Tous les chapitres de : Chapitre 21 - Chapitre 30

120

บทที่ 6 หากข้าเป็นบิดาเจ้าก็มารดา 3/5

เขาเพิ่งจะอายุสิบห้าปี! ร่างกายยังเป็นเพียงบุรุษหนุ่มที่กำลังเติบโต... นางห่างจากเขาเจ็ดปี กล้าดีอย่างไรถึงมาหาว่าเขาแก่จนเป็นบิดานางได้!“บิดางั้นรึ...” ฉู่จิ้งหนานแค่นเสียงรอดไรฟัน เขาก้าวประชิดตัวนางจนปลายเท้าแทบจะชนกัน มือหนาที่แฝงไปด้วยพละกำลังยื่นออกไปเชยคางเล็กจ้อยของนางขึ้นมาอย่างถือดี นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งการคุกคาม“หากเจ้าอยากจะเรียกข้าว่าบิดานักล่ะก็... ไม่สู้รอให้เจ้าโตกว่านี้อีกสักหน่อย ปักปิ่นแล้วค่อยมาลองเป็นมารดาของบุตรชายข้าดูเล่า! ถึงเวลานั้น... ค่อยมาดูกันว่าเจ้ายังจะกล้าเรียกข้าว่าบิดาอยู่อีกหรือไม่!”“...!!!”อินมี่เอินอ้าปากค้าง เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ใบหน้าที่เคยซีดเซียวพลันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางพยายามจะสรรหาคำพูดมาเถียงกลับ ทว่าสมองคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ...นางเถียงคนชนะเสมอ...แต่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้อ๋องหน้ามึน จนต้องหุบปากจนเงียบสนิท หาคำมาเถียงไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ!เจ็ดวันล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเงียบแต่ดูอย่างไรมันก็สงบแบบแปลก ๆตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา หมิงชินอ๋องไม่ได้โผล่หน้ามาสร้างความวุ่นวายหรือรบกวนอันใดอินมี
last updateDernière mise à jour : 2026-06-05
Read More

บทที่ 6 หากข้าเป็นบิดาเจ้าก็มารดา 4/5

“จริงหรือเจ้าคะ! แล้ว... แล้วคนตระกูลฮั่วสายอื่นเล่า พวกเขาจะถูกร่างแหไปด้วยหรือไม่”“ไม่ต้องกังวลไป” เจียงเย่หลินยิ้มบาง “ต่อให้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่ในเมื่อราชสำนักยังจับตัวท่านตากับท่านลุงใหญ่ของเจ้าซึ่งเป็นนักโทษหลักไม่ได้ โทษประหารก็ไม่อาจตัดสินชี้ขาดลงไปได้อยู่ดี กฎหมายของต้าฉินระบุชัดเจนว่าต้องสอบสวนผู้กระทำผิดหลักให้สิ้นสงสัยเสียก่อนจึงจะลงดาบได้... และเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าเด็กหน้าตายนั่น”น้อยครั้งที่หมอเทวดาเจียงจะชื่นชอบเจ้าเด็กอกตัญญูผู้นั้น ที่เขาทุ่มเทสั่งสอน แต่ไม่เคยจะเคารพเขาสักครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เขากลับเอ่ยออกมาอย่างไร้จริตมารยาหรือความเสแสร้งแกล้งเอาใจ“หมิงชินอ๋องน่ะหรือเจ้าคะ?”“ใช่แล้ว เมื่อตอนที่หมิงชินอ๋องอายุสิบสองหนาว เขาเคยกราบบังคมทูลเสนอให้แก้ไขกฎหมายการลงโทษผู้กระทำผิดทางอาญาและคดีกบฏ โดยเพิ่มเงื่อนไขการรวบรวมหลักฐานและประวิงเวลาการตัดสินโทษเพื่อป้องกันการใส่ร้ายป้ายสี... กฎหมายข้อนั้นแหละ ที่ช่วยยืดเวลาต่อลมหายใจให้ตระกูลฮั่วสายรองที่เหลือ ทำให้ราชสำนักไม่อาจลงดาบประหารพวกเขาได้ในเร็ววันนี้! ต่อให้มีพยานหรือหลักฐานจริงหรือเท็จก็ตาม
last updateDernière mise à jour : 2026-06-05
Read More

บทที่ 6 หากข้าเป็นบิดาเจ้าก็มารดา 5/5

นางออกจะเป็นสตรีงดงามเป็นหนึ่ง ยิ่งมารดาของนางเป็นสตรีที่จัดว่าหาสตรีใดเปรียบได้ยาก เห็นมีเพียงเป็นรองก็แต่ท่านน้าเผยกุ้ยเฟยมารดาผู้ล่วงลับของเขาเท่านั้นกล่าวจบ ฉู่จิ้งหนานก็ทอดสายตามองคนที่กำลังทำแก้มพองลมด้วยความโกรธจัด ก่อนที่เขาจะหลุดเสียงหัวเราะ ‘หึ’ ออกมาเบา ๆ ในลำคอ ทว่ามันกลับเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ใบหน้าเย็นชาของเขาดูสว่างไสวขึ้นมาวูบหนึ่งชิงโหยวอ้าปากเตรียมจะสวนกลับ ทว่าอ๋องหนุ่มกลับชิงตัดบทด้วยการหันไปกวาดสายตามองกองข้าวของบนแผงลอยที่นางเลือกไว้ ก่อนจะโยนก้อนตำลึงเงินหนักอึ้งลงบนแผงของเถ้าแก่เนี้ย“ข้าจ่ายเอง” หมิงชินอ๋องเอ่ยเสียงเรียบ ตีหน้าขรึมกลับมาเป็นพยัคฆ์พลัดถิ่นจอมหยิ่งยโสอีกครั้ง ปากที่หนักกว่าหินก้อนโตเอื้อนเอ่ยข้ออ้างที่ฟังดูขัดหู“เจ้าเป็นแค่ดรุณีน้อยตกยาก หากเอาของหยาบ ๆ หรือเงินเพียงน้อยนิดไปคารวะ อาจารย์ซูมั่วไป๋อาจจะหาเหตุต่อว่าข้าเอาได้ ว่าข้าเลี้ยงดูคนในปกครองได้อย่างน่าอดสู ข้าขี้เกียจฟังคำบ่นของท่านอาจารย์ซู”หลังจากทิ้งท้ายคำพูดที่แสนจะปากไม่ตรงกับใจเอาไว้เพียงเท่านั้น ฉู่จิ้งหนานก็หมุนตัวสะบัดเสื้อคลุมเดินแหวกฝูงชนจากไปทันที ทิ้งให้ชิงโหยวที่ตั้งท่
last updateDernière mise à jour : 2026-06-05
Read More

บทที่ 7 มีราคาต้องจ่าย 1/5

ณ ห้องหนังสือภายในตำหนักชั่วคราวเมืองซีเป่ยกำยานกลิ่นโป๋เหอที่เป็นสูตรเฉพาะของตำหนักอ๋องถูกจุดเพื่อไล่กลิ่นอับในห้อง เพื่อกลบกลิ่นน้ำยาสมุนไพรฉุนกึกที่ลอยมาจากตัวเหล่าทหาร ที่ถูกสั่งให้ไปจัดการเรื่องหัวนักฆ่าทั้งหนึ่งพันหัว หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าใครบางคนที่กำลังหลับอุตุอย่างสบายอยู่นั้นจะตื่นขึ้นเพราะกลิ่นฉุนเหล่านี้ เขาคงไม่ต้องทำเรื่องวุ่นวายอย่างให้หมอเทวดาเจียงคิดสูตรดับกลิ่นออกมา พลางคิดว่าต่อไปเขาควรสร้างห้องประชุมลับที่อื่น เพื่อไม่ให้ตำหนักอ๋องต้องวุ่นวายเพราะนางแต่คนรอบกายต่างรับรู้ว่า เป็นท่านอ๋องต่างหากที่วุ่นวายเสียเอง เพียงเพราะคิดเผื่อสตรีน้อยผู้นั้นหมิงชินอ๋องฉู่จิ้งหนาน ยืนเอามือไพล่หลังแล้วทอดสายตามองแผนที่แคว้นต้าฉินที่กางแผ่อยู่บนโต๊ะไม้โดยมีทหารคนสนิทยืนมองดูอยู่ด้วยกัน แผนที่นี้เขาจัดทำขึ้นเองและหากเป็นคนทั่วไปย่อมครอบครองแผนที่ไม่ได้เว้นเสียแต่ทหารนิ้วแกร่งที่มีรอยด้านจากการจับดาบลูบไล้ไปบนม้วนราชโองการสีเหลืองทอง ซึ่งถูกโยนทิ้งไว้อย่างไม่แยแสอยู่ข้างแผนที่ตั้งแต่มาถึงซีเป่ย ราชโองการฉบับนี้คือโซ่ตรวนที่พระบิดาเป็นผู้พระราชทานให้แก่เขา...ราชโองการที่สั่งให้เข
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 7 มีราคาต้องจ่าย 2/5

ฉู่จิ้งหนานได้ยินดังนั้นก็หัวเราะหึ ออกมาหนึ่งคำ“เรื่องเล็กน้อยเช่นนั้นรึ...” อ๋องหนุ่มปรายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทิศทางนั้นคือประตูเมืองซีเป่ย ซึ่งยามนี้... ร่างอ้วนท้วนเริ่มเน่าเปื่อยของผู้ว่าการเมืองคนเก่า กำลังถูกแขวนประจานท้าลมท้าแดดมานานนับเดือนแล้ว!ผู้ว่าการเมืองผู้นี้คือขุนนางชั่วที่ราชสำนักส่งมากอบโกยผลประโยชน์ มันรับสินบนและโกงกินเสบียงบรรเทาทุกข์จนราษฎรซีเป่ยต้องอดอยากล้มตาย ทันทีที่ฉู่จิ้งหนานเหยียบเข้าเมืองซีเป่ย สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การพักผ่อน แต่คือการลากคอขุนนางโฉดผู้นี้มาสอบสวนและนำหลักฐานที่ส่งคนมาสืบล่วงหน้ากางออก เมื่อพยานหลักฐานพร้อมสรรพ เขาจึงมีอำนาจสั่งเป็นสั่งตาย จัดการบั่นคอทิ้งกลางเมืองซีเป่ย แล้วแขวนประจานให้แร้งกาจิกกิน!จากนั้นเขาก็แต่งตั้งคนของตนเองขึ้นเป็นผู้ว่าการเมืองแทน โดยให้รับเบี้ยหวัดจากคลังของจวนอ๋องโดยตรง ไม่ต้องง้อคลังหลวง‘ในเมื่ออัครมหาเสนาบดีเห็นว่าการประหารขุนนางขั้นสี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย...เช่นนั้นข้าก็อยากจะรู้นัก ว่าฝ่าบาทจะยังมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยอยู่อีกหรือไม่ หากข้าส่งของขวัญชิ้นใหญ่ไปให้ถึงหน้าประตูวัง!’ฉู่จิ้งหนานละสายตา
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 7 มีราคาต้องจ่าย 3/5

ในบรรดาศีรษะหนึ่งพันหัวนี้ มีอยู่ไม่น้อยที่เป็นยอดฝีมือซึ่งมีประวัติสืบสาวไปถึงตระกูลเซียว และที่เด่นชัดที่สุด... ย่อมหลีกหนีไม่พ้นศีรษะของ ‘หัวหน้าองครักษ์ส่วนตัวของฮองเฮา’ ที่ปลอมตัวมาลอบสังหารเขา!คงคิดสินะว่าส่งยอดฝีมือที่ดีที่สุดมาแล้วจะสังหารเขาได้“จำเอาไว้ เสียงที่ดังที่สุดคือเสียงจากประชาชน...ข่าวที่ไวที่สุดก็คือข่าวจากปากคนอีกเช่นเดียวกัน บางทีเรายังไม่ต้องถึงเมืองหลวง ก็มีขบวนมารอรับแล้ว” และแน่นอนว่าเขาเตรียมวิธีรับมือเอาไว้แล้วอีกเช่นกันฉู่จิ้งหนานยกมือขึ้นกอดอก สายตาทอประกายความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้า และเขาก็อยากรู้ว่าเสด็จพ่อที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาจะทรงตัดสินโทษผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นไร“ไปจัดการตามนี้” ฉู่จิ้งหนานโบกมือสั่งการ “บอกทหารทั้งสามพันนาย หากผู้ใดกล้าขวางขบวนประจานนี้ ไม่ว่าจะเป็นทหารหัวเมืองหรือขุนนางหน้าไหน... อนุญาตให้ฆ่าทิ้งได้ทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่ง!”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!” เหลยจวินรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะหมุนตัวเร่งรีบออกไปจัดการตามแผนการเอาคืนอันเจ็บแสบนี้ข่าวลือมักเดินทางได้รวดเร็วยิ่งกว่าม้าเร็วเสมอ ยิ่งเป็นข่าวคาวและเรื่องฉาวโฉ่ขอ
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 7 มีราคาต้องจ่าย 4/5

‘ชักจะเก่งกาจเกินบิดาไปแล้ว’เรื่องราวลุกลามใหญ่โตจนไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป วันนี้ ท้องพระโรงอันวิจิตรตระการตาของต้าฉิน จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดและอึมครึมจนแทบจะบีบคั้นให้ขุนนางหลายคนขาดใจตาย โดยเฉพาะเหล่าขุนนางที่ส่งนักฆ่าส่วนตัวไปช่วยอัครเสนาบดีเซียวหวังพึ่งพาภายหน้า ทุกคนล้วนติดร่างแหไปจนหมดฮ่องเต้ฉู่เซ่าเยวียนประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรนิ่งเงียบ พระพักตร์ที่เคยดูหนุ่มแน่นกว่าวัยบัดนี้เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความตึงเครียด กลิ่นอายแห่งความไม่มั่นคงของบัลลังก์แผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรงการประชุมเช้านี้ องค์ชายรองฉู่เฉิงเฉียนโอรสกำเนิดในครรภ์ฮองเฮา ว่าที่ไท่จื่อที่รอแต่งตั้ง และองค์ชายสามฉู่เซิ่งเจ๋อ โอรสที่กำเนิดในครรภ์เซวียเฟยก็ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมว่าราชการด้วยแต่ว่าองค์ชายสามกลับยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย เพราะก่อนจะเข้ามาประชุมเช้าเซวียเฟย ‘เซวียเพ่ยหลาน’ พระมารดาของเขาได้กำชับเอาไว้อย่างเด็ดขาดว่า‘วันนี้ในท้องพระโรง เจ้าจงทำตัวเป็นใบ้ ห้ามออกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้มังกรกับพยัคฆ์อย่างตระกูลเซียวและหมิงชินอ๋องเข่นฆ่ากันเองให้
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 7 มีราคาต้องจ่าย 5/5

“ทูลฝ่าบาท...” อินหมิงเต๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “กระหม่อมเป็นเพียงขุนนางบุ๋น มีเพียงพู่กันในมือ ไร้ซึ่งกำลังคนหรือทักษะในการสืบสวนคดีลอบสังหารอันซับซ้อนเช่นนี้ กระหม่อมมิกล้าออกความเห็นที่อาจทำให้เสียรูปคดีพ่ะย่ะค่ะ...”เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะชำเลืองมองอัครเสนาบดีเซียวที่กำลังจ้องเขาเขม็ง“อีกอย่างหนึ่ง ขบวนหัวศพนักฆ่ามีทหารคุ้มกันอย่างเปิดเผยและกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองหลวงหากส่งทหารไปจัดการเท่ากับยอมรับว่าฝ่าบาทเห็นดีเห็นงามกับผู้ที่ส่งนักฆ่าไปสังหารหมิงชินอ๋อง นั่นไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงอันดีงามของพระองค์ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา”แน่นอนว่าคำพวกนี้ล้วนเสียดสี หากเมตตาจริงจะส่งโอรสของตนไปที่กันดารแบบนั้นได้อย่างไร“กระหม่อมเห็นว่า... ไม่สู้ฝ่าบาททรงรอให้ขบวนทหารเหล่านั้นเดินทางมาถึงเมืองหลวงเสียก่อน แล้วค่อยมีพระราชโองการมอบหมายให้เสนาบดีกรมอาญา เป็นผู้ตรวจสอบที่มาและสังกัดของกะโหลกศีรษะนักฆ่าแต่ละคน และสอบสวนพยานหลักฐานเหล่านั้นอย่างละเอียดที่ศาลต้าหลี่”แน่นอนว่าต้าหลี่ซื่อ[1] เป็นคนกลางย่อมให้ความยุติธรรม ไม่รับสินบนและไม่สมาคมกับผู้ใด การสอบสวนย่อมเทไปฝั่งหมิงชินอ๋อง ถึงเวลานั้
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 8 ไม่ปล้นเสียเลยเล่า 1/3

ไม่มีใครตอบได้ว่าเหตุใดขบวนเดินทางถึงได้รวดเร็วนัก เพราะในเมืองหลวงฟังเพียงแค่ข่าวของม้าเร็วที่ส่งมาม้าเร็วที่ควบตะบึงออกจากเมืองหลวงฉางอันเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหน้าด่านซีเป่ย ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยห้าวันแบบเดินทางทั้งวันทั้งคืนเปลี่ยนม้าตลอดทาง... และหากจะรอให้ม้าเร็วนำสาส์นตอบกลับจากหมิงชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงวังหลวง ก็ย่อมต้องใช้เวลาอีกห้าวัน ทั้งขาไปและกลับก็ยังต้องมีสิบวันฮ่องเต้ฉู่เซ่าเยวียนประทับนิ่งอยู่บนพระราชอาสน์ภายในตำหนักหย่างซิน พระพักตร์ซีดเผือดและอิดโรยราวกับคนแก่ชราลงไปอีกสิบปี เขาต้องทนรอคอยคำตอบจากโอรสของตนเอง ท่ามกลางความวุ่นวายและแรงกดดันมหาศาลถึงสิบวันเต็ม!และเป็นการรอที่แสนทรมานใจยิ่งนักเพราะบริเวณลานกว้างหน้าประตูวังหลวงเวลานี้ ไม่ต่างอันใดกับลานประหาร ศีรษะของมือสังหารนับพันหัวถูกเสียบประจานเรียงรายบนไม้ไผ่ราวกับป่าช้า กองทหารเกราะดำสามพันนายจากซีเป่ยปักหลักตั้งรับอยู่ด้านนอก รอเพียงฝ่าบาทมีคำตอบให้กับพวกเขาไปแจ้งท่านอ๋อง พวกเขาไม่บุกรุกเข้าไปในวังก็จริง แต่ก็ไม่ยอมถอยทัพกลับ ทำเพียงยืนเฝ้าแท่นประจานและรายชื่อมือสังหารที่โยงใยไปถึงตระกูลเซียวและตระกูลท
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More

บทที่ 8 ไม่ปล้นเสียเลยเล่า 2/3

ชิงโหยวค่อนขอดในใจ ดวงตากลมโตแอบชำเลืองค้อนบุรุษหน้าตายที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยชิงโหยวหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว หมิงชินอ๋องได้รับสาส์นเจรจาจากฮ่องเต้ตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว แต่กลับไม่ รีบร้อนอะไร เพียงแค่รอเวลาให้กดดันคนในเมืองหลวงไปเรื่อย ๆ“มองค้อนข้าเช่นนั้นกำลังด่าข้าอยู่หรือ”ชิงโหยวนั่งหลังตรงทันที พลางรีบเปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี แล้วรีบยิ้มประจบ “ท่านอ๋องเป็นคนดีมีเมตตาเช่นนี้ โหยวเอ๋อร์ไม่กล้านินทาท่าน แม้แต่คิดก็ไม่เคยเพคะ”ใช่ไม่เคยคิด...แต่ด่าเลย ด่าให้อาจารย์เจียงฟัง!ฉู่จิ้งหนานย่อมรู้ว่านางโกหกเก่งเหมือนเจียงเย่หลิน เพราะหลัง ๆ มานี้กลับจากฝึกวิชาก็เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องบดยาของหมอเจ้าเล่ห์ ไม่ยอมปรนนิบัติเขา นางชอบหลบหน้าแต่ว่าเขาชอบให้นางอยู่ใกล้ ๆ เป็นที่สุด“ท่านอ๋อง...ไม่ใช่ว่าท่านมีเรื่องต้องสะสางหรือ เพคะ” ชิงโหยวเอ่ยเตือน หลังจากรู้ว่าเรื่องที่ท่านอ๋องตลบหลังคนในเมืองหลวงนั้นไม่ธรรมดาเลยสักนิด ตอนนี้ทั้งแผ่นดินไม่มีผู้ใดสรรเสริญฮ่องเต้สักคนเดียว“ไม่มี...ข้าว่าง”ว่างกับผีน่ะสิ...ว่างที่ไหนกันเล่า เห็นชัด ๆ ว่าเขางานยุ่งมากมาย ยังเจียดเว
last updateDernière mise à jour : 2026-06-07
Read More
Dernier
123456
...
12
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status