หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน의 모든 챕터: 챕터 71 - 챕터 80

100 챕터

บทที่ 71

เขาเหมือนกำลังพูดว่า “เอาละ ๆ คนดี ไม่ถามแล้ว ผมไม่ถามแล้ว...”ฉันคิดว่าตัวเองต้องกำลังฝันไปแน่ ๆเฮ่อจือโจวจะปลอบฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขนาดนั้นได้ยังไงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!วันรุ่งขึ้นฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เดิมทียังอยากจะนอนต่อ ทว่าจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ต้องไปรายงานตัวที่บริษัทความง่วงงุนพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น ฉันรีบลุกพรวดขึ้นจากเตียง ทว่าความปวดเมื่อยที่แล่นริ้วไปทั้งตัวกลับทำให้ฉันล้มตึงลงไปบนเตียงอย่างแรงอีกรอบฉันคลำหาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา 06.30 น.โชคดีที่เมื่อวานฉันตั้งนาฬิกาปลุกล่วงหน้าไว้ ไม่อย่างนั้นเมื่อคืนโดนเฮ่อจือโจวทำขนาดนั้น เช้าวันนี้ฉันลุกไหวก็แปลกแล้วพอคิดถึงเฮ่อจือโจว ฉันก็เผลอหันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณไม่มีใครอยู่เลยผู้ชายคนนั้นตื่นเช้าเหมือนกันนะเนี่ยฉันฝืนทนความปวดเมื่อยไปทั้งตัว ลุกขึ้นนั่งบนเตียงพอก้มมองดูก็เห็นรอยแดงเต็มตัวไปหมดบางทีฉันก็คิดไม่ตกเหมือนกัน ผู้ชายที่ดูเคร่งขรึมและเย็นชาขนาดนั้น ทำไมเรื่องบนเตียงถึงได้บ้าคลั่งเหมือนคนเสียสติไปได้ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนที่ทำเรื่องแบบนี้กับรักแรกของเขา เ
더 보기

บทที่ 72

“ใช่สิคะ กำลังคิดว่าเช้าขนาดนี้คุณบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้เอาแต่ขวางอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมให้ฉันไปล้างหน้าแปรงฟัน!”“ถังอันหราน!” เขาตวาดเสียงต่ำใส่ฉันด้วยความโมโหฉันผลักเขาออกไปอย่างหงุดหงิดหากเขายังตามตอแยต่อไปแบบนี้ ฉันต้องไปสายแน่ ๆฉันเดินไปที่อ่างล้างหน้า หยิบแปรงสีฟันขึ้นมาเตรียมจะแปรงฟันจู่ ๆ เขาก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันเขาพิงอ่างล้างหน้าพลางขมวดคิ้วมองฉัน “ทำไมวันนี้คุณตื่นเช้าจัง”“อืม มีธุระค่ะ” ฉันบีบยาสีฟันพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาจ้องหน้าฉันอยู่หลายวินาที ก่อนจะถามต่อ “ออกไปหางานทำอีกแล้วเหรอ”ฉันแปรงฟันไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจเขาเขาแค่นหัวเราะ น้ำเสียงทั้งเย็นชาและเย้ยหยัน “ถ้าคุณหาได้ก็คงหาได้ตั้งนานแล้ว เชื่อผมเถอะ การทำงานมันไม่เหมาะกับคุณหรอก”ฉันเกลียดการที่เขามาพูดจาทำนองว่าการทำงานไม่เหมาะกับฉันแบบนี้จริง ๆฉันบ้วนปากเสร็จก็หันไปยิ้มให้เขา “งั้นก็คงต้องทำให้คุณผิดหวังแล้วละค่ะ เพราะฉันหางานได้แล้ว และวันนี้ก็จะไปรายงานตัวด้วย”เฮ่อจือโจวหัวเราะออกมาอย่างไม่เชื่อถือ “ความจริงการหางานไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าขายหน้าอะไร คุณไม่เห็นจำเป็นต้องโกหกซ้
더 보기

บทที่ 73

ฉันตั้งตัวไม่ทัน ร่างทั้งร่างจึงพุ่งกระแทกไปด้านหน้าอย่างแรงโชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ไม่อย่างนั้นฉันต้องหัวกระแทกกระจกแน่ ๆ“ลงไป!”ฉันยังไม่ทันได้สติ เฮ่อจือโจวก็รีบไล่ฉันลงจากรถฉันมองการจราจรที่ติดขัดด้านนอกกับเวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกที จึงเอ่ยปากปรึกษาเขาเสียงเบา “คุณไปส่งฉันก่อนได้ไหม...”“ผมบอกให้ลงไป!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตวาดใส่ฉันเสียงต่ำฉันถูกเขาตวาดจนสะดุ้ง หัวใจพลันกระตุกวูบตามไปด้วยสีหน้าของเขาเคร่งเครียด หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความร้อนรนเขารักกู้ชิงชิงสุดหัวใจจริง ๆ แค่กู้ชิงชิงโทรมาสายเดียว เขาก็ร้อนรนได้ถึงขนาดนี้ฉันเม้มปาก ไม่ได้พูดอะไรออกไปแล้วก้าวลงจากรถเงียบ ๆพอฉันลงจากรถ รถของเขาก็พุ่งทะยานออกไปทันทีฉันยืนเหม่ออยู่บนถนน ขอบตาร้อนผ่าว จนกระทั่งเสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลังถึงได้สติ แล้วรีบลนลานเดินหลบเข้าข้างทางเวลานี้และเส้นทางนี้ไม่มีทางเรียกแท็กซี่ได้เลย รถเมล์ก็ไม่จอดเช่นกันฉันจึงทำได้แค่วิ่งไปตามแผนที่นำทางมุ่งหน้าสู่บริษัทนั้นลึก ๆ ในใจยังคงแอบตัดพ้อเฮ่อจือโจวอยู่บ้างถ้าเขาไม่คิดจะไปส่งตั้งแต่แรก ฉันเรียกแท็กซี่จากหน้าบ้านยังจะสะดวก
더 보기

บทที่ 74

เพราะนั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันพนักงานหญิงในห้องชงกาแฟหัวเราะ “สงสัยคงถูกใจรูปลักษณ์ของเธอมั้ง จะว่าไปเธอก็ดูมีมาดเลขาอยู่เหมือนกันนะ ดูหน้าตานั่นสิ สวยหมดจดเชียว”เอ๊ะ เพราะเหตุผลนี้จริง ๆ เหรอถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอบคุณพ่อแม่ที่ให้หน้าตาดี ๆ แบบนี้มา“พอเถอะ” พนักงานหญิงที่นำทางฉันแค่นหัวเราะ “สิ่งที่บริษัทเราขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือพวกแจกันดอกไม้นี่แหละ ถ้าเธอทำงานไม่เอาไหน ถึงเวลาก็ต้องม้วนเสื่อเก็บข้าวของออกไปอยู่ดี”ฉันเม้มปาก ในใจรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาจริง ๆก็ฉันไม่ได้เรียนจบมาทางสายนี้ แถมยังไม่มีประสบการณ์ด้านนี้อีกด้วยแต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็จะตั้งใจเรียนรู้งานให้ดีที่สุดสองคนนั้นคุยกันอีกสองสามประโยคก็แยกย้าย พนักงานหญิงที่นำทางพาฉันไปทำเรื่องเข้าทำงาน หลังจากกรอกประวัติเสร็จ เธอก็ปล่อยให้ฉันไปรายงานตัวที่ห้องประธานด้วยตัวเองห้องประธานอยู่ชั้นยี่สิบ ตอนที่ฉันขึ้นไป ทุกคนกำลังยุ่งกันอยู่ฉันอยากจะหาใครสักคนเพื่อถามว่าโต๊ะทำงานของฉันอยู่ตรงไหน และฉันต้องทำอะไรบ้าง แต่กลับไม่มีใครสนใจฉันเลยแถมการที่ฉันไปยืนเกะกะอยู่ตรงทางเดินก็เหมือนจะไปขวางทางพวกเขาเข้า
더 보기

บทที่ 75

เฮ่อจือโจวแทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อฉันมาก่อนไม่รู้เหมือนกันว่าจู่ ๆ เขามีธุระอะไรถึงโทรหาฉัน แถมยังโทรมาติดกันถึงสองสายเดิมทีฉันคิดจะโทรกลับไป แต่พอนึกถึงท่าทางเย็นชาตอนที่เขาไล่ฉันลงจากรถเมื่อเช้า จู่ ๆ ฉันก็ไม่อยากจะสนใจเขาขึ้นมา“นี่...” ตอนนั้นเองก็มีเพื่อนร่วมงานร้องเรียกฉัน “เธอเอาเอกสารฉบับนี้ไปถ่ายสำเนาสองชุดนะ แล้วจัดเรียงให้เรียบร้อยค่อยเอามาให้ฉัน”ฉันรีบโยนโทรศัพท์มือถือเก็บลงในลิ้นชัก แล้วรับเอกสารจากมือเพื่อนร่วมงานเดินตรงไปยังเครื่องถ่ายเอกสารพองานยุ่งขึ้นมาก็ไม่มีเวลาให้หยุดพัก ฉันจึงลืมเรื่องที่เฮ่อจือโจวโทรมาไปเสียสนิทช่วงบ่ายก็เหมือนกับช่วงเช้า ยุ่งเสียจนแทบไม่ได้หยุดพักแม้จะทั้งยุ่งทั้งเหนื่อย แถมข้อเท้ายังปวดระบม แต่ฉันกลับรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ก็ช่วยเติมเต็มความรู้สึกได้ดีเหมือนกันไม่นานนักก็ถึงเวลาเลิกงาน เพียงครู่เดียวเพื่อนร่วมงานก็กลับกันไปหมดแล้ว ออฟฟิศขนาดใหญ่จึงเงียบสงัดฉันเอนหลังพิงเก้าอี้พักอยู่พักใหญ่ จังหวะที่กำลังจะกลับ โทรศัพท์บนโต๊ะของหัวหน้าก็ดังขึ้นมาฉันชะโงกหน้าไปดูโดยสัญชาตญาณ ถึงได้เห็นว่าเป็นสายที่โทรมาจากห้องประธานตอนนี้ในออฟ
더 보기

บทที่ 76

ตอนที่ฉันดูเมื่อตอนเที่ยง โทรศัพท์ยังมีแบตเตอรี่เหลืออยู่ตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่นา ช่วงบ่ายฉันก็ยุ่งตลอด ไม่ได้แตะโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ แล้วแบตเตอรี่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่มันหมดไปได้ยังไงกันฉันเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง ทว่ามันก็ดับวูบไปทันทีเฮ้อ ดูท่าโทรศัพท์เครื่องนี้จะไม่ไหวแล้วละไม่รู้เหมือนกันว่าเฮ่อจือโจวโทรมาหาฉันต้องการอะไรกันแน่ด้วยนิสัยอย่างเขา พอฉันไม่รับสาย เขาต้องโมโหเป็นฟืนเป็นไฟอีกแน่ ๆฉันหันไปมองนอกหน้าต่าง พอนึกถึงความไร้เยื่อใยของเขาเมื่อเช้า ในใจก็รู้สึกอึดอัดทรมานขึ้นมาอีกระลอกใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ท้องฟ้าจึงมืดเร็วระหว่างทางกลับบ้านรถติดอยู่พักหนึ่ง กว่าจะถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วป้าหวังไม่ได้มารอรับฉันที่ประตูเหมือนอย่างเคยคิดว่าเธอกำลังยุ่งอยู่ในห้องครัวละมั้งความจริงจะว่าไปถึงครอบครัวฉันจะตกอับ แต่ฉันก็ยังถือว่ามีความสุขอยู่บ้างอย่างไรก็ยังมีป้าหวังรอฉันกลับบ้าน มีป้าหวังทำกับข้าวร้อน ๆ ไว้รอชั่วขณะนั้น ความรู้สึกแย่ ๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็มลายหายไป ตอนนี้ภายในใจฉันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเติมเต็มและความหวังอันงดงามในอนาคตทว่าตอน
더 보기

บทที่ 77

จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกหายใจลำบาก อดยกมือขึ้นไปแกะมือของเขาออกไม่ได้ทว่ามือใหญ่ของเขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยเขาจ้องฉันเขม็ง น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“คุณรังเกียจผมขนาดนั้นเลยหรือไง โทรศัพท์สักสายก็ยังไม่ยอมรับเลยเหรอ”“ฉันทำงานอยู่ ไม่มีเวลารับโทรศัพท์ของคุณหรอก” ฉันตอบไปตามความจริงในใจไม่เข้าใจเลยสักนิด ฉันก็แค่ไม่ได้รับสายเขา เขาต้องโมโหขนาดนี้เลยเหรอหรือว่าเขาไปเจอเรื่องหงุดหงิดจากกู้ชิงชิงมาอีก ถึงได้มาระบายอารมณ์ใส่ฉัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็เอามาทำเป็นเรื่องใหญ่โตเฮ่อจือโจวแค่นหัวเราะ “ไม่มีเวลารับงั้นเหรอ ตอนเที่ยงพวกคุณไม่มีพักเที่ยงกันหรือไง”“ฉัน...”“หรือว่าตอนนั้นคุณกำลังพลอดรักกับผู้ชายคนไหนอยู่ ถึงได้กลัวว่าผมจะโทรไปขัดจังหวะ”ฉันถลึงตาใส่เขาด้วยความตกใจ “เฮ่อจือโจว คุณพอได้แล้วนะ ถึงฉันจะเป็นคู่นอนของคุณ แต่ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย คุณเลิกมาสงสัยฉัน ปรักปรำฉันไปเรื่อยสักทีได้ไหม?!”“สงสัยคุณงั้นเหรอ ปรักปรำคุณงั้นเหรอ”เฮ่อจือโจวหัวเราะเย้ยหยันถึงขีดสุด “คุณกล้าพูดไหมล่ะว่าบริษัทที่คุณเข้าไปทำงานวันนี้ไม่ใช่ของเฮ่ออี้เฉิน คุณกล้าพูดไหมว่าวันนี้ไม่ได้เ
더 보기

บทที่ 78

ฉันรับไม่ได้กับอารมณ์แปรปรวนผีเข้าผีออกของเขาอีกต่อไปแล้วฉันกัดฟันว่า “คุณเอาแต่โมโหอยู่ได้ทุกวัน ถ้าเก่งนักก็บีบคอฉันให้ตายไปเลยสิ!”“คุณคิดว่าผมไม่กล้าหรือไง!”เฮ่อจือโจวคำรามเสียงต่ำ พลันดันร่างฉันไปกระแทกติดกับบานประตูความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อเท้าทันที ฉันเจ็บจนใบหน้าบิดเบี้ยว แม้แต่น้ำตาก็ยังรื้นขึ้นมาเฮ่อจือโจวจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาฉันด้วยแววตาเย็นชา “ทำไมล่ะ กลัวแล้วเหรอ เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”ฉันเบือนหน้าหนี ปล่อยให้น้ำตาร่วงหล่นลงมาเงียบ ๆเฮ่อจือโจวแค่นเสียงหยัน “จู่ ๆ ก็อยากมาแกล้งทำตัวอ่อนแอต่อหน้าผมขึ้นมางั้นเหรอ เหอะ คุณคิดว่ามุกนี้จะใช้กับผมได้ผลหรือไง”ถึงจะรู้ดีว่าเขาไม่มีทางเห็นใจน้ำตาของฉัน แต่พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ หัวใจของฉันก็ยังอดเจ็บปวดอย่างรุนแรงไม่ได้ฉันรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นแม้แต่น้อยเมื่อมองนัยน์ตาเย็นชาไร้เยื่อใยของเขา ในใจก็พลันรู้สึกสมเพชและขบขันตัวเองขึ้นมาพูดกันตามตรง ฉันก็เป็นแค่คู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของเขาเท่านั้นแหละแต่เมื่อกี้ฉันกลับปล่อยให้ตัวเองใช้อารมณ์ไปต่อล้อต่อเถียงและตวา
더 보기

บทที่ 79

“คุณ...”เขามองฉันด้วยความตกตะลึง “บาดเจ็บเหรอ”ฉันกัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมพูดอะไร เพื่อไม่ให้เขาหาว่าฉันเสแสร้งอีกเขาย่อตัวลง หมายจะดูข้อเท้าของฉันฉันหดเท้าหนี ไม่ยอมให้เขาดูเขาขมวดคิ้ว คว้าหมับเข้าที่น่องฉัน แล้วออกแรงดึงเท้าฉันกลับไปอย่างดุดันเขามองข้อเท้าที่บวมเป่งของฉันอยู่หลายวินาที สีหน้าพลันมืดครึ้มลง “เจ็บหนักขนาดนี้ทำไมถึงไม่พูด”“ทำไมฉันต้องพูดด้วยล่ะ พูดไปแล้วคุณจะสงสารฉันเหรอ” ฉันยิ้มหยันส่งให้เขาเขาจ้องฉันนิ่ง ทิ้งช่วงครู่หนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำเพียงอุ้มฉันขึ้นไปวางลงบนโซฟาเขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ประคองเท้าฉันไว้ในฝ่ามือ ส่วนมืออีกข้างก็ค่อย ๆ นวดคลึงรอยบวมแดงตรงข้อเท้าให้อย่างแผ่วเบาแม้จะเจ็บมาก แต่ฉันกลับรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำและท่าทีที่เขามีต่อฉันในตอนนี้มากกว่าพอมองแบบนี้ เขาเหมือนกลับไปเป็นเฮ่อจือโจวคนที่อ่อนโยนและเอาใจใส่คนเดิมไม่มีผิดจนถึงตอนนี้ฉันถึงได้ตระหนักว่า เฮ่อจือโจวคนก่อนแสนดีมากจริง ๆ ดีเสียจนทำเอาฉันอดรู้สึกคิดถึงไม่ได้กำลังคิดเพลิน ๆ จู่ ๆ เสียงของเขาก็ดังขึ้นข้างกาย “ข้อเท้าพลิกตั้งแต่เมื่อไหร่”ฉันเบือนหน้าหนี เอ่ยเสียงเรีย
더 보기

บทที่ 80

เขาวางฉันลงบนโซฟา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณกลายเป็นคนพิการน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มันจะกระทบถึงเรื่องบนเตียงของเราต่างหาก!”“คุณ...”ฉันถลึงตาใส่เขาด้วยความอับอายและโกรธเคือง โกรธจนพูดไม่ออกอีกแล้วพูดจริง ๆ นะ ผู้ชายคนนี้พูดจาไม่เคยเข้าหูเลยสักประโยค แถมเขายังสามารถพูดเรื่องลามกด้วยสีหน้าจริงจังได้ตลอดอีกต่างหาก!ฉันละหวังให้เขารีบไปพ้น ๆ เขาอยู่ตรงนี้แล้วน่ารำคาญชะมัดขณะที่ในใจกำลังนึกขุ่นเคือง จู่ ๆ เขาก็ประคองเท้าฉันขึ้นมา ตามด้วยทายาเนื้อเย็นเฉียบลงบนข้อเท้าที่บวมเป่งของฉันเขาเอ่ยโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “ที่บ้านไม่มียาลดบวมแก้ฟกช้ำ ถึงยานี้จะไม่ตรงอาการ แต่มันก็ช่วยแก้ปวดได้ คุณทาไปก่อนก็แล้วกัน”“...อืม”ฉันรับคำเสียงอู้อี้ ดูท่าเมื่อกี้เขาคงไปหากล่องยามาแน่ ๆเขาบรรจงทายาให้ฉันอย่างเบามือ ตอนที่ลุกขึ้นยืน จู่ ๆ ก็หันมามองฉัน “หิวแล้วใช่ไหม”ฉันมองข้อเท้าที่บวมเป่งราวกับซาลาเปา ตอบกลับเสียงอู้อี้ “ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลย จะไม่ให้หิวได้ยังไงล่ะ”“ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลยเหรอ” เฮ่อจือโจวสูดหายใจลึกด้วยความโมโห แค่นหัวเราะใส่ฉัน “โตป่านนี้แล้ว ไม่มีคนป้อนข้าวถึงปา
더 보기
이전
1
...
5678910
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status