลสุขภาพด้วยล่ะ มีอะไรก็โทรมาหาฉันแล้วกัน” หลินซีอินคุยกับเพื่อนอีกสองสามประโยคโดยไม่ได้เปิดอ่านข้อความอื่นในมือถืออีก แล้วเรียกแท็กซี่ตรงไปที่โรงพยาบาล จากนั้นเธอขับรถของตัวเองออกมา จ่ายค่าจอดรถเรียบร้อย แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยไห่ต้าเมื่อหาที่จอดรถได้แล้ว หลินซีอินก็หิ้วกระเป๋าเดินไปยังห้องทำงานของอาจารย์จี้หมิงถัง ช่วงปิดเทอมฤดูหนาว บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเงียบสงบมาก แทบจะมองไม่เห็นผู้คนเลย ก่อนหน้านี้หลินซีอินเคยถามจี้หมิงถังมาแล้ว โปรเจกต์ในครั้งนี้มีแต่นักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยที่ได้เข้าร่วม นักศึกษา ป.โท อาจจะยังไม่เท่าไหร่ แต่นักศึกษา ป.เอก แทบทุกคนจะต้องคอยตามทำโปรเจกต์กับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งจะมีรายได้ให้ด้วย บางคนถึงขั้นมีหัวข้อวิจัยและการทดลองแยกเป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ อย่างแรกคือต้องดูที่ความสามารถของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยว่ายินดีปล่อยให้เด็กทำหรือเปล่า เพราะมีอาจารย์จำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่เคยสนใจความเป็น
Read more

บทที่ 166

ฮั่วอวิ๋นอิ่งดึงสายตากลับมาอย่างเรียบเฉย แล้วเอ่ยขึ้น: “ทำไมไม่เห็นเคยได้ยินอาจารย์พูดถึงเลยล่ะ เป็นเด็กป.เอกเข้าใหม่จริง ๆ หรอ?” เมื่อสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์ในน้ำเสียงนั้น หลินซีอินจึงเลือกที่จะเงียบ อู๋ซินเยว่พูดแทรกขึ้น: “เรื่องแค่นี้จะโกหกกันทำไมล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จี้ก็มาแล้ว” คนอื่น ๆ อีกสองสามคนก็ทยอยแนะนำตัว ถือเป็นการยอมรับสถานะของหลินซีอินกลาย ๆ ฮั่วอวิ๋นอิ่งแค่นเสียงขึ้นจมูกเบา ๆ อู๋ซินเยว่ดึงหลินซีอินไปหลบมุม แล้วกระซิบเสียงเบา: “เธอก็มีนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้แหละ พวกเราไม่ค่อยมีใครถือสาหรอก โปรเจกต์นี้บ้านเธอเป็นคนออก ทุน... เอาเป็นว่า เธอรู้ไว้ใช่ว่าก็พอ” หลินซีอินยิ้มให้เธอ: “ขอบใจนะที่บอกเรื่องนี้กับฉัน”ระหว่างที่อู๋ซินเยว่กำลังกระซิบกระซาบกับเธออยู่นั้น พวกผู้ชายอีกฝั่งก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย ดูเหมือนกำลังคุยกันเรื่องเกม ทว่าจู่ ๆ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ ราวกับตลาดที่เคยจอแจถูกใครบางคนกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ หลินซีอินมองตามสายตาของอู๋ซินเยว่ไป จึงเห็นเด็กหนุ่มในชุดเสื้อขนเป็ดสีดำปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตู ผู้มาใหม่ดูเหมือนเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ
Read more

บทที่ 167

โปรเจกต์คราวนี้ต้องเริ่มจากจัดการข้อมูล รวบรวมเอกสาร สรุปผล และจัดทำรูปเล่มในท้ายที่สุด อีกทั้งยังต้องทำสไลด์เพื่อนำเสนอต่อหน้าผู้บริหารของมหาวิทยาลัยด้วย หลังจากพรีเซนต์กับทางคณะแล้ว หากผู้บริหารไม่มีข้อโต้แย้ง ถึงจะยื่นเรื่องขออนุมัติเพื่อนำไปใช้งานจริงได้ และเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว ถึงจะถูกนำไปใช้งานอย่างเป็นทางการ หลังจากจี้หมิงถังมอบหมายงานเสร็จ เขาก็ปล่อยให้นักศึกษาเลือกหัวหน้าและแบ่งกลุ่มกันเอง เขายังมีธุระอื่นจึงขอตัวออกไป หลังจากคล้อยหลังเขา ฮั่วอวิ๋นอิ่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า: “ฉันจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเอง ทุกคนมีปัญหาอะไรไหม” หลินซีอินมองออกว่า นอกจากฮั่วอวิ๋นอิ่งแล้ว นักศึกษาคนอื่น ๆ แทบจะไม่ค่อยสนใจเรื่องการเข้าสังคมเท่าไหร่นัก ในเมื่อเจ้าตัวเสนอขึ้นมาเอง ย่อมไม่มีใครคิดจะคัดค้าน จากนั้นก็ถึงคราวแบ่งกลุ่ม แต่พอฮั่วอวิ๋นอิ่งจัดกลุ่มเสร็จ อู๋ซินเยว่ก็โพล่งขึ้นมาว่า: “ฉันไม่เห็นด้วย” ฮั่วอวิ๋นอิ่งหันมองเธอ: “ทำไมล่ะ” อู๋ซินเยว่ชี้ไปที่คนกลุ่มนั้นของเธอ: “แบ่งกลุ่มแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย ฝั่งเธอมีแต่หัวกะทิทั้งนั้น” ฮั่วอวิ๋นอิ่งยิ้มขำ: “อย่าพูดแบบนั้นสิ รุ่นพี่ขอ
Read more

บทที่ 168

หลินซีอินไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เมื่อเทียบกับการต้องไปออกหน้าออกตาต่อหน้าผู้คนมากมายแล้ว เธอชอบเก็บตัวศึกษาค้นคว้าเงียบ ๆ อยู่คนเดียวเสียมากกว่า นักศึกษาชายที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปลอบอู๋ซินเยว่: “ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้บ้านยัยนั่นเป็นคนลงทุนโปรเจกต์นี้ล่ะ ระดับนายทุนใหญ่เลยนะ ไม้ซีกอย่างพวกเราจะไปงัดไม้ซุงได้ยังไง” จู่ ๆ หลินซีอินก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ฮั่วอวิ๋นอิ่งเองก็แซ่ฮั่ว ไม่รู้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับฮั่วเซียนหยางหรือเปล่า แต่ก็นั่นแหละ ช่างมันเถอะ อู๋ซินเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ กระแทกนิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด โทรศัพท์สั่นเตือนครู่หนึ่ง หลินซีอินก้มลงมอง ก็เห็นอู๋ซินเยว่ส่งสติกเกอร์โอเคลงในกลุ่มแชตเธอจึงส่งตอบกลับไปบ้าง ฮั่วอวิ๋นอิ่งพิมพ์ตอบในกลุ่ม: งั้นเดี๋ยวฉันทำสไลด์เสร็จแล้วจะส่งไปให้ พวกเธอช่วยเช็กดูอีกทีก็แล้วกัน อู๋ซินเยว่บิดขี้เกียจ: “พี่คะ พี่พักอยู่ที่ไหนเหรอ” หลินซีอินคิดในใจว่า เธอกำลังหาทางแก้ปัญหานี้อยู่พอดีเธอจึงตอบไปว่า: “ตอนนี้ฉันพักอยู่ข้างนอกน่ะ พวกเธออยู่หอพักของมหาลัยกันเหรอ”อู๋ซินเยว่พยักหน้า: “ใช่ค่ะ กรณีแบบพวกเราเนี่ย สามารถทำเ
Read more

บทที่ 169

ที่ตอนแรกเลือกเรียนสายวิทย์ ไม่ใช่เพราะเธอมีพรสวรรค์อะไรหรอก แต่เป็นเพราะลี่สิงจือเลือกเรียนสายนี้ต่างหาก เธอแอบชอบลี่สิงจือมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้ว อุตส่าห์ตามเขามาตลอดจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไห่ต้าได้ เข้าเรียนในภาควิชาเคมี จนตอนนี้ก็เรียนต่อระดับ ป.โท แล้ว แต่จนแล้วจนรอด ลี่สิงจือก็ยังไม่เคยปรายตามองเธอเลยสักนิด ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รีบร้อน ต่อให้ลี่สิงจือจะไม่ได้มีท่าทีอ่อนโยนกับเธอ แต่เขาก็ปฏิบัติกับผู้หญิงทุกคนแบบนี้เหมือนกันหมด อย่างน้อย ๆ ลี่สิงจือก็รู้จักชื่อของเธอ แถมบางครั้งยังยอมคุยด้วยสองสามประโยค แค่นี้ก็ดีถมเถไปแล้ว เธอยังมีโอกาสอยู่ เธอเคาะโต๊ะเบา ๆ: “นายจะไม่ตรวจดูงานหน่อยเหรอ” ลี่สิงจือเล่นเกมในมือจนจบตา ถึงค่อยกดเปิดหน้าจอมือถือ แต่ยังไม่ทันได้เปิดไฟล์งาน เขาก็เห็นข้อความที่คนอื่นส่งมาในกลุ่มแชตเสียก่อน คนที่ชื่อหลินซีอินส่งข้อความมาว่า: สไลด์นี้มีปัญหา ฮั่วอวิ๋นอิ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็เห็นข้อความนั้นเข้าพอดี เธอพิมพ์ตอบกลับไป: มีปัญหาอะไร หลินซีอินตอบกลับ: กลุ่มพวกเธอรวบรวมข้อมูลกันแบบนี้เหรอ นี่มันแค่เสิร์ชคีย์เวิร์ด เจอคำตอบ แล้วก็ก๊อปว
Read more

บทที่ 170

หลินซีอินปรายตามองไปด้านข้าง อู๋ซินเยว่รวมถึงนักศึกษาชายอีกหลายคน ต่างพากันจ้องมองเธอตาละห้อยราวกับรอคอยความหวัง เรื่องของกลุ่มสอง... ตอนนี้เธอเป็นคนชี้ขาดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? หรือใครอายุมากกว่า คนนั้นก็มีสิทธิ์ออกเสียงงั้นเหรอ? หลินซีอินคิดว่าตัวเองเพิ่งเข้ามาทีหลัง แถมยังเป็นเด็กใหม่ ไม่สมควรจะมาทำตัวเป็นคนตัดสินใจเรื่องแบบนี้ แต่คนพวกนั้นกลับเอาแต่จ้องเธอ ราวกับว่าเธอเป็นตัวแทนของกลุ่มสองไปแล้ว หลินซีอินจึงทำได้เพียงหันไปมองทางประตู: “กลุ่มของเราทำตามที่หัวหน้ากลุ่มจัดแจงก็แล้วกัน” อู๋ซินเยว่กระตุกชายเสื้อเธออีกครั้ง: “พี่คะ ลี่สิงจือเขาเก่งมากเลยนะ!” แต่หลินซีอินกลับรู้สึกว่านั่นก็ไม่แน่เสมอไป แค่ดูจากข้อมูลที่กลุ่มหนึ่งรวบรวมมา ก็พอมองระดับความสามารถของสมาชิกออกแล้ว ฮั่วอวิ๋นอิ่งโพล่งขึ้นมา: “เมื่อกี้คนที่พิมพ์ในกลุ่มว่าสไลด์ของฉันไม่ได้เรื่องก็คือเธอ แล้วตอนนี้คนที่บอกว่าจะทำตามฉันจัดแจงก็เป็นเธออีก ปากอย่างใจอย่าง อย่าเอาค่านิยมแย่ ๆ จากสังคมภายนอกมาใช้ในรั้วมหาวิทยาลัยได้ปะ!”อู๋ซินเยว่ทนไม่ไหวจนต้องเถียงกลับ: “เรื่องทำสไลด์มันเป็นปัญหาด้านความสามารถเฉพาะทา
Read more
PREV
1
...
1516171819
...
25
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status