All Chapters of หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน: Chapter 31 - Chapter 40

100 Chapters

บทที่ 31

เหมือนฉันจะเห็นเฮ่อจือโจว!ฉันรีบกวาดสายตามองลงไปหน้าเวทีเพื่อมองหาเขาทันทีแต่กลับไม่พบวี่แววของผู้ชายคนนั้นเลยดูท่าว่าจะเป็นแค่ภาพลวงตาเพราะความรู้สึกผิดในใจมากกว่านั่นสิ ตอนนี้เฮ่อจือโจวอยู่ที่เมืองเอ แล้วเขาจะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกันระหว่างที่กำลังเหม่อลอย เสียงดนตรีก็ดังขึ้นฉันเรียนเต้นมายี่สิบปีพอเสียงดนตรีบรรเลง ฉันก็เข้าถึงอารมณ์ของการเต้นได้อย่างรวดเร็วเพลงที่ฉันแจ้งกับลู่ฉางเจ๋อไปเป็นการเต้นร่วมสมัยธรรมดา แต่พอคิดว่าผู้ชมข้างล่างน่าจะชอบดูการส่ายสะโพก ฉันเลยเพิ่มท่าเลื้อยเอวเข้าไปในการแสดงด้วยเสียงเชียร์ในงานดังกระหึ่มจู่ ๆ ฉันก็นึกถึงหนี้สามสิบห้าล้านของพ่อ และภาพใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของแม่ฉันจึงยิ่งออกลีลาเต้นอย่างสุดความสามารถ หวังเพียงว่าเดี๋ยวจะได้คะแนนโหวตสูงสุดไม่กี่นาทีต่อมา เสียงดนตรีและการเต้นก็จบลงทว่าเสียงเชียร์และเสียงปรบมือในงานยังคงดังอย่างต่อเนื่องฉันโค้งคำนับให้ผู้ชมด้านล่างแล้วเดินกลับเข้าไปหลังเวทีเมื่อกลับมาถึงหลังเวที ฉันก็พบว่าสายตาของผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ที่มองมานั้นเปลี่ยนไปจากเดิมตอนแรกพวกเธอต่างมองฉันด้วยสายตาดูถูกเหยียด
Read more

บทที่ 32

ลู่ฉางเจ๋อเดาะลิ้นหัวเราะ “คุณมองเรางกเกินไปแล้ว ได้ที่หนึ่งร่วมกันสองคนก็ต้องให้รางวัลคนละสิบห้าล้านสิ ขืนให้แบ่งครึ่งกันมันจะไปใช้ได้ยังไง”พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น ฉันก็โล่งใจขึ้นมาทันทีเมื่อขึ้นมาบนเวที หมายเลขยี่สิบเจ็ดกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมด้านล่างรอยยิ้มยั่วยวนประกอบกับน้ำเสียงออดอ้อนฉอเลาะของเธอเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ชมอย่างมากฉันยืนเก้ออยู่ข้าง ๆ หวังเพียงให้พิธีกรรีบมอบรางวัลเสียทีโชคดีที่พิธีกรเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วพิธีกรยืนอยู่ระหว่างฉันกับหมายเลขยี่สิบเจ็ด แล้วพูดยิ้ม ๆ “ตอนนี้ผมขอประกาศว่าผู้เข้าแข่งขันทั้งสองท่านนี้ได้ที่หนึ่งร่วมกัน พวกเธอจะได้รับ...”“เดี๋ยวก่อน!”จู่ ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าเวทีหัวใจของฉันกระตุกวูบตามไปด้วยเพราะนั่นคือเสียงของเฮ่อจือโจวฉันหันขวับไปมองด้านล่างราวกับหุ่นยนต์ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งค่อย ๆ ก้าวออกมาจากเงามืดหลังห้องนัยน์ตาของชายหนุ่มเยียบเย็น ทั่วร่างแผ่รังสีอำมหิตฉันได้แต่มองเขาอย่างตกตะลึง ความหนาวเหน็บค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาตามแนวสันหลังฉันกำมือที่แนบอยู่ข้างลำตัวแน่นโดยไม่รู้ตัวเขาไปคุยงาน
Read more

บทที่ 33

อ้อนเขางั้นเหรอไม่มีทาง!ชมเขางั้นเหรอแต่พอเห็นสีหน้าเย็นชาของเขาในตอนนี้ ฉันก็ชมไม่ออกเหมือนกันฉันมองใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งของเขา อัดอั้นอยู่นานกว่าจะยอมเอ่ยปาก “คุณช่วยโหวตให้ฉันได้ไหมคะ คะแนนนี้สำคัญกับฉันมากจริง ๆ”“งั้นเหรอ”เฮ่อจือโจวแค่นยิ้ม แววตาเย็นชารอยยิ้มของเขาทำเอาใจฉันร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเขารังเกียจฉันขนาดนั้น คงไม่มีทางยอมให้ฉันสมหวังแน่แต่ฉันขาดเงินสิบห้าล้านนั่นไม่ได้จริง ๆฉันยอมทิ้งทั้งศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนง อุตส่าห์พยายามจนมาถึงจุดนี้ได้ ฉันจะมาล้มเหลวแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดลู่ฉางเจ๋อเริ่มรอไม่ไหวจึงหันไปพูดกับเฮ่อจือโจว “นี่ นายก็เลิกเล่นลีลาได้แล้ว รีบ ๆ โหวตคะแนนของนายมาเถอะน่า”ฉันจ้องเฮ่อจือโจวเขม็งขอแค่เขาไม่โหวตให้หมายเลขยี่สิบเจ็ด ฉันก็จะได้เงินสิบห้าล้านนี้แต่เห็นได้ชัดว่าที่จู่ ๆ เขาโผล่มาตอนนี้ ก็เพื่อจงใจเล่นงานฉันจะทำยังไงดีทำยังไงเขาถึงจะยอมปล่อยฉันไปเฮ่อจือโจวมองฉันยิ้ม ๆ นัยน์ตาแฝงความขบขันและเย็นเยียบหัวใจของฉันหนาวเหน็บขึ้นเรื่อย ๆดูจากสีหน้าของเขาแล้ว ฉันแทบจะมั่นใจเลยว่าเขาต้องโหวตให้หมายเลขยี่สิบ
Read more

บทที่ 34

เขายังไม่ทันได้โมโห ฉันก็หันหลังวิ่งออกไปข้างนอกเสียก่อนในเมื่อไม่ได้เงินรางวัลแล้ว ตอนนี้ฉันแค่อยากไปจากที่นี่ฉันวิ่งรวดเดียวจนออกมาจากโรงแรม สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมาทำเอาฉันหนาวสะท้านจากข้างในฉันยกแขนขึ้นกอดตัวเองด้วยความรู้สึกปวดหนึบในใจลู่ฉางเจ๋อวิ่งตามออกมาอย่างรวดเร็วเขาคว้าแขนฉันไว้พร้อมกับหัวเราะ “เสี่ยวอันหราน อย่าเพิ่งไปสิ เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ”ฉันสะบัดมือเขาออกอย่างแรง แล้วเอ่ยเสียงเย็น “คุณจงใจเรียกเฮ่อจือโจวมาใช่ไหม”เฮ่อจือโจวไปทำงานที่เมืองเอแท้ ๆ ถ้าเขาไม่ได้บอกเฮ่อจือโจวว่าฉันมาร่วมงานเต้นรำครั้งยิ่งใหญ่นี้ เฮ่อจือโจวจะมาโผล่ที่นี่กะทันหันได้ยังไงความจริงตั้งแต่ตอนที่เขาลองหยั่งเชิงถามว่าจะให้บอกเรื่องที่ฉันเข้าร่วมงานเต้นรำกับเฮ่อจือโจวไหม ฉันก็ควรจะเดาได้แล้วว่าเขาต้องเรียกเฮ่อจือโจวมาแน่เพียงแต่ฉันยังมองเขาในแง่ดีเกินไปนั่นสิ คุณชายที่ใช้ชีวิตเสเพลชอบกลั่นแกล้งคนอื่นเพื่อความสนุกไปวัน ๆ อย่างพวกเขา จะมายอมช่วยฉันจริง ๆ ได้ยังไงลู่ฉางเจ๋อหัวเราะแห้ง ๆ โดยไม่ได้ปฏิเสธฉันแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง “พวกคุณปั่นหัวฉันแบบนี้ สนุกมากใช่ไหม”“โธ่เอ๊ย เสี่ยวอ
Read more

บทที่ 35

ฉันเพิ่งจะอ้าปาก จู่ ๆ ปลายสายก็มีคนเรียกเขาพี่ชายรีบร้อนบอกกับฉันว่า “อันอัน เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ พี่ต้องไปทำงานก่อน...ติ๊ด...”สายถูกตัดไป ประโยคที่ว่า ‘พี่มารับฉันหน่อยได้ไหม’ สุดท้ายก็ติดอยู่แค่ในลำคอ ไม่ได้พูดออกไปฉันค่อย ๆ ยกแขนขึ้นกอดตัวเองแน่น มองความมืดมิดยามค่ำคืน เป็นครั้งแรกที่สัมผัสได้ถึงความอ้างว้างของการ ‘ไร้บ้านให้กลับ’ฉันนั่งอย่างสับสนอยู่บนบันได ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปไหนได้อีกไปหาตานตานดีไหมแต่วันนี้เธอไม่อยู่เมืองเจียงเมื่อเช้าเธอส่งข้อความมาบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด น่าจะอีกหลายวันถึงจะกลับสายลมยามค่ำคืนว่าหนาวแล้ว แต่ใจฉันกลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าป่านนี้แล้วพี่ยังยุ่งอยู่เลย คงไม่พ้นกำลังหาเงินสามสิบห้าล้านมาใช้หนี้พนันให้พ่อแน่ ๆส่วนฉันวุ่นวายมาทั้งวัน แต่กลับทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างพอคิดถึงเงินสิบห้าล้านที่กำลังจะคว้ามาได้อยู่แล้วแต่กลับหลุดมือไป ฉันก็เศร้าจนอยากร้องไห้ฉันนั่งกอดเข่า ความปวดร้าวและอ้างว้างตื้นตันล้นปรี่อยู่ในใจจู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงหัวเราะแปลกประหลาดดังขึ้นมาฉันชาหนึบไปทั้งหนังศีรษะ รีบหันขวับไปมอง ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำล
Read more

บทที่ 36

ตรงนี้เป็นทางตันแล้ว ถ้าโรคจิตนั่นเดินเข้ามา ฉันจะไม่มีทางหนีรอดไปได้เลยฉันแนบตัวชิดกำแพง พยายามหดตัวลีบเข้าหากำแพงอย่างสุดชีวิต ภาวนาไม่ให้ไอ้โรคจิตนั่นเจอฉันรอบด้านเงียบสงัด ฉันเกร็งไปทั้งตัว ในใจหวาดกลัวจนถึงขีดสุดภายใต้แสงจันทร์ที่เยียบเย็น เงาร่างนั้นค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ราวกับวิญญาณร้ายเขาเดินเข้ามาแล้ว!ฉันตกใจจนแทบจะหวีดร้องออกมาฉันรีบเอามือปิดปากไว้แน่น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวแต่เงาร่างนั้นก็ยังหาฉันเจออยู่ดี เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหาฉันทีละก้าวเสียงฝีเท้านั้นเปรียบเสมือนยันต์สั่งตาย มันทรมานประสาทสัมผัสของฉันทุกย่างก้าวเมื่อเขาเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว กรีดร้องออกมาแล้ววิ่งพุ่งไปที่ปากซอยอย่างไม่คิดชีวิตตอนที่วิ่งสวนกัน เขาก็ยื่นแขนยาว ๆ ออกมาคว้าตัวฉันไว้ทันทีหนังศีรษะของฉันชาหนึบขึ้นมาทันที ฉันดิ้นพล่านและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน...”ทว่าวินาทีต่อมา ร่างของฉันก็ถูกเขากระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงเขาแรงเยอะมาก แผ่นหลังของฉันกระแทกเข้ากับกำแพงจนเจ็บปวดไปทั้งตัวแต่ฉันก็ไม่สนความเจ็บปวดนั้นฉันดิ้นพล่านและกรีดร้องอย่างบ้า
Read more

บทที่ 37

ใบหน้าของเขาถมึงทึง ยามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ก่อนไปทำงานผมบอกคุณไว้ว่ายังไง หืม”ฉันไม่ยอมปริปากพูดอะไรทว่าครั้งนี้เขาโกรธจริง ๆ นิ้วมือออกแรงบีบปลายคางฉันอย่างแรงจนเจ็บไปหมดเขาเอ่ยเสียงเย็น “ผมเคยเตือนแล้วว่าอย่าทำเรื่องให้ผมโกรธ คุณก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แล้วผลลัพธ์ล่ะ”“ถังอันหราน คุณนี่ชอบโกหกจริง ๆ สินะ!”ชุดเมดที่แสนน่าอายถูกฝ่ามือใหญ่ของเขากระชากจนขาดวิ่นไม่เป็นท่าฉันยกมือขึ้นปิดหน้าอกด้วยความอับอาย จ้องเขาด้วยขอบตาที่แดงก่ำ “คุณอย่าทำแบบนี้นะ!”“อย่าทำยังไง”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่น่าสะพรึงกลัว“คุณแต่งตัวแบบนี้ แถมยังออกลีลาเต้นบนเวทีซะขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะยั่วพวกเศรษฐีหรือไง”“ถึงผมไม่ทำกับคุณแบบนี้ ผู้ชายพวกนั้นก็ต้องทำแบบนี้กับคุณอยู่ดี”“ทำไมล่ะ พอเปลี่ยนเป็นพวกมัน คุณก็จะไม่ขัดขืนงั้นสิ”“พอได้แล้ว เฮ่อจือโจว!”ฉันถลึงตามองเขาด้วยความคับแค้นใจ “คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา”เฮ่อจือโจวหัวเราะด้วยความโมโห “ผมพูดอะไรน่ะเหรอ หึ ผมกำลังพูดความจริงอยู่น่ะสิถังอันหราน ผมคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคุณจะกล้าใส่ชุดแบบนั้นผมรู้แค่ว่าคุณชอ
Read more

บทที่ 38

เขาอยากจะกอดก็กอดไป ตามใจเขาเถอะยังไงฉันก็ตาสว่างแล้วว่ามองคนจากภายนอกไม่ได้จริง ๆผู้ชายคนนี้ ปกติแล้วดูจริงจังและสำรวมแค่ไหน แต่พออยู่บนเตียงกลับเหมือนคนบ้าไม่มีผิดวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาเพราะความกระหายน้ำตอนฉันตื่น เฮ่อจือโจวก็ไม่อยู่แล้วพอเห็นเตียงที่ยับเยิน และนึกถึงความป่าเถื่อนของผู้ชายคนนั้นเมื่อคืน ในใจฉันก็ทั้งโกรธและเสียใจฉันลุกจากเตียง ตั้งใจจะไปรินน้ำดื่มแต่พอเท้าแตะพื้น ขาก็พลันอ่อนแรงจนร่างทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้นฉันนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพอยู่นานกว่าจะลุกขึ้นไหวจู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาเฮ่อจือโจวเดินเข้ามาเขากำลังคุยโทรศัพท์ ปลายสายคงจะเป็นรักแรกของเขาเพราะสีหน้าและแววตาของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากเขาปรายตามองฉันที่นั่งอยู่บนพื้นแวบหนึ่งด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกฉันรีบคว้าผ้าห่มบนเตียงมาคลุมร่างด้วยความอับอายเขาแค่นเสียงหยันเบา ๆ ก่อนหยิบเสื้อสูทบนไม้แขวนเสื้อแล้วเดินออกไปข้างนอกตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันอีกเลยฉันจิกพรมแน่น ความรู้สึกอึดอัดทรมานในใจนั้นยากจะอธิบายหลังจากเฮ่อจือโจวออกไป ฉันก็ลากสังขา
Read more

บทที่ 39

ระหว่างที่กำลังสงสัย จู่ ๆ ปลายสายก็มีเสียงผู้หญิงดังแว่วมา เหมือนเสียงของพยาบาลฉันขมวดคิ้ว “พี่เป็นอะไรไปน่ะ ตอนนี้อยู่ไหน”“ฮ่า ๆ ฉันจะไปอยู่ที่ไหนได้ล่ะ ก็ทำงานอยู่บริษัทไง”“ไม่ใช่สิ พี่อยู่โรงพยาบาลใช่ไหม” เมื่อกี้ฉันได้ยินคำว่าได้เวลายาแล้วชัด ๆ“เปล่าซะหน่อย พี่สบายดี จะไปอยู่โรงพยาบาลได้ยังไง แค่นี้ก่อนนะ ขอวางสายก่อนละ”พี่ชายลนลานวางสายไป เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกหกแต่เรื่องที่เขาไม่อยากบอก ต่อให้ฉันคาดคั้นถามยังไง เขาก็ไม่มีทางยอมพูดแน่ในใจฉันทั้งร้อนรนและว้าวุ่น พยายามสืบถามจากหลาย ๆ ทาง ถึงได้รู้ว่าพี่ชายยอมไปเป็นสตันต์แมนฉากแอ็กชันเพื่อหาเงินเมื่อคืนเขายังรับเล่นฉากที่อันตรายมากแทนคนอื่น แล้วสลิงเกิดมีปัญหา พี่ก็เลยตกลงมาจนขาบาดเจ็บตอนฉันรีบไปถึงโรงพยาบาล พี่ชายกำลังนั่งพิงเตียงคนไข้ โทรศัพท์ขอยืมเงินคนอื่นสายแล้วสายเล่าท่าทางที่ยอมลดตัวลงไปอ้อนวอนคนอื่นขนาดนั้น ช่างแตกต่างจากพี่ชายที่เคยใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีราวกับคนละคนฉันยืนอยู่หน้าประตู ขอบตาร้อนผ่าวขาของเขายังเข้าเฝือกหนาเตอะ ลงจากเตียงไม่ได้เลยด้วยซ้ำไอ้ที่บอกว่าจะหาเงินมาจ่ายหนี้พนันส่วนที่เหลือ
Read more

บทที่ 40

พอรับสาย แม่ก็ร้องไห้อยู่ปลายสายเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ ใจฉันก็ถูกบีบรัด อาการปวดหัวแล่นริ้วขึ้นมาเป็นระลอกฉันเค้นเสียงตึงเครียดถามแม่ “มีอะไรอีกคะ”“พ่อของลูกน่ะสิไม่เอาถ่าน แอบไปเล่นพนันอีกแล้ว แถมยังเสียไปอีกยี่สิบห้าล้าน”“อะไรนะคะ” ฉันเหลืออดจนต้องตวาดเสียงต่ำ “บ้านเราก็เป็นแบบนี้แล้ว ทำไมพ่อถึงยังไปเล่นพนันอีก พ่อต้องบีบให้เราตายก่อนถึงจะพอใจใช่ไหม”“...อันอัน...”“ลูกพูดจาแบบนี้ได้ยังไง” พ่อแย่งโทรศัพท์ไปพูดเอง “ที่พ่อไปเล่นพนัน ก็เพราะอยากจะเล่นให้ชนะเยอะ ๆ บ้านเราจะได้กลับมาอยู่ดีกินดีอีกครั้ง พ่อทำผิดตรงไหน”“แล้วพ่อชนะไหมล่ะ เคยชนะสักครั้งไหม” ฉันโกรธจนร้องไห้ “พ่อเลิกเอาเรื่อง ‘ให้เรากลับมาอยู่ดีกินดี’ มาเป็นข้ออ้างได้แล้ว พ่อก็แค่ติดพนัน พ่อก็แค่คันไม้คันมือนั่นแหละ!”“พอได้แล้ว ๆ ตอนนี้เงินก็เสียไปแล้ว พ่อก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้หรอก ลูกรีบไปขอเงินจือโจวเถอะ ขอมาสักร้อยล้านเลยยิ่งดี”“หนูไม่ไป!” ฉันตะคอกอย่างเคียดแค้นพ่อเริ่มร้อนรน “ลูกไม่ไปแล้วใครจะไป หรือว่าลูกอยากเห็นพวกมันมาทวงหนี้ถึงบ้าน แล้วสับมือสับเท้าพ่อ พอผ่านพรุ่งนี้ไป พวกมันก็จะมากันแล้ว วั
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status