All Chapters of หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก: Chapter 101 - Chapter 110

220 Chapters

บทที่ 101

“ราคาเท่าไหร่ ผมให้เลยสิบเท่า เอาชุดราตรีตัวนี้ให้เรา”กู้อี้หานแสดงท่าทีว่าพร้อมทุ่มเงินจ่ายได้ไม่อั้นสไตลิสต์พูดขึ้นว่า “ชุดราตรีนี้ราคาสามสิบล้านค่ะ แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เงินหรอกนะคะ ประเด็นสำคัญคือเจ้าของชุดนี้...”พอฉันได้ยินราคา สิบเท่าก็คือสามร้อยล้านน่ะสิ?ฉันรีบห้ามกู้อี้หานทันทีแล้วบอกว่า “ช่างมันเถอะ ในร้านมีชุดราตรีตั้งเยอะแยะ จะไปแย่งของที่คนอื่นเขาหมายตาไว้ทำไมกัน”“แล้วเธอชอบไหมล่ะ”กู้อี้หานมองฉันด้วยสายตาที่จริงจังเป็นอย่างมาก พลางเอ่ยว่า “ขอแค่เธอชอบ สามร้อยล้านก็ไม่ใช่ปัญหา”ฉันทั้งขำทั้งเครียดกับท่าทางของเขา จึงเน้นเสียงพูดทีละคำชัด ๆ ว่า “ฉัน-ไม่-ชอบ”ในตอนนั้นเอง สายตาของสไตลิสต์ก็เหลือบมองไปทางประตูทันที ก่อนจะส่งเสียงทักทายอย่างกระตือรือร้นและเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ “ประธานกู้ คุณหนูซู!”ฉันกับกู้อี้หานหันกลับไปมองพร้อมกันซูหย่าซินกับกู้สือซวี่เดินตามกันเข้ามาในร้านตอนที่เห็นพวกเรา สีหน้าของทั้งสองคนแสดงความตกตะลึงออกมาอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะกู้สือซวี่ แววตาของเขาซับซ้อนยากจะหยั่งถึง และจับจ้องมองมาที่ฉันอยู่นานซูหย่าซินคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยว
Read more

บทที่ 102

ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงรีบเปลี่ยนเป็นชุดราตรีสีม่วงตัวนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วลากกู้อี้หานออกจากร้านทันทีพอก้าวขึ้นมาบนรถ กู้อี้หานก็บ่นอุบด้วยความหงุดหงิดเป็นพิเศษ “เยี่ยเจาเจา สรุปแล้วใครกันแน่ที่เป็นชู้รักลักลอบได้เสียกันเนี่ย! ทำไมท่าทางหลบ ๆ ซ่อน ๆ หงอย ๆ ของเธอ ถึงทำให้ดูเหมือนว่าพวกเราสองคนเป็นชู้รักกันไปได้ล่ะ!”ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด “กู้อี้หาน เมื่อก่อนเวลาที่นายมีเรื่องชกต่อยกับกู้สือซวี่ มีครั้งไหนบ้างที่นายชนะเขา? กู้สือซวี่ในตอนนี้ถ้าคิดจะจัดการนาย เขาจะไม่ใช้หมัดอีกต่อไปแล้ว แต่เขาจะเอาชีวิตนายต่างหาก! นายเชื่อฉันไว้จะดีที่สุด”“นะ...น่ากลัวขนาดนั้นเชียว...”กู้อี้หานพึมพำอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จากนั้นก็มองหน้าฉันแล้วพูดว่า “แล้วถ้าเขาฆ่าฉันตายจริง ๆ ขึ้นมา เธอจะมาร้องไห้หน้าหลุมศพให้ฉันไหมล่ะ?”ฉันโมโหจนต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ไม่อยากจะสนใจพูดคุยกับเขาแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าฉันกับกู้อี้หานจะออกจากร้านแห่งนั้นมาก่อน ทว่าพอพวกเรามาถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น รถของกู้สือซวี่ก็มาถึงก่อนหน้านั้นแล้วกู้อี้หานกัดฟันกรอด พู
Read more

บทที่ 103

สีหน้าของเจียงซูฮุ่ยดูย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เธอคงกลัวว่าฉันจะแฉเรื่องอื่นออกมาอีก จึงรีบพาผู้หญิงข้างกายเดินเลี่ยงไปที่อื่นจนกระทั่งฉันได้ยินซูหย่าซินเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า 'แม่' อย่างสนิทสนม ฉันถึงได้รู้ว่าเธอเป็นใครในจังหวะนั้นเอง ประตูทางเข้าก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกระลอกฉันหันกลับไปมอง ปรากฏว่าเป็นพี่ชายของซูหย่าซินที่เดินเข้ามา โดยมีเมิ่งอวิ๋นชูเป็นคู่ควงข้างกาย"นั่นดาวรุ่งคนเก่งแห่งวงการวิจัยไม่ใช่เหรอ? พระเจ้ารักอะไรขนาดนี้ สองพี่น้องตระกูลซูนี่สุดยอดจริง ๆ! คนหนึ่งเฉิดฉายในวงการบันเทิง ส่วนอีกคนอายุก็ยังน้อยแต่กลับสร้างผลงานโดดเด่นในแวดวงวิจัยได้ขนาดนี้!""คนข้าง ๆ นั่นแฟนเขาหรือเปล่า? เฮ้อ ทำไมผู้ชายเกรดพรีเมียมถึงมีเจ้าของกันหมดแล้วนะ?""อิจฉาซูหย่าซินจริง ๆ มีทั้งพี่ชายที่เก่งกาจ ทั้งสามีที่ตามใจและรักเธอขนาดนี้! ตกลงสวรรค์ไม่มอบให้อะไรเธอบ้างเนี่ย?""..."ฉันมองดูสังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่าหรูหรานี้ แล้วยิ่งรู้สึกถึงความจอมปลอมและโสมมเมิ่งอวิ๋นชูไม่กล้าแม้แต่จะมองมาทางฉันก็นะ... เธอได้รับคำสั่งจากซูหย่าซินให้เอาฉันไปเซ่นสังเวย ถึงได้มีโอกาสมายืนเคียง
Read more

บทที่ 104

ในจังหวะนั้นเอง เกาหลาง ผู้ช่วยของคุณเสิ่นก็เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างกะทันหันแล้วพูดว่า "คุณหนูซู อยู่ที่นี่นี่เอง ดีจริง ๆ เลยครับ! ได้ยินมาว่าคุณเชี่ยวชาญเปียโน พอดีวันนี้นักเปียโนที่คุณนายใหญ่เชิญมาเครื่องบินดีเลย์ ป่านนี้ยังมาไม่ถึงเลยครับ ถ้าคุณสะดวก พอจะช่วยบรรเลงสักเพลงตอนที่งานเต้นรำเปิดฟลอร์ได้ไหมครับ?""เอ่อ..."ซูหย่าซินแสดงท่าทีไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธ "ขอโทษด้วยนะคะ พอดีช่วงนี้ฉันงานยุ่งมาก ไม่ได้ซ้อมเปียโนมานานแล้ว แถมพักนี้ยังเป็นเอ็นข้อมืออักเสบอีก เลยเล่นเปียโนไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ""อย่างนั้นหรือครับ..."เกาหลางรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้บังคับดนตรีคลอในงานเลี้ยงเต้นรำนั้นบรรเลงสดโดยนักเปียโนและนักดนตรีเครื่องอื่น ๆ หากขาดนักเปียโนไป ก็ทำได้เพียงเปิดเพลงจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะดูไร้ความจริงใจและไม่สมเกียรติทันทีด้วยเหตุนี้ เกาหลางจึงรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มตึงมืออย่างยิ่งทว่าในเมื่อซูหย่าซินไม่ยอมตกลง เขาจึงทำได้เพียงเดินตามหาคนอื่นในงานมาเล่นแทนต่อไปหลังจากเกาหลางเดินจากไป เสียงของแม่สามีฉันก็ลอยเข้าหู "ตระกูลเสิ่นนี่ก็ไม่รู้กาลเทศะเ
Read more

บทที่ 105

ในจังหวะนั้นเอง อาการคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีตื้นขึ้นมาจนฉันแทบจะอาเจียน รสเปรี้ยวปนคาวพุ่งพล่านขึ้นมาตามหลอดอาหารโชคดีที่ตอนนั้นนักเปียโนตัวจริงเดินทางมาถึงพอดี หลังจากส่งมอบหน้าที่เรียบร้อย ฉันก็รีบยกมือปิดปากแล้ววิ่งตรงไปยังห้องน้ำทันทีจนแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยคำทักทายกับคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นด้วยซ้ำ……ฉันพุ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำและอดไม่ได้ที่จะโก่งคออาเจียนออกมาอย่างทรมานเนิ่นนานกว่ากระเพาะจะเริ่มสงบลงและรู้สึกสบายตัวขึ้นบ้างหลังจากใช้น้ำยาบ้วนปากทำความสะอาดช่องปากเรียบร้อย ฉันถึงค่อยเดินออกมาจากห้องน้ำตอนนี้ในหัวของฉันมีแต่ความคิดที่ว่า พอกลับไปแล้วจะต้องรีบซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจให้ได้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยว่า หากโชคร้ายเกิดท้องขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะทำอย่างไรต่อไป?ช่วงก่อนหน้านี้ ฉันทั้งต้องนอนโรงพยาบาล กินยา เจาะเลือด แถมไม่กี่วันก่อนยังต้องไปออกงานสังสรรค์ดื่มแอลกอฮอล์อีกต่อให้มีเด็กจริง ๆ ก็คงไม่อาจรักษาเขาไว้ได้อยู่ดีขณะที่ในหัวกำลังคิดสับสนวุ่นวาย แขนที่แข็งแกร่งทรงพลังข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของฉันอย่างกะทันหันใจฉันดิ่งวูบ เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็
Read more

บทที่ 106

ฉันยิ้มแล้วตอบว่า "ตอนนี้หนูทำงานเป็นนักข่าวค่ะ แต่เริ่มเรียนเปียโนมาตั้งแต่อายุสามขวบ หลายปีมานี้ถ้ามีเวลาว่างก็จะหยิบมาเล่นอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ"คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นมองลอดผ่านแว่นสายตายาว พลางพินิจพิจารณาฉันอย่างค้นหาแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ทั้งเทคนิคการใช้นิ้วและสไตล์การเล่นของหนู ช่างเหมือนกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่ฉันเคยสอนเมื่อก่อนจริง ๆ เพียงแต่เด็กคนนั้นไม่ยอมต่อยอดทางด้านดนตรี ดันตามแฟนไปเรียนหมอเสียนี่! หลังจากนั้น..."คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นไม่ได้พูดต่อ ทำเพียงแค่ถอนใจด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายและอาลัยอาวรณ์กู้อี้หานเคยบอกฉันว่า ก่อนที่คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นจะเกษียณ เธอเคยเป็นศาสตราจารย์ประจำสถาบันดนตรี เด็กสายศิลป์ที่เธอติวให้ไม่เคยมีใครสอบตกเลยสักคน ทุกคนล้วนสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศไปจนถึงระดับโลกกันทั้งนั้นในตอนนั้นเอง คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นก็หันไปถามเกาหลาง "เจ้านายของนายจะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่?"เกาหลางตอบอย่างระมัดระวัง "คุณท่านครับ วันนี้เจ้านายคงมาร่วมงานไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาธุรกิจกับบริษัทคู่ค้าอยู่เลย คาดว่าคงยังไม่เสร็จสิ้นในเร็ว ๆ นี้ค
Read more

บทที่ 107

คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา "คุณหนูซูไม่ได้เป็นเอ็นข้อมืออักเสบอยู่หรอกหรือ? คนแก่อย่างฉันไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ แล้วก็ไม่ชอบบังคับใจใครเสียด้วยสิ""คุณท่านคิดมากไปแล้วค่ะ ไม่ได้ลำบากใจเลยสักนิดค่ะ"สีหน้าของซูหย่าซินแทบจะเขียนคำว่าประจบเอาใจไว้บนหน้าอย่างชัดเจน "ก่อนหน้านี้มีอาการเอ็นข้อมืออักเสบกำเริบขึ้นมาจริง ๆ ค่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว เล่นเปียโนได้สบายมากเลยค่ะ"คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นที่ใช้ชีวิตผ่านโลกมาจนอายุปูนนี้ แค่ปราดตามองแวบเดียวก็ทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างในเธอดึงมือฉันให้ขยับมายืนเคียงข้างเธอ ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธกลับไป "ฉันเจอคนที่เหมาะสมสำหรับการบรรเลงเพลงแล้วล่ะ ไม่รบกวนคุณหนูซูแล้วดีกว่า"เดิมทีซูหย่าซินคิดว่าการที่ตนเองเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเล่นเปียโนให้คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นฟังก่อน คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นจะต้องรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งเธอไม่คิดเลยว่าตัวเองจะถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้ในเวลานี้ สีหน้าของเธอแทบจะเก็บความอับอายไว้ไม่อยู่ แววตาขุ่นเคืองตัดพ้อแทบจะทะลักออกมากู้สือซวี่คงจะรู้สึกสงสารและเห็นใจ จึงเอ่ยกับซูหย่าซินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เอ็นข้อ
Read more

บทที่ 108

"งั้นวันหลังฉันเปลี่ยนวิธีแสดงความรักใหม่ดีไหม แบบนี้ได้ไหมล่ะ?"เขาพูดไปพลางขยับตัวเข้ามาแนบชิดกับฉันไปพลางฉันรีบผลักเขาออกทันทีแล้วเอ่ยปาก "นายช่วยทำตัวเป็นผู้ใหญ่หน่อยได้ไหม?"กู้อี้หานชะงักไปในทันใด เขาจ้องมองฉันด้วยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่งพลางถามว่า "ทำตัวเป็นผู้ใหญ่เหรอ? แบบพี่เหยียนโจวอย่างนั้นน่ะสิ?"ฉันอึ้งไปครู่หนึ่ง เกือบจะตามไม่ทันว่าเขาหมายถึงคุณเสิ่น"นายกำลังพูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย?" ฉันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับเขา จึงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถกู้อี้หานเอ่ยต่อ "เมื่อกี้ที่คุณย่าเสิ่นพูดไปน่ะ แค่หยอกเธอเล่นเฉย ๆ นะ อย่าเก็บเอาไปคิดจริงจังล่ะ! พี่เหยียนโจวปีนี้อายุก็สามสิบกว่าแล้ว จนป่านนี้ยังไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านเลยสักคน พวกเรายังแอบสงสัยกันอยู่เลยว่า เผลอ ๆ เขาอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า เธออย่าไปสนใจเขาเลยนะ พวกเธอสองคนไม่เหมาะสมกันหรอก"ฉันยกมือนวดขมับที่เริ่มปวดตุบ ๆ พลางพูดว่า "กู้อี้หาน นายช่วยให้ฉันอยู่เงียบ ๆ สักพักได้ไหม เลิกพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระเสียที!"ฉันกับเสิ่นเหยียนโจวแทบจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเลยด้วยซ้ำ รวม ๆ แล้วยังคุยกันไม่ถึงสองปร
Read more

บทที่ 109

เมิ่งอวิ๋นชูเอ่ยขึ้น "เยี่ยเจาเจา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอเลยนะ ฉันไม่คิดจริง ๆ ว่าจูต้าเฉิงจะทำเกินกว่าเหตุขนาดนั้น! เธอก็รู้นี่ว่าฉันมีเหตุผลจำเป็นที่พูดไม่ได้!"ฉันแค่นหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา "เหตุจำเป็นของเธอก็คือเธออยากแต่งเข้าตระกูลซูจนตัวสั่น เลยยอมก้มหัวให้ซูหย่าซินใช้เป็นเครื่องมือไงล่ะ! ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? เรามาเจอหน้าคุยกันตรง ๆ ดีกว่า"ในเมื่อแม้กระทั่งเรื่องลาออก เธอยังคิดจะหาเรื่องกลั่นแกล้งฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเปิดคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างเจียงซูฮุ่ยกับแม่ของซูฉีหมิงที่อัดไว้เมื่อวานให้เธอฟังเสียเลยเมิ่งอวิ๋นชูตอบว่า "ตอนนี้ฉันออกมาสัมภาษณ์งานข้างนอก หกโมงเย็นถึงจะกลับเข้าบริษัท"ด้วยเหตุนี้ หลังจากอัปเดตตอนนิยายประจำวันลงระบบหลังบ้านเสร็จเรียบร้อย พอเห็นว่าช่วงบ่ายใกล้จะถึงเวลาตามที่นัดไว้ ฉันจึงขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทตอนนั้นเลยเวลาเลิกงานแล้ว แผนกของเราในวันนี้ไม่มีใครอยู่ทำโอทีฉันเคาะประตูห้องทำงานของเมิ่งอวิ๋นชูสองสามครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทว่าไฟข้างในห้องยังคงเปิดสว่างอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉันจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาฉันเบิกต
Read more

บทที่ 110

ฉันคิดว่าเมื่อวานซูฉีหมิงยังควงเมิ่งอวิ๋นชูไปร่วมงานเลี้ยงอยู่เลย คงไม่ถึงขั้นจะพลิกหน้ากลับกลอกตัดรอนกันในวันนี้หรอกมั้ง?จู่ ๆ เมิ่งอวิ๋นชูก็ปล่อยโฮออกมา ไม่ใช่การแอบร้องไห้เงียบ ๆ อีกต่อไป แต่เป็นการร้องไห้โฮอย่างแหลกสลายฉันทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ จึงเอ่ยถาม "เธอเป็นอะไรกันแน่เนี่ย? อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ พูดมา!"เธอสะอึกสะอื้นอยู่นาน กว่าจะยอมเปิดปากเล่า "เมื่อบ่ายเขานัดฉันออกไปเจอ บอกว่าจะเอาวิตามินบำรุงมาให้ กินแล้วดีต่อสุขภาพคนท้อง ฉันก็หลงนึกว่านั่นเป็นวิตามินจริง ๆ..."ฉันตกตะลึงจนหน้าถอดสีที่แท้เรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่ว่าเมิ่งอวิ๋นชูแอบกินยาทำแท้งเอง แต่เป็นซูฉีหมิงที่หลอกให้เธอกินเข้าไปต่างหากฉันแตะเครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าเสื้อ... ช่างเถอะ อย่าเปิดคำพูดพวกนั้นให้เธอฟังเลยไม่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจของเธอจะยังทนรับไหวหรือเปล่า?ในตอนนั้นเอง ฉันเห็นเมิ่งอวิ๋นชูหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา"เธอจะโทรหาใคร?" ฉันถามในแววตาของเมิ่งอวิ๋นชูเหมือนยังมีความหวังริบหรี่หลงเหลืออยู่ เธอตอบว่า "ซูฉีหมิง ฉันแค่อยากจะถามเขาให้รู้เรื่อง ว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่กันแน่?"ฉันเอ่ยเตือนด้วย
Read more
PREV
1
...
910111213
...
22
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status