บททั้งหมดของ หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก: บทที่ 121 - บทที่ 130

220

บทที่ 121

ฉันรีบก้มหน้าลงทันที เพราะกลัวว่าหากมองหน้าเขาต่อนานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว จะทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าฉันกำลังตอบรับความรู้สึกของเขา……วันรุ่งขึ้น กู้อี้หานเดินทางมาที่บริษัทของเรา โดยมีฉันเป็นคนพาเข้าไปแนะนำและประสานงานกับเมิ่งอวิ๋นชูจนกระทั่งเซ็นสัญญาลงนามร่วมทุนเสร็จเรียบร้อยหลังจากกู้อี้หานกลับไปแล้ว เมิ่งอวิ๋นชูก็อุทานออกมาด้วยความทึ่ง "ให้ตายสิ เหมือนฝันไปเลย แค่วันเดียว เธอก็หาเงินลงทุนมาได้ถึงสองร้อยห้าสิบล้านแล้วเนี่ยนะ?""คราวนี้ พวกเราก็ลุยทำเรื่องที่ตั้งใจจะทำต่อได้แล้วล่ะ"ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอกกู้สือซวี่คิดจะล้มฉันให้ได้ใช่ไหม งั้นฉันก็จะยืนหยัดหยัดยืนขึ้นมาให้เขาดู!เมิ่งอวิ๋นชูดึงพลังและความมุ่งมั่นเหมือนสมัยสอบปลายภาคออกมาใช้ พลางพูดว่า "ข่าวนี้พวกเราต้องทำออกมาให้ดีที่สุด ทำให้ทุกฉบับที่ปล่อยออกไปมียอดอ่านถล่มทลาย ถึงตอนนั้นจะได้ทำให้ท่านประธานผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าเงินที่ลงไปมันคุ้มค่าจริง ๆ""อืม"ฉันเองก็คิดตรงกันกับเมิ่งอวิ๋นชู แม้ว่ากู้อี้หานจะไม่ใช่คนขัดสนเรื่องเงินทอง แต่เงินก็ไม่ได้ลอยมาจากฟ้าหรอกนะถ้าหากครั้งนี้พวกเราสา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 122

ฉันเล่าความลำบากใจของตัวเองให้เมิ่งอวิ๋นชูฟังจู่ ๆ เธอก็มองฉันด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจพลางเอ่ยขึ้น "ที่แท้เธอเองก็ผ่านเรื่องยากลำบากมาขนาดนี้เหมือนกัน... ฉันหลงคิดมาตลอดว่าเธอเป็นถึงคุณหนูตระกูลผู้ดี นอกจากเรื่องชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยราบรื่นแล้ว จะยังมีเรื่องอะไรให้ต้องกลุ้มใจอีกเหรอ?"ฉันเดินไปที่ริมหน้าต่าง มองลงไปเห็นกลุ่มแฟนคลับของซูหย่าซินออกันเต็มใต้ตึก พร้อมตะโกนส่งเสียงโวยวายเรียกร้องให้ทางบริษัทส่งตัวฉันออกไป!กระทั่งรูปถ่ายของฉันยังถูกแปะหราบนป้ายประท้วงแผ่นใหญ่ พร้อมข้อความอย่าง 'เยี่ยเจาเจานังเมียน้อย! ขอให้ตายยกโคตร!'เมิ่งอวิ๋นชูเดินมายืนข้างฉัน เมื่อเห็นสถานการณ์ข้างล่างก็พูดขึ้นว่า "พวกนั้นมาปักหลักดักรออยู่ตรงนี้ ก็เพื่อจะรอรุมเธอตอนลงไปข้างล่าง ซูหย่าซินไม่คิดจะเว้นทางรอดให้เธอเลยสักนิด นี่มันสไตล์การทำงานของเธอจริง ๆ เมื่อก่อนเพื่อไม่ให้ฉันแต่งเข้าบ้าน เธอก็เคยทำเรื่องบ้าคลั่งแบบสุดโต่งมาสารพัดอย่างนี้เหมือนกัน"ในจังหวะนั้น แฟนคลับสองสามคนก็หยิบโทรโข่งขึ้นมา แล้วตะโกนแหกปากใส่ทิศทางห้องทำงานของพวกเรา "ถ้าวันนี้พวกคุณไม่ยอมส่งนังเมียน้อยเยี่ยเจาเจาออกมา พวกเราก็จะปักห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 123

ตอนที่ทำบันทึกประจำวันเสร็จและเดินออกมาจากสถานีตำรวจ ฟ้าก็เริ่มจะมืดแล้วฉันไม่กล้าโอ้เอ้ตามทาง เพราะกลัวจะไปเจอกับพวกแฟนคลับคลั่งของซูหย่าซิน จึงรีบเรียกแท็กซี่ทันทีทว่า คนขับแท็กซี่คนนั้นกลับจำหน้าฉันได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น"เธอคือนังเมียน้อยที่ไปแย่งสามีชาวบ้านเขาใช่ไหม?"เขาถ่มน้ำลายลงพื้นทีหนึ่ง แล้วพูดอย่างดุดันว่า "ลงไปเลยไป๊! อย่ามาทำรถฉันเปื้อน"ฉันถ่ายรูปใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะของเขาเก็บไว้ แล้วยอมก้าวลงจากรถจากนั้นฉันก็ต่อสายหาบริษัทแท็กซี่ เพื่อร้องเรียนคนขับคนนี้ทันทียังโชคดีที่สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่ฉันพักอยู่มากนักประกอบกับฟ้ามืดแล้ว จึงไม่มีใครสังเกตเห็นฉันตลอดทางฉันพยายามเดินเลี่ยงฝูงชนอย่างระมัดระวังในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นเมิ่งอวิ๋นชูที่โทรเข้ามา"เจาเจา ฉันขอโทษนะ..."น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดพลางสะอื้นไห้ "ทั้งที่เธอทำทุกอย่างเพื่อฉันแท้ ๆ แต่กลับโดนพวกนั้นเขียนข่าวใส่ร้ายแบบนี้! นี่มันต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแน่นอน มีคนแอบสะกดรอยตามเธอมาตั้งนานแล้ว"ฉันยังคงสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก เมิ่งอวิ๋นชูจึงพูดต่อ "เธอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 124

ในใจของฉันพลันผุดความขมขื่นจาง ๆ ขึ้นมา สัจธรรมที่ว่ากินของเขาแล้วปากอ่อน รับของเขาแล้วมือสั้นนั้นฉันเข้าใจดีหากแตกหักกับกู้สือซวี่ ตระกูลเยี่ยย่อมเป็นด่านแรกที่ต้องพลอยรับเคราะห์และเดือดร้อนไปด้วย"ค่ะ พ่อ หนูเข้าใจแล้วค่ะ"หลังจากวางสายจากพ่อแม่ ฉันก็เดินมาถึงคอนโดมิเนียมทว่า เมื่อฉันก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์ ก็ต้องพบว่ากู้สือซวี่กำลังยืนรออยู่หน้าประตูห้องของฉันฉันชะงักฝีเท้าลง จ้องมองใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าอิดโรยของชายหนุ่มคาดว่าตลอดทั้งวันนี้ ชีวิตของเขาก็คงไม่ได้ดีไปกว่าฉันสักเท่าไหร่เพราะในขณะที่ฉันถูกก่นด่าว่าเป็นเมียน้อย ตัวเขาก็ถูกแปะป้ายตราหน้าว่าเป็นพวกนอกใจคบชู้เช่นกันมิหนำซ้ำ ในวันนี้ราคาหุ้นของกู้ซื่อกรุ๊ปยังดิ่งฮวบลงอย่างหนักอีกด้วย"เปิดประตู"แนวกรามของเขาขบเกร็งแน่นราวกับเหล็กกล้าที่เคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งฉันคิดว่าเขาคงมาเพื่อปรึกษาหาทางออกและร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพราะยังไงเขาก็เป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่องด้วยเหตุนี้ ฉันจึงสแกนลายนิ้วมือปลดล็อกประตู แล้วยอมให้เขาก้าวเข้ามาในห้องไม่คิดเลยว่า ทันทีที่ฉันเอื้อมมือเปิดไฟ เขากลับรวบเอวฉันเข้ามาอย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 125

กู้สือซวี่มองผ่านจอมอนิเตอร์ของอินเตอร์คอมหน้าประตู เห็นกู้อี้หานกำลังยืนอยู่หน้าห้องพอดีเขาเอ่ยขึ้น "มิน่าล่ะถึงได้ดิ้นรนหาทางย้ายออกมาให้ได้ ที่แท้ก็มาอยู่กินกับมันนี่เอง"ฉันไม่อยากอธิบาย และไม่อยากแก้ต่างอะไรทั้งนั้น เพราะคนอย่างกู้สือซวี่ไม่คู่ควรที่จะได้รับฟัง!ดวงตาสีดำขลับของเขาเย็นเยียบราวกับแผ่นน้ำแข็งที่แตกร้าว พลางเอ่ยว่า "ฉันไม่ต้องการภรรยาที่แม้แต่ความบริสุทธิ์ของตัวเองก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ อีกไม่กี่วัน ฉันจะให้ทนายส่งหนังสือสัญญาหย่ามาให้เธอ"ในวินาทีนั้น ฉันยกยิ้มมุมปากขึ้นด้วยความรู้สึกโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก แล้วตอบกลับไป "ฉันเองก็เหมือนกัน ฉันเองก็ไม่ต้องการสามีที่สกปรกโสมมแล้วเหมือนกัน ช่วงสองสามวันนี้ฉันอยู่บ้านตลอด ถ้าร่างหนังสือสัญญาหย่าเสร็จเมื่อไหร่ ก็ส่งมาได้ทุกเวลา"กู้สือซวี่จ้องมองฉันอยู่นานด้วยสายตาล้ำลึก ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกกะทันหันกู้อี้หานยังคงยืนอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นว่ากู้สือซวี่อยู่ที่นี่ด้วย เขาก็มองพวกเราด้วยความประหลาดใจเพราะสภาพของฉันในตอนนี้ ดูค่อนข้างกระเซอะกระเซิงและน่าอับอายอยู่ไม่น้อยคนทั่วไปมองปราดเดียวก็รู้ว่าเมื่อครู่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 126

ดังนั้น ฉันจึงปล่อยให้กู้อี้หานทำกับข้าวให้ และเขาก็อยู่ร่วมโต๊ะทานข้าวกับฉันที่นี่ด้วยจนกระทั่งต่อมา เซี่ยเสี่ยวฉินได้มาตามหาถึงห้องของฉันด้วยตัวเอง เพื่อมารับตัวกู้อี้หานกลับไปแม้ว่าเธอจะเอ่ยทักทายพูดคุยกับฉันตามมารยาทอยู่สองสามคำ และบอกให้ฉันอย่าไปสนใจคำพูดของคนภายนอก แต่จุดประสงค์หลักของเธอก็คือการมาพาตัวลูกชายกลับไปอยู่ดีเพราะไม่ว่าแม่คนไหนก็คงไม่อยากให้ลูกชายตัวเองไปพัวพันยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีสามีแล้วยิ่งไปกว่านั้น ในทางนิตินัย ฉันก็ยังถือว่าเป็นพี่สะใภ้ของกู้อี้หานอีกด้วย……แม้ว่าช่วงนี้ฉันจะยังไม่ไปทำงานที่บริษัทและกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อหลบกระแสข่าวแต่พอตื่นเช้าขึ้นมา ฉันก็เริ่มลุยทำข่าวของฉันต่อทันทีฉันค้นหางานวิจัยทั้งหมดของซูฉีหมิงบนอินเทอร์เน็ตขึ้นมา แล้วค่อย ๆ นั่งเปรียบเทียบตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของงานวิจัยทีละจุดและก็เป็นไปตามคาด หลังจากนั่งตรวจมาทั้งวัน ฉันก็พบช่องโหว่และจุดผิดปกติมากมายในงานวิจัยเหล่านั้นฉันทำเครื่องหมายจุดบกพร่องทั้งหมด พร้อมจัดทำเป็นเอกสารสรุปส่งต่อให้เมิ่งอวิ๋นชูด้วยเหตุนี้ หลังจากข่าวชิ้นแรกเรื่อง "ซูฉีหมิงใช้วุฒิการศึกษา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 127

ฉันรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าถ้อยคำพวกนี้ ไม่สามารถทำร้ายฉันได้อีกต่อไปแล้ววนไปเวียนมา ก็มีอยู่แค่คำพูดเดิม ๆ พวกนี้ อ่านจนเอียนไปหมดแล้วฉันขี้เกียจเกินกว่าจะเลื่อนหน้าจออ่านดูต่อในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ฉันมองดูหน้าจอก็พบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากโรงพยาบาลที่แม่ของฉันกำลังนอนรักษาตัวอยู่ใจฉันดิ่งวูบ รีบกดรับสายทันทีปลายสายเต็มไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดของหมอ "คุณหนูเยี่ยครับ เมื่อเช้านี้ทางฝั่งตระกูลกู้มีตัวแทนผู้รับผิดชอบสองคนเดินทางมา แจ้งว่าอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้กับคุณแม่ของคุณอาจมีปัญหา จำเป็นต้องนำกลับไปตรวจสอบและบำรุงรักษาใหม่ ดังนั้นในตอนนี้ จึงต้องหยุดการใช้งานอุปกรณ์ชั่วคราวแล้วครับ""อะไรนะคะ?"หัวใจของฉันร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวในพริบตาแม่ของฉันใช้อุปกรณ์ตัวนั้นมาตั้งนาน ไม่เคยเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นเลยสักครั้งนี่มันเห็นชัด ๆ ว่ามีคนจงใจใช้ข้ออ้างนี้เพื่อบีบให้ฉันยอมจำนน!หมอพูดต่อ "หลังจากหยุดใช้อุปกรณ์แล้ว อาการของคุณแม่คุณไม่ค่อยสู้ดีนักครับ ขอให้คุณรีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเซ็นรับทราบหนังสือแจ้งภาวะถึงขั้นวิกฤติตอนนี้ด้วยครับ"ฉันไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 128

แม่ของซูหย่าซินเริ่มตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัดทว่าเจียงซูฮุ่ยกลับส่งสายตาดุดันอำมหิตพลางตวาด "แกกล้าเหรอ! ถ้าแกกล้าแฉล่ะก็ คนที่จะต้องตายก็ไม่ใช่แค่แม่ของแกคนเดียวหรอกนะ ลองคิดถึงตระกูลเยี่ยดูสิ เลี้ยงดูแกมาตั้งหลายปี แต่เพราะแกคนเดียว กลับต้องล้มละลายจนกลายเป็นคนไร้บ้านข้างถนน แกทนดูได้ลงคอเหรอ?"หัวใจของฉันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ฉันกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้น แทบอยากจะแลกชีวิตตายตกไปพร้อมกับพวกเธอตรงนี้!ในตอนนั้นเอง แม่ของซูหย่าซินก็แย้มรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางเอ่ยขึ้น "ความจริง... เรื่องนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางออกนะ! แม่สามีของเธอก็ถือหุ้นในตระกูลกู้อยู่เหมือนกัน ขอแค่เธอเอ่ยปากคำเดียว อุปกรณ์ของแม่เธอก็ต่อกลับไปใช้ได้เหมือนเดิม แต่ว่าพวกเราต้องการให้เธอทำเรื่องหนึ่งให้ก่อน"ฉันรู้ดีว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แน่ แต่ฉันก็ยังเอ่ยถามออกไป "เรื่องอะไร?"แววตาของแม่ซูหย่าซินฉายประกายชั่วร้ายออกมา "ขอแค่เธออัดคลิปวิดีโอขอโทษ ยอมรับว่าตัวเองเป็นเมียน้อยที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างความรักของหย่าซินกับสือซวี่ แถมยังต้องยอมรับด้วยว่าข่าวเรื่องของฉีหมิงที่เธอเขียนไปน่ะล้วนเป็นการใส่ร้ายป้ายสีทั้งสิ้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 129

พวกเรากับเด็กน้อยก็นับว่าอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขชั่วคราวเพียงแต่ว่า การกินไอศกรีมนี้ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุดเอาเสียเลยฉันกระซิบกับซ่งจินรั่วเบา ๆ "นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่สองชั่วโมงเองนะ ซัดไปสี่ถ้วยแล้ว ขืนปล่อยให้กินแบบนี้ต่อไป กระเพาะเด็กจะรับไหวเหรอ?""เธอจะไปสนทำไมล่ะ?" ซ่งจินรั่วพูดอย่างไม่ยี่หระ "นังเด็กนี่นิสัยร้ายกาจเหมือนแม่มันไม่มีผิด เธอไม่เห็นเหรอว่าเมื่อกี้มันทำท่าทางยังไงกับเธอ? ปล่อยให้กินไปเลย! ท้องร่วงถ่ายเหลวสักสองสามรอบ เดี๋ยวก็รู้รสชาติเองแหละ!"ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนนี้ในท้องของฉันกำลังมีชีวิตน้อย ๆ อยู่ด้วยหรือเปล่า ฉันถึงได้มีความรู้สึกรักและเอ็นดูเด็กตามสัญชาตญาณความเป็นแม่เสมอในตอนที่ตั๋วตั่วกำลังจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบไอศกรีมถ้วยที่ห้า ฉันจึงเดินเข้าไปดักหน้าแล้วพูดว่า "พวกเราเปลี่ยนไปทานอย่างอื่นกันดีไหมจ๊ะ? ช็อกโกแลต? หรือว่า... มันฝรั่งทอดกรอบดีล่ะ?"ตั๋วตั่วดูเหมือนจะมีอคติต่อต้านฉันมาตั้งแต่เกิด หนูน้อยแผดเสียงตะโกนใส่ทันที "หลบไปนะ! เธอเป็นแค่คนรับใช้ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งว่าฉันกินอะไรได้หรือไม่ได้?"ซ่งจินรั่วเดินตรงไปเปิดตู้เย็นหยิบไอศกรีมมาย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 130

ทันทีที่พวกเขาก้าวพ้นประตูเข้ามา ตั๋วตั่วก็พุ่งตัวเข้าไปหาพวกเขาทันที"โถ... คุณหนูตัวน้อยของยาย!"แม่ของซูหย่าซินรีบอุ้มตั๋วตั่วขึ้นมาพลางถาม "ทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะลูก? มีใครตีหนูหรือด่าว่าหนูใช่ไหม?"ซูหย่าซินเอ่ยขึ้น "พี่สือซวี่คะ ดูสิ ตาของตั๋วตั่วบวมเป่งไปหมดแล้ว!"พูดจบ เธอก็ทำท่าทางน้อยอกน้อยใจแล้วหันมาพูดกับฉัน "คุณหนูเยี่ย เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะฉัน คุณจะตบตีหรือด่าทอฉันยังไงก็ได้ แต่คุณทำร้ายเด็กตัวแค่นี้ลงคอได้ยังไงกันคะ?"กู้สือซวี่คว้าบีบข้อมือฉันไว้แน่นทันที น้ำเสียงอันเย็นชาในเวลานี้คมกริบราวกับใบมีด "เธอทำอะไรตั๋วตั่ว?"ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งสงบแล้วตอบว่า "นายถามแกดูเองสิ"ซูหย่าซินกับแม่ของเธอแทบจะรอไม่ไหว รีบเอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงเด็กน้อยทันทีตั๋วตั่วสะอึกสะอื้นพลางฟ้องว่า "คุณป้าใจร้ายคนนี้ไม่ยอมให้หนูกินไอศกรีม!"กู้สือซวี่ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะถามลูกสาวต่อ "มีแค่เรื่องนี้จริง ๆ เหรอ?"ซูหย่าซินรีบพูดเสริม "ตั๋วตั่วจ๊ะ หนูโดนรังแกอะไรบอกมาให้หมดเลยนะ ไม่ต้องกลัว คุณพ่อคุณแม่อยู่ตรงนี้แล้ว!"ตั๋วตั่วยืนนึกอยู่นานก่อนจะตอบว่า
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1112131415
...
22
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status